fbpx

แถลงการณ์

พรรคอนาคตใหม่ : เปิดรับสมัครเพื่อสรรหาผู้ลงสมัครเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภา อบจ.

ดาวน์โหลดไฟล์ PDF ของประกาศนี้ ได้ที่นี่ : ประกาศคกก.สรรหาเลือกตั้งท้องถิ่น 1/2562   โดยขณะนี้ พรรคอนาคตใหม่ ได้เปิดรับสมัครเพื่อสรรหาผู้ที่สนใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารและสมาชิกสภา อบจ. ตามข้อ 2.2.4 แล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม จนถึง 15 สิงหาคม 2562 ตามที่อยู่เว็บไซต์ https://vote.futureforwardparty.org/public/register/2 เข้าสู่ระบบรับสมัคร ที่นี่

แถลงการณ์ในโอกาสครบ 130 ปี วันกรรมกรสากล

  “วันกรรมกรสากล” หรือ “วันเมย์เดย์” (May Day) กำเนิดมาจากการต่อสู้ของชนชั้นกรรมาชีพในยุโรปและอเมริกา ในยุคของ “การปฏิวัติอุตสาหกรรม” จากสังคมเกษตรไปสู่สังคมอุตสาหกรรมที่ส่งผลให้ผู้คนอพยพจากการผลิตภาคเกษตรกรรมไปเป็นแรงงานภาคอุตสาหกรรม   ซึ่งผู้ใช้แรงงานต้องทนกับการถูกกดขี่จากนายทุนโรงงานอุตสาหกรรมที่ขูดรีดและเอาเปรียบ เช่น ถูกบังคับให้ใช้แรงงานเยี่ยงทาส ต้องทำงานหนักถึงวันละ 14-16 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด มีการเคลื่อนไหวต่อสู้การกดค่าจ้างและให้ลดชั่วโมงการทำงาน เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1886 คนงานแห่งเมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นัดหยุดงานครั้งใหญ่และจัดการชุมนุมเดินขบวนเพื่อเรียกร้อง “ระบบ 888” คือ ทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง การต่อสู้ครั้งนั้น อำนาจรัฐนายทุน ได้ใช้กำลังเข้าปราบปรามอย่างรุนแรง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ล้มตาย ถูกจับกุมคุมขังจำนวนมาก หลังจากนั้น สหพันธ์แรงงานแห่งสหรัฐอเมริกาได้ร่วมมือกับแรงงานจากยุโรปจัดประชุมสภาสังคมนิยมสากล ณ กรุงปารีส ร่วมเดินขบวนเรียกร้องลดชั่วโมงทำงานลงเหลือ 8 ชั่วโมงต่อวัน และให้วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปีเป็น “วันกรรมกรสากล” เพื่อเดินขบวนแสดงพลังและระลึกถึงการยืนหยัดต่อสู้ของคนงานชิคาโกและคนงานในที่อื่นๆ 1 พฤษภาคมของทุกปี คือ “วันกรรมกรสากล” เป็นสัญลักษณ์แห่งการสามัคคีต่อสู้เพื่อชนชั้นกรรมกร  ซึ่ทั่วโลกจัดให้มีการชุมนุมเดินขบวน สร้างวัฒนธรรมการต่อสู้ เพื่อปลดปล่อยจากการกดขี่ขูดรีดของระบบทุนนิยม   การต่อสู้ของขบวนการกรรมกรในไทย ในประเทศไทย การจัดงานวันกรรมกรสากลในที่สาธารณะอย่างเปิดเผยครั้งแรก มีขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ราว 8 เดือน) ที่สนามหน้าสำนักงานสมาคมไตรจักร (สามล้อ) พระราชวังอุทยานสราญรมย์ จัดโดยสมาคมกรรมกรสงเคราะห์กรุงเทพร่วมกับสมาคมไตรจักร ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ 3 พันคน ปีถัดมา พ.ศ. 2490 มีขึ้นที่ท้องสนามหลวง ภายใต้คำขวัญ “กรรมกรทั้งหลายจงสามัคคีกัน” ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงพลังความสามัคคีของชนชั้นกรรมกรไทยครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อเฉลิมฉลองการจัดตั้งสหพันธ์กรรมกรระดับชาติแห่งแรกในประเทศไทย คือ “สมาคมสหอาชีวะกรรมกรแห่งประเทศไทย” วันกรรมกรสากลปีนั้นมีผู้เข้าร่วมกว่าแสนคน นับเป็นการจัดงานที่มาจากจิตสำนึกของกรรมกร โดยกรรมกร และเพื่อกรรมกรอย่างแท้จริง แต่เมื่อเกิดรัฐประหารอีกราว 6 เดือนถัดมา เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 รัฐบาลเผด็จการทหารได้สั่งห้ามจัดงานวันกรรมกรสากลขึ้นอีก จนกระทั่งปี พ.ศ. 2499 มีการรวมตัวกันในนาม “กรรมกร 16 หน่วย” เคลื่อนไหวให้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายรับรองสิทธิด้านต่าง ๆ  และให้มีการจัดงานวันกรรมกรสากล แต่การเจรจากลับทำให้ต้องยอมรับเงื่อนไขการเปลี่ยนชื่อจาก “วันกรรมกรสากล” เป็น “วันแรงงานแห่งชาติ” และใช้มาจนถึงทุกวันนี้ พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับบทบาทของแรงงาน ในการเรียกร้องในสิ่งที่ก้าวหน้าและไปไกลกว่าแค่เรื่องค่าจ้าง แต่เป็นความมั่นคงในชีวิต  นโยบายเรื่องสวัสดิภาพแรงงานต้องเดินหน้าไปพร้อมกับนโยบายสวัสดิการด้านต่างๆ  กรรมกรต้องมีอำนาจของตนในทางการเมือง ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่กรรมกรจะยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ พรรคอนาคตใหม่คือพรรคการเมืองที่เปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มสาขาอาชีพเข้าร่วมได้โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ —————   นโยบายด้านแรงงานของพรรคอนาคตใหม่ จัดให้มีสวัสดิการประชาชนแบบถ้วนหน้า เสมอภาค ครบวงจร เช่น สวัสดิการเลี้ยงดูบุตร 0-6 ปี 1,200 บาท/เดือน, สวัสดิการเรียนฟรี อายุ 7 -17 ปี, สวัสดิการสนับสนุนการเรียนรู้ของเยาวชน อายุ 18-22 ปี 2,000 บาท/เดือน, สิทธิการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพในมาตรฐานเดียวกัน, สิทธิบำนาญคนชราถ้วนหน้า 1,800 บาท/เดือน ลดชั่วโมงทำงานเป็น 40 ชั่วโมง/สัปดาห์, ปรับสัญญาการจ้างงานรายวันให้เป็นจ้างประจำรายเดือนเพิ่มขึ้น ลูกจ้างเหมาค่าแรงได้รับสิทธิเท่าเทียมที่เป็นจริงในสถานประกอบการ ขยายสิทธิ์ลาคลอดเลี้ยงดูบุตร 180 วัน ได้รับค่าจ้าง มีสิทธิ์ลาได้ทั้งพ่อและแม่ เพิ่มลาพักร้อนเป็น 10 วัน/ปี ค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อชีวิต ปรับอัตโนมัติ / โครงสร้างค่าจ้างในสถานประกอบการ แรงงานรับจ้างทั่วไป แรงงานนอกระบบประกันตนในระบบประกันสังคมเพิ่มขึ้น แรงงานใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส.-ส.ว. ในเขตพื้นที่ตั้งของสถานประกอบการ สนับสนุนการรวมตัวเจรจาต่อรอง รับรอง อนุสัญญา ILO 87, 98   นี่คือข้อเสนอต่อพี่น้องกรรมกรในสถานการณ์ที่ต้องสร้างประชาธิปไตย พรรคอนาคตใหม่และเครือข่ายแรงงาน ขอเชิญชวนพี่น้องกรรมกร ทุกคน ทุกกลุ่ม ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เพื่อการสร้างสังคมของกรรมกรและราษฎรทั้งหลาย ให้ได้สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน   วันเมย์เดย์

แถลงการณ์กรณีผลการนับคะแนนเลือกตั้งครั้งที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม

หลังจากนางสาวสาวิกา ลิมปสุวัณณะ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม พบความผิดพลาดในการรวมคะแนนเลือกตั้งของ กกต. จากเดิมที่ กกต. ประกาศให้ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ชนะผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ 147 คะแนน แต่เมื่อนางสาวสาวิกานำคะแนนที่ได้จาก กกต. รายหน่วยมาตรวจสอบใหม่ กลับพบว่าคะแนนอนาคตใหม่ชนะประชาธิปัตย์ 4 คะแนน ทำให้ กกต. มีมติให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งเขต เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผลคะแนนของเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม ถือเป็นกรณีที่มีปัญหาอย่างมาก โดยมีการแสดงคะแนนเปลี่ยนไปมาถึง 5 ครั้ง ได้แก่ 24 มีนาคม กกต. ประกาศให้พรรคอนาคตใหม่แพ้ประชาธิปัตย์ 147 คะแนน ด้วยคะแนน 35,615 ต่อ 35,762 1 สัปดาห์หลังเลือกตั้ง ผู้สมัครอนาคตใหม่ขอคะแนนรายหน่วยจาก กกต. มาตรวจสอบเอง พบว่าพรรคอนาคตใหม่ ชนะพรรคประชาธิปัตย์ 4 คะแนน ด้วยคะแนน 35,766 ต่อ 35,762 28 เมษายน พรรคประชาธิปัตย์ประกาศชัยชนะ ได้คะแนนมากกว่าพรรคอนาคตใหม่ 4 คะแนน ด้วยคะแนน 35,707 ต่อ 35,711 วันเดียวกันนายฉัตรชัย จันทร์พรายศรี กรรมการ กกต. ให้สัมภาษณ์ว่าพรรคอนาคตใหม่ชนะพรรคประชาธิปัตย์ 62 คะแนน ด้วยคะแนน 35,707 ต่อ 35,645 29 เมษายน นายจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. แถลงว่าพรรคอนาคตใหม่แพ้พรรคประชาธิปัตย์ 4 คะแนน 35,707 ต่อ 35,711   คะแนนที่เปลี่ยนไปมาเช่นนี้ ทำให้ไม่สามารถหาข้อยุติอันชอบธรรมได้เลยว่าผลการเลือกตั้งครั้งใดถือว่าเป็นครั้งที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุไฟดับนานถึง 20 วินาทีในระหว่างการนับคะแนน และผู้สังเกตการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ได้ตรวจสอบพบเหตุผิดปกติหลายกรณี มากเกินกว่าจำนวนคะแนนที่พรรคอนาคตใหม่แพ้พรรคประชาธิปัตย์ ข้อเท็จจริงดังกล่าว เป็นกรณีปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 ของจังหวัดนครปฐมมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง พรรคอนาคตใหม่จึงขอเรียกร้องให้ กกต. สั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งเขต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 124 เพื่อให้ได้มาซึ่งผลการเลือกตั้งที่โปร่งใสเป็นธรรม สะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชน และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

แถลงการณ์เรื่องการยุบพรรคไทยรักษาชาติ

แถลงการณ์พรรคอนาคตใหม่เรื่อง  ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ____________________ จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ พรรคอนาคตใหม่มีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังนี้ 1. ในรัฐเสรีประชาธิปไตย บุคคลที่มีแนวคิดอุดมการณ์เดียวกันย่อมมีเสรีภาพในการรวมตัวกันจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐโดยผ่านการนำเสนอนโยบายเพื่อให้ประชาชนเลือก พรรคการเมืองจึงเป็นสถาบันการเมืองอันสำคัญยิ่งในระบอบประชาธิปไตย การยุบพรรคการเมืองจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเหตุอันจำเป็นที่จะต้องรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น 2. ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา มีกระบวนการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง มีการยุบพรรคการเมืองซึ่งครองเสียงข้างมากมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งไม่ได้ส่งผลดีต่อระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ตรงกันข้าม การยุบพรรคการเมืองกลับทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยต่อการใช้อำนาจขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ จนทำให้ประเทศไทยเดินทางมาถึงจุดที่ไม่อาจหา “ข้อยุติ” ที่ทุกฝ่ายยอมรับกันได้ 3. การยุบพรรคการเมืองในช่วงเวลาก่อนถึงวันเลือกตั้งเพียง 17 วัน ย่อมส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ด้วย ในประการแรก การยุบพรรคการเมืองเป็นการตัดโอกาสมิให้พรรคการเมืองที่ถูกยุบได้เข้าแข่งขันในการเลือกตั้ง และทำลายเจตจำนงของประชาชนที่ต้องการเลือกพรรคการเมืองที่ถูกยุบ ประการที่สอง การยุบพรรคการเมืองในช่วงเวลานี้อาจทำให้ประชาชนเสียความเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างเสรีและเป็นธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากพรรคที่ถูกยุบเป็นพรรคที่มีจุดยืนต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. 4. ในรัฐเสรีประชาธิปไตยประกอบไปด้วยความชอบธรรมสองประการ ประการแรก ความชอบธรรมจากฐานที่มาของอำนาจรัฐ ได้แก่ อำนาจของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง การเลือกผู้แทนราษฎรและรัฐบาล ประการที่สอง ความชอบธรรมจากการจำกัดการใช้อำนาจ ได้แก่ การประกันเสรีภาพของประชาชนมิให้ถูกอำนาจรัฐล่วงละเมิด และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่า ในรัฐเสรีประชาธิปไตย สถาบันทางการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องถูกตรวจสอบ เช่นเดียวกัน รัฐเสรีประชาธิปไตยก็ไม่อาจยอมรับให้องค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบสามารถใช้อำนาจในนามของการตรวจสอบตามอำเภอใจ ขบวนการ “ตุลาการภิวัตน์” หรือการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมืองตลอดกว่าทศวรรษ ไม่ได้ช่วยให้ความขัดแย้งทางการเมืองลดลง แต่กลับทำให้ระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจถูกตั้งคำถาม จนกลายเป็นว่า ฝ่ายหนึ่ง ก็มองว่ารัฐบาลเสียงข้างมากใช้อำนาจโดยมิชอบ อีกฝ่ายหนึ่ง ก็มองว่าองค์กรตุลาการและองค์กรอิสระต้องการทำลายฝ่ายเสียงข้างมาก สภาพการณ์เช่นนี้ นำมาซึ่งการแตกขั้วทางการเมืองจนถึงที่สุด จนสังคมไทยไม่อาจหาฉันทามติได้ พรรคอนาคตใหม่เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อออกแบบความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเมืองต่าง ๆ ให้ได้ดุลยภาพ เคารพเสียงข้างมากพร้อมกับคุ้มครองเสียงข้างน้อย สร้างระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ องค์กรตุลาการ และองค์กรอิสระที่ได้มาตรฐานตามแบบประชาธิปไตยสากลและสามารถควบคุมมิให้เสียงข้างมากใช้อำนาจโดยมิชอบได้ โดยต้องไม่ตกเป็น “เครื่องมือ” ในการกวาดล้างทางการเมือง พรรคอนาคตใหม่ขอเรียกร้องให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงในการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 เพื่อต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้ระบอบเผด็จการได้วางกลไกการสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญและกฎหมายไว้ แต่ก็ไม่อาจต้านทานอำนาจของประชาชนได้ 24 มีนาคม 2562 จับปากกาฆ่าเผด็จการ เริ่มต้นยุติวงจรรัฐประหาร เปิดฉากการเมืองแบบใหม่ที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน พรรคอนาคตใหม่วันที่ 7 มีนาคม 2562

การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐและพรรคไทยรักษาชาติ

ดาวน์โหลดแถลงการณ์ PDF   แถลงการณ์พรรคอนาคตใหม่ เรื่อง  การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐและพรรคไทยรักษาชาติ ____________________       จากกรณีที่พรรคพลังประชารัฐมีมติเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคไทยรักษาชาติมีมติเสนอทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ มหิดล ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่มีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังนี้ พรรคอนาคตใหม่ขอเรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ลาออกจากทั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ด้วยเหตุผล 2 ประการ ประการแรก การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ของ พล.อ.ประยุทธ์ในขณะจัดการเลือกตั้งทั่วไปนั้น ไม่สามารถเทียบได้กับบรรทัดฐานสากลเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. ยังคงอนุญาตให้รัฐบาลมีอำนาจเต็ม ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการที่มีอำนาจจำกัด และหัวหน้า คสช. ยังมีอำนาจเผด็จการตามมาตรา 44 ด้วย ประการที่สอง หัวหน้า คสช. มีอำนาจแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลงคะแนนให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาหลังการเลือกตั้ง ดังนั้น การดำรงตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช. ของ พล.อ. ประยุทธ์ พร้อมกับเป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จึงเป็นกรณีผลประโยชน์ทับซ้อนและส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สามารถดำเนินไปได้โดยเสรีและเป็นธรรม ในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 มีนาคม 2562 พรรคอนาคตใหม่ยืนยันเสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่หนึ่งของพรรคอนาคตใหม่ เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคอนาคตใหม่ยังยืนยันในข้อเสนอทางการเมือง 3 ข้อ ได้แก่ (1) หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. (2) แก้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ทั้งฉบับ และ (3) ลบล้างผลพวงรัฐประหาร พรรคอนาคตใหม่เชื่อว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบประชาธิปไตยและการบรรลุข้อเสนอทั้ง 3 ข้อนั้น จะเป็นไปได้ก็ด้วยแนวทางที่มั่นคงในหลักการประชาธิปไตยที่ประชาชนต้องถูกรวมเข้าไปในกระบวนการตัดสินใจทางการเมือง ผลประโยชน์ของประชาชนจะต้องไม่ถูกลืม และสิทธิเสรีภาพของประชาชนต้องได้รับการค้ำประกัน  จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า การตกลงรอมชอมกันเองระหว่างชนชั้นนำไม่สามารถแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้เลย ผลพวงของการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ประการหนึ่ง คือ การปูทางไปสู่การสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารผ่านรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่เปิดช่องทางให้พรรคการเมืองสามารถเสนอชื่อบุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นนายกรัฐมนตรีได้ พรรคอนาคตใหม่เห็นว่า พรรคการเมืองที่ยืนหยัดกับหลักการประชาธิปไตยจะต้องยึดถือหลักการ “นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.” หลักการ “นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.” คือ มรดกของเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 เป็นผลพวงจากการต่อสู้ของประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยต่อระบอบ “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” ตามรัฐธรรมนูญ 2521 และ 2534 ที่ต้องการให้การเลือกตั้งเป็นเพียง “เครื่องประดับ” และหลังเลือกตั้งกลับเชิญ “คนนอก” เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับมีวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง ประกอบไปด้วยนายทหารและข้าราชการประจำ  เราต้องแลกเลือดเนื้อชีวิตของประชาชนไปจำนวนมาก กว่าประเทศไทยจะสถาปนาหลักการ “นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.” ลงไปในรัฐธรรมนูญ 2540 ก่อนจะถูกฉีกโดยการรัฐประหาร 2549 พรรคอนาคตใหม่เรียกร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องดำเนินไปอย่างเสรี เป็นธรรม และแข่งขันกันอย่างเสมอภาคเท่าเทียม บุคคล สื่อมวลชน ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมืองทุกพรรคต้องมีเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเผชิญกับอุปสรรคขัดขวางในทางกฎหมายและในทางประเพณีค่านิยม เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นกระบวนการสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย พรรคอนาคตใหม่มีความพร้อมกับการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 ทั้งในด้านบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี บุคคลที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี ผู้สมัคร ส.ส. ตลอดจนนโยบายของพรรคที่มุ่งแก้ไขปัญหาโครงสร้างทั้งระบบ เรายืนยันว่า หากพรรคอนาคตใหม่ได้เสียงข้างมากเพียงพอ พรรคอนาคตใหม่พร้อมเป็นรัฐบาล และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี แต่หากเกิดกรณีจัดตั้ง “รัฐบาลแห่งชาติ” ที่รวบรวมทุกพรรคการเมืองเข้าด้วยกัน พรรคอนาคตใหม่ก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเพราะว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 106 บังคับให้ต้องมีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาจำเป็นต้องมีฝ่ายค้านที่คอยตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาลด้วย   สุดท้ายพรรคอนาคตใหม่เชื่อในการเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปได้ เราเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องเลือกอยู่ระหว่างการเมืองแบบเผด็จการทหารกับการเมืองแบบเก่า แต่การเมืองแบบใหม่เป็นไปได้ การเมืองที่เป็นของคนทุกคน ไม่ใช่การตกลงเจรจาโดยผู้มีอำนาจไม่กี่คน เป็นไปได้ การเมืองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน เป็นไปได้   พรรคอนาคตใหม่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562          

แถลงการณ์ เรื่อง การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐและพรรคไทยรักษาชาติ

จากกรณีที่พรรคพลังประชารัฐมีมติเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคไทยรักษาชาติมีมติเสนอทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี  ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่มีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังนี้ 1. พรรคอนาคตใหม่ขอเรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ลาออกจากทั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ด้วยเหตุผล 2 ประการ ประการแรก การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ของ พล.อ.ประยุทธ์ในขณะจัดการเลือกตั้งทั่วไปนั้น ไม่สามารถเทียบได้กับบรรทัดฐานสากลเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. ยังคงอนุญาตให้รัฐบาลมีอำนาจเต็ม ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการที่มีอำนาจจำกัด และหัวหน้า คสช. ยังมีอำนาจเผด็จการตามมาตรา 44 ด้วย ประการที่สอง หัวหน้า คสช. มีอำนาจแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลงคะแนนให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาหลังการเลือกตั้ง ดังนั้น การดำรงตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช. ของ พล.อ. ประยุทธ์ พร้อมกับเป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จึงเป็นกรณีผลประโยชน์ทับซ้อนและส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สามารถดำเนินไปได้โดยเสรีและเป็นธรรม   2. ในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 มีนาคม 2562 พรรคอนาคตใหม่ยืนยันเสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่หนึ่งของพรรคอนาคตใหม่ เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคอนาคตใหม่ยังยืนยันในข้อเสนอทางการเมือง 3 ข้อ ได้แก่ (1) หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. (2) แก้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ทั้งฉบับ และ (3) ลบล้างผลพวงรัฐประหาร พรรคอนาคตใหม่เชื่อว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบประชาธิปไตยและการบรรลุข้อเสนอทั้ง 3 ข้อนั้น จะเป็นไปได้ก็ด้วยแนวทางที่มั่นคงในหลักการประชาธิปไตยที่ประชาชนต้องถูกรวมเข้าไปในกระบวนการตัดสินใจทางการเมือง ผลประโยชน์ของประชาชนจะต้องไม่ถูกลืม และสิทธิเสรีภาพของประชาชนต้องได้รับการค้ำประกัน จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า การตกลงรอมชอมกันเองระหว่างชนชั้นนำไม่สามารถแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้เลย   3. ผลพวงของการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ประการหนึ่ง คือ การปูทางไปสู่การสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารผ่านรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่เปิดช่องทางให้พรรคการเมืองสามารถเสนอชื่อบุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นนายกรัฐมนตรีได้ พรรคอนาคตใหม่เห็นว่า พรรคการเมืองที่ยืนหยัดกับหลักการประชาธิปไตยจะต้องยึดถือหลักการ “นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.” หลักการ “นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.” คือ มรดกของเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 เป็นผลพวงจากการต่อสู้ของประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยต่อระบอบ “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” ตามรัฐธรรมนูญ 2521 และ 2534 ที่ต้องการให้การเลือกตั้งเป็นเพียง “เครื่องประดับ” และหลังเลือกตั้งกลับเชิญ “คนนอก” เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับมีวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง ประกอบไปด้วยนายทหารและข้าราชการประจำ เราต้องแลกเลือดเนื้อชีวิตของประชาชนไปจำนวนมาก กว่าประเทศไทยจะสถาปนาหลักการ “นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.” ลงไปในรัฐธรรมนูญ 2540 ก่อนจะถูกฉีกโดยการรัฐประหาร 2549   4. พรรคอนาคตใหม่เรียกร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องดำเนินไปอย่างเสรี เป็นธรรม และแข่งขันกันอย่างเสมอภาคเท่าเทียม บุคคล สื่อมวลชน ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมืองทุกพรรคต้องมีเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเผชิญกับอุปสรรคขัดขวางในทางกฎหมายและในทางประเพณีค่านิยม เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นกระบวนการสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย   5. พรรคอนาคตใหม่มีความพร้อมกับการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 ทั้งในด้านบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี บุคคลที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี ผู้สมัคร ส.ส. ตลอดจนนโยบายของพรรคที่มุ่งแก้ไขปัญหาโครงสร้างทั้งระบบ เรายืนยันว่า หากพรรคอนาคตใหม่ได้เสียงข้างมากเพียงพอ พรรคอนาคตใหม่พร้อมเป็นรัฐบาล และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี แต่หากเกิดกรณีจัดตั้ง “รัฐบาลแห่งชาติ” ที่รวบรวมทุกพรรคการเมืองเข้าด้วยกัน พรรคอนาคตใหม่ก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเพราะว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 106 บังคับให้ต้องมีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาจำเป็นต้องมีฝ่ายค้านที่คอยตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาลด้วย   สุดท้ายพรรคอนาคตใหม่เชื่อในการเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปได้ เราเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องเลือกอยู่ระหว่างการเมืองแบบเผด็จการทหารกับการเมืองแบบเก่า แต่การเมืองแบบใหม่เป็นไปได้ การเมืองที่เป็นของคนทุกคน ไม่ใช่การตกลงเจรจาโดยผู้มีอำนาจไม่กี่คน เป็นไปได้ การเมืองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน เป็นไปได้   พรรคอนาคตใหม่  วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562

แถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมโดยไม่มีเงื่อนไข หยุดใช้อำนาจปิดปากประชาชน

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า การเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 และพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่จะเข้าสู่สนามการแข่งขันในครั้งนี้ ได้ส่งเทียบเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ในนามของพรรค ลำดับที่ 1 กรณีดังกล่าว ทำให้ประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามต่อความเป็นธรรมที่จะเกิดขึ้นในการเลือกตั้ง เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ ไม่เหมือนรัฐบาลช่วงการเลือกตั้งทุกๆ ชุดที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรัฐบาลรักษาการ ดังนั้น จึงอาจใช้อำนาจนี้ เอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพลังประชารัฐ ที่จะผลักดันตนเองให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้ จึงทำให้เกิดกระแสเรียกร้อง กดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้นำประเทศ จนควบคุมตัวเองไม่อยู่ และหลุดคำผรุสวาทออกมาว่า #มึงมาไล่กูสิ และในที่สุดก็ต้องออกมาขอโทษประชาชน การรับเทียบเชิญเป็นผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยต่อไป ของพล.อ.ประยุทธ์ ยังทำให้เกิดการชุมนุมของประชาชนที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งการชุมนุมดังกล่าวเป็นสิทธิ์ เสรีภาพ ตามการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ผู้ชุมนุมอ่านแถลงการณ์และเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่ง ตามคำที่เคยท้าทายประชาชนไว้ การแสดงออกดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติ เพราะแสดงถึงความอึดอัดต่อท่าทีผู้นำประเทศ แต่ผู้ชุมนุมกลับถูกเจ้าหน้าที่รัฐควบคุมตัว และแจ้งข้อหาฐานชุมนุมโดยไม่แจ้ง ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ กรณีดังกล่าว สะท้อนว่าการออกมาขอโทษของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เป็นไปโดยเกิดจากการสำนึกผิด เพราะถ้ารู้สึกผิด ต้องไม่จับกุมประชาชนที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย และที่สำคัญ การชุมนุมดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์เองที่เป็นคนท้าทายประชาชน ด้วยคำพูดที่ไม่ควรหลุดออกมาจากปากของผู้นำประเทศ พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่า การชุมนุมของประชาชนอย่างสงบเป็นสิทธิ์ เสรีภาพ ตามการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การจับกุมผู้ชุมนุม มองได้อย่างเดียวว่าเป็นการปิดปากประชาชนที่ออกมาแสดงความไม่พอใจ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่จึงขอเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข รวมถึงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งหัวหน้า คสช. ให้รัฐบาลรักษาการทำหน้าที่ต่อไป เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 เสรี สุจริต และเป็นธรรม อย่างแท้จริง   #พรรคอนาคตใหม่ #เลือกตั้ง62 #24มีนากาอนาคตใหม่

แถลงการณ์กรณีการแข่งขันกีฬาระหว่างพรรคการเมือง

เดิมพรรคอนาคตใหม่ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ  ด้วยจุดประสงค์ต้องการแสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองสามารถร่วมมือกันทำการเมืองที่สร้างสรรค์ได้ แม้จุดยืน อุดมการณ์บางอย่างจะแตกต่างกัน และยังหวังจะใช้โอกาสนี้ ผลักดันให้พรรคการเมืองมีจุดยืนร่วมกันบางประการต่อสังคม เช่นการยืนยันให้ไม่เลื่อนการเลือกตั้งจาก 24 กุมภาพันธ์ 2562 หรือการเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกคำสั่งห้ามชุมนุมทางการเมือง 5 คนขึ้นไป  เพื่อให้การทำกิจกรรมร่วมกันครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแข่งกีฬา แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองต้องการบรรยากาศที่เปิดทางไปสู่ประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง และตัวแทนของพรรคอนาคตใหม่ก็ได้เสนอเรื่องนี้ต่อวงประชุมที่มี 5 พรรคการเมืองเข้าร่วมในวันนี้ ได้แก่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคชาติพัฒนา และพรรคอนาคตใหม่ อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุม ทาง New Dem ของพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่าได้เชิญพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งพรรคอนาคตใหม่มีจุดยืนเรื่องการไม่เอาการสืบทอดอำนาจของ คสช. ซึ่งไม่อาจประนีประนอมได้  จึงไม่อาจร่วมกิจกรรมกับพรรคที่เป็นกลไกสืบทอดอำนาจของ คสช.โดยตรงอย่างพรรคพลังประชารัฐ นอกจากนี้ ยังเกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกและผู้สนับสนุนพรรคจำนวนมาก ถึงความเหมาะสมในการเข้าร่วมกิจกรรมนี้  โดยเสียงส่วนใหญ่สะท้อนว่าพรรคไม่ควรร่วมกิจกรรมกับพรรคการเมืองที่มีส่วนในการสนับสนุนให้เกิดการรัฐประหาร และการสังหารผู้ชุมนุมทางการเมือง ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่จึงจำต้องขอถอนตัวจากกิจกรรมแข่งกีฬาดังกล่าว  และขอเรียกร้องให้แต่ละพรรคแสดงจุดยืนทางการเมืองร่วมกันมากกว่าเรื่องกีฬา  แต่เป็นการผลักดันให้ คสช. อย่าเลื่อนการเลือกตั้งออกไป และปลดล็อกคำสั่งห้ามชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป พรรคอนาคตใหม่หวังว่าพรรคการเมืองต่างๆ จะพยายามแสวงหาโอกาสในการสร้างพลังทางการเมืองร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ต่อไป เพื่ออนาคตของประเทศไทยและประชาธิปไตย   พรรคอนาคตใหม่ 19 พฤศจิกายน 2561

1 2