fbpx

แถลงการณ์

แถลงการณ์เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐยุติการคุกคามผู้มาร่วมประชุมจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีการประชุมจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต การประชุมครั้งนี้เป็นไปเพื่อให้ผู้ร่วมจดจัดตั้งพรรคกว่า 700 คน มาร่วมลงมติรับรองอุดมการณ์ หลักการ แนวนโยบาย ข้อบังคับ และเลือกกรรมการบริหารชุดแรกตามขั้นตอนทางกฎหมาย และเพื่อตอกย้ำความเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม และนโยบายกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นแนวนโยบายหลักของพรรค สมาชิกก่อตั้งที่มาร่วมประชุม จึงมาจากทุกภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึงมีเครือข่ายแรงงานและเยาวชนคนหนุ่มสาว นอกจากนี้ ในการประกาศอุดมการณ์ แนวทาง และการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้นำพรรคและตัวแทนเครือข่ายต่าง ๆ ซึ่งมีขึ้นในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พรรคได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงาน ซึ่งปรากฏว่ามีคนหลากหลายอาชีพ วัย และภูมิภาค เข้าร่วมรวมเป็นจำนวนกว่า 3,000 คน มีผู้ติดตามชมการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไลฟ์และชมย้อนหลังรวมกว่า 160,000 คน ซึ่งแสดงถึงความต้องการมีส่วนร่วมทางการเมืองกับพรรคอนาคตใหม่ อันเป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจ อย่างไรก็ตาม กลับปรากฏว่าในวันงาน นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาดูแลความปลอดภัยตามปกติ ยังมีเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนมากที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ปะปนกับผู้ชมงาน บันทึกภาพบรรยากาศอย่างละเอียด รวมถึงตามถ่ายภาพทะเบียนรถที่จอดอยู่รอบๆ ยิมเนเซียมที่จัดการประชุม และหลังจากนั้นไม่กี่วัน สมาชิกก่อตั้งของพรรคอนาคตใหม่จำนวนมาก ก็ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามไปถึงบ้าน และข่มขู่คุกคามให้หวาดกลัว การกระทำดังกล่าว นอกจากจะเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพในการเดินทางของประชาชน ยังละเมิดสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งแม้ปัจจุบันจะไม่สามารถทำได้เนื่องจากขัดคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 แต่ในเมื่อพรรคอนาคตใหม่ได้รับอนุญาตให้จัดการประชุมพรรค สมาชิกก่อตั้งของพรรค จึงย่อมมีสิทธิ์เดินทางไปร่วมประชุมเพื่อให้การจัดตั้งพรรคลุล่วงตามขั้นตอนทางกฎหมาย เช่นเดียวกับที่พรรคอื่นๆ ได้ทำไปแล้วหลายพรรค พรรคอนาคตใหม่ขอยืนยันว่าสมาชิกผู้ร่วมจดจัดตั้งพรรคทุกคนที่เดินทางมาร่วมประชุมในวันที่ 27 พฤษภาคม มาด้วยความกระตือรือร้น ความตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมทางการเมือง ต้องการให้การเมืองไทยกลับมาเป็นเรื่องของประชาชน กำหนดโดยประชาชน เพื่อประชาชนอีกครั้ง มิได้กระทำการใดอันละเมิดด้วยกฎหมาย ทั้งกฎหมายปกติ และคำสั่งคสช. ด้วยเหตุนี้ พรรคอนาคตใหม่จึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐ ยุติการกระทำอันลุแก่อำนาจ ล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพพลเมือง และให้ปฏิบัติกับพรรคการเมืองทุกพรรคอย่างเท่าเทียมกัน ปล่อยให้พรรคการเมืองและประชาชนทุกคนทำกิจกรรมต่าง ๆ อันพึงมีในระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะมาถึงเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมตามหลักสากล รักษาการคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ 4 มิถุนายน 2561

แถลงการณ์การประชุมจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่

27 พฤษภาคม 2561 เป็นวันที่ประวัติศาสตร์หน้าแรกของพรรคอนาคตใหม่ถูกเขียนขึ้น สมาชิกก่อตั้งกว่า 700 คนจากทั่วประเทศ ประกอบด้วยเครือข่ายจากภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ เครือข่ายแรงงาน และเครือข่ายคนรุ่นใหม่ New Gen Network ได้ส่งตัวแทนมาร่วมประชุมเพื่อจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ร่วมกำหนดอุดมการณ์ และกรอบนโยบายของพรรค รวมถึงเลือกกรรมการบริหารพรรค เพื่อจุดมุ่งหมายในการสร้างอนาคตใหม่ ที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย หลักสิทธิมนุษยชนสากล เชิดชูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สร้างสังคมที่เท่าเทียม สร้างเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าและสร้างสรรค์ โดยในการประชุมครั้งนี้ เรายังได้เชิญประชาชนทั่วไป และทูตานุทูตจากกว่า 15 ประเทศ รวมถึงผู้แทนจากสหภาพยุโรปและสหประชาชาติมาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย  พรรคอนาคตใหม่ขอประกาศว่าเรามุ่งทำการเมืองแบบใหม่ ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลัก ทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันกันในเชิงอุดมการณ์และนโยบาย เสนอนโยบายก้าวหน้า กระจายอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ เปิดให้ประชาชนเข้าถึงทุนและทรัพยากรอย่างเท่าเทียม เป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีใครผูกขาดความเป็นเจ้าของ สมาชิกทุกคนเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน ทั้งในแง่การระดมทุนและการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ กำหนดนโยบาย พรรคอนาคตใหม่ตั้งเป้าระดมทุนให้ได้อย่างน้อย 350 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินการทางการเมืองจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง เงินที่ได้จากการระดมทุนจะถูกใช้อย่างโปร่งใส แสดงบัญชีต่อสาธารณะ เปิดโอกาสให้สังคมตรวจสอบได้ง่าย นอกจากนี้ กรรมการบริหารพรรคยังมาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่โดยคำนึงถึงการกระจายอำนาจตามภูมิภาค ความหลากหลายทางอาชีพและเพศ รวมถึงมีกรรมการสัดส่วนเครือข่ายแรงงานและเยาวชนคนหนุ่มสาว เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีตัวแทนของตนเองในโครงสร้างการบริหารของพรรค มุ่งทำงานการเมืองระยะยาว ไม่มุ่งหวังเฉพาะชัยชนะในการเลือกตั้ง แต่จะทำงานต่อเนื่องทั้งในฐานะพรรคการเมือง มูลนิธิ และส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคม โดยพรรคการเมืองจะมุ่งทำงานการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่มูลนิธิของพรรคจะทำหน้าที่เผยแพร่หลักการและความรู้ เป็นเสมือนคลังสมองที่สร้างพลเมืองผู้ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เป็นฟันเฟืองสำคัญในการทำงานทางความคิด ส่วนธุรกิจเพื่อสังคม จะเป็นทั้งห้องทดลองนโยบายและการสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น  การทำงานโดยยึด 3 เสาหลักนี้ จะนำมาสู่การเมืองที่สร้างสรรค์ โปร่งใส เปิดกว้างสำหรับประชาชนทุกคน สร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนและประเทศ พรรคอนาคตใหม่คือผู้ปักธงใหม่ ให้การเมืองเป็นเรื่องของประชาชน ประชาชนเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจ กำหนดอนาคตของตนเอง อนาคตใหม่ เพื่อประเทศไทยที่มีอนาคต

แถลงการณ์เรื่องการมุ่งจะดำเนินคดีอาญาต่อสมาชิกของกลุ่ม “อนาคตใหม่”

ตามที่พนักงานสอบสวนได้ทำการออกหมายเรียกพยานมายัง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายไกลก้อง ไวทยการ และนางสาวจารุวรรณ ศรันย์เกตุ ในคดีระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดย พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้กล่าวหา กับ ผู้ดูแลหรือเจ้าของเพจ “อนาคตใหม่ – The Future We Want” กับพวก ผู้ต้องหา ฉบับลงวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ คดีหนึ่ง และคดีระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดย พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้กล่าวหา กับ ผู้ดูแลหรือเจ้าของเพจ “Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” กับพวก ผู้ต้องหา ฉบับลงวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ อีกคดีหนึ่ง โดยกำหนดให้ไปพบพนักงานสอบสวนที่ กองกำกับการ ๓ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๐.๐๐ น. ต่อมาวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๑ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายไกลก้อง ไวทยการ และนางสาวจารุวรรณ ศรันย์เกตุ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “นายธนาธร กับพวกรวม ๓ คน”) โดยทนายความผู้รับมอบอำนาจได้เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกพยานดังกล่าวและขอเลื่อนนัดต่อพนักงานสอบสวนเป็นวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๑.๐๐ น. และพนักงานสอบสวนอนุญาตตามขอ และเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายธนาธร กับพวกรวม ๓ คน ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกพยานดังกล่าวและได้ทราบจากพนักงานสอบสวนว่า พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้รับมอบอำนาจจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “คสช.”) ได้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับเนื้อหาของบันทึกวิดีโอเฟซบุ๊คไลฟ์ เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๑ ช่วงค่ำ ทางเฟซบุ๊คเพจ “อนาคตใหม่ – The Future We Want” และ เพจ “Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ ทั้งนี้ นายธนาธร กับพวกรวม ๓ คน ได้ให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนในฐานะพยาน โดยปฏิเสธการให้ข้อเท็จจริงในชั้นนี้ และพนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด โดยในวันเดียวกันนี้ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวไทยโพสต์ว่า “คดีดังกล่าวนายธนาธร มีการพาดพิงถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อมูลกระบวนการยุติธรรมและเป็นการกล่าวหาคสช. นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการโจมตีกระบวนการยุติธรรมด้วย” นั้น กลุ่ม “อนาคตใหม่” ขอเรียนดังนี้ คสช. เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นจากการรัฐประหารแย่งชิงอำนาจรัฐไปจากประชาชนเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ทำลายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงเป็นองค์กรที่ปราศจากความชอบธรรมทางกฎหมายตามหลักนิติรัฐ – ประชาธิปไตย นับแต่เข้าสู่อำนาจรัฐเป็นต้นมา คสช. ได้ใช้อำนาจดังกล่าว ปราบปรามประชาชนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองกับระบอบเผด็จการที่ตนก่อตั้งขึ้น คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยวิธีการต่างๆ ซึ่งผลของการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายและกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศมาโดยตลอด ถึงแม้ว่า บัดนี้กำลังเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งแล้ว การปราบปราม คุกคาม และจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยอำนาจของเผด็จการ คสช. ก็หาได้ลดลงไม่ สภาพการณ์การเช่นนี้แสดงถึงความไม่จริงใจที่จะนำพาประเทศไปสู่การเลือกตั้งโดยเสรีและเป็นธรรมตามวิถีทางประชาธิปไตย สาระสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย คือ อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้รับรองเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนไว้ ซึ่ง คสช. ในฐานะองค์กรของรัฐมีหน้าที่ต้องเคารพและผูกพันต่อหลักการดังกล่าว ดังนั้น การมุ่งจะดำเนินคดีอาญาต่อนายธนาธรกับพวกรวม ๓ คนในครั้งนี้ จึงเป็นการคุกคามและกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ ทั้งนี้ การกระทำของนายธนาธรและพวกรวม ๓ คน เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและเป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกตามที่รัฐธรรมนูญมุ่งหมายจะคุ้มครอง และการคุกคามจาก คสช. ในครั้งนี้มิได้กระทบต่อจุดยืนทางการเมืองของเรา ที่สนับสนุนการปกครองแบบเสรีประชาธิปไตยและต่อต้านระบอบเผด็จการทุกรูปแบบ อนึ่ง ผลพวงของรัฐประหาร อันได้แก่

แถลงการณ์เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม โดยไม่มีเงื่อนไข

จากกรณีการชุมนุมของ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ระหว่างวันที่ 21-22 พฤษภาคม ซึ่งจัดขึ้นในวาระครบ 4 ปี การทำรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เรียกร้องให้มีการจัดเลือกตั้งภายในปี 2561 และให้ คสช. หยุดสืบทอดอำนาจ การชุมนุมดังกล่าว เริ่มต้นภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในช่วงเย็นของวันที่ 21 พฤษภาคม และมีการเดินเท้าไปชุมนุมตามกำหนดการที่ได้แจ้งไว้ที่ทำเนียบรัฐบาลในเช้าวันที่ 22 พฤษภาคม แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดกั้น ถูกผลักดัน และมีความพยายามในการสลายการชุมนุมเป็นระยะ จนในที่สุดต้องประกาศยุติการชุมนุมบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ผู้นำและผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย 15 คน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดี ถูกร้องทุกข์โดย คสช.ในหลายข้อหา รวมถึงความผิดฐานละเมิดคำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับที่ 3/2558 ห้ามการชุมนุมทางการเมือง 5 คนขึ้นไป โดยได้แยกควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลพญาไท และสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พวกเรา ในนาม “กลุ่มผู้จดจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่” เห็นว่า การชุมนุมดังกล่าว เป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และเป็นการแสดงออกตามสิทธิ เสรีภาพพื้นฐานของประชาชน ตามการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่การปิดกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนการพยายามสลายการชุมนุมต่างหาก ที่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้ชุมนุมอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ ยังมีการนำคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 ซึ่งเป็นคำสั่งที่ออกโดยคณะรัฐประหาร ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐอย่างกว้างขวาง เกินขอบเขต มาบังคับใช้ ซึ่งเป็นการทำลายสิทธิทางการเมืองของประชาชนอย่างไม่เป็นไปตามหลักสากลใดเลย รวมถึงขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่คสช.เองร่างขึ้น กลุ่มผู้จดจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ขอประณามการขัดขวางผู้ชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งของเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนการจับกุมตัว การดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมดังกล่าว และขอเรียกร้องให้ 1. ปล่อยตัวผู้ร่วมชุมนุมในนาม “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ที่ถูกจับกุม ดำเนินคดีทั้งหมด อย่างไม่มีเงื่อนไข 2. ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 และคำสั่งอื่นๆที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน 3. รัฐบาลต้องสร้างความมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งโดยเร็ว อย่างช้าที่สุดคือในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ตามที่หัวหน้า คสช. ได้เคยสัญญาไว้ จงคืนอำนาจอธิปไตยสู่ประชาชน กลุ่มผู้จดจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ 23 พฤษภาคม 2561

แถลงการณ์คณะผู้ขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่

เรื่อง เรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติอนุญาตให้มีการจัดประชุมเพื่อยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้ง พรรคการเมือง และยกเลิกประกาศหรือคําสั่งใดๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินกิจกรรมทางการเมือง ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ออกคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 53/2560 เรื่อง การ ดําเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยในข้อ 5 กําหนดว่า “เพื่อให้การจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่สามารถดําเนินการทางธุรการ และมีโอกาสเตรียมการเพื่อเข้าสู่ช่วงเวลาการทํากิจกรรมทางการเมืองไปพร้อมกับพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นก่อนแล้ว ให้ผู้ที่ประสงค์จะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ดําเนินการตามหมวด 1 ของพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561 แต่การประชุมเพื่อยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองตามมาตรา 10 ต้องได้รับอนุญาตจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และให้ดําเนินกิจกรรมได้เท่าที่ได้รับอนุญาต หรือตามเงื่อนไขที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติกําหนด” และต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กําหนดให้ นายทะเบียนพรรคการเมืองเปิดรับคําขอแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561 นั้น คณะผู้ขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ได้ยื่นคําขอการเตรียมการจัดตั้งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2561 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง และนายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับคําขอไว้ในวันเดียวกัน เมื่อระยะเวลาผ่านไปตามสมควร วันน้ี (9 เมษายน พ.ศ. 2561) คณะผู้ขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่จึงได้มายื่นหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขออนุญาตจัดการประชุมจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 โดยเรามีความเห็นต่อการใช้อํานาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดังนี้ ข้อ 1. การประชุมดังกล่าวเป็นเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 อันเป็นเงื่อนไขซึ่งต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะยื่นคําขอจดทะเบียนพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ ทั้งนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันนี้ กําหนดระยะเวลาบังคับให้ผู้ประสงค์จะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ ต้องยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองภายใน 180 วันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับแจ้งคําขอแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อให้การดําเนินการตามมาตรา 10 ดังกล่าวสามารถลุล่วงโดยดีภายใต้กรอบระยะเวลาที่กฎหมายกําหนดไว้ ดังนั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติพึงมีคําสั่งอนุญาตตามคําขอของข้าพเจ้าให้จัดประชุมจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ตามคําขอโดยรวดเร็ว ไม่อิดเอื้อนหรือล่าช้า ดังที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้อนุญาตให้คณะผู้เตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองพรรคอื่นไปแล้ว ข้อ 2. คณะผู้ขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่เรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติยกเลิกประกาศหรือคําสั่งที่เป็นอุปสรรคต่อการดําเนินการประชุมหรือการดําเนินการใดๆ ทางการเมืองของพรรคการเมืองเดิมที่มีอยู่แล้ว และการดําเนินการประชุมหรือการดําเนินการใดๆ ทางการเมืองของคณะบุคคลที่ขอเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ดังต่อไปนี้ ข้อ 4 และข้อ 8 แห่งคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2560 เรื่อง การดําเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ลงวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ข้อ 2 แห่งประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 57/2557 เรื่อง ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับมีผลบังคับใช้ต่อไป ลงวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2557 คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ลงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558 ทั้งฉบับ อนึ่ง ถึงแม้ว่าตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2560 เรื่อง การดําเนินการตามกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ลงวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ข้อ 8 กําหนดให้การประกาศพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. …. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงในราชกิจจานุเบกษา เป็นเงื่อนไขในการยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติอันเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินการของพรรคการเมืองไว้แล้วก็ตาม แต่เงื่อนไขดังกล่าวไม่พึงเป็นเหตุผลในการห้ามพรรคการเมืองดําเนินการประชุมพรรคการเมือง หรือดําเนินการใดๆ ทางการเมืองของพรรคการเมืองนั้น สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560 กําหนดหลักเกณฑ์ในการจัดตั้ง การบริหารงาน การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง และการกําหนดมาตรการควบคุมการดําเนินการของพรรคการเมืองไว้เป็นการเฉพาะแล้ว จึงไม่จําเป็นต้องรอให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. …. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงในราชกิจจานุเบกษาแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 268 บัญญัติว่า “ให้ดําเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา 267 (1) (2) (3) และ (4) มีผลใช้บังคับแล้ว” การทอดระยะเวลาในการยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติอันเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินการของพรรคการเมืองดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อพรรคการเมืองในการเตรียมจัดการเลือกตั้ง และการกําหนดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง และดําเนินการอื่นให้ครบถ้วนบริบูรณ์ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกําหนดไว้ ไม่ทันภายในระยะเวลา 150 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา 267 วรรคหนึ่ง (1) (2) (3) และ (4) มีผลใช้บังคับ ข้อ 3. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่จะถึงนี้ เป็นการเลือกต้ังครั้งสําคัญของประเทศไทย ในฐานะเป็นดัชนีชี้วัดว่าประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนผ่านจากระบบรัฐบาลทหารไปสู่ประชาธิปไตยได้หรือไม่ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งสําคัญนี้สะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงได้

1 2 3