fbpx

บทความ

หน้าที่ของพรรคการเมือง โดย ชำนาญ จันทร์เรือง

ในการเปิดโอกาสให้มีการจดแจ้งพรรคการเมืองต่อ กกต. ในช่วงเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา มีกลุ่มการเมืองยื่นเสนอความจำนงถึง 97 พรรค แต่คงมีไม่กี่พรรคที่จะผ่านขั้นตอนการเป็นพรรคโดยสมบูรณ์และลงสนามการเลือกตั้ง หลายคนสงสัยว่ากลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองทั้งที่มีอยู่แล้วและที่สิ้นสภาพไปนั้น มีหน้าที่อะไรกันแน่จึงได้มีพรรคการเมืองเกิดขึ้นมากมาย และก็สิ้นสภาพไปอย่างมากมายเช่นกัน ด้วยเหตุแห่งการไม่ได้ทำหน้าที่ของพรรคการเมืองอย่างแท้จริง   พรรคการเมือง (political party) คืออะไร พรรคการเมือง (political party) มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า Par (คำเดียวกับที่ใช้ในสนามกอล์ฟนั่นแหละครับ) ซึ่งแปลว่า “ส่วน” พรรคการเมืองจึงหมายถึงส่วนของประชาชนในประเทศ ที่แยกเป็นส่วนๆ ตามความคิดเห็นและประโยชน์ได้เสียทางการเมือง   ในทางทฤษฎีแล้วพรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีบทบาทสำคัญในระบบการเมือง เพราะพรรคการเมืองเป็นองค์กรที่ประกอบด้วยคนจำนวนมากที่มีภารกิจที่จะไปสู่จุดหมายเดียวกัน พรรคการเมืองเป็นสื่อกลางที่จะเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับรัฐบาล และพรรคการเมืองเป็นเครื่องมือสำคัญที่ชักนำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง พรรคการเมืองเป็นผู้รวบรวมผลประโยชน์ของประชาชนมาเป็นนโยบายของพรรคตน ประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งคนใดเห็นด้วยกับนโยบายของพรรคการเมืองใด ก็จะเลือกพรรคการเมืองนั้นเข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของตนในรัฐสภา  แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในระบอบการเมืองไทยที่ผ่านมา พรรคการเมืองไทยแทบจะไม่ได้ทำหน้าที่ที่กล่าวมานี้เลย   หน้าที่ของพรรคการเมือง ในเรื่องนี้ อาจารย์ณัชชาภัทร อุ่นตรงจิตร  ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับหน้าที่ของพรรคการเมืองในหนังสือ “รัฐศาสตร์” ซึ่งผมใช้เป็นตำราประกอบการสอนและเขียนบทความมาโดยตลอดอย่างยาวนานกว่า 10 ปีว่า   ประกาศหรือแถลงนโยบายหลักของพรรคการเมืองที่ประชาชนจะได้นำไปศึกษาพิจารณา เพื่อตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง ปลุกเร้าและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง พรรคการเมืองมีบทบาทสำคัญในการสร้างหรือปลุกเร้าความคิดความเห็นทางการเมืองของประชาชน ส่งผู้แทนเข้าสมัครรับเลือกตั้งผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้ง ซึ่งในเรื่องนี้ผมมีข้อสังเกตว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 91 (5) บัญญัติไว้ว่า หากพรรคการเมืองใดไม่ส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปสองครั้งติดต่อกัน หรือเป็นระยะเวลา 8 ปีติดต่อกัน สุดแต่ระยะเวลาใดจะยาวกว่ากัน  พรรคการเมืองนั้นเป็นอันสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ฉะนั้น พรรคการเมืองใดที่ตั้งขึ้นมาโดยไม่มีการส่งสมาชิกลงเลือกตั้ง จึงมิใช่พรรคการเมืองทั้งทางทฤษฎีรัฐศาสตร์และทางกฎหมาย จัดตั้งรัฐบาลหากได้รับเสียงข้างมากในสภาฯ  และปฏิบัติภารกิจตามนโยบายที่ได้วางไว้ ควบคุมรัฐบาลหากไม่สามารถได้เสียงข้างมากในสภาฯ ก็ทำหน้าที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน คอยควบคุมการทำงานของรัฐบาล โดยการตั้งกระทู้ถามหรือเสนอญัตติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบเป็นรายกระทรวง หรือคณะ นอกจากนี้ยังสามารถวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลผ่านทางสื่อมวลชน การประชุมสัมมนา และช่องทางอื่นๆ  เพื่อมิให้รัฐบาลใช้อำนาจตามอำเภอใจ ประสานระหว่างกลุ่มผลประโยชน์กับรัฐบาล  โดยการพยายามเสนอข้อเสนอของกลุ่มผลประโยชน์ของตนเอง  และไกล่เกลี่ยผลประโยชน์ให้ได้เพื่อผลประโยชน์ของชาติ และในขณะเดียวกันต้องไม่ขัดกับผลประโยชน์ของกลุ่มตนเองให้ได้มากที่สุด   ในความเป็นจริง สำหรับการเมืองไทยเรา พรรคการเมืองไทยแทบจะไม่ได้ทำหน้าที่ที่พึงกระทำเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามข้อ 5 และข้อ 6 เพราะแต่ละพรรคต่างก็มุ่งที่จะเป็นพรรครัฐบาล จนมีคำกล่าวได้ว่าพรรคการเมืองมีเพียง “พรรครัฐบาล” กับ “พรรครอร่วมรัฐบาล” เท่านั้น หรือไม่เช่นนั้นเมื่อเป็นพรรคฝ่ายค้านแทนที่จะทำหน้าที่ “ฝ่ายค้าน” อย่างสร้างสรรค์ กลับทำหน้าที่เป็น “ฝ่ายแค้น” แทน จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่ามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของพรรคการเมืองกันอย่างมาก  บางคนเข้าใจว่าพรรคการเมืองมีหน้าที่ฝากลูกฝากหลานเข้าโรงเรียน เข้าทำงานราชการ ฯลฯ แต่ก็อย่างว่า ที่ผ่านมาพรรคการเมืองไทยเราก็มักจะสร้างความเข้าใจว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ อย่างไรก็ตาม ขนบธรรมเนียมของไทยเราเวลามีงานประเพณี งานบวช งานแต่ง งานตาย กฐิน ผ้าป่า ฯลฯ  ผู้คนก็หวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากพรรคการเมืองหรือนักการเมืองในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร แต่ไม่ใช่ถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาประกาศกำหนดวันเลือกตั้งแล้วย่อมเป็นสิ่งที่ต้องระวัง เพราะแทนที่จะได้บุญกลับจะกลายเป็นโทษแทน เมื่อเราเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของพรรคการเมืองที่แท้จริงแล้ว ก็ไม่ยากที่เราจะพิจารณาว่าเราจะเลือกใคร หรือพรรคการเมืองใดเข้าไปทำหน้าที่แทนเราในสภาฯ หมดยุคการเมืองแบบเก่าๆ ที่ใช้วิธีการกำหนดนโยบายพรรคไว้อย่างสวยหรูแต่ไม่ทำตาม หมดยุคของการที่จะโน้มน้าวให้ประชาชนมาเลือกพรรคหรือสมาชิกของตนด้วยวิธีการใส่ร้ายป้ายสี โดยหันมาเสนอนโยบายหรือวิธีการที่จะบรรลุนโยบายที่วางไว้ว่ามีอะไร และจะทำอย่างไร และกรณีที่จะต้องมีการใช้เงินหรือค่าใช้จ่าย ก็ต้องบอกด้วยว่าจะเอางบประมาณมาจากไหน อย่างไร ประชาธิปไตยเราก่อกำเนิดมาตั้งแต่ปี 2475 มีการสะดุดหยุดลงหลายครั้งด้วยการรัฐประหาร ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การเมืองไทยไม่พัฒนา แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบพรรคการเมืองแบบเก่าๆ ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ประชาธิปไตยเราไม่พัฒนาไปเท่าที่ควรเช่นกัน   “หากระบบพรรคการเมืองเข้มแข็ง ทั้งประชาชนและพรรคต่างรู้หน้าที่ที่แท้จริงของพรรคการเมือง การรัฐประหารย่อมเกิดขึ้นได้ยากหรือหมดสิ้นไป เพราะจากประวัติศาสตร์การเมืองของโลกเราที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าในที่สุดแล้ว ballots (บัตรเลือกตั้ง) จะชนะ bullets (กระสุนปืนหรือการยึดอำนาจด้วยอาวุธ) เสมอ”   ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/644479?fbclid=IwAR0dMBWNbo1YcbcD5sfoGeFs6paZtpL-o_mFDNVwZ7WLIAzuqEXyDZB0Z2o

เมื่อฉันไม่เท่ากันเพราะ “เพศ”

ฉันเริ่มรู้ตัวว่าฉันจิตใจไม่ตรงกับเพศสภาพก็ตั้งแต่อายุ 5-6 ขวบ แม่เล่าให้ฟังอย่างสนุกสนานและออกรสว่าตอนนั้นเพื่อนของแม่ฉันแนะนำว่า “ให้เปิดเพลง i will survive ถ้าลูกแกเต้นแสดงว่าเป็นตุ๊ดชัวร์!”

อนาคตการศึกษาไทยอยู่ที่ไหน?

ครุจุ๊ย กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ นักการศึกษาและหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ มองปัจจุบันของการศึกษาไทย พร้อมวาดอนาคต ว่าการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พัฒนาประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม จะเกิดขึ้นได้อย่างไรในประเทศไทย และห้องเรียนที่เด็กต้องการ กับที่ครูอยากได้ ตรงกันแค่ไหน ทำยังไงให้ทุกคนมีความสุขและได้เรียนสิ่งที่เกิดประโยชน์จริงๆ  โดยหลักการสำคัญก็คือ การเรียนที่ให้ความสำคัญกับความคิดของเด็ก เปิดกว้าง และเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่ในห้องเรียน ไม่ใช่ใช้ระบบการลงโทษและปกครองด้วยความยำเกรงหวาดกลัวครู ครูจุ๊ยมองว่าหลักการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง คือหลักที่ตรงข้ามกับการศึกษาไทยในปัจจุบัน ที่โรงเรียนให้ความสำคัญแต่กับเด็กเก่ง ประเทศหนึ่งมีคนมากมาย หลักการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง คือคิดว่าเราจะทำอย่างไรก็ได้ให้คนทุกคนเป็นมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่มูลค่าติดลบ เด็กต้องการความช่วยเหลือในการพัฒนาแบบใด เขาต้องได้ เพื่อที่เขาจะเป็นมูลค่าเพิ่มให้ประเทศในอนาคต ไม่ใช่คนที่ติดลบที่ประเทศมาดูแล หรือไม่สามารถทำรายได้ให้ประเทศได้

เสื้อจากฮัมบูร์ก

“เสื้อนี้ผมได้มาจากฮัมบูร์ก มีย่านซังเพาลีเป็นย่านของคนจน คนงาน โสเภณี ดนตรี ศิลปะ เป็นสัญลักษณ์ของความขบถ ไม่ยอมจำนนต่อความอยุติธรรม” เสื้อหัวกะโหลกที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล ใส่ในรายการ #ธนาธรไลฟ์ เมื่อคืนวันที่ 20 เมษายน 2561 รวมถึงให้สัมภาษณ์ออกทีวีหลายช่อง กลายเป็นประเด็นที่ถูกถามถึงกันมาก เจ้าตัวเลยเฉลยให้ฟังถึงที่มาที่ไปของเสื้อตัวนี้ ที่มาไกลจากย่านซังเพาลี เมืองฮัมบูร์ก เยอรมนี  สัญลักษณ์กะโหลก เป็นสัญลักษณ์ของสโมสรฟุตบอลซังเพาลี ที่หนังสือพิมพ์ The Guardian ของอังกฤษเคยขนานนามว่าเป็นทีมฟุตบอลที่ “ยืนหยัดเพื่อทุกสิ่งที่ถูกต้อง แต่ไม่เคยชนะ” จนถึงกับกล่าวกันว่า ในเยอรมนี มี 3 สโมสรเท่านั้น ที่คนจะเลือกเชียร์อย่างเปิดเผยโดยใส่สินค้าที่มีโลโก้ของสโมสร คือบาเยิร์น มิวนิก และซังเพาลี  ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะแม้ซังเพาลีจะเป็นเพียงทีมระดับกลางๆ แต่สโมสรเป็นมากกว่าเพียงทีมฟุตบอล การเป็นสโมสรของย่านแรงงาน คนรากหญ้า และพวกหัวขบถ ศิลปิน ทำให้พวกเขายืนหยัดเพื่อสิทธิของคนยากจน คนผิวสี คนหลากหลายทางเพศ คนชายขอบ ผู้อพยพลี้ภัย เป็นด้านกลับของกีฬาฟุตบอลที่ถูกมองว่าเป็นมหกรรมทุนนิยม  จุดยืนเหล่านี้ทำให้ซังเพาลี รวมถึงสัญลักษณ์กะโหลกไขว้ของทีม กลายเป็นที่นิยมทั้งในและนอกเยอรมนี และหัวกะโหลกไขว้ซังเพาลีก็กลายเป็นเครื่องหมายของผู้ไม่ยอมจำนนต่อความอยุติธรรมในสังคม

ทหารเก่า พูดถึงอนาคตใหม่

พลโทภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์กับ The 101 World ถึงบทบาทของทหารในการเมืองไทย การปฏิรูปกองทัพและฝ่ายความมั่นคง เพื่อให้ทหารกลายเป็นผู้ปกป้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย ป้องกันการรัฐประหารในอนาคต พร้อมทั้งแนะนำพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ว่าต้องทำตัวอย่างไรไม่ให้กลับไปสู่วังวนปัญหาความขัดแย้งเดิม รวมถึงฝากคำเตือนไปถึงรัฐบาล คสช. “ยิ่งลงช้า ยิ่งมีวิบากกรรม”  พลโทภราดรยังกล่าวถึงปรากฏการณ์การเกิดขึ้นของอนาคตใหม่ เมื่อถูกถามถึงแนวทางที่จะให้การเมืองไทยเดินไปแบบสากล ทำเรื่องที่ถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้อย่างการลบล้างผลพวงรัฐประหาร โดยพลโทภราดรยืนยันว่า “นี่เป็นวิวัฒนาการในการปกครองเลย เห็นได้ชัดว่าคนเริ่มเรียนรู้แล้ว ทำไมถึงเกิดพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา เห็นคนอายุรุ่น 18-26 ออกมาแอคทีฟ ซึ่งควรจะได้ไปเลือกตั้งเมื่อสี่ปีที่แล้ว สิ่งเหล่านี้ในอนาคตมีโอกาสเกิดขึ้น แต่ว่าจะต้องเป็นขั้นเป็นตอนไป เหมือนการเรียนรู้ของคน และค่อยๆ เริ่มมีมาตรการขึ้นมาป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ”

TrueMove H ซ้ำรอย Facebook ทำข้อมูลลูกค้ารั่ว 46,000 ราย

ปัญหาข้อมูลรั่วไหลทางออนไลน์ก็เกิดขึ้นที่เมืองไทยเช่นกัน เวปไซต์ข่าวดัง theregister.co.uk ลงข่าวว่า ทรูมูฟ เอช ทำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการจำพวก สำเนาประชาชนบัตรประชาชนและ Passport รั่วถึง 46,000 ราย

มูฮัมหมัด ยูนูส เจ้าของความคิด “ธนาคารหมู่บ้าน” และ “ทุนนิยมเพื่อผู้อื่น”

ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ Muhammad Yunus ตีพิมพ์ในนิตยสาร Philosophie Magazine ประจำเดือนเมษายน 2018 เนื่องในโอกาสที่เขาเปิดศูนย์เศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อสังคมและการพึ่งพาอาศัยกัน ที่ปารีส เห็นว่าน่าสนใจ จึงแปลเป็นภาษาไทยให้อ่านกัน

ถ้อยแถลงในโอกาสครบรอบ 1 เดือนเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่

ในวันที่ 15 มีนาคม 2561 พวกเรา ชาวอนาคตใหม่ ได้แถลงการณ์วัตถุประสงค์เบื้องต้นของการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ไว้ 3 ประการ ได้แก่… ประการแรก สร้างทางเลือกใหม่ เพื่อให้ประชาชนเห็นพ้องต้องกันว่าการเมืองไทยมีทางออก เราสามารถกลับสู่การเมืองแบบประชาธิปไตย การเลือกตั้ง และชีวิตปกติได้โดยไม่จำเป็นต้องทนอยู่กับเผด็จการทหาร ประการที่สอง สร้างการเมืองแบบใหม่ การเมืองที่สร้างสรรค์มุงนำเสนอนโยบายก้าวหน้า กระจายอำนาจ ทลายการผูกขาด และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงทุน ทรัพยากร และสวัสดิการ ดำเนินการโดยพรรคการเมืองแบบใหม่ที่ทุกคนร่วมเป็นเจ้าของ เน้นการมีส่วนร่วม และหลอมรวมคนเข้ามา ประการที่สาม เปลี่ยนภูมิทัศน์การเมืองไทยใหม่ ต่อไป การเมืองไทย คือ การสร้างสรรค์ คือ การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า คือ การแข่งขันเข้าสู่อำนาจเพื่อทำประโยชน์ให้แก่ประชาชน ต่อไป การเมืองไทยจะไม่ใช่เรื่องของชนชั้นนำทางการเมืองไม่กี่คน เทคโนแครตผู้เชี่ยวชาญ หรือข้าราชการเท่านั้น แต่การเมืองไทยเป็นเรื่องของประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจ เมื่อภูมิทัศน์การเมืองไทยเปลี่ยนไปในทางที่ดี ประชาชนจะไม่หันหลังให้กับการเมือง ประชาชนจะไม่หันไปหารัฐประหาร ทหาร รัฐราชการ แต่เชื่อมั่นว่าการเมืองแบบประชาธิปไตยสามารถแก้ไขวิกฤตและหาทางออกได้เสมอ วันนี้ ครบรอบ 1 เดือนที่เราได้ยื่นขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายทะเบียนพรรคการเมือง พวกเรา ชาวอนาคตใหม่ ยังคงยืนยันมุ่งมั่นที่จะจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์สามประการนี้ ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา มีทั้งคำวิจารณ์ มีทั้งคำชื่นชม มีทั้งคำตำหนิติเตียน มีทั้งดอกไม้ และมีทั้งก้อนอิฐ ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา มีทั้งความคาดหวัง ความต้องการที่อยากให้เราทำ มีทั้งการดูแคลนว่าความตั้งใจของพวกเราเป็นได้เพียงความฝัน ยากที่จะสำเร็จ ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา มีผู้คนจำนวนมากที่ต้องการสนับสนุนเราและอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนด “อนาคตใหม่” และมีผู้คนอีกไม่น้อยที่ใส่ร้ายป้ายสี ทำลายล้างพวกเราด้วยวิธีการแบบเก่าๆ ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา สื่อมวลชนและสังคมไทยเริ่มหันกลับมาสนใจเรื่องพรรคการเมืองแบบใหม่ คนรุ่นใหม่ การนำเสนอนโยบาย และความคิดสร้างสรรค์ ผู้คนต่างไต่ถามพูดคุยกันถึงนโยบายของพรรคการเมือง เรียกร้องว่าพรรคการเมืองต้องทำอะไรบ้าง และแต่ละพรรคการเมืองพยายามนำเสนอสิ่งใหม่และสร้างสรรค์มากขึ้น ปรากฏการณ์นี้ แสดงให้เห็นว่า สังคมไทยเกิดความเชื่อมั่นว่าการเมืองไทยสามารถกลับไปสู่การเลือกตั้งตามแบบประชาธิปไตยได้ และการเมืองไทยเปลี่ยนไปในทางที่ดีกว่าเดิมได้ ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา เราได้ทำงานกันอย่างหนัก และยืนยันว่าเราจะทำงานหนักต่อไป เรารับทราบความเห็นทั้งหมดที่ส่งผ่านเข้ามาทุกช่องทางและได้นำมาพิจารณา เรารับทราบถึงความต้องการช่วยเหลือและสนับสนุนพวกเราจากบุคคลหลายแวดวง เราได้ติดต่อพูดคุยกับหลายคนที่ยื่นมืออาสาเข้ามาช่วยเรา แต่ก็ยังเหลือคนที่แสดงความจำนงอีกจำนวนมากซึ่งเราจะเร่งติดต่อประสานงานกลับไปโดยเร็วที่สุด เรารับฟังความคิดเห็นและระดมสมองกันอย่างหนักเพื่อออกแบบนโยบายที่ก้าวหน้า เราพบปะพูดคุยกับสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ เราได้สนทนากับเอกอัครราชทูตและบุคคลในแวดวงระหว่างประเทศ เราสื่อสารให้สังคมไทยและประชาคมระหว่างประเทศได้รับทราบถึงแนวทางของพวกเรา 1 เดือนผ่านไป นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น เราจะทำงานหนักต่อไป เพื่อเดินหน้าพิสูจน์ให้สังคมไทยเห็นว่าพรรคอนาคตใหม่สามารถสร้างทางเลือกใหม่ สร้างการเมืองที่สร้างสรรค์ และเปลี่ยนภูมิทัศน์การเมืองไทยให้ดีขึ้นได้ ถ้าไม่มีอุปสรรคใดขัดขวาง วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2561 พวกเราจะจัดการประชุมครั้งแรกเพื่อเตรียมการจดทะเบียนพรรคอนาคตใหม่ และอย่างช้า ภายในเดือนกรกฎาคม 2561 พรรคอนาคตใหม่จะถือกำเนิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย “อนาคตใหม่” จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้ หากไม่มีแรงสนับสนุนและกำลังใจอย่างดีเยี่ยมตลอดเดือนที่ผ่านมา   เรายังต้องการคนและการสนับสนุนอีกจำนวนมาก เพื่อก้าวไปข้างหน้า เพื่อกำหนด “อนาคตใหม่” ของเรา กำหนด “อนาคตใหม่” ของประเทศไทยด้วยกัน   #ทีมอนาคตใหม่ #Futureforward

ผู้สูงอายุคืออนาคตใหม่ของไทย

ภายในปี 2564 ไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์ มีคนอายุเกิน 60 ปี คิดเป็น 15% ของคนทั้งประเทศ สิ่งที่เราต้องคิด คือทำอย่างไรให้ผู้สูงวัยร่วมเป็นอนาคตของประเทศ ไม่ใช่แค่คนรุ่นหนุ่มสาว ทำให้ผู้สูงวัยยังเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มีงานทำตามศักยภาพ ที่สำคัญ รัฐต้องมองหารายได้เพิ่มผ่านการเปิดโอกาสให้มีธุรกิจใหม่ๆ  สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อให้มีงบประมาณพอจะให้สวัสดิการถ้วนหน้าแก่ประชาชนที่ต้องพึ่งพิงบริการสาธารณสุขของรัฐมากขึ้นเรื่อยๆ ตามวัย อนาคตใหม่ คืออนาคตที่ผู้สูงวัยร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี   สวัสดีวันผู้สูงอายุ  13 เมษายน 2561  

กล้าที่จะเปิด ‘รัฐบาลยุคใหม่’ กับแนวคิด ‘Open Data’

ไกลก้อง ไวทยการ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์กับวอยซ์ ออนไลน์ ถึงการสร้างระบบราชการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าผู้เข้ามาอยู่ในระบบจะเป็นคนดีได้มาตรฐานหรือไม่  เพราะนวัตกรรม 4.0 ที่เรียกว่า Open Data หรือการเปิดเผยข้อมูลทั้งภาครัฐและเอกชนให้ประชาชนตรวจสอบได้ ไม่ใช่แค่การลดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น แต่หากทำได้จริง ยังหมายถึงรัฐบาล 4.0 ที่คล่องตัว มีประสิทธิภาพในการบริการประชาชน เอื้อต่อการลงทุนทั้งจากรายย่อยและนักลงทุนต่างชาติ   ถึงเวลาปลดล็อกกฎหมาย กฎเกณฑ์ที่ล้าสมัย ให้ทันโลกและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป   (อ่านรายละเอียดได้ที่ https://www.voicetv.co.th/read/SyifX3wsM) #ทีมอนาคตใหม่ #Futureforward  

1 40 41 42 43