fbpx

บทความ

ถอดบทเรียน “รัฐสวัสดิการ” เนปาลที่ยังมาไม่ถึง 

ผม อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล และคุณพรรณิการ์ วานิช ได้รับเชิญในฐานะตัวแทนอนาคตใหม่ มาประชุมในงาน An Economy Progress and Justice-เศรษฐกิจก้าวหน้าและความยุติธรรม โดยองค์กร SocDem Asia เครือข่ายกลุ่มองค์กรทางการเมืองและสังคมที่ผลักดันประเด็นประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมเต็มรูปแบบผ่านเงื่อนไขการสร้างรัฐสวัสดิการ โดยครั้งนี้จัดที่กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ก่อนพูดถึงรายละเอียดข้อเสนอสำคัญที่ได้จากการประชุมของสมาชิกเครือข่ายที่เน้นการผลักดันสังคมที่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตยจากหลายประเทศ เช่น เยอรมนี สวีเดน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจเบื้องต้นถึงสภาพพื้นฐานปัจจุบันของเนปาล เนปาลเป็นประเทศรายได้ต่ำ อยู่ท่ามกลางชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีนและอินเดีย มีการต่อสู้ทางการเมือง และยังซ้ำร้ายเผชิญกับภัยพิบัติธรรมชาติ ปัจจุบันภาพยังปรากฏชัดเรื่องความยากจนและความเปราะบางของผู้คน อย่างไรก็ตาม ในเงื่อนไขที่ยากลำบาก เนปาลกลับมีความหวังภายใต้การแข่งขันทางการเมือง และวางตัวเองเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย แม้เงื่อนไขทางวัตถุอาจต้องใช้เวลาพัฒนา แต่เงื่อนไขด้านปรัชญา และหลักการในการเปลี่ยนแปลงสังคม เนปาลนับว่าอยู่ในเส้นทางประชาธิปไตย เนปาลมีดัชนีการแข่งขันทางการเมืองสูง มีการผูกขาดทางการเมืองต่ำ และไม่มีโทษประหารชีวิตมาแล้วกว่าสี่สิบปี (การประหารครั้งสุดท้ายปี 1979) รัฐธรรมนูญปัจจุบันของเนปาลพยายามโอบรับผู้คนและกลุ่มทางการเมืองทุกกลุ่มให้ก้าวพ้นทศวรรษที่สูญหายไปด้วยกัน ในเช้าวันที่ 28 มิถุนายน 2561 หนังสือพิมพ์ Himalayatimes หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษของเนปาล พูดถึงความพยายามในการปฏิรูปการศึกษาของเนปาล ให้ ‘การแข่งขันเป็นศูนย์’ ตามข้อเสนอของกระทรวงศึกษาฯ แน่นอนว่ามีข้อถกเถียงในสังคมเรื่องวิธีการ แต่ว่าเรื่องที่ทุกคนเห็นพ้องกันในปัจจุบันคือ การแข่งขันไม่ใช่ทางออกของการศึกษา สืบเนื่องจากความเหลื่อมล้ำที่ยาวนานของศตรรษที่ 20 การแข่งขันเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดเป็นเรื่องปกติของประเทศยากจน แต่ปัจจุบัน ในปี 2018 ฉันทามติใหม่ได้เกิดขึ้นที่เนปาล การศึกษาควรเป็นทางเลือกที่หลากหลายตามความถนัดของแต่ละคนและไม่อาจมีมาตรวัดเดียวที่วัดได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีข้อถกเถียงเรื่องแพทย์ใช้ทุนในพื้นที่ห่างไกล ที่รัฐมุ่งขยายระยะเวลาใช้ทุนเป็น 5 ปี เพื่อลดการกระจุกตัวของแพทย์ในเมืองหลวง รัฐบาลเริ่มปรับใช้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าตามตัวแบบของไทยตั้งแต่ปี 2012 ในพื้นที่นำร่อง นับเป็นสัญญาณสำคัญต่อการเติบโตสู่รัฐสวัสดิการของประเทศเล็กๆในหุบเขาหิมาลัย การประชุม Soc Dem Asia หรือกลุ่มสังคมประชาธิปไตยแห่งเอเชียปีนี้ จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ 3 องค์กร คือมูลนิธิ Friedrich-Ebert-Stiftung (FES) ของเยอรมนี มูลนิธิ Olof Palme International ของสวีเดน และพรรค Nepali Congress พรรคใหญ่อันดับ 2 ในรัฐสภาเนปาล การประชุมอยู่ภายใต้ประเด็นเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าเพื่อความยุติธรรม มีองค์กรเข้าร่วมทั้งนักวิชาการ ตัวแทนพรรคการเมือง และภาคประชาชน โดยมีตัวแทนจากกลุ่มการเมืองไทย 2 กลุ่มเท่านั้นที่ได้รับเชิญเข้าร่วม คือพรรคอนาคตใหม่ และพรรคสามัญชน ภายใต้เงื่อนไขการเป็นกลุ่มทางการเมืองที่ให้ความสำคัญแก่ความยุติธรรมทางการเมืองและความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ขณะที่ผู้เข้าร่วมจากประเทศอื่น เช่น พรรคสังคมประชาธิปไตยจากสวีเดน พรรคสังคมประชาธิปไตยเยอรมนี โดยทั้งสองประเทศได้ส่งสมาชิกรัฐสภา และอดีตรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมนี้ เช่นเดียวกับพรรคการเมืองเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย จากพรรค Democratic Action Party  หรือห่างไกลอย่างพรรคประชาชนมองโกเลียที่ประสบความสำเร็จกับการจัดการทรัพยากรท้องถิ่นภายใต้ระบบพรรคการเมืองใหม่ หรือพรรค Justice Party จากเกาหลีใต้ ซึ่งล้วนเป็นพรรคการเมืองที่มีองค์ประกอบของคนรุ่นใหม่ ตั้งคำถามกับความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และมุ่งสร้างสังคมที่มีความเสมอภาคผ่านสวัสดิการสังคมที่มีความก้าวหน้า พรรคการเมืองเหล่านี้ประสบความสำเร็จทั้งในพื้นที่รัฐสภาและการสร้างแนวร่วมเครือข่ายผู้ใช้แรงงานและคนรุ่นใหม่ อันเป็นแนวทางที่พรรคอนาคตใหม่มุ่งผลักดันเช่นเดียวกัน การแลกเปลี่ยนการประชุมเริ่มต้นจากการที่ตัวแทนจากสวีเดนและเยอรมนีพูดถึงผลการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน  2561 ที่เยอรมนีตกรอบแรกแบบพลิกความคาดหมายขณะที่สวีเดนเข้ารอบสองอย่างเหนือความคาดหมาย ผู้แทนจากเยอรมนีพูดติดตลกว่า “ฟุตบอลก็เหมือนกับสังคมประชาธิปไตย เราต้องอาศัยวิกฤตเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง”ขณะที่ตัวแทนจากสวีเดนพูดเริ่มต้นติดตลกเช่นกันว่า “ทีมชาติสวีเดน ก็เหมือนสังคมประชาธิปไตยและรัฐสวัสดิการ เราดีแล้วแต่ยังไม่ดีพอ สามารถดีขึ้นได้อีก คนทั่วโลกดูเราเป็นตัวอย่างของความสำเร็จ และคนจำนวนไม่น้อยก็อยากให้เราล้มเหลว” ซึ่งสอดรับกับบรรยากาศการเมืองจริงที่พรรคสังคมประชาธิปไตยเยอรมนีต้องเผชิญกับวิกฤตทางอุดมการณ์ในการสร้างแนวร่วมข้ามอุดมการณ์กับพรรคการเมืองฝ่ายขวากลาง และสวีเดนเองแม้จะเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนารัฐสวัสดิการแต่ก็ต้องเผชิญเงื่อนไขความท้าทายจากภายในและภายนอกมากมายเช่นกัน การปาฐกถาทางการเริ่มต้นโดย Dr.Herta Daubler-Gmelin อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเยอรมนี จากพรรคสังคมประชาธิปไตยแห่งเยอรมนี โดยพูดถึงสภาวการณ์ในโลกปัจจุบันที่ลัทธิเสรีนิยมใหม่ขยายตัวจนทำให้ดูเหมือนว่าโลกไม่มีทางเลือก เราได้แต่ยอมจำนนและดูการขยายตัวของกลุ่มทุนข้ามชาติที่ร่ำรวยและทรงอำนาจ ขณะที่แนวคิดสังคมประชาธิปไตยถูกทำให้กลายเป็นเรื่องความคิดเก่า เป็นไปไม่ได้ ซึ่งไม่จริง ผู้คนจำนวนมากทั้งในเยอรมนีและโลกเผชิญเงื่อนไขความไม่เป็นธรรมที่ไม่สามารถประนีประนอมได้ “เราเคยคิดว่าพลังงานทดแทนเป็นไปไม่ได้ แต่ท้ายที่สุดมันก็เกิดขึ้น โลกพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า รัฐสวัสดิการและสังคมประชาธิปไตยเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจและเป็นไปได้ทางการเมือง แต่มันได้จากการต่อสู้อย่างยาวนาน เราสามารถทำให้โลกาภิวัตน์ตอบสนองต่อผู้คนในสังคมมากกว่าการตอบสนองต่อกลุ่มทุนเพียงอย่างเดียว” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจากเยอรมนี กล่าว  ผู้บรรยายคนที่สอง Dr.Mirendra Rijal จากพรรค Nepali Cogress อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารของเนปาล ยืนยันถึงการต่อสู้ของประชาชนชาวเนปาล และความอดทนต่อประชาธิปไตยในการสร้างรัฐธรรมนูญที่มีความก้าวหน้าและโอบรับผู้คนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นประเทศเล็ก ยากจน แต่มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ในการพัฒนารัฐสวัสดิการเช่นเดียวกับเยอรมนีและสวีเดน และพรรคการเมืองทั้งหมดในสภาล้วนแข่งขันกันภายใต้เงื่อนไขการสร้างรัฐสวัสดิการสำหรับประชาชน ประเด็นแลกเปลี่ยนเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจก็เป็นเรื่องสำคัญ มีการถกเถียงเรื่องการขยายเศรษฐกิจ 4.0 และการผลิตภายใต้ยุค Digital ที่หลายประเทศเผชิญเงื่อนไขการสะสมทุนแบบใหม่ที่ประชาชนกลายเป็นผู้ประกอบการ – แรงงานนอกระบบ ในเกาหลีใต้มีแรงงานนอกระบบถึงร้อยละ 40 แม้การขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลจะสามารถสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ แต่มีตัวเลขที่น่าตกใจว่าคนในเศรษฐกิจใหม่ในฟิลิปปินส์อาจทำงานถึงวันละ 15 ชั่วโมงโดยเฉลี่ย และได้รับค่าตอบแทนโดยเฉลี่ยน้อยลง รวมถึงไม่มีการปรับค่าจ้างเพิ่มขึ้นในระยะยาว เศรษฐกิจดิจิทัลภายใต้กระแสเสรีนิยมใหม่ที่ไม่คำนึงถึงความเป็นธรรมทางสังคมอาจสร้างความเหลื่อมล้ำมหาศาล Asa Erikkson สมาชิกรัฐสภาจากพรรค Social

อนาคตใหม่ เศรษฐกิจก้าวหน้าและความยุติธรรม

ปิยบุตร แสงกนกกุล พรรณิการ์ วานิช และ ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ตัวแทนอนาคตใหม่ ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมในงาน An Economy Progress and Justice – เศรษฐกิจก้าวหน้าและความยุติธรรม โดยองค์กร SocDem Asia เครือข่ายกลุ่มองค์กรทางการเมืองและสังคมที่ผลักดันประเด็นประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมเต็มรูปแบบ ผ่านเงื่อนไขการสร้างรัฐสวัสดิการ โดยครั้งนี้จัดที่กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล มีพรรคการเมืองใหม่ของไทยเพียง 2 พรรคที่ได้รับเชิญ คือ สามัญชน และอนาคตใหม่ ส่วนประเทศอื่นๆ  มีนักการเมืองระดับ ส.ส. และรัฐมนตรีจากหลายพรรค ทั้งของมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ สวีเดน เยอรมนี และอีกหลายประเทศ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นถึงการปรับตัวให้ทันโลกยุคดิจิทัล เศรษฐกิจใหม่ ในยุคที่รัฐสวัสดิการกลายเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรมท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดในสมรภูมิเศรษฐกิจโลก ที่น่าประทับใจคือประเทศเจ้าภาพ เนปาล แม้จะเป็นประเทศเล็ก ยากจน เผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติซ้ำซาก แต่กลับมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ในการเดินตามเส้นทางรัฐสวัสดิการแบบสวิตเซอร์แลนด์และสวีเดน  และทุกพรรคการเมืองก็แข่งขันกันด้วยนโยบายรัฐสวัสดิการที่โอบรับประชาชน  การประชุมที่รวบรวมพรรคการเมืองแนวสังคมประชาธิปไตย นักวิชาการ และภาคประชาสังคมแนวสังคมประชาธิปไตยครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าความใฝ่ฝันสู่สังคมแบบใหม่ที่เท่าเทียมและเป็นธรรม ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทยผ่านพรรคอนาคตใหม่เท่านั้น  คนกว่าครึ่งโลกต่างใฝ่ฝันถึงสังคมที่ประชาธิปไตยเต็มขั้นและเสมอภาคทางเศรษฐกิจ ในประเทศที่มั่งคั่งแบบเยอรมนี สวีเดน ประเทศที่เล็กและไม่มีทรัพยากรมากมายอย่างเนปาล ประเทศเพื่อนบ้านที่ต่อสู้มายาวนานแบบเมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ หรือมาเลเซีย ทุกที่ล้วนเคยผ่านทศวรรษที่สูญหาย บางที่ใช้เวลานานกว่าจะสำเร็จ  บางที่ใช้เวลาไม่นานนัก ไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว   แต่การที่โลกใหม่ยังไม่เกิดขึ้น  มิใช่แปลว่าโลกเก่ามีความชอบธรรมที่จะคงอยู่โดยไม่เปลี่ยนแปลง     #พรรคอนาคตใหม่ #ทีมอนาคตใหม่ #เนปาล

ทำไมต้อง “hack” อย่าง มาราธอน ร่วมกัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา อนาคตใหม่จัดกิจกรรม FWP Hackathon ผู้ร่วมกิจกรรมเกือบ 40 คนได้ร่วมกันใช้เวลาผลิตผลงานอย่างต่อเนื่องนับได้ 10 ชั่วโมง  ผลงานที่ว่าคือการหาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษา และนำมาผลิตเป็นชุดข้อมูลที่เข้าใจง่าย ข้อเสนอที่ผ่านการหาข้อมูลอ้างอิงแล้ว และข้อเสนอทั้งเชิงแนวปฏิบัติและแนวนโยบายจำนวนมาก เช่น เงินเดือนครูและเหตุจูงใจการเป็นครู ซึ่งพบว่ารายได้ครูไม่ได้น้อยอย่างที่หลายคนเข้าใจ และพ้องกับข้อมูลคะแนนการสอบเข้าคณะครุศาสตร์ที่เริ่มสูงขึ้นด้วย ข้อเสนองบประมาณสำหรับนมโรงเรียนที่สะท้อนความเป็นจริงที่ว่าปัจจุบันงบประมาณต่อหัว 7.37 บาท/คน ในปีงบประมาณ 2561  (ข้อมูลตัวอย่างจากรายงานรายละเอียดประมาณการรายจ่ายงบประมาณรายจ่ายทั่วไป ประจำปีงบประมาณ 2561 เทศบาลตำบลสร้างนางขาว อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย) สามารถซื้อนมได้เพียง 0.18 ลิตร  ซึ่งไม่ถึงปริมาณ 0.225 ลิตร ดังที่ควรจะเป็น จำนวนนักเรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปี พ.ศ. 2552-2553 ซึ่งในบางจังหวัดอาจสูงถึงร้อยละ 50  และมีจำนวนนักเรียนชายหลุดออกจากระบบมากกว่านักเรียนหญิงอย่างชัดเจน ตามค่าเฉลี่ยนักเรียนชายหายไปร้อยละ 16 ส่วนนักเรียนหญิงร้อยละ 11  สามารถติดตามข้อมูลและภาพ visualization ได้ที่ https://ed-hackathon.firebaseapp.com/#second ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นโครงการที่ผู้เข้าร่วมริเริ่มตั้งคำถามกันเอง  ทำให้เห็นชัดเจนว่าประเด็นการศึกษาอยู่ในความสนใจและเป็นปัญหาที่ทุกคนยอมรับตรงกัน การหาข้อมูลร่วมกันทำให้ได้แลกเปลี่ยน ส่งต่อ และสร้างองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นจริง  ความสำคัญจึงอยู่ที่ความคิดริเริ่มของผู้เข้าร่วมงานทุกคน ที่ได้รับการต่อยอด ถักทอ ออกมาเป็นข้อมูลที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะ เมื่ออนาคตใหม่สามารถเปิดเว็บไซต์พรรคได้ แน่นอนว่าเราจะรวบรวมเอาข้อมูลที่ประชาชนสร้างขึ้นนี้ขึ้นสู่เว็บไซต์  เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพราะการเข้าถึง การแลกเปลี่ยน และตรวจสอบข้อมูลถือเป็นพื้นฐานและกลไกสำคัญของสังคมที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ที่อนาคตใหม่ต้องการทำให้เกิดขึ้นจริง   ขอบคุณผู้เข้าร่วมงานทุกท่านที่มาร่วมสร้างอนาคตใหม่ด้วยกัน  

ข้ามพ้นมรดก คสช. ต้องอาศัยพลังจากประชาชนทุกคน

เวทีเสวนา “อนาคตประชาธิปไตยไทย ข้ามพ้น กับดัก ความหวัง” ซึ่งจัดโดยคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ในวาระ 69 ปีการก่อตั้งคณะ เป็นเวทีแรกที่เชิญตัวแทนพรรคการเมืองระดับผู้นำพรรคไปได้ถึง 4 พรรค  คือ จาตุรนต์ ฉายแสง พรรคเพื่อไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ ไพบูลย์ นิติตะวัน พรรคประชาชนปฏิรูป และ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณคณะรัฐศาสตร์ที่เปิดพื้นที่ประชาธิปไตยในห้วงยามของเผด็จการ แม้บรรยากาศการเสวนาจะดุเดือด มีความเห็นต่างกันบ้าง แต่ก็มีหลายจุดที่นักการเมืองที่ถูกมองว่าเป็นขั้วตรงข้ามเห็นตรงกัน  โดยเฉพาะประเด็นที่ว่ารัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ และ คสช. ต้องปลดล็อกพรรคการเมืองโดยเร็ว ลดการใช้อำนาจเผด็จการ เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นบริสุทธิ์ยุติธรรมย่างแท้จริง ในเวทีนี้ ธนาธรย้ำว่ากับดักสำคัญของประชาธิปไตยไทย คือรัฐประหารซ้ำซาก ที่ทำให้ไทยพัฒนาตามโลกไม่ทัน และสิ่งที่เราต้องข้ามพ้นให้ได้ คือมรดกรัฐประหารอย่างรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติ พรรคที่เชิดชูประชาธิปไตยต้องได้เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา และเดินหน้าทำประชามติขอแก้รัฐธรรมนูญ แล้วให้ประชาชนลงประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญเมื่อร่างเสร็จ อาจใช้เวลามาก แต่ต้องทำเพื่อลบล้างผลพวงรัฐประหารอย่างสันติ เพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน เพราะการเมืองคือเรื่องของความเป็นไปได้ แม้คณะรัฐประหารจะวางกลไกไว้มากมายเพื่อให้มรดก คสช .คงอยู่ต่อไป แต่หากประชาชนรวมพลังกัน มีฉันทามติร่วมกันว่าจะต้องข้ามพ้นกับดักนี้ อนาคตใหม่ที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ย่อมเกิดขึ้นได้จริง   #พรรคอนาคตใหม่ #ทีมอนาคตใหม่

ดาวเทียมแบบไหนที่ไทยต้องการ

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏข่าวกระทรวงกลาโหมไทย มีแนวคิดด้านยุทธศาสตร์อวกาศ โดยการจัดหาระบบเครือข่ายดาวเทียมที่เรียกว่า ดาวเทียมไธอา : THEIA จำนวน 112 ดวง มูลค่า 2,850 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ หรือ ประมาณ 91,200 ล้านบาทไทย (ไม่รวมค่าจัดส่งสู่อวกาศ)

(Infographic) วิถีแห่งการเมืองใหม่อนาคตใหม่

มีหลายท่านสนใจสอบถามแนวทางของพรรคอนาคตใหม่ และนโยบายที่เป็นรูปธรรม  เพื่อจะได้ตัดสินใจว่าพรรคอนาคตใหม่จะเป็นผู้นำประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีขึ้นได้หรือไม่ แม้ตอนนี้เราจะยังประกาศนโยบายอย่างชัดเจนไม่ได้ เนื่องจากติดล็อกคำสั่ง คสช. แต่นี่คือวิธีการทำ “พรรคการเมืองแบบใหม่” ของเรา และทันทีที่ คสช. ปลดล็อก นำความปกติคืนสู่การเมืองไทย เราพร้อมนำเสนอนโยบายต่อสาธารณชน เพื่อยืนยันว่าอนาคตใหม่ คือพรรคทางหลักของการเมืองไทย    อนาคตใหม่ เพื่อประเทศไทยที่มีอนาคต   #พรรคอนาคตใหม่ #ทีมอนาคตใหม่ (เชิญเป็นแนวร่วมอนาคตใหม่ >> https://futureforwardparty.org/join)

(คลิป) การเมืองใหม่ อนาคตใหม่ประเทศไทย

“การเอาชนะทางการเมือง ชนะกันที่ความคิด พรรคอนาคตใหม่มุ่งมั่นทำงานความคิด เพื่อปักธง ยึดพื้นที่อุดมการณ์ประชาธิปไตยและสร้างสังคมที่ก้าวหน้าให้กับคนไทย” ฟัง ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงแนวทางการทำพรรคการเมืองแบบใหม่ ที่ประชาชนจะเป็นเจ้าของร่วมกันผ่านการมีส่วนร่วมในการออกนโยบายและการระดมทุนให้ได้อย่างน้อย 350 ล้านบาทเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันที่นโยบาย ไม่ใส่ร้ายป้ายสีพรรคอื่น โดยทำผ่าน 3 องค์กร คือพรรคการเมือง ทำงานการเมืองในสภา มูลนิธิ ทำงานความคิด เป็นคลังสมอง และเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อสังคม สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น และเป็นห้องทดลองนโยบายก่อนนำเสนอในระดับชาติ #พรรคอนาคตใหม่ #ทีมอนาคตใหม่ การเมืองใหม่ อนาคตใหม่ประเทศไทย “การเอาชนะทางการเมือง ชนะกันที่ความคิด พรรคอนาคตใหม่มุ่งมั่นทำงานความคิด เพื่อปักธง ยึดพื้นที่อุดมการณ์ประชาธิปไตยและสร้างสังคมที่ก้าวหน้าให้กับคนไทย”ฟังปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงแนวทางการทำพรรคการเมืองแบบใหม่ ที่ประชาชนจะเป็นเจ้าของร่วมกันผ่านการมีส่วนร่วมในการออกนโยบายและการระดมทุนให้ได้อย่างน้อย 350 ล้านบาทเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันที่นโยบาย ไม่ใส่ร้ายป้ายสีพรรคอื่น โดยทำผ่าน 3 องค์กร คือพรรคการเมือง ทำงานการเมืองในสภา มูลนิธิ ทำงานความคิด เป็นคลังสมอง และเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อสังคม สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น และเป็นห้องทดลองนโยบายก่อนนำเสนอในระดับชาติ#พรรคอนาคตใหม่ #ทีมอนาคตใหม่ 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2018年6月3日周日

เหตุผลที่ทำไมผมถึงเลือกและสมัครเป็นสมาชิกพรรค “อนาคตใหม่” – สุรชัย ศรีสารคาม

ในอดีต เรามีแต่พรรคประชาธิปัตย์ที่แข็งแรงอยู่เพียงพรรคเดียว ผมจึงเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาสังคมไทยมีพรรคทางเลือกที่ดีกว่า คือ พรรคไทยรักไทย ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นพรรคเพื่อไทย ผมก็เลือกพรรคเพื่อไทย มาบัดนี้ ทางเลือกสู่ความยั่งยืนที่ดีกว่าได้แก่ “พรรคอนาคตใหม่”

มาตั้งหลักการพัฒนาเศรษฐกิจกันใหม่ – วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

ถ้าไม่อยากให้ประเทศไทยอยู่รั้งท้าย ถูกประเทศอื่นๆ ผลัดกันแซงหน้า ถ้าอยากให้น้ำพักน้ำแรงมันคุ้มค่า ถ้าอยากให้ลูกหลานมีอนาคตที่ดีกว่า ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องช่วยกันตั้งหลักการพัฒนาเศรษฐกิจกันเสียใหม่ กลับไปที่แก่นของการพัฒนาที่เห็นหัวคน เห็นเลือดเห็นเนื้อของผู้คน

1 38 39 40 41 42 43