fbpx

ข่าวจากพรรค

(คลิป) ปิยบุตร เข้าพบ ปอท.ไม่หวั่นเพราะแสดงออกสุจริตตามหลักวิชาการ

เช้าวันนี้ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เข้าพบเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ตามหมายเรียกคดีอ่านแถลงการณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ทษช.  โดยถูกกกล่าวหาว่าหมิ่นศาลและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(2) ปิยบุตรยืนยันว่าไม่กังวลที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้เพราะมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทยและตนเองได้แสดงออกโดยสุจริตตามหลักวิชาการของนักกฎหมาย แต่ถ้าหากสุดท้ายแล้วพบว่าตนมีความผิดจริง จะกระทบกระเทือนต่อบรรทัดฐานเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบการทำงานของศาลและองค์กรอื่นๆ ต่อไปในอนาคต อย่างไรก็ตามอยากตั้งข้อสังเกตว่าตั้งแต่สอนหนังสือมา 16 ปี ไม่เคยถูกดำเนินคดีใดๆ  แต่เมื่อตั้งพรรคอนาคตใหม่มาไม่ถึงหนึ่งปีกลับถูกแจ้งความดำเนินคดีจำนวนมาก 'ปิยบุตร' เข้าพบ ปอท.ไม่หวั่นเพราะแสดงออกสุจริตตามหลักวิชาการ ด้านผู้สนับสนุนให้กำลังใจล้นหลาม.เช้าวันนี้ Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่เข้าพบเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ตามหมายเรียกคดีอ่านแถลงการณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ทษช. โดยถูกกกล่าวหาว่าหมิ่นศาลและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(2).ปิยบุตรยืนยันว่าไม่กังวลที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้เพราะมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทยและตนเองได้แสดงออกโดยสุจริตตามหลักวิชาการของนักกฎหมาย แต่ถ้าหากสุดท้ายแล้วพบว่าตนมีความผิดจริง จะกระทบกระเทือนต่อบรรทัดฐานเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบการทำงานของศาลและองค์กรอื่นๆ ต่อไปในอนาคต.อย่างไรก็ตามอยากตั้งข้อสังเกตว่าตั้งแต่สอนหนังสือมา 16 ปี ไม่เคยถูกดำเนินคดีใดๆ แต่เมื่อตั้งพรรคอนาคตใหม่มาไม่ถึงหนึ่งปีกลับถูกแจ้งความดำเนินคดีจำนวนมาก.ร่วมยืนเคียงข้างปิยบุตร ติดแฮชแท็ก #SavePiyabutr ไม่ต้องกังวลอะไร แล้วมุ่งเดินหน้าสู่ความฝันของเราต่อไป 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年4月17日周三

“อนาคตใหม่” โหนรถเมล์ร้อนสมัคร ส.ส. “ธนาธร” ชูลดมลพิษ PM2.5 – เล็งสร้างขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พรรคอนาคตใหม่ นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค นำทีมผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร ทั้ง 30 คน 30 เขต มายังสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง โดยเดินทางมาที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพ (ไทย-ญี่ปุ่น) ด้วยรถประจำทาง นายธนาธร กล่าวว่า เหตุผลที่สมาชิกพรรคอนาคตใหม่เลือกเดินทางมาด้วยรถเมล์พร้อมกันทั้งหมดทุกคน เพราะต้องการลดมลภาวะ ซึ่งหากแยกกันเดินทางมา จะต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวมากกว่า30 คันอย่างแน่นอน เราจึงเลือกเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ และแน่นอนว่าสิ่งที่ได้สัมผัสจากการใช้ขนส่งสาธารณะ คือ ความร้อน ฝุ่นควัน PM 2.5 มลพิษ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ประชาชนผู้ใช้ขนส่งสารณะต้องเจออย่างเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งตอกย้ำว่าประเทศไทยควรพัฒนาขนส่งสาธารณะให้เร็วที่สุด ต้องทำให้ขนส่งสาธารณะที่ดี มีคุณภาพเป็นของทุกคน นี่คือทางออกของประเทศ โดยเรื่องนี้เป็นสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่จะผลักดันเป็นอันดับต้นๆเมื่อเข้าไปมีอำนาจ ประชาชนจะเท่าเทียมกันได้ ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ชีวิตประจำวันที่ต้องเผชิญ ขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน คือสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ต้องดำเนินการให้สำเร็จอย่างเร่งด่วน นายธนาธร กล่าวว่า วันนี้ พรรคอนาคตอนาคตใหม่ กรุงเทพมหานคร ทั้ง 30 เขต เราพร้อมลงสมัครครบทุกเขต ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ เรายืนยันมาตลอดว่า ไม่มีนายกฯคนใน ไม่มีนายกฯคนนอก ไม่มีบัญชี 1 ไม่มีบัญชี 2 มีแต่การสืบทอดอำนาจของ คสช.กับการยุติอำนาจของ คสช. เท่านั้น โดยผู้สมัครเขตของเราเป็นคนหน้าใหม่ทั้งหมด ไม่มีใครอยู่ในระบบการแบบเก่าเมืองมาก่อน ไม่ใช่ลูกหลานนักการเมือง เราเชื่อว่าประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลง และประชาชนจะให้โอกาสพรรคอนาคตใหม่ได้ไปสร้างความเปลี่ยนแปลง

“อนาคตใหม่” เปิดปาร์ตี้ลิสต์รุ่นใหญ่ ฮือฮา “สุพิศาล” อดีตผู้การกองปราบ-ชูปลดแอกตำรวจจากกองทัพ “สุรชัย – ชำนาญ” ร่วมดัน “อี กอฟเวอร์เม้นท์” และ “กระจายอำนาจ”

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพรรคอนาคตใหม่ เปิดตัว 10 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งวางตัวเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ตามที่แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญไปแล้วนั้น ล่าสุดในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เตรียมแถลงข่าวแถลงเปิดตัวและชี้แจงภาพรวมของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 350 เขต รวมถึง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดของพรรค โดยรายชื่อที่ได้รับการจับตาคือ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ( ผบก.ป.) อายุ 65 ปี ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ติดตามพรรคอนาคตใหม่ตั้งแต่วันจดจองชื่อเมื่อ 15 มีนาคม ปีที่แล้ว ตอนนั้นตนอยู่ต่างประเทศ ได้ฟังการแถลงข่าวแล้วรู้สึกประทับใจ เห็นว่าสิ่งที่่พรรคจะทำคือสิ่งที่ถูกต้อง จึงค้นชื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และติดตามข้อมูลอื่นๆ ก็รู้สึกว่าเป็นคนหนุ่มที่น่าทึ่ง มีอุดมการณ์ มีความพยายาม คิดไม่เหมือนเศรษฐีคนไหน คือ ยอมทิ้งธุรกิจที่สร้างรายได้มหาศาลของตัวเอง แล้วมาก่อตั้งพรรคด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อประชาชน ไปพูดคุย รับฟังปัญหาจากประชาชนอย่างแท้จริง และเมื่อยิ่งติดตามต่อมาเรื่อยๆ และได้ไปมีส่วนร่วมในวันประชุมกรรมการบริหารพรรคที่ ม.ธรรมศาสตร์ การดีเบตร่วมกับพรรคการเมืองต่างๆ การแถลงนโยบายพรรค ยิ่งทำให้มั่นใจว่า นี่คือสิ่งที่ตนเองอยากเห็น และคิดว่าควรที่จะนำความรู้ความสามารถที่มีไปร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศนี้ร่วมกับพรรคอนาคตใหม่ จึงได้ไปสมัครเป็นสมาชิกตลอดชีพ และต่อมาก็เสนอตัวเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ตามขั้นตอนตามระเบียบของพรรค ซึ่งก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อยว่า ถ้ารู้จักคุณธนาธรตั้งแต่ต้น จะไปร่วมเป็นผู้จดจัดตั้งพรรคตั้งแต่แรกด้วย “สำหรับสิ่งที่อยากจะผลักดันร่วมกับอนาคตใหม่ ผมไม่ใช้คำว่าปฏิรูปตำรวจ แต่ขอเรียกว่า ‘พาตำรวจกลับบ้าน’ นั่นคือ ตำรวจต้องแยกออกจากกองทัพ เพราะวันนี้ถูกพ่วงอยู่กับ 4 เหล่าทัพ เรียนก็เรียนด้วยกัน แล้วก็ลอกรูปทรง รูปแบบทหารที่เป็นการใช้คำสั่งมาใช้ ซึ่งไม่ใช่ เพราะตำรวจต้องรับใช้ประชาชน การพาตำรวจกลับบ้านก็เพื่อให้ตำรวจมาขึ้นตรงกับประชาชน นั่นก็คือ นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชาชน โดยมีข้อเสนอว่า ในช่วงท้ายๆ ของการเรียนของนักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ต้องให้ไปเรียนร่วมกับกับมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาของประชาชนด้วย ดึงองค์ความรู้ของประชาชนมาอยู่กับตำรวจ เพื่อที่จะออกไปทำงานรับใช้ประชาชนได้อย่างแท้จริง นี่คือสิ่งที่เรียกว่า พาตำรวจกลับบ้าน มาสู่อ้อมกอดของประชาชน” พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าว พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวอีกว่า การพาตำรวจกลับบ้านนี้ เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายการกระจายอำนาจของพรรคอนาคตใหม่ เป็นการปลดแอกตำรวจออกจากกองทัพ ให้มาอยู่ภายใต้การดูแลของประชาชน ต้องมีการบริหารจัดการสำนักงานตำรวจแห่งชาติใหม่ ให้ตำรวจยึดโยงกับท้องถิ่น นอกจากนี้ เวลามีการชุมนุม ตำรวจในท้องถิ่นต้องไม่ถูกเกณฑ์เข้ามาดูแลควบคุมฝูงชน อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ การควบคุมฝูงชนต้องเป็นหน้าที่ส่วนกลาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากรายชื่อของ พล.ต.ต.สุพิศาล แล้วยังมีรายชื่อของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ ที่ถือว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์อย่างยาวนานในด้านที่ตัวเองถนัด ที่จะมาผลักดันนโยบายพรรคตามที่เสนอไปให้เกิดขึ้นจริง อาทิ นายสุรชัย ศรีสารคาม อายุ 64 ปี กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภูมิภาค ภาคกลาง อดีตปลัดกระทรวงไอซีที ที่จะมาดูแลในเรื่องของ e-government รัฐที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ นายชำนาญ จันทร์เรือง อายุ 62 ปี รองหัวหน้าพรรค และผู้มีส่วนสำคัญในการผลักดัน พ.ร.บ.เชียงใหม่มหานคร ที่จะมาดูแลในเรื่องการกระจายอำนาจ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่เรียกชื่อว่านโยบายยุติระบบรัฐราชการรวมศูนย์ เป็นต้น

“ปิยบุตร” ชี้คำสถบของ “ประยุทธ์” สะท้อนวัฒนธรรมอำนาจนิยม-ปลุกช่วงชิงนิยามคำของฝ่ายประชาธิปไตย พร้อมชู 4 แนวนโยบาย

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเวทีเสวนา “พลังวัฒนธรรม กับการเมืองไทย” โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า วัฒนธรรมคือเรื่องวิธีคิด คือวิถีชีวิตของผู้คน วัฒนธรรมชนชาติไทยมีลักษณะพิเศษ ถูกกำหนดขึ้นจากชนชั้นนำอนุรักษ์นิยม ถ้าเกินกว่านี้ไม่ใช่ ซึ่งลุกลามมาถึงการที่หัวหน้า คสช. กำหนดค่านิยม 12 ประการ แล้วปลูกฝังในโรงเรียน ขณะที่วัฒนธรรมของสากลนั้น คือ การเลื่อนไหล เปลี่ยนตามช่วงเวลาและความนิยมของผู้คน ทั้งนี้ วัฒนธรรมยังเป็นเครื่องมือเปลี่ยนอุดมการณ์ความคิดของคนด้วย เช่น เรายึดหลักเสรีประชาธิปไตย แต่ด้วยเผด็จการอนุรักษ์นิยมที่ฝังรากลึก ครอบงำเราอยู่ จะค่อยๆ กล่อมเกลาเราไปเรื่อยๆ งานวัฒนธรรม คือ การช่วงชิงความหมายของถ้อยคำ นิยามความหมายเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เช่นคำว่า ประชาธิปไตย สมัยกรีกโรมันเป็นคำที่แย่ แต่ปัจจุบันเป็นคำมาตรฐานแล้วทุกประเทศ แม้ประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตยก็ต้องบอกว่าเป็น เช่น ประชาธิปไตย 99.99 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น “หรือแม้แต่คำว่าคนดี ระยะหลังถูกทำให้เสียไป โดยคนกลุ่มหนึ่งสถาปนาตนเองว่าเป็นคนดี ส่วนคนอื่นเป็นคนไม่ดี ดังนั้น คนดีต้องยึดอำนาจมาปกครอง เรื่องนี้เราจำเป็นต้องช่วงชิงนิยามกลับมา อธิบายความหมายใหม่ในแง่ของฝ่ายประชาธิปไตยว่า คนดี คือ คนที่เคารพศักดิ์ศรีเพื่อนมนุษย์ เคารพความหลากหลาย เชื่อในเรื่องความเสมอภาค เชื่อในเรื่องสิทธิ์เสรีภาพ ผมคิดว่าในปัจจุบัน วัฒนธรรมอำนาจนิยมยังครอบงำสังคมไทยอยู่ ดูได้จากคนที่ฉีกรัฐธรรมนูญยึดอำนาจมา แต่วันนี้อ้างรัฐธรรมนูญทุกวัน หรือที่สบถออกมาว่ามึงมาไล่กูสิ สะท้อนวัฒนธรรมอำนาจนิยม ไม่ใช่เรื่องความจริงใจหรือการเป็นคนพูดตรงๆ แต่ที่เป็นอย่างนั้นเพราะเขาเชื่อว่าจะทำอะไรก็ได้ ไม่ผิด นี่คือวัฒนธรรมอำนาจนิยมที่ครอบงำสังคมไทยเรามาจนปัจจุบันนี้” นายปิยบุตร กล่าว นายปิยบุตร กล่าวต่ออีกว่า พรรคอนาคตใหม่เห็นว่าวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือเปลี่ยนแปลงความคิดคน เพราะถ้ายังเป็นวัฒนธรรมแบบอำนาจนิยม ทหารยึดอำนาจก็จะกลับมาอีก นิรโทษกรรมตัวเองอีก สังหารหมู่กลางเมืองแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก พรรคอนาคตใหม่จะทำงานวัฒนธรรม 1.ภายในพรรคมีการจัดงานวัฒนธรรมทุกปี และ 2 นโยบายทางวัฒนธรรมที่จะผลักดันซึ่งคิดไว้ใน 3 มิติ คือ การเมือง ความคิดสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจ เป็นกรอบเบื้องต้นที่จะนำไปสู่ธงหลักที่เราอยากเห็นคือ การปลดปล่อยงานวัฒนธรรมออกมา โดยนโยบายที่จะทำ ได้แก่ 1.แก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคในแสดงออก เช่น พ.ร.บ.ภาพยนตร์ กฎหมายหมิ่นประมาท เป็นต้น 2.เปิดพื้นที่สาธาณะให้มากยิ่งขึ้น โดยเน้นกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โอบรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมพื้นที่และผู้คน 3.สนับสนุนศิลปินแขนงต่างๆ ให้เข้าถึงระบบสวัสดิการ มีกองทุนด้านวัฒนธรรม และ 4.ใช้งานวัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจส่งออกทั่วโลก รวมถึงทลายธุรกิจผูกขาดที่เกี่ยวกับงานวัฒนธรรม เช่น โรงหนัง สายส่งหนังสือ นอกจากนี้ มีความตั้งใจจะลดภาษีให้เกิดการบริโภคสินค้าทางวัฒนธรรมให้มากขึ้น ส่วนการจัดเก็บภาษี เก็บได้จากงานวัฒนธรรมไหนต้องนำไปสนับสนุนกองทุนงานวัฒนธรรมนั้น ทั้งหมดนี้ เราเชื่อว่าวัฒนธรรมไทยสามารถไปได้กับวัฒนธรรมสากล เราสามารถเชิดชูวัฒนธรรมไทยได้โดยไม่ปฏิเสธโลกาภิวัฒน์

“อนาคตใหม่” ชงปรับลดปลดหนี้เกษตรทั่วประเทศ “ธนาธร” ลั่น ยกเลิกรายที่หมดศักยภาพ ป่วย-พิการ-เสียชีวิต ไม่ต้องใช้คืน

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ จ.อ่างทอง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เยี่ยมชมโครงการสวนธนวัฒน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นแบบของการทำเกษตรแบบ Smart Farmer ในจังหวัดอ พร้อมร่วมรับฟังปัญหาของเกษตรกรกว่า 40 ครัวเรือน โดยหนึ่งในปัญหาที่ประชาชนร่วมสะท้อนออกมา คือปัญหาหนี้สินกับสถาบันทางการเงินของรัฐและเอกชน และการถูกเอารัดเอาเปรียบจากโรงสีและพ่อค้าคนกลาง โดยเฉพาะการรับซื้อข้าวสารโดยกำหนดค่าความชื้นอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเกษตรกรไม่มีอำนาจที่จะไปต่อรองกับนายทุนได้ นายธนาธร กล่าวว่า ตลอดเวลากว่า 8 เดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้น ตนได้เดินทางไปรับฟังปัญหาของประชาชนมาทั่วประเทศ พบว่าคนยากคนจนในทุกสาขาอาชีพ ต่างประสบปัญหาที่แตกต่างกันไป แต่มีจุดร่วมคือปัญหาเกี่ยวกับหนี้สินและความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมต่างๆ โดยเฉพาะในภาคเกษตร ดังนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่พรรคอนาคตใหม่ออกแบบนโยบายปรับลดปลดหนี้เกษตรขึ้นมา โดยหัวใจหลักคือการคืนความเป็นธรรมให้แก่เกษตรกรที่เป็นลูกหนี้สถาบันการเงินของรัฐอยู่ โดยสิ่งหนึ่งที่ทำได้ในทันทีคือการลดอัตราดอกเบี้ยลงมา และการยกหนี้ให้กับลูกหนี้ในรายที่หมดศักยภาพในการใช้หนี้ อันมีสาเหตุมาจากความเจ็บป่วย พิการ หรือเสียชีวิต อีกส่วนหนึ่ง คือในกรณีของลูกหนี้รายที่ใช้หนี้รวมกันแล้ว เป็นจำนวนที่มากกว่าเงินต้นที่กู้มาตั้งแต่ตอนแรก ซึ่งลูกหนี้หลายรายทั่วประเทศอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ “ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมดอกของคนจนมันมากกว่าดอกของคนรวย จากการเดินทางไปทั่วประเทศ ผมพบว่าลูกหนี้จำนวนมากไม่ใช่ไม่จ่าย แต่จ่ายไปหมดแล้วต่างหาก ดอกบวกต้นมันเกินราคาหน้าตั๋วไปแล้ว แบบนี้ต้องปรับโครงสร้างหนี้ให้ ลดหนี้ให้ทันที 50% หรือจะใช้มาตรการอื่นๆก็ค่อยว่ากัน แต่ต้องลดหนี้ตรงนี้ทันที ที่ผ่านมาคนรวยนั้นรัฐลดหนี้ให้เขา เช่น ไปลดหนี้ให้ทีวีดิจิตัลที่ขาดทุนได้ ไม่มีใครว่าอะไร แต่พอนักการเมืองจะมาทำลดหนี้ให้ชาวนา ข้อกล่าวหาว่าจะทำประชานิยม จะทำประเทศล่มจมต่างๆ ก็ตามมามากมาย” นายธนาธรกล่าว นายธนาธรกล่าวต่อว่า จากการเดินทางของตนในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา ได้พบเห็นความไม่เป็นธรรมมาเยอะ ซึ่งในวันนี้ตนและชาวอนาคตใหม่ได้ก่อกำเนิดพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมาแล้ว เพื่อยืนยันว่าผลประโยชน์ของประเทศต้องเป็นของประชาชน หากประชาชนไม่ต้องการเผชิญกับความลำบากยากจนและความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมแบบเก่า เราต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงร่วมกันจากจุดนี้

“ธนาธร” ลั่นพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ย้ำเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ชูเชื่อมโยงนโยบาย 6 ด้าน ยืนยันพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี และพร้อมร่วมงานกับพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกัน โดยพรรคยึดหลักการ ไม่สืบทอดอำนาจจาก คสช. ทุกรูปแบบ ย้ำเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ วันนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการ พร้อมแถลงวิสัยทัศน์ หลัง กกต. ประกาศรับรองเป็นพรรคการเมือง ร่วมกับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค นายไกลก้อง ไวทยการ นายทะเบียนพรรค นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ทีมที่ปรึกษาด้านนโยบายพรรค ทั้งนี้หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่ ร่วมกล้าฝัน มาร่วมกับอุดมการณ์ของพรรค ทำให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ “อนาคตใหม่ ไทย 2 เท่า” ที่ต้องการส่งเสริมความเท่าเทียมกันและเท่าทันโลก  โดยประเทศไทยจะต้องพัฒนาไปอย่างมีทิศทางบนหลักการที่ประชาชนต่างมีสิทธิเสรีภาพ มีโอกาสในการเติบโตก้าวหน้าอย่างเสมอภาค ขณะเดียวกันต้องยืนหยัดอย่างมีศักดิ์ศรีในประชาคมโลก แข่งขันให้ได้มีประสิทธิภาพท่ามกลางการพัฒนาเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมแถลงนโยบายหลักของพรรค 6 ด้าน คือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตรก้าวหน้า ยกระดับการศึกษา การพัฒนาอุตสาหกรรมรถไฟ การเพิ่มอำนาจท้องถิ่น การลดความเหลื่อมล้ำในสังคมผ่านระบบภาษี และรัฐสวัสดิการแบบเท่าเทียมทั้งชีวิต ซึ่งนโยบายเหล่านี้ล้วนมาจาก กรอบนโยบาย 3 ป. คือ ปลดล็อก: กฎหมายที่มีข้อจำกัด ปรับโครงสร้าง: ภาษีและงบประมาณ และ เปิดโอกาส: การมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ นายธนาธร ยังระบุถึงความพร้อมของพรรคว่า พรรคอนาคตใหม่ได้เดินทางพบปะประชาชนแล้ว 70 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมตั้งคณะทำงานจังหวัดครบแล้วทั้ง 77 จังหวัด และมีอาสาสมัครออนไลน์ 7,000 คน  จากนี้ไปพรรคอนาคตใหม่จะทำงานอย่างแข็งขันขึ้นเพื่อสร้างพรรคที่เป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง การรับสมัครสมาชิกและระดมทุน เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมมีส่วนในการสร้างพรรคและตัดสินใจผ่านกระบวนการประชาธิปไตยทางตรง ซึ่งจะทำผ่านเว็บไซต์ อันเป็นช่องทางสำหรับการลงคะแนนไพรมารี่เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค รวมถึงประชามติในพรรค  นายธนาธร ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมโดยระบุว่าจะใช้ระบบไพรมารีโหวตเลือกผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค แต่ครั้งแรกอาจไม่สมบูรณ์แบบ และเชื่อว่าการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นตามที่วางโรดแมปแต่อาจขยับเล็กน้อย พร้อมยืนยันต้องการอำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ และพร้อมร่วมงานกับพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกัน โดยพรรคยึดหลักการ คือ ไม่เอาการสืบทอดอำนาจจาก คสช. ทุกรูปแบบ และพรรคจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ล้มล้างผลพวงรัฐประหาร หากนอกเหนือกรอบนี้ไม่ขอร่วมงาน และในอนาคตเป็นไปได้หมดว่าจะร่วมงานกับพรรคใด เพราะการเมืองเป็นเรื่องของการต่อรอง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนประเมินสถานการณ์ เพราะเป็นพรรคใหม่ที่ยังไม่มีฐานเสียง จึงยังไม่ได้วางเป้าว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ ส.ส. กี่ที่นั่ง แต่ส่วนตัวยืนยันว่าพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค แถลงว่า พรรคอนาคตใหม่จะเป็นพรรคที่ทำการเมืองระยะยาว ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ โดยจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต ทั้งนี้ขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ไม่อยากอยู่กับเผด็จการทหาร และการเมืองแบบเก่าที่ไม่สร้างสรรค์ มาร่วมสมัครเป็นสมาชิกพรรค   ขอบคุณข้อมูลจาก ช่อง 3 http://news.ch3thailand.com/politics/78848?fbclid=IwAR1OmiV0IyOEjYj4r47hH_jBVIcwRL2mHRuryz2Tj7LEffgOOEMMo-Q6ZSs

(ไทยแทบลอยด์) รองหัวหน้าอนาคตใหม่ ชี้ ‘บิ๊กตู่’ ท้าประชาชนชกปาก คือนิสัยป่าเถื่อน ไร้วุฒิภาวะ!

พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กล่าวถึงกรณีที่เมื่อวานนี้ (23 ก.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวทำนองว่า “ตอนนี้ถ้าใครด่า ไม่ถูกหู ก็ชกปากเอาแล้วกัน ผมก็มีสิทธิ์ของผมเหมือนกัน ใช่ไหม ทำไมผม ต้องอดทนมากกว่าคนอื่นเพราะเป็นนายกหรือไง เป็นนายกให้คนมาเหยียบย่ำได้หรือไง ไม่ได้ ผมไม่เคยเหยียบย่ำใครเลย”  พล.ท.พงศกร ระบุว่า  “ออกอาการจะชกปากคน ถ้าเรายกเรื่องนิสัยป่าเถื่อน ไร้วุฒิภาวะออก สารนี้จะแปลว่าอะไร มันน่าจะแปลว่า ที่เก็บอาการ พนายามจะสืบทอดอำนาจนั้น พบว่าน่าจะไม่ได้ผลแล้ว คนเราเวลาหลุดปากด้วยอารมณ์ ท่านว่าให้ดูที่คำพูดนั้นเกี่ยวกับอะไรบ้าง ในที่นี้คือ สื่อต่างๆ ที่คุมไม่ได้  ทำให้โกรธ ในที่นี้บอกว่าไม่สืบทอดอำนาจ แปลว่ากังวลอยู่แค่ในเรื่องนี้ ถึงขนาดไปบรีฟผลงานการเมืองในถ้ำก็ทำมาแล้ว ในที่นี้คือเรื่องอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่บอกว่ายังมีอยู่นะ แม้จะรู้ว่าความนิยมจะลดไปมาก จนถึงขนาดอยากต่อยปากคน และคงไม่เชื่อโพลล์เลียทั้งหลายแล้ว และที่บอกว่าไม่เคยเหยียบย่ำใครเลย ก็คงกังวลว่าจะถูกนักการเมืองหลอกดูดเงินฟรี เพราะเล่นไว้เยอะ  น่าสนใจครับ และหวังว่าเราจะอยู่ห่างรัศมีหมัดได้ต่อไป”   ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.thaitabloid.com/archives/16517?fbclid=IwAR3PHIkw38CHRZfQuLzJPikuWAglQTEpFJenCHxSK6kqGAIbovB5fAkH_qE

24 มิถุนายน มีงานรำลึก 86 ปี ประชาธิปไตยที่ไหนบ้าง?

เนื่องในโอกาสครบรอบ 86 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์  มาเป็นระบอบประชาธิปไตย 24 มิถุนายน 2475 มีกิจกรรมและเวทีเสวนาที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงวันสำคัญนี้มากมาย  “ทีมอนาคตใหม่” รวบรวมมาไว้ให้ผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน ได้เลือกเข้าร่วมดังต่อไปนี้   09.00 น.-12.00 น. เวทีเสวนาสาธารณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ครั้งที่ 3 “86 ปี รำลึกอภิวัฒน์สยาม ความหวังบนเส้นทางประชาธิปไตย” ณ  หอประชุมต้นโมก อาคารบรรณราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา   13.00 น. ร่วมบันทึกเทปพิเศษ รายการ WAKE UP THAILAND SPECIAL วาระครบรอบ 9 ปี VOICE TV พบ 9 หัวหน้าพรรคการเมืองชั้นนำ ร่วมพูดคุยในหัวข้อ “86 ปี ประชาธิปไตย ก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน” ที่ วอยซ์สเปช ถนนวิภาวดีรังสิต   13.00 – 17.00 น. กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ร่วมกับ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เปิดเวทีเสวนาหัวข้อ “86 ปี 2475 กิ่งก้านและผลพวงการอภิวัฒน์สยาม” ณ ห้องประกอบ หุตะสิงห์ อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   17.00 น. งาน “ดนตรีวันชาติ กับ START UP PEOPLE วันชาติที่หายไป ประชาธิปไตยก็สร้างไม่เสร็จ” พบกันที่ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน   17.30 น. นิทรรศการ “ของ (คณะ) ราษฎร” รวบรวมวัตถุ งานศิลปะ และงานออกแบบที่ได้รับอิทธิพลทางแนวคิดและอุดมการน์ทางการเมืองจากกลุ่มคณะราษฎร ณ Cartel Artspace ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 22 ตั้งแต่ 24 มิ.ย. – 19 ก.ค. 2561   สนใจกิจกรรมไหน สะดวกที่ไหน เวลาใด ไม่อยากให้พลาด ร่วมรำลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองสยาม เป็นประชาธิปไตยด้วยกัน

(คลิป) ธนาธร-ปิยบุตร ยื่นจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่กับ กกต.อย่างเป็นทางการ

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล ว่าที่เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่  เดินทางเข้ายื่นเอกสารต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งเอกสารที่นำมายื่นวันนี้เป็นเอกสารของสมาชิกผู้ร่วมจัดตั้งพรรคที่มีทั้งสิ้น 670 คน และมียอดเงินทุนประเดิมจัดตั้งพรรคที่ทุกคนระดมรวมกันทั้งสิ้น  1,082,679.38 บาท โดย ผศ.ดร.ปิยบุตร เชื่อว่า กกต. จะใช้เวลาประมาณ 45-60 วันในการตรวจสอบเอกสารทั้งหมด ก่อนที่ กกต. จะให้การรับรองการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่อย่างเป็นทางการภายในเดือนกันยายน 2561 นี้ เพื่อพรรคจะได้เดินหน้าทำกิจกรรมทางการเมืองต่อไปอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ธนาธร ได้กล่าวถึงการที่ คสช.  นัดพรรคการเมืองหารือในช่วงสัปดาห์หน้านั้น พรรคอนาคตใหม่ยืนยันจะไม่เข้าร่วมหารือกับ คสช. เพราะ คสช.  มีอำนาจเต็มในการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกตั้งอยู่แล้ว ดังนั้น คสช. ต้องแสดงความจริงใจโดยการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน และต้องคืนสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนและพรรคการเมืองเพื่อให้สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองตามปกติ คืนความปกติให้สังคม  ให้ประชาชนทุกคนสามารถแสดงสิทธิและรวมตัวทำกิจกรรมตามระบอบประชาธิปไตยได้ ส่วนการเลือกตั้งจะเป็นไปตามโรดแมปหรือไม่นั้น ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันผลักดัน  ส่วนเรื่องของการใช้ มาตรา 44  เพื่อยกเว้นการทำไพรมารี่โหวตในการเลือกตั้งครั้งแรกนั้น ไม่ว่า คสช. จะดำเนินการในลักษณะใดก็จะไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินการของพรรคอนาคตใหม่ เพราะพรรคมีระเบียบและความตั้งใจในการทำไพรมารี่โหวตชัดเจน  เพื่อให้ผู้ที่จะลงสมัคร ส.ส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขตในชื่อพรรคอนาคตใหม่ ต้องมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกพรรค  แต่หากมองกรอบเวลาของการทำไพรมารี่โหวตแล้ว จะได้ช่วงเดือนธันวาคม 2561 ซึ่งผู้สมัคร ส.ส. จะมีเวลาเพียงประมาณ 1 เดือนเท่านั้นในการหาเสียงและแสดงวิสัยทัศน์ ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ คสช.  เร่งปลดล็อกทางการเมืองโดยเร็ว ยื่นจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ [ ธนาธร-ปิยบุตร ยื่นจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่กับ กกต.อย่างเป็นทางการ ]นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล ว่าที่เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เดินทางเข้ายื่นเอกสารต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งเอกสารที่นำมายื่นวันนี้เป็นเอกสารของสมาชิกผู้ร่วมจัดตั้งพรรคที่มีทั้งสิ้น 670 คน และมียอดเงินทุนประเดิมจัดตั้งพรรคที่ทุกคนระดมรวมกันทั้งสิ้น 1,082,679.38 บาท โดย ผศ.ดร.ปิยบุตร เชื่อว่า กกต.จะใช้เวลาประมาณ 45-60 วันในการตรวจสอบเอกสารทั้งหมด ก่อนที่ กกต.จะให้การรับรองการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่อย่างเป็นทางการภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อพรรคจะได้เดินหน้าทำกิจกรรมทางการเมืองต่อไปอย่างสมบูรณ์อย่างไรก็ตาม นายธนาธร ได้กล่าวถึงการที่ คสช. นัดพรรคการเมืองหารือในช่วงสัปดาห์หน้านั้น พรรคอนาคตใหม่ยืนยันจะไม่เข้าร่วมหารือกับ คสช. เพราะ คสช. มีอำนาจเต็มในการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกตั้งอยู่แล้ว ดังนั้น คสช. ต้องแสดงความจริงใจโดยการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน และต้องคืนสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนและพรรคการเมืองเพื่อให้สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองทางตามปกติ คืนความปกติให้สังคม ให้ประชาชนทุกคนสามารถแสดงสิทธิและรวมตัวทำกิจกรรมตามระบอบประชาธิปไตยได้ ส่วนการเลือกตั้งจะเป็นไปตามโรดแมปหรือไม่นั้น ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันผลักดัน ส่วนเรื่องของการใช้ มาตรา 44 เพื่อยกเว้นการทำไพรมารี่โหวตในการเลือกตั้งครั้งแรกนั้น ไม่ว่า คสช.จะดำเนินการในลักษณะใด ก็จะไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินการของพรรคอนาคตใหม่ เพราะพรรคมีระเบียบและความตั้งใจในการทำไพรมารี่โหวตชัดเจน เพื่อให้ผู้ที่จะลงสมัคร ส.ส.ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขตในชื่อพรรคอนาคตใหม่นั้นต้องมาจากการเลือกตั้งของสมาชิกพรรค แต่หากมองกรอบเวลาของการทำไพรมารี่โหวตแล้วจะได้ช่วงเดือนธันวาคม 2561 ซึ่งผู้สมัคร ส.ส. จะมีเวลาเพียงประมาณ 1 เดือนเท่านั้นในการหาเสียงและแสดงวิสัยทัศน์ ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ คสช. เร่งปลดล็อคทางการเมืองโดยเร็ว(อยากเป็นแนวร่วมสร้างอนาคตใหม่ >> https://thefuturewewant.today/join/)#พรรคอนาคตใหม่ #ทีมอนาคตใหม่ 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2018年6月21日周四  

“ธนาธร” นั่งหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

ที่ประชุมพรรคอนาคตใหม่ มีมติเลือก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรค ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นเลขาธิการพรรค พร้อมดึงอดีตรองเลขาธิการ สมช. ร่วมเป็นกรรมการบริหารพรรคชุดแรก การประชุมผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ จัดขึ้นภายในอาคารยิมเนเซียม 5 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต แบ่งเป็น 2 ช่วง เช้าและช่วงบ่าย โดยภาคเช้าเป็นการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดแรก หลังได้รับการอนุญาตจาก กกต. และ คสช. ซึ่งเป็นไปตามคาด ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 473 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้าพรรค ขณะที่โครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรค มีรองหัวหน้าพรรค 4 คน ที่น่าสนใจ คือ พลโท พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการ สมช. ซึ่งถูกโยกย้ายในสมัยรัฐบาล คสช. เมื่อปี 58 ส่วนอีก 3 คน ประกอบด้วย นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ นายชำนาญ จันทร์เรือง และ นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร   นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเลือก นายปิยบุตร แสงกนกกุล หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคคนสำคัญ เป็นเลขาธิการพรรค และ นางสาวพรรณิการ์ วานิช เป็นโฆษกพรรค  ขณะเดียวกัน ยังเลือกกรรมการบริหาร สายภูมิภาค อาทิ นายสุรชัย ศรีสารคาม ดูแลสัดส่วนภาคกลาง นางเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ดูแลสัดส่วนภาคเหนือ นายชัน ภักดีศรี ดูแลสัดส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ นายเจนวิทย์ ไกรสินธ์ุ  ดูแลสัดส่วนภาคใต้    สำหรับการประชุมในช่วงบ่าย  จะเป็นการแนะนำตัวคณะกรรมการบริหารพรรคชุดแรก พร้อมประกาศอุดมการณ์และแนวทางพรรค ซึ่งจะมีการแสดงวิสัยทัศน์จากหัวหน้าพรรค จากนั้นทั้งหมดจะร่วมแถลงข่าวต่อมวลชน โดยบรรยากาศภายในสถานที่จัดประชุมได้แบ่งโซนพื้นที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค  ผู้สนับสนุน รวมถึงผู้ร่วมสังเกตการณ์ และ เจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีกำลังตำรวจวางมาตรการดูแลความปลอดภัยคนเข้า-ออก อย่างเข้มงวด   ขอบคุณข้อมูลจาก http://news.ch3thailand.com/politics/69923?fbclid=IwAR29KDUKyV3XZw7yO1P2RROv_7S-UU-pfiRbi1BkOqKnckiRiM0V8XsWyD0

1 2 3