fbpx

บทความ

“รังสิมันต์ โรม” หนุนรายงานสถานการณ์สิทธิ “แอมเนสตี้” สะท้อนเรื่องจริง ชี้ จนท.ใช้อำนาจราวกับยังอยู่ในยุค คสช.

รังสิมันต์ โรม โฆษก กมธ. กฎหมายฯ กล่าวถึงความเห็นรายงานของแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2562-2563 ที่ระบุว่า สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยยังคงไม่ดีขึ้นตามมาตรฐานสากล

กมธ.กฎหมายฯ รับ 12 องค์กรภาคประชาชน – เสนอร่างกฎหมายป้องกันซ้อมทรมาน-บังคับสูญหาย

ตัวแทนจากคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน รับหนังสือจาก 12 องค์กรภาคประชาชน เสนอ ร่างกฎหมายการซ้อมทรมาน-บังคับให้สูญหายฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันเข้าสู่สภาต่อไป

“ชุมชนกะเหรี่ยงตะนาวศรี” ร้อง “กมธ. ที่ดิน” ชะลอขึ้นทะเบียน “แก่งกระจาน”

  เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563 ที่รัฐสภา (เกียกกาย) คณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธาน กมธ. พร้อมด้วยสมาชิก กมธ. ร่วมรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรรมและสิ่งแวดล้อมเขตงานตะนาวศรี ขอให้ชะลอการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ พิธากล่าวว่า ตามที่รัฐบาลไทยได้มีความพยายามต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2553 เพื่อที่จะขอขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานให้เป็นมรดกโลก และตั้งเป้าให้สำเร็จในปี 2563 นั้น ทำให้ชุมชนกะเหรี่ยงที่ทำกินและอยู่อาศัยในพื้นที่กังวลว่า จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน โดยเฉพาะรูปแบบการทำกินแบบไร่หมุนเวียน การพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนของคณะกรรมการมรดกโลกทั้ง 3 ครั้ง ชุมชนกะเหรี่ยงได้มีการร้องขอให้มีการแก้ปัญหาในพื้นที่ให้เสร็จก่อน ทำให้คณะกรรมการมีมติไม่รับรองกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก และให้รัฐบาลไทยกลับไปดำเนินการแก้ปัญหาตามคำแนะนำของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ     พิธากล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา ที่บ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรี้ยง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มีผู้แทนชุมชนจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำพาชี ได้ร่วมกันหารือถึงข้อกังวลต่อการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งประจานเป็นมรดกโลก และต้องการตรวจสอบว่าทางการไทยได้ดำเนินการแก้ปัญหาตามข้อเสนอของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติแล้วหรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้ชะลอการขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติไว้ก่อน จนกว่าจะมีการแก้ไขพูดคุยกันถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนพื้นที่   “ทุกวันนี้ โลกมุ่งไปในเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ต้องมีทั้งดุลยภาพ เสถียรภาพ และคุณภาพในการพัฒนา นี่เป็นทิศทางที่ทั่วโลกกำลังไปทางนี้อยู่ เพราะฉะนั้น ทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่มีสิทธิมนุษยชน ก็ไม่ใช่ทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืนแต่อย่างใด” พิธากล่าว     ด้านเกรียงไกร ชีช่วง ตัวแทนเครือข่ายฯ ระบุว่า กลุ่มป่าแก่งกระจาน 4 ผืนป่า มีพี่น้องกะเหรี่ยงอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำพาชี นั่นหมายความว่าที่รัฐพยายามบอกว่าที่บางกลอยได้รับการแก้ไขปัญหาแล้วนั้น ไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด และยืนยันว่าทั้ง 4 พื้นที่ พี่น้องกะเหรี่ยงรวมทั้งพี่น้องอื่นๆ ที่อยู่รอบผืนป่ากลุ่มแก่งกระจานยังมีความกังวลเรื่องป่าไม้ที่ดิน วันนี้ พื้นที่ในกลุ่มป่าแก่งกระจานทั้ง 4 พื้นที่ ยังมีการคุกคามแกนนำนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและชาวบ้านไม่ให้มีความมั่นคง และที่สำคัญกระบวนการของรัฐที่ผ่านมายังไม่มีการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เกิดขึ้น  

พฤติกรรมซ้ำซากของ ส.ส. รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ! อนาคตใหม่เปิดเพิ่มอีกดอกคลิป #เสียบบัตรเเทนกัน

ส.ส. อนาคตใหม่ แถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชน เรื่องการเสนอญัตติด่วนให้สภาผู้แทนราษฏร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสอบสวน กรณีสมาชิกสภาผู้กดบัตรลงคะแนนแทนกันในการลงมติ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ทั้งนี้ยังเปิดหลักฐานเพิ่มเติมเป็นคลิปวีดีโอ ในการเสียบบัตรแทนกันตั้งแต่มีการเปิดประชุมสภาฯ

“วาโย” ตั้งกระทู้ถามสดรัฐบาลหาแนวทางป้องกันโคโรนา ชี้อุปกรณ์-บุคลากรไม่เพียงพอ

วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรีกรณีแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤติไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาด ซึ่งมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ตอบกระทู้

“เอกภพ” ลงลึก ลักษณะ “ไวรัสโคโรนา” – ย้ำ ถอดบทเรียนจากวิกฤติ

  วันที่ 29 มกราคม 2563 ณ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส. แบบแบ่งเขต จังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายใน ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เอกภพกล่าวว่า สิ่งที่นำมาอภิปรายในวันนี้มาจากการรวบรวมข้อมูลทางวิชาการและมาจากสำนักข่าวใหญ่ของต่างประเทศ ไม่ได้มาจากความคิดเห็นส่วนตัว ในฐานะที่ตนเป็นแพทย์และเคยทำงานในโรงพยาบาลรัฐในช่วงที่มีการระบาดตั้งแต่ ซาร์ส, เมอร์ส, ไข้หวัดใหญ่ 2009, ไข้หวัดนก ทำให้ทราบว่าบุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรต่างๆทำงานกันหนักมากในช่วงมีโรคระบาด เพื่อป้องกันคนไทยให้ห่างจากโรคระบาดที่ร้ายแรง   “คนกลุ่มนี้ยังเป็นคนกลุ่มที่เสี่ยงที่สุดที่จะต้องติดเชื้อ เพราะว่าโรคที่เราต้องเผชิญเป็นโรคใหม่ที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นอะไร ในตอนนี้ผมก็เลยขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกท่านและขอเป็นกำลังใจให้กับชาวจีนและชาวโลกที่ต้องเผชิญโรคนี้ด้วยกันในตอนนี้”   เอกภพเผยว่า โรคไวรัสโคโรน่า 2019 ถือว่าเป็นโรคในกลุ่มที่เราเรียกว่า “โรคอุบัติใหม่ (emerging infectious disease)” เป็นไวรัสที่เกิดขึ้นใหม่ในกลุ่มโคโรน่าไวรัส แต่มีการกลายพันธุ์เกิดขึ้นใหม่ ความสำคัญในการรับมือ แน่นอนว่าเรามีข้อมูลไม่เพียงพอในช่วงแรก เพราะฉะนั้นเราต้องรับมือด้วยการจัดการภาวะฉุกเฉินอย่างมีคุณภาพ ต้องใช้ความสามารถในการบริหารจัดการและความเข้าใจในเชิงวิชาการ ที่สำคัญคือความสามารถในการสื่อสารด้วย นอกจากนี้ ข้อมูลที่มาจากหนังสือสารวารทางการแพทย์ที่ชื่อว่า JAMA ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมาย้ำชัดเจนว่า “Coronavirus Infections-More Than Just The Common Cold” โคโรน่าไวรัสตัวนี้เป็นมากกว่าไข้หวัดธรรมดา   “เราเจอว่าหนึ่งคนที่ติดเชื้อสามารถแพร่กระจายไปให้คนรอบข้างได้ 2-3 คน นี่คือความสามารถในการกระจายเชื้อทั่วไป แต่มีบางรายมีรายงานว่าคนติดเชื้อหนึ่งคนสามารถแพร่กระจายให้คนอื่นได้ถึง 14 คน คนกลุ่มนี้เราเรียกว่า super spreader เราไม่รู้หรอกว่าใครจะเป็น super spreader แล้วเราก็ไม่รู้ว่าคนที่เกิดอาการในประเทศไทยเป็น super spreader ไปหรือยัง อัตราการเสียชีวิตโดยรวมคือ 2-3% ในคนไข้ติดเชื้อทั้งหมด แต่ถ้าเรานับเฉพาะคนไข้ที่มีอาการหนักถึงขั้นนอนโรงพยาบาล อัตราการเสียชีวิตถึง 15% เลย”   ในมุมมองของเอกภพ โรคไวรัสโคโรน่า 2019 ตัวนี้ถือว่าเป็นโรคที่มีความรุนแรงน้อยกว่าซาร์สหรือเมอร์ส เพราะมีอัตราการตายน้อยกว่า แต่โรคที่มีความรุนแรงน้อยกว่าจะสามารถแพร่กระจายได้มากกว่า นี่คือคีย์หลักสำคัญว่าไวรัสตัวนี้มีการเสียชีวิตน้อย แต่มีความสามารถในการแพร่กระจายได้เยอะ เพราะว่าคนเป็นแล้วป่วยหนักน้อยกว่า โรคตัวนี้มีระยะฟักตัว 2-14 วัน ณ ถึงตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าสามารถแพร่กระจายเชื้อในช่วงฟักตัวได้หรือไม่ มีข้อมูลจากทางจีน เชื่อว่าสามารถแพร่กระจายเชื้อในช่วงฟักตัวได้ ก่อนที่จะมีอาการ แต่ทางผู้เชี่ยวชาญทางอเมริกาหรือ WHO ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะไวรัสโคโรน่าตัวที่ผ่านมาเช่น ซารส์หรือเมอรส์ไม่สามารถแพร่เชื้อในระยะฟักตัวได้ อาการของคนไข้เกือบทุกคน จะเริ่มด้วยการมีไข้ และมักจะไอแห้ง ส่วนน้อยที่จะมีไอเสมหะ มีปวดเมื่อยตามตัว มีอาการคลื่นใส้อาเจียน ท้องเสียได้ในบางราย และนี่คือประเด็นสำคัญ ถ้าเป็นไข้และดำเนินโรคต่อไปถึงวันที่ 7-8 จะมีโอกาสที่เชื้อโรคจะลงปอด ทำให้มีอาการหายใจเหนื่อย แน่นหน้าอก และหอบ ถึงขั้นเสียชีวิตได้ นี่คือการดำเนินโรคที่เราเจอในคนไข้ทั่วไปทุกวันนี้   “สถานการณ์ล่าสุด ตัวเลขที่ผมนำมาเสนอวันนี้กลายเป็นอดีตไปแล้ว เพราะปัจจุบันล่าสุดในจีนมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 5,974 ราย เสียชีวิตแล้ว 132 ราย ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงทุกชั่วโมง ทุกนาที ณ ปัจจุบันนี้ทั่วทั้งจีนพบผู้ติดเชื้อทั่วประเทศแล้ว”   เอกภพกล่าวต่อไปว่า ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 17 ประเทศ ประเทศไทยล่าสุดข้อมูลจากเมื่อวาน 14 ราย เราไม่มีข้อมูลอัพเดทของวันนี้ แต่ข้อมูลที่สำคัญที่ต้องการชี้ให้เห็น คือ ที่ประเทศไทยเมื่อวานนี้มีรายล่าสุดที่ไม่ได้เป็นคนจีนที่มาจากอู่ฮั่น ข้อมูลที่ทางการไทยให้สื่อต่างประเทศคือรายนั้นมาจากฉงชิ่ง ซึ่ไม่ได้อยู่ในมณฑลเหอเป่ยด้วย อยู่ในมณฑลข้างเคียง แปลว่าการเฝ้าระวังเฉพาะอู่ฮั่นอาจจะไม่พอแล้ว นี่คือข้อมูลที่น่าตกใจ ข้อมูลจากวารสารทางการแพทย์ยืนยัน มีรายงานแล้วว่าสามประเทศนี้มีการติดเชื้อของประชาชนในประเทศ โดยที่ไม่ได้เป็นการเอาเชื้อเข้ามาจากจีน เยอรมนีเป็นนักวิชาการประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากจีนที่มาประชุมร่วมกัน ญี่ปุ่นเป็นคนขับรถนักท่องเที่ยวจีน เวียดนามเป็นญาติเป็นลูกของครอบครัวที่ไปเที่ยวจีนแล้วกลับมาแล้วป่วย นี่คือข้อมูลว่าหลายๆประเทศเริ่มมีผู้ป่วยที่ไม่ได้ไปจีนหรือมาจากจีนแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือการเฝ้าระวังและเตรียมการ คำถาม คือ ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดมีระบบติดตามอย่างไร นักท่องเที่ยวจีนก่อนประกาศปิดเมือง เข้ามาในประเทศไทยตีตัวเลขกลมๆประมาณ 20,000 ราย แล้วหลังจากนั้นก็มีจากเมืองอื่นที่ยังเปิดเข้ามาอีก มีระบบติดตามเขาอย่างไรบ้าง? ในสถานที่ๆมีคนมากๆ สนามบิน รถไฟฟ้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า เจลล้างมือมีเพียงพอหรือไม่? ความสำคัญคือเจลล้างมือเพราะเชื้อโรคพวกนี้ติดจากมือ ถ้าเราไปสัมผัสที่หน้า สัมผัสในปาก กินข้าวอะไรไปอาจจะได้รับเชื้อเข้าไปได้   “หน้ากากอนามัยมีราคาสูงขึ้นในท้องตลาด เราจะทำอย่างไรให้หน้ากากเพียงพอและราคาไม่สูง? การฆ่าเชื้อในที่ชุมชนมีการทำอย่างเป็นมาตรฐานอย่างไรบ้าง? และที่สำคัญมีคนที่มาจากจีนในเมืองอื่นมาแล้ว มีคนจากประเทศอื่นที่ติดในประเทศตัวเองแล้ว ในประเทศไทยเรามีการเตรียมตัวทีจะรับมือคนไข้จำนวนเยอะหรือยัง? เรามีชุดตรวจที่เพียงพอที่จะคัดกรองคนไข้หลักร้อย หรือหลักพัน หรือหลักหมื่นคนแล้วหรือยัง? ห้องแยกโรคมีพอไหม? Negative Pressure ในแต่ละโรงพยาบาลมีโรงพยาบาลละ 1-2 ห้อง ถ้ามีคนไข้ติดเชื้อในจังหวัดหนึ่งเยอะๆเราจะทำอย่างไร?”

“ส.ส. อนาคตใหม่” สานต่อเสียงม็อบชาวสวนยาง

ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ ภาคใต้ แถลงข่าวรับหนังสือร้องเรียนม็อบเกษตรกรสวนยาง เรียกร้องรัฐบาลแก้ไขปัญหาด่วนราคายาง

“อนาคตใหม่” จี้ กกต. แจงสูตรคำนวณบัญชีรายชื่อ – ไม่ตรง พ.ร.ป. การเลือกตั้งฯ

  เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 ที่พรรคอนาคตใหม่ ชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า กรณีที่มีการแจกใบดำ อดีตผู้สมัคร ส.ส. จันทบุรี เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ นั้น ตาม พ.ร.ป. การเลือกตั้งฯ มาตรา 131 วรรค 2 กำหนดให้ “ดำเนินการคำนวนเพื่อหาจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองใหม่ โดยมิให้นำคะแนนที่ผู้สมัครดังกล่าวได้รับไปรวมคำนวนด้วย” แต่วันก่อนในข่าวชี้แจงของ กกต. ประกาศเพียงแต่ว่าพรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส. บัญชีรายชื่อลดลง 1 คน และพรรคไทยรักธรรม มี ส.ส. บัญชีรายชื่อ 1 คน เท่านั้น ไม่ได้ดำเนินการตามที่ พ.ร.ป. การเลือกตั้งฯ กำหนดไว้ นั่นคือ ต้องประกาศจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองทั้งหมดใหม่ ซึ่งถ้าคำนวนจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อบนฐานของวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ตามที่ กกต. ระบุ พรรคพลังประชาชนปฏิรูป ควรจะต้องได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 1 คน คำถามคือ ในเมื่อปัจจุบันพรรคนี้ได้ยุบตัวเองไปแล้ว ส.ส. 1 คนดังกล่าวจะจัดสรรไปให้พรรคไหน ด้วยหลักเกณฑ์อะไร กกต. ต้องชี้แจงให้ชัดเจน จะโอนให้พรรคพลังประชารัฐโดยพลการไม่ได้   “อีกข้อสังเกตหนึ่ง เป็นไปได้ที่ กกต. จะคำนวณจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อใหม่ บนฐานของจำนวน ส.ส. เขต ที่แต่ละพรรคได้รับเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ไม่ได้คิดอยู่บนฐาน ส.ส. เขตที่พรรคการเมืองมี ณ ปัจจุบันจริงๆ นั่นหมายความว่า แม้พรรคพลังประชารัฐจะดูด ส.ส. งูเห่าจากพรรคอนาคตใหม่เข้าไปแล้ว ซึ่งทำให้มีจำนวน ส.ส. เกินจำนวน ส.ส. พึงมีอยู่ในปัจจุบัน แต่ไม่ต้องลดจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อลง” ชัยธวัชกล่าว   ชัยธวัชกล่าวทิ้งท้ายว่า ทั้ง 2 ประเด็นดังกล่าว ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า การประกาศจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ เมื่อวันก่อนนั้น เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ กกต. ควรต้องออกมาชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่า ดำเนินการคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ให้พรรคการเมืองอย่างไร

“พรรณิการ์” เผย เล็งซักฟอก “ป๊อก – วิษณุ” บริหารผิดพลาด

  เมื่อวันที่ 28 มกราคม เวลา 13.00 น. ที่พรรคอนาคตใหม่ พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเรื่องการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ และความคืบหน้าในการเตรียมสู้คดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ โดยระบุว่าพรรคอนาคตใหม่ได้เตรียมการที่จะอภิปรายรัฐมนตรีหลายคน เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และวิษณุ เครืองาม ที่จะเป็นผู้ถูก ส.ส. พรรคอนาคตใหม่อภิปรายเป็นหลัก สำหรับภาพรวมในการอภิปรายของพรรคอนาคตใหม่ จะไม่ได้เน้นแค่เรื่องการเปิดโปงการทุจริตหรือการใช้อำนาจในทางมิชอบ แต่จะเป็นเรื่องของการมีส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารประเทศในทางที่ผิดพลาด ความไร้วิสัยทัศน์ที่จะนำพาประเทศ จนไปผิดทิศผิดทาง ซึ่งบางทีสร้างความเสียหายมากกว่าการทุจริตหรือการใช้อำนาจในทางมิชอบเสียอีก   “พรรคอนาคตใหม่ต้องการทำให้ประชาชนได้เห็นว่าความผิดพลาดในการบริหารของรัฐบาลนำมาซึ่งความเสียหายต่อผลประโยชน์และเกียรติภูมิชองชาติ และภาษีของประชาชนมากแค่ไหน นอกจากนี้ พรรคอนาคตใหม่จะไม่ได้วิจารณ์เพียงอย่างเดียว แต่จะชี้ให้เห็นถึงทิศทางที่ถูกควร เพื่อหวังว่ารัฐบาลจะรับฟังและนำไปปรับแก้ เพราะผู้ที่จะได้ประโยชน์ก็คือประชาชน” พรรณิการ์กล่าว   พรรณิการ์กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันก่อน ทีมทนายความได้ไปยื่นเอกสารชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่ครบถ้วนจนเรียบร้อยแล้ว มั่นใจว่าเรื่องนี้พรรคอนาคตใหม่ทำถูกต้อง ไม่ว่าจะพิจารณาจากทั้งตัวบทกฎหมายหรือพิจารณาจากด้านอื่นๆ แต่สิ่งที่ยังคงเป็นคำถามของเราคือกระบวนการตั้งเรื่อง ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นไปโดยชอบธรรมหรือไม่ เป็นไปโดยตามกระบวนการที่ถูกต้องหรือไม่ และสิ่งสำคัญคือเมื่อเราส่งคำชี้แจงไปแล้ว เราก็ได้ร้องขอให้ศาลเปิดการไต่สวนพยานหลักฐาน เพื่อให้เรื่องนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนต่อสาธารณชน   “เราคาดหวังว่าศาลจะเปิดให้มีการไต่สวนพยานหลักฐาน และที่หวังเป็นอย่างยิ่ง คือให้ศาลรัฐธรรมนูญเรียกเอกสารหลุดที่ปรากฏต่อสาธารณแล้วมาจากทาง กกต. ด้วยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพิจารณาคดี เพราะเรื่องนี้เมื่อเปิดออกมาแล้วได้สร้างข้อกังขาให้กับประชาชนทั้งประเทศ ว่าในเมื่อคณะกรรมการไต่สวนยกคำร้องเรื่องนี้ไปทั้งสองชุด ทำไม กกต. ยังคงดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีการเรียกเอกสารชุดนี้ ก็จะคงทำให้ประชาชนข้องใจต่อไป” พรรณิการ์กล่าวปิดท้าย

1 2 3 4 5 6 43