เกี่ยวกับเราปิยบุตร แสงกนกกุล

ปิยบุตร แสงกนกกุล

ปิยบุตร แสงกนกกุล

เลขาธิการพรรค

เมื่อปิยบุตรกลับจากฝรั่งเศสหลังเรียนจบปริญญาเอกด้านกฎหมายในปีพ.ศ. 2553 เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่รัฐใช้กำลังเข้าปราบปรามประชาชนในเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก สิ่งนี้กระทบใจเขาอย่างยิ่ง

ปิยบุตรให้ความสนใจประเด็นต่างๆ ทางสังคมมาโดยตลอดอยู่แล้ว แม้ในระหว่างที่เขาได้รับทุนจากรัฐบาลฝรั่งเศสให้ไปเรียนปริญญาโทและเอกอยู่ที่นั่น เขาก็ไม่ได้ศึกษาเฉพาะวิชากฎหมายที่ตัวเองเรียนอยู่เท่านั้น แต่ยังใช้เวลาค้นคว้าประวัติศาสตร์การเมือง ปรัชญา วัฒนธรรม รวมทั้งขบวนการทางสังคมที่เคลื่อนไหวผลักดันประเด็นต่างๆ ทั้งในฝรั่งเศสและประเทศยุโรปอื่นๆ ในขณะที่ยังคงติดตามการเมืองไทยและแสดงความคิดเห็นอยู่ไม่ได้ขาด

การที่ประเทศไทยกลับมาอยู่ในวังวนการรัฐประหารถึง 2 รอบในชั่วเวลาห่างกันไม่ถึง 10 ปี รวมทั้งการล้มรัฐบาลโดยวิธีผิดปกติอีก 1 ครั้ง นับจากปี 2548 จนถึงปัจจุบัน ก่อให้เกิดสิ่งที่เขาชี้ให้สังคมเห็นว่านี่คือ “ทศวรรษที่สูญหาย” ประเทศเสียเวลาและโอกาสของความเจริญก้าวหน้า เกิดความแตกร้าวของคนในชาติที่ ‘ถูกกำหนดสร้างขึ้น’ เป็นรอยร้าวลึกล้ำจนไม่อาจหันหน้ามาปรึกษาหาทางออกกันได้ ในขณะเดียวกัน เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นก็ถูกอำนาจและอาวุธกดทับเอาไว้ ประชาชนจำนวนมากต้องมีชีวิตอยู่กับการเมืองแห่งความกลัว

วันที่ 15 มีนาคม 2561 ปิยบุตร ตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต โดยลาออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยตำแหน่งสุดท้ายคือ รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน หลังรับราชการมาแล้วมากกว่า 16 ปี เพื่อจับมือกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และผู้ที่มีความเห็นทางการเมืองคล้ายกันอีกจำนวนหนึ่ง ยื่นจดจัดตั้งพรรคการเมืองในชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ด้วยความตั้งมั่นจะสร้างการเมืองใหม่แห่งความหวัง การกลับคืนสู่หนทางที่การปกครองจะยึดโยงอยู่กับประชาชน และสร้างสรรค์ประเทศไทยที่อนาคตอยู่ในมือประชาชนอย่างแท้จริง

ประวัติ

ปิยบุตรเกิดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2522 (1979) ปัจจุบันอายุ 39 ปี ชื่อเล่น "ป๊อก" เป็นลูกคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 4 คน เขาเกิดในครอบครัวคนชั้นกลางเชื้อสายจีนที่ค่อนข้างขาดแคลน แต่พ่อแม่ให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาของลูกๆ เป็นอย่างมาก ซึ่งต้องแลกกับการใช้ชีวิตอย่างเหน็ดเหนื่อย ทำงานหนักและอดออม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังลงท้ายด้วยภาระหนี้สินจากความต้องการสร้างอนาคตให้ลูก นี่ทำให้ปิยบุตรตระหนักดีถึงการเข้าไม่ถึงทรัพยากรของคนจำนวนมาก และอยากเห็นสังคมที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเกิดมาในครอบครัวแบบไหนก็ตาม

ประวัติการศึกษา

  1. มัธยมศึกษา โรงเรียนอัสสัมชัญ (จบการศึกษา 2540)
  2. ปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (2540 - 2544)
  3. ปริญญาโท DEA (Master 2) สาขากฎหมายมหาชนและกฎหมายสิ่งแวดล้อม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย Nantes ประเทศฝรั่งเศส วิทยานิพนธ์เรื่อง “ข้อความคิดเรื่องผู้มีส่วนได้เสียในคดีปกครองสิ่งแวดล้อม” (2546 - 2547)
  4. ปริญญาเอก เกียรตินิยมดีมาก โดยมติเอกฉันท์ (Mention Très Honorable avec Félicitations) มหาวิทยาลัย Toulouse ประเทศฝรั่งเศส (2553) วิทยานิพนธ์เรื่อง “ศาลปกครอง: การกำเนิดของสถาบัน”

ประวัติการทำงาน

  1. อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สอนและทำงานวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง (2544 - วันที่ 1 สิงหาคม 2561)
  2. เดือนกันยายนปี 2553 ปิยบุตรร่วมกับเพื่อนอาจารย์อีก 6 คน จาก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อตั้ง “คณะนิติราษฎร์” เพื่อทำงานทางวิชาการและเป็นหนึ่งในฟันเฟืองของความพยายามสถาปนาหลักนิติรัฐ และประชาธิปไตยในสังคมไทย

ตัวอย่างผลงานทางวิชาการ

  1. กฎหมายรัฐธรรมนูญและสถาบันการเมืองกัมพูชา: จากความขัดแย้งทางการเมืองสู่การสถาปนานิติรัฐ - ประชาธิปไตย โครงการวิจัยวิชาการประเภทที่ 3 เสนอต่อคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (กุมภาพันธ์ 2559)
  2. การพัฒนาระบบการพิจารณาวินิจฉัยคดีการเมืองในศาลยุติธรรม ร่วมกับ จันทจิรา เอี่ยมมยุรา, ธีระ สุธีวรางกูร, กริช ภูญีญามา เสนอต่อสถาบันวิจัยรพีพัฒนศักดิ์ สำนักงานศาลยุติธรรม (2556)
  3. การออกกฎหมายอนุวัตการตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับ สมคิด เลิศไพฑูรย์ (หัวหน้าโครงการ), ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์, อนุชา ฮุนสวัสดิกุล เสนอต่อสำนักนายกรัฐมนตรี (2547)

ผลงานหนังสือเล่มล่าสุด

  1. รัฐธรรมนูญ: ประวัติศาสตร์ข้อความคิด อำนาจสถาปนา การเปลี่ยนผ่าน สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน (2559)

งานอดิเรกและความชอบส่วนตัว

คนทั่วไปจะรู้จักปิยบุตรในมุมความเอาจริงเอาจังกับเรื่องต่างๆ เมื่อยังเป็นอาจารย์เขาต้องหาเวลาให้ตัวเองได้อ่านและค้นคว้าทำงานวิชาการต่อเนื่องสม่ำเสมอ เขามีกีฬาโปรดคือฟุตบอล ใครที่รู้จัก ‘อาจารย์ป๊อก’ เป็นอย่างดีจะรู้ว่าเขามีลิเวอร์พูลเป็นทีมในดวงใจ จดจ่อติดตามแม้จะผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็เอาความอดทนรอคอยชัยชนะของทีมโปรดมาเปรียบเทียบกับการทำการเมืองระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยการรอคอยอย่างอดทน เพื่อจะได้รับชัยชนะที่ปลายทาง

ปิยบุตรยังเชียร์ทีมชาติฝรั่งเศสด้วยความผูกพันเพราะได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนั้นช่วงเรียนปริญญาโทและเอกเป็นเวลานาน และนอกจากนี้ภรรยาของเขาก็ยังเป็นชาวฝรั่งเศสอีกด้วย

เขามีความหลงใหลในวัฒนธรรมอาหาร เขาได้ชื่อว่าเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย กินอะไรก็ได้ (ที่ไม่ใช่อาหารสุขภาพ) และยังมีความรู้ในเรื่องไวน์เป็นอย่างดี แถมยังเป็นคนที่จริงจังกับการเซ็ทผมมากอีกด้วย

ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

การตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ก็คือการลาออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยตำแหน่งสุดท้าย รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561 หลังรับราชการมาแล้วมากกว่า 16 ปี

จริงๆ แล้วความคิดที่จะตั้งพรรคการเมืองของปิยบุตรและกลุ่มเพื่อนๆ เริ่มต้นมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่มาเข้มข้นจริงจังมากขึ้นเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน บ้านเมืองเหมือนจะเดินกลับไปสู่ยุคสมัยที่ประชาชนไร้สิทธิ์และเสียงมากขึ้นทุกทีๆ เมื่อเขาสอนวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญในชั้นเรียน มีนักศึกษาเป็นจำนวนมากที่เข้าใจจุดยืนอุดมการณ์ แต่แล้วเมื่อเรียนจบและไหลเข้าสู่ระบบ พวกเขาก็จนหนทางที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ทางเดียวที่พอจะมีความหวังก็คือการต้องเปลี่ยนแปลงระบบนั้น

อนาคตใหม่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของการนำพาประเทศออกจากวิกฤต กลับคืนสู่หนทางประชาธิปไตย ยุติ “ทศวรรษที่สูญหาย” มุ่งหน้าสู่ “ทศวรรษแห่งการทวงคืนอนาคต”