fbpx

บทความ

เปิดไทม์ไลน์เปรียบเทียบขั้นตอน-ระยะเวลา คดีหุ้นสื่อของ ดอน-ธนาธร

  8 กรกฎาคม 2562 เป็นวันสุดท้ายตามกรอบเวลา 45  วันที่ธนาธรจะต้องส่งหนังสือให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหา  โดยทางทีมกฎหมายของพรรคอนาคตใหม่ได้ส่งเอกสารเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว  โดยเอกสารคำชี้แจงมีประมาณ 70 หน้า และเอกสารประกอบคำชี้แจงอีกกว่า 200 หน้า รวมทั้งคำร้องขอให้ศาลนัดไต่สวนพยานและพิจารณาคดีโดยเปิดเผยด้วย และต่อไปนี้คือขั้นตอนกระบวนการหลังจากนี้ไปของคดี ธนาธร   โดยยกคดีหุ้นสื่อของดอนมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้เข้าใจง่าย บนบรรทัดฐานเดียวกัน โดยสรุป กระบวนการที่ กกต.รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ของคดีดอนใช้เวลา 417 วัน แต่คดีธนาธรใช้เวลาเพียง 53 วันเท่านั้น และ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องแล้ว ได้สั่งให้ธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. เป็นการชั่วคราวทันที  ในขณะที่ไม่มีคำสั่งให้ดอนหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี  อย่างไรก็ตาม ศาลได้อนุญาตให้ทั้งธนาธรและดอนขอขยายเวลาการส่งหนังสือชี้แจงข้อกล่าวหาออกไปเป็น  45 วันเหมือนกันทั้งสองคดี สำหรับในคดีดอน ศาลเห็นว่าคดียังมีปัญหาข้อเท็จจริงที่คู่กรณีตั้งประเด็นโต้แย้งกันอยู่  จึงนัดให้มีการเปิดไต่สวนพยาน ด้านธนาธรก็ได้ขอให้ศาลไต่สวนพยานโดยเปิดเผย  (เพราะเป็นอำนาจของศาลที่อาจจะไม่ไต่สวน หรือไต่สวนแบบลับก็ได้)  และหากยึดตามบรรทัดฐานเดียวกัน เชื่อว่าศาลจะนัดไต่สวนพยานคดีธนาธรด้วยเช่นกัน  โดยหากยึดบรรทัดฐานตามคดีดอน คาดว่าศาลจะนัดไต่สวนคดีธนาธรในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม  และอ่านคำวินิจฉัยช่วงสิ้นเดือนกันยายน 2562 สุดท้าย ธนาธรและทีมกฎหมายมีความมั่นใจในการต่อสู้คดีนี้ ไม่มีความกังวลใดๆ  เพราะแนวทางการตัดสินของศาลฎีกา ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ยึดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตรา 1129 มาโดยตลอด  และธนาธรก็มีหลักฐานตราสารโอนหุ้นครบถ้วน แต่ถ้าหากจะยอมกันถึงขนาดว่าไม่เอามาตรา 1129 มาใช้เฉพาะกรณีธนาธรเพียงกรณีเดียว  ระบบและแนวทางกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจและการโอนหุ้นทั้งหมดที่เคยทำกันมาในประเทศไทยก็จะปั่นป่วนไปหมด เพียงเพราะอยากกำจัดธนาธรคนเดียว  ก็คงเข้ากับประโยคที่ว่า “เผาบ้านไล่หนู” คือการเผาทั้งบ้านให้พังทลายลงไป เพราะเพียงแค่อยากไล่หนูเท่านั้น

ปิยบุตร แถลงความคืบหน้าคดีหุ้น “วี-ลัค”

  ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงความคืบหน้าของคดี  หลังจากที่ทีมกฎหมายได้ขอขยายระยะเวลาการยื่นเอกสารชี้แจงไปที่ศาลรัฐธรรมนูญออกไป 30 วัน และต่ออีก 15 วัน มาจบในวันที่ 8 กรกฎาคม 2562 และในช่วงบ่ายของวันสิ้นสุดเวลายื่นเอกสารชี้แจงนี้   ทีมกฎหมายของพรรคได้เดินทางไปจัดการยื่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประกอบไปด้วยเอกสารคำชี้แจงประมาณ 70 หน้ากระดาษ เอกสารประกอบคำชี้แจงอีก 50 รายการ จำนวนประมาณ 200 หน้า พร้อมคำร้องขอให้ศาลนัดไต่สวนพยานและพิจารณาโดยเปิดเผย  และขอให้ยกเลิกคำสั่งให้ธนาธรยุติปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว      ในการนี้ เมื่อเทียบเคียงกับกรณีที่มีความใกล้เคียงกัน คือกรณีของ ดอน ปรมัตถ์วินัย  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาล คสช. เริ่มตั้งแต่มีคำร้องไปจนถึงวันที่ กกต.  ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาทั้งสิ้น 417 วัน ส่วนคดีของ ธนาธร นับตั้งแต่มีคนมาร้องที่ กกต.  จนส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาทั้งสิ้นเพียง 53 วัน โดยดอนได้ยื่นเอกสารชี้แจงวันสุดท้าย 7 สิงหาคม 2561 หลังจากนั้น 23 วัน ศาลจึงได้กำหนดวันนัดไต่สวนพยาน และมีการไต่สวนพยานในวันที่ 25 กันยายน และอ่านคำวินิจฉัยคดีในวันที่ 31 ตุลาคม 2561  ซึ่งถ้าเอาปฏิทินมาเทียบเคียงกับกรณีของ ธนาธร หากศาลอนุญาตให้ไต่สวนพยานได้ ก็จะมีการออกวันที่นัดไต่สวนพยานในประมาณสิ้นเดือนกรกฎาคม นัดไต่สวนประมาณสิ้นเดือนสิงหาคม และจะมีคำวินิจฉัยออกมาในประมาณสิ้นเดือนกันยายน   “ดังนั้นถ้าหากใช้มาตรฐานเทียบเคียงแบบเดียวกับดอน  เป็นไปไม่ได้เลยที่คดีของธนาธรจะจบภายในวันสองวันหรือเร็วๆ นี้  คดีของธนาธนจะต้องได้ไต่สวนพยานหลักฐาน และอ่านคำวินิจฉัยในช่วงปลายเดือนกันยายน สำหรับ เอกสารที่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญไปนั้น ธนาธร และทีมกฎหมายได้ต่อสู้คดีนี้ในทุกประเด็น  ไม่ว่าจะเป็นการไม่มีอำนาจในการพิจารณาของ กกต. กระบวนการพิจารณาที่ไม่ถูกต้องทั้งรูปแบบและขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญ โดยเฉพาะการไม่เคารพหลักการฟังความทุกฝ่าย และไม่มีการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้เข้าชี้แจงอย่างเพียงพอ” “ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ไปสืบค้นมาได้ ว่ามีคำร้อง ส.ส. อยู่ที่ กกต. หลายร้อยราย แต่มีเพียงคดีของธนาธรเท่านั้น ที่ได้มีการส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังมีการต่อสู้ในประเด็นสำคัญ ว่า ธนาธรไม่มีหุ้นในบริษัทวี-ลัคมีเดีย อีกแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 มีเอกสารการโอนชัดเจน และในข้อกฎหมาย คือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1129 ก็ยืนยันว่าผลการโอนให้ดูเมื่อมีการโอนเกิดขึ้นในใบรับโอน”     “เพราะฉะนั้นทุกอย่างจบสิ้นเรียบร้อยแล้วในวันที่ 8 มกราคม  ดังนั้นธนาธรจึงไม่มีการถือหุ้นในวันสมัครรับเลือกตั้ง โดยใช้ทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย  และแนวทางคำพิพากษาของศาล ทั้งศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด และศาลรัฐธรรมนูญเอง ที่เคยนำ ป.พ.พ.มาตรา 1129 มาใช้ทั้งหมด” ปิยบุตรกล่าว   ปิยบุตรกล่าวเสริมด้วยว่า หากจะมีการตีความว่า ธนาธร ไม่ได้โอนหุ้นก่อนวันรับสมัครจริงๆ  ก็มีหลักฐานที่จะยืนยันอีกว่า บริษัทวี-ลัคมีเดียไม่ได้ทำสื่อมาตั้งแต่ปลายปี 2561 แล้ว ตามสัญญาที่ทำกับสายการบินนกแอร์ รับจ้างการผลิตนิตยสารจิ๊บจิ๊บ  นกแอร์เป็นผู้คุมเนื้อหาในนิตยสารทั้งหมด โดยบริษัทวี-ลัคมีเดียไม่ได้เป็นผู้ผลิตเนื้อหาเอง เป็นแต่ผู้รับจ้างพิมพ์อย่างเดียว และเมื่อปลายปี 2561 ได้มีกระบวนการยกเลิกการจ้างพนักงานทั้งหมดเพื่อเตรียมปิดบริษัท  โดยตามสัญญาที่ทำกับนกแอร์ก็ระบุไว้ว่า นิตยสารฉบับสุดท้ายจะผลิตออกมาในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 และยังมีหลักฐานสุดท้าย คือการแจ้งไปที่สำนักงานประกันสังคม เพื่อแจ้งการเลิกกิจการในช่วงปลายเดือนมกราคม 2562 

รายงานความคืบหน้างานในสภาของพรรคอนาคตใหม่

นับตั้งแต่เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 มีการประชุมแล้วทั้งสิ้น 9 ครั้ง ผมขอแจ้งรายงานความคืบหน้าการทำงานของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ดังนี้ 1. ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ 5 คน ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 1 คน ได้อภิปรายเกี่ยวกับ รายงานงบการเงินของสำนักงานศาลยุติธรรม 3. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 7 คน ได้อภิปรายเกี่ยวกับ ความคืบหน้าของแผนการปฏิรูปประเทศ 4. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 7 คน ร่วมอภิปรายในญัตติ ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ 5. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 6 คน เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยเป็นตัวแทนไปผลักดันประเด็นต่างๆในที่ประชุมเสมอ 6. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 3 คน เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ยกร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 7. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 6 คนเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ 8. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ตั้งกระทู้สด 2 กระทู้ กระทู้สดแรก ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ เรื่อง โครงสร้างอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. ที่ยังคงอำนาจของ คสช. รวมถึงควบคุมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช. กลาโหม มาตอบกระทู้สดนี้แทน กระทู้สดที่สอง ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่อง ความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี แต่จากการประสานงาน ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ฯ ติดภารกิจ ไม่มาตอบ เพื่อไม่ให้เสียโควต้ากระทู้สดประจำสัปดาห์ ส.ส.ของพรรคจึงถอนการเสนอกระทู้ออก 9. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่จำนวนมาก ตั้งข้อหารือในที่ประชุมเพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดำเนินการต่อไป 10. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ตั้งกระทู้ถามทั่วไป 5 กระทู้ ขณะนี้กำลังรอการบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมตามลำดับ 11. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เสนอญัตติด่วน รวมทั้งสิ้น 8 ญัตติ ดังนี้ – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญสอบข้อเท็จจริงการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งญัตตินี้ถูกประธานสภาผู้แทนราษฎรตีตกไป – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจของหัวกน้า คสช. ตามมาตรา 44 – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการลอบประทุษร้ายนักกิจกรรมทางการเมือง – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากโครงการ EEC – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ การทำเหมืองแร่ ในหลายพื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษากรณีประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการป้องกันรัฐประหาร – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องกัญชา โดยได้บรรจุเข้าวาระการประชุมแล้ว 2 ญัตติ กำลังรอพิจารณาบรรจุเข้าวาระอีก 5 ญัตติ และถูกตีตกไป ไม่บรรจุเข้าวาระอีก 1 ญัตติ นอกจากการตั้งกระทู้ถาม และเสนอญัตติ ตลอดจนบทบาทในคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญแล้ว พรรคอนาคตใหม่กำลังเตรียม – เสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. บางฉบับ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร – เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อยกเลิกมาตรา 272 และมาตรา 279 – เสนอร่างพระราชบัญญัติต่างๆเพื่อดำเนินการตามนโยบายที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้กับประชาชน … บันทึกคลิปการอภิปราย สรุปเนื้อความการอภิปราย อินโฟกราฟิคประกอบการอภิปราย สามารถสืบค้นดูได้จากเพจพรรคอนาคตใหม่ และเพจของ ส.ส.แต่ละคน ครับ พรรคอนาคตใหม่มี ส.ส. 81 คน และเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน คุณธนาธรไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล กรณีนี้ย่อมมีข้อจำกัดในการผลักดันนโยบายต่างๆ ตามที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้ แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่ผลักดันหรือทำอะไรเลย ต่อไป ผมจะรายงานความคืบหน้าทุกสัปดาห์ และเราจะทำข้อมูลเผยแพร่สาธารณะว่า นโยบายพื้นฐาน 12 ข้อที่เราได้รณรงค์หาเสียงไว้ ด้วยภายใต้ข้อจำกัดที่เรามี ส.ส.

(คลิป) อนาคตใหม่ @อมก๋อย

อนาคตใหม่ @ หมู่บ้านกะเบอะดิน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ [ อนาคตใหม่ @ อมก๋อย ].Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล, Pita Limjaroenrat – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ Sirikanya Tansakun – ศิริกัญญา ตันสกุล, Nitipon Piwmow – นิติพล ผิวเหมาะ, เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์, สุรชัย ศรีสารคาม และณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยทีมงานพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปรับฟังความเดือดร้อนของประชาชน รับทราบข้อมูลโครงการก่อสร้างเหมืองแร่ถ่านหิน ในพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ โดยบริษัทเอกชนรายหนึ่งได้เข้ามาสำรวจ พร้อมทั้งขอประทานบัตรไว้ตั้งแต่เมื่อปี 2543 บนพื้นที่กว่า 284 ไร่ จากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่.ที่ผ่านมามีการทำประชาคมหมู่บ้าน และรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยคณะกรรมการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีมติเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ เมื่อปี 2554 ซึ่งระบุหลักฐานการประชาคมหมู่บ้านว่าประชาชนในพื้นที่ลงชื่อและลายนิ้วมือให้การเห็นชอบการทำเหมืองด้วย.แต่อย่างไรก็ตามล่าสุดประชาชนใน อ.อมก๋อย ลงชื่อคัดค้านโครงการดังกล่าวและได้ร่วมตัวกันก่อตั้งเครือข่ายยุติเหมืองแร่อมก๋อย.จากการไปดูพื้นที่พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีประชาชนพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่มาหลายชั่วอายุคน ใช้เป็นพื้นที่ทำกิน ทำนา ปลูกผักต่างๆ ขณะที่บริเวณลำห้วยเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญ.ชาวบ้านในหมู่บ้านกะเบอะดินบอกว่าแม้โครงการนี้จะมีมานานแล้ว แต่พวกเขาแทบไม่ทราบเรื่องกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นและไม่ได้มีส่วนร่วมเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือการทำประชาคมหมู่บ้าน มารู้ตัวอีกทีก็จากประกาศที่อำเภอว่าจะมีการทำเหมืองแร่ถ่านหินในพื้นที่นี้แล้ว จึงร่วมกันลงชื่อและคัดค้าน เพราะมีความกังวลว่าคนในชุมชนของตนเองอาจต้องย้ายที่อยู่และก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปอยู่ที่ไหนแล้ว รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชาวอมก๋อยที่จะตามมาด้วย.สัปดาห์ที่ผ่านมา ส.ส.ของพวกเราได้นำเรื่องนี้เข้าไปพูดในสภาเพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและเร่งแก้ไขปัญหา.สำหรับท่านที่สนใจ สามารถติดตามความคืบหน้าและเรื่องราวของพี่น้องชาวอมก๋อยที่รวมตัวกันออกมาเคลื่อนไหวได้ที่นี่ : เครือข่ายยุติเหมืองแร่อมก๋อย.#พรรคอนาคตใหม่ #อมก๋อย #เชียงใหม่ 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年7月6日周六   ปิยบุตร แสงกนกกุล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ศิริกัญญา ตันสกุล นิติพล ผิวเหมาะ เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์  สุรชัย ศรีสารคาม และณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยทีมงานพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปรับฟังความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รับทราบข้อมูลโครงการก่อสร้างเหมืองแร่ถ่านหิน ในพื้นที่ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ โดยบริษัทเอกชนรายหนึ่งได้เข้ามาสำรวจ  โดยเอกชนรายนี้ขอประทานบัตร (หนังสือสำคัญที่ออกให้ตามกฎหมาย เพื่อให้มีสิทธิทำเหมืองแร่ในเขตที่กำหนด) ไว้ตั้งแต่ปี 2543 บนพื้นที่กว่า 284 ไร่ จากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ที่ผ่านมามีการทำประชาคมหมู่บ้าน และรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม  โดยคณะกรรมการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีมติเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ เมื่อปี 2554  ซึ่งระบุหลักฐานการประชาคมหมู่บ้านว่า ประชาชนในพื้นที่ลงชื่อและลายนิ้วมือให้การเห็นชอบการทำเหมืองด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุดประชาชนในอำเภออมก๋อย ได้ลงชื่อคัดค้านโครงการดังกล่าวแล้ว และได้รวมตัวกันก่อตั้งเครือข่ายยุติเหมืองแร่อมก๋อยด้วย จากการไปดูพื้นที่จริง ส.ส. และทีมงานพรรคอนาคตใหม่ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์  มีประชาชนพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์อยู่อาศัยมาหลายชั่วอายุคน ใช้เป็นพื้นที่ทำกิน ทำนา ปลูกผักต่างๆ ในพื้นที่มีบริเวณลำห้วยเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญ ชาวบ้านในหมู่บ้านกะเบอะดินบอกว่าแม้โครงการนี้จะมีมานานแล้ว  แต่พวกเขาแทบไม่ได้รับรู้เรื่องกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นและไม่ได้มีส่วนร่วมเลย  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือการทำประชาคมหมู่บ้าน มารู้ตัวอีกทีก็จากประกาศที่อำเภอ ว่าจะมีการทำเหมืองแร่ถ่านหินในพื้นที่นี้แล้ว จึงร่วมกันลงชื่อคัดค้าน  เพราะมีความกังวลว่าคนในชุมชนของตนเองอาจต้องย้ายที่อยู่และก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปอยู่ที่ไหนแล้ว รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชาวอมก๋อยที่จะตามมาด้วย สัปดาห์ต้นเดือนกรกฎาคม 2562  ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ ได้นำเรื่องนี้เข้าไปพูดในสภาเพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและเร่งแก้ไขปัญหาแล้ว หากสนใจติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด สามารถติดตามได้ที่เพจเฟซบุ๊ก เครือข่ายยุติเหมืองแร่อมก๋อย  www.facebook.com/sirivatsir/ เพื่อรับรู้ความคืบหน้าและเรื่องราวของพี่น้องชาวอมก๋อยที่รวมตัวกันออกมาเคลื่อนไหว และเพื่อได้เห็นความเดือดร้อนของพวกเขาด้วยตัวเองบ้าง   #พรรคอนาคตใหม่ #อมก๋อย #เชียงใหม่

อนาคตใหม่ ฉะ 6 เมกะโปรเจกต์ ทิ้งทวน คสช.

ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ร่วมแถลงข่าวกรณีการทิ้งทวนอนุมัติโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการอย่างผิดปกติ ให้แก่กลุ่มทุนขนาดใหญ่โดยรัฐบาล คสช. ที่กำลังจะหมดวาระ  พร้อมขอให้สังคมช่วยกันจับตาโครงการเหล่านี้ ศิริกัญญา ระบุว่า ความผิดปกติเหล่านี้ พรรคอนาคตใหม่ได้พูดมาหลายครั้งหลายหนในหลายวาระแล้ว  และได้พยายามส่งเสียงให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสภา แต่เชื่อว่าผู้มีอำนาจจะไม่ฟัง ดังนั้น จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมกันจับตาโครงการต่างๆ ที่รัฐบาล คสช. กำลังทิ้งทวน ให้เกิดการประมูลหรือการให้สัมปทานอย่างรวดเร็วในช่วงรอยต่อระหว่างรัฐบาล  เพื่อปกป้องงบประมาณแผ่นดินอันมาจากภาษีของประชาชน ไม่ให้ถูกใช้ไปเพื่อเอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาล คสช.   โดยโครงการต่างๆ ในส่วนที่มีการอนุมัติผ่านไปแล้ว ประกอบไปด้วย : 1.โครงการนำสายเคเบิลลงดิน หรือโครงการท่อร้อยสาย มูลค่า 20,000 ล้านบาท ที่รัฐให้สัมปทานกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยแต่เดิมโครงการนี้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร  โดยกรุงเทพมหานครได้ให้สัมปทานกับบริษัทกรุงเทพธนาคม ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับของกรุงเทพมหานครเองเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ต่อมาบริษัทกรุงเทพธนาคมก็ได้เปิดประมูลให้สัมปทาน ซึ่งผู้ชนะก็คือบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น  ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียโดยตรง โครงการนี้มีความน่ากังวล คือมีการผูกขาดถึงสองชั้น ชั้นแรกมีการผูกขาดให้กับบริษัทกรุงเทพธนาคม  ต่อมามีการเปิดประมูลอีก โดยมีบริษัทเดียวที่ยื่นซองประมูลอยู่ จากผู้แสดงความจำนงทั้งหมด 19 ราย ก็คือบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง โดย กสทช. เองก็ไม่เคยมีการเปิดเผยถึงรายละเอียดโครงการ รูปแบบจะเป็นอย่างไร ค่าธรรมเนียมต่างๆ จะคิดอย่างไร มูลค่าทั้งหมดเท่าไหร่  และการกำหนดกติกาการร้อยสายจะใช้ร่วมกันได้อย่างไรโดยที่ไม่มีการทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบเสียเปรียบ ในการนี้ พรรคอนาคตใหม่จึงขอเรียกร้องว่าควรต้องนำเอาโครงการนี้เข้า พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ หรือ PPP ให้บอร์ด PPP ได้พิจารณาถึงความเหมาะสม รวมทั้งเปิดเผย TOR (Term of Reference) หรือข้อกำหนด รายละเอียดของผู้ว่าจ้าง ให้แก่สาธารณชนรับทราบด้วย    2.โครงการยืดหนี้ให้แก่กลุ่มทุนโทรคมนาคมและ ทีวีดิจิตัล เป็นเม็ดเงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท  ซึ่งทำให้กลุ่มทุนโทรคมนาคมได้ประโยชน์เป็นจำนวนเงินถึง 2 หมื่นล้านบาท ส่วนกลุ่มทุนทีวีดิจิตัลจะได้ประโยชน์อีกประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดยจะนำค่าธรรมเนียมที่ได้จากการเปิดใบอนุญาต 5G มาชดเชยในส่วนนี้ ซึ่งการให้ใบอนุญาต 5G นี้เองก็เป็นการแจกให้โดยไม่มีการเปิดประมูล โดยครั้งแรก กสทช. จะแจกในราคา 25,000 ล้านบาท  ซึ่งราคาต่ำกว่าที่เคยมีการประมูล 4G เป็นอย่างมาก และขณะนี้ลดลงไปเหลือเพียง 1.7 หมื่นล้านบาท โดยอ้างว่ามาจากลดช่องคลื่นความถี่ลง แต่ราคาที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าใดคงไม่มีใครทราบ พรรคอนาคตใหม่จึงขอเรียกร้องว่า ควรต้องมีการประมูล ไม่ใช่การแจก license หรือใบอนุญาต แบบที่ผ่านๆ มา   3.การให้สัมปทานร้านค้าปลอดภาษีใน 4 สนามบิน ทั้งร้านค้าปลอดภาษี และพื้นที่ทางพาณิชย์ทั้งหมด  ซึ่งได้ผู้ชนะการประมูลไปแล้ว ก็คือบริษัทคิงเพาเวอร์  โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่เงื่อนไขการประมูลมีปัญหามาโดยตลอด  ที่ผ่านมาหลายฝ่ายเรียกร้องว่าควรมีการแยกสัมปทานกันระหว่างร้านค้าต่างๆ  เพราะมีตัวอย่างจากต่างประเทศให้เห็นมาแล้ว ว่าวิธีดังกล่าวจะทำให้ประเทศได้รับเม็ดเงินเป็นจำนวนที่สูงกว่า   แม้โครงการนี้จะผ่านการประมูลไปแล้ว และไม่สามารถทำอะไรได้อีก  แต่ พรรคอนาคตใหม่ ขอเรียกร้องว่าอีกไม่นานจะมีการประมูลพื้นที่รับสินค้า หรือ pick-up counter  ของร้านค้าดิวตี้ฟรีในเมืองขึ้นอีก ที่ผ่านมามีปัญหาคือผู้ได้สัมปทานพื้นที่แบบนี้ เป็นเจ้าเดียวกันกับผู้ได้สัมปทานร้านค้าปลอดภาษีในสนามบิน  ซึ่งบริษัทที่มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าหากร้านค้าดิวตี้ฟรีในเมืองมีหลายบริษัทที่ได้สัมปทาน การที่เจ้าใดเจ้าหนึ่งมาทำพื้นที่รับสินค้าในเมืองคงไม่เหมาะสม เพราะว่าจะทราบข้อมูลการขาย และราคาของคู่แข่ง ดังนั้นเมื่อมีการเปิดประมูลเกิดขึ้น  ผู้ที่ได้สัมปทานทำร้านค้าปลอดภาษีก็ไม่ควรมีสิทธิ์เข้าร่วมประมูลพื้นที่ส่วนนี้ นอกจากนี้ยังมีอีกสามโครงการด้านคมนาคมที่กำลังจะเกิดขึ้น  ซึ่งพรรคอยากชวนเชิญให้ประชาชนร่วมกันจับตามองเป็นอย่างยิ่ง    สุรเชษฐ์ ไล่ระบุให้เห็นภาพชัด ว่าโครงการเหล่านี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง 1.โครงการขยายสัมปทานทางด่วน มูลค่ากว่า 4.2 แสนล้านบาท ให้กับบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด ซึ่งโดยปกติแล้วเวลามีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่  สามารถให้เอกชนร่วมลงทุนแล้วแบ่งรายได้จนได้รับรายได้อย่างเหมาะสม แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น  คือการมอบสัมปทานทางด่วนเพื่อชดเชยค่าปรับจากคดีความที่ถูกตัดสินว่าแพ้ มูลค่า 4.3 พันล้านบาท และมีความพยายามจะรวมมูลค่าความเสียหายจากข้อพิพาทอื่นๆ ที่ศาลยังไม่ได้ตัดสินเข้ามาด้วย  เท่ากับว่าบริษัททางด่วนกรุงเทพจะได้รับสิทธิ์จากการขยายสัมปทาน ร่วมกับสิทธิ์ในสัมปทานใหม่ในการก่อสร้างทางด่วน Double deck รวมมูลค่ากว่า 4.2 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการเร่งรัดกระบวนการอย่างผิดปกติ แต่ยังดีที่ประเด็นนี้กำลังจะมีการอภิปรายในสภาต่อไป  และได้บรรจุลงเป็นญัตติด่วนแล้ว โดยผู้เสนอเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลเอง ซึ่งก็คาดหวังว่าจะไม่มีการกลับลำจากผู้เสนอในสัปดาห์ถัดจากที่แถลงข่าวนี้ โดยในประเด็นสำคัญดังกล่าว พรรคอนาคตใหม่ได้พูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเรียบร้อยแล้ว  ต่างเห็นตรงกันว่าโครงการนี้มีความไม่ชอบมาพากล อีกทั้งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ดูแลงานด้านคมนาคมก็ออกมาพูดในทิศทางเดียวกัน  ซึ่งนี่คือสัญญาณที่ดีว่า จะไม่มีการกลับลำเกิดขึ้นในอนาคต   2.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3

(คลิป) เอกภพ เพียรพิเศษ : พื้นที่สาธารณะที่หายไป

เอกภพ เพียรพิเศษ : พื้นที่สาธารณะที่หายไป [ เอกภพ เพียรพิเศษ : พื้นที่สาธารณะที่หายไป ].เมืองเชียงรายกับเรื่อง "พื้นที่สาธารณะ" คงเป็นปัญหาเดียวกันกับที่อีกหลายๆ เมืองใหญ่ในประเทศไทยประพบเจออยู่ นั่นคือ "ไม่เพียงพอ" ทำให้วันหยุด อยากพาลูกจูงหลานออกจากบ้านไปเดินเล่น สถานที่ที่คิดถึงจึงหนีไม่พ้นห้างสรรพสินค้า.นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ หมอเอก Ekkapob Pianpises รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.เขต1 จ.เชียงราย ฉายภาพชัดถึงความสำคัญของพื้นที่สาธารณะที่ขาดหายไป บางแห่งที่ประชาชนใช้อยู่ อาทิ สนามบินเก่า จ.เชียงราย ก็เป็นแค่เพียงสถานที่ซึ่งประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์ เดิน วิ่ง ออกกำลังกาย ฯลฯ แต่ไม่อาจพัฒนาสาธารณูปโภคให้ตรงตามความต้องการของผู้คนได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของกองทัพอากาศ ติดระเบียบราชการต่างๆ มากมาย."พื้นที่สาธารณะ" กับเรื่อง "หมอกควัน" ซึ่งคนเชียงรายต้องเจอเมื่อฤดูแล้งมาเยือน นพ.เอกภพ บอกว่า เกี่ยวข้องกันอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากเมื่อไม่มีพื้นที่สาธารณะ ก็ไม่มีการสร้างสิ่งแวดล้อม ไม่มีการเพิ่มต้นไม้ ไม่มีการเพิ่มความชื้นให้อากาศ เมื่อเกิดปัญหาหมอกควันขึ้นจึงส่งผลกระทบรุนแรง.#อนาคตใหม่ #เชียงราย #FutureIsNow 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年7月5日周五   เมืองเชียงรายกับเรื่อง “พื้นที่สาธารณะ” คงเป็นปัญหาเดียวกันกับที่อีกหลายๆ  เมืองใหญ่ในประเทศไทยประสบพบเจออยู่ นั่นคือ ไม่มีทั้งปริมาณและคุณภาพที่ดีเพียงพอจะดึงดูดให้ประชาชนอยากพาลูกจูงหลานออกจากบ้านไปเดินเล่น  สถานที่พักผ่อนในวันหยุดสำหรับคนไทยจำนวนมากจึงหนีไม่พ้นห้างสรรพสินค้า นายแพทย์ เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ หมอเอก หนึ่งในทีมรองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส. เขต 1  จังหวัดเชียงราย ฉายภาพชัดถึงความสำคัญของพื้นที่สาธารณะที่ขาดหายไป ยกตัวอย่างพื้นที่บางแห่งในเชียงรายที่พี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์อยู่ อาทิ สนามบินเก่าเชียงราย  ก็เป็นแค่เพียงการเข้าไปใช้พื้นที่เพื่อออกกำลังกาย เดิน วิ่ง ฯลฯ แต่ก็ได้เพียงเท่านั้นเพราะไม่อาจมีการพัฒนาสาธารณูปโภคให้ตรงตามความต้องการของประชาชนได้ เพราะนั่นไม่ใช่สวนสาธารณะจริงๆ แต่เป็นพื้นที่ของกองทัพอากาศ ซึ่งติดระเบียบราชการต่างๆ มากมาย นอกจากเรื่องดังกล่าว หมอเอกยังเสริมว่า พื้นที่สาธารณะกับปัญหาหมอกควันที่ชาวเชียงรายต้องพบเจอทุกๆ ฤดูแล้ง มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากเมื่อไม่มีพื้นที่สาธารณะ ก็ไม่มีการสร้างสิ่งแวดล้อม ไม่มีการเพิ่มต้นไม้ ไม่มีการเพิ่มความชื้นให้อากาศ เมื่อเกิดปัญหาหมอกควันในแต่ละครั้ง จึงส่งผลกระทบอย่างรุนแรง   #อนาคตใหม่ #เชียงราย #FutureIsNow

(คลิป) เจนวิทย์ ชี้ “ยางต้องแปรรูปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย-หาตลาดใหม่ส่งออก”

"เจนวิทย์" เสนอทางแก้ราคายาง "เจนวิทย์" เสนอทางแก้ราคายาง ชี้ต้อง "แปรรูปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย-หาตลาดใหม่ส่งออก" ส่วนระยะสั้นประกาศการใช้เป็น "วาระแห่งชาติ" – หน่วยงานรัฐต้องให้ความร่วมมือ.ในการพิจารณา ญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งกรรมาธิการวิสามัญแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ เจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่ายางพาราเป็นเศรษฐกิจหลักของประชาชนภาคใต้ ตนเองก็เติบโตมาด้วยรายได้ที่มาจากการขายจากน้ำยางพารา ดังนั้น เมื่อผู้ค้ายางมีรายได้ที่ดีขึ้น ก็ย่อมสร้างระบบเศรษฐกิจที่หมุนเวียนในภาคใต้มากขึ้นตาม แต่ถ้ายางพาราตกต่ำ ก็จะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนไปตั้งแต่ชาวสวนยางไปจนถึงพ่อค้าแม่ขายในตลาด การหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจก็จะชะลอตัวลง.เจนวิทย์กล่าวต่อว่ายางพารามีราคาตกต่ำมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง จากอุปสงค์ที่เติบโตอย่างชะลอตัว และอุปทานที่ขยายตัวต่อเนื่อง อีกทั้งหลายประเทศที่นำเข้ายางพารา เริ่มนำยางสังเคราะห์มาใช้แทนน้ำยางธรรมชาติมากขึ้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลจะเร่งศึกษาปัญหานี้ โดยมีแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจในการแก้ไขปัญหา นั่นคือนโยบายเกษตรก้าวหน้า ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ได้เสนอต่อสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการยกระดับราคายางพาราให้มีความมั่นคงยั่งยืน นั่นคือ ต้องมีอุตสาหกรรมการแปรรูปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งนี้ ในปัจจุบันประเทศไทยส่งออกยางพารามุ่งเน้นที่การแปรรูปขั้นต้น แต่ไม่มีการแปรรูปขั้นปลายที่จะเป็นการเพิ่มมูลค่า ตนเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะทำให้มีการแปรรูปยางเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่น ให้กับพี่น้องภาคใต้ นอกจากนี้ ในปัจจุบันเราส่งออกยางไปจีนถึง 80 เปอร์เซ็นต์ นั่นเท่ากับว่าฝากอนาคตยางพาราไว้กับประเทศจีนที่เดียว ซึ่งหากวันไหนมีปัญหาการบอยคอต จะเกิดปัญหาอย่างแน่นอน ดังนั้น ต้องมีการกระจายออกไปสู่ตลาดอื่นๆของโลก.เจนวิทย์กล่าวว่าปัจจุบันยางพารามีราคาเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย อันเนื่องมาจากราคาตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น คือ มีสต๊อกยางโลกที่ลดลง และมียางเข้าสู่ตลาดน้อยเนื่องจากอยู่ในช่วงการปิดกรีด แต่ในอนาคตอันใกล้ สิ่งที่น่ากังวลคือ ประเทศไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตยางรายใหญ่ โดยจากการประชุมไตรภาคี คือ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซียนั้น เราต้องลดการส่งออกยางลง อยู่ที่ 126,240 ตัน กำหนดควบคุม 5 ชนิดคือ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม น้ำยางข้น และยางคอมบาวน์ โดยกำหนดระยะเวลาต้องลดการส่งออกระหว่าง 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถึง 19 กันยายน 2562 ซึ่งอินโดนีเซียและมาเลเซียได้ลดการส่งออกไปก่อนหน้านี้แล้ว อินโดนีเซียลด 91,860 ตัน ส่วนมาเลเซียลดลง 15,000 ตัน ทำให้หลังจากนี้ ราคายางพาราจะลดลง พี่น้องชาวใต้จะต้องทนทุกข์จากราคาตกต่ำอีก ซึ่งเป็นเรื่องรัฐบาลที่ต้องมีมาตราการแก้ไขทั้งในระยะสั้นและระยะยาว."การแก้ปัญหาราคายางในระยะสั้น ผมอยากนำเสนอให้รัฐบาลต้องประกาศให้การใช้ยางพาราเป็นวาระแห่งชาติ ทุกหน่วยงานในรัฐราชการไทยต้องมีโครงการการใช้ยาง เช่น ทำถนนในประเทศ การซ่อมถนนสึกหรอต้องใช้ยางพารา หรือใช้ยางพาราทำแผ่นพื้นปูสนามกีฬา ทั้งลู่วิ่ง สนามฟุตซอล ซึ่งจากการวิจัยพบว่าแผ่นพื้นจากยางพารามีอายุที่ยืนยาวกว่า และลดแรงกระแทกป้องกันอุบัติเหตุได้ดีกว่า ยังมีหน่วยงานของรัฐอีกมากมายมหาศาล ถ้านำไปใช้ทุกหน่วยงาน จะสามารถแก้ไขราคายางพาราตกต่ำอย่างยั่งยืนได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ต้องทำอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมด้วย" 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年7月4日周四   ในการพิจารณาญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ  เจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่ายางพาราเป็นเศรษฐกิจหลักของพี่น้องประชาชนภาคใต้  ตนเองเติบโตมาทุกวันนี้ ด้วยรายได้ที่มาจากการขายน้ำยางพารา ดังนั้นจึงบอกได้ว่า หากผู้ค้ายางมีรายได้ที่ดีขึ้น ก็ย่อมสร้างระบบเศรษฐกิจที่หมุนเวียนในภาคใต้มากขึ้นตาม แต่ถ้ายางพาราราคาตกต่ำ  ก็จะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ตั้งแต่ชาวสวนยางไปจนถึงพ่อค้าแม่ขายในตลาด การหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจก็จะชะลอตัวลง เจนวิทย์กล่าวเพิ่มเติมว่า ราคายางพาราตกต่ำมายาวนานต่อเนื่อง จากอุปสงค์ที่ชะลอการเติบโต   และอุปทานที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งหลายประเทศที่นำเข้ายางพารา เริ่มนำยางสังเคราะห์มาใช้แทนน้ำยางธรรมชาติมากขึ้น    จึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลควรจะต้องศึกษาปัญหานี้ โดยมีแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจเพื่อใช้แก้ปัญหา นั่นคือการนำแนวนโยบายเกษตรก้าวหน้าของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งได้เสนอต่อสาธารณะมาอย่างต่อเนื่องมาใช้ ด้วยการสร้างให้มีอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราขั้นปลายด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าอย่างมั่นคงและยั่งยืน ยกตัวอย่างเช่น ยางล้อรถยนต์ ถุงมือแพทย์ ที่นอนยางพารา ฯลฯ แทนที่การมุ่งเน้นแค่ส่งออกสินค้าแปรรูปขั้นต้นซึ่งเป็นเพียงวัตถุดิบอย่างที่เป็นอยู่ อย่างเช่น น้ำยางข้น ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ฯลฯ ตนเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอแน่ๆ ที่จะสร้างอุตสาหกรรมที่เพิ่มมูลค่าและทันสมัยนี้ให้กับพี่น้องประชาชนภาคใต้ นอกจากนี้ ปัจจุบันเราส่งออกยางพาราไปจีนถึง 80 เปอร์เซ็นต์  นั่นเท่ากับว่าฝากอนาคตยางพาราไว้กับประเทศจีนประเทศเดียว หากวันใดวันหนึ่งเกิดข้อขัดข้อง อย่างเช่นเกิดการบอยค็อตต์ เราจะทำอย่างไรกับยางพาราล็อตใหญ่นั้น ดังนั้น สิ่งที่ควรทำคือต้องหาตลาดอื่นรองรับไว้ด้วย     เจนวิทย์กล่าวถึงการที่ปัจจุบันยางพารามีราคาเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย นั่นเนื่องมาจากราคาตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น คือ สต็อกยางโลกลดลง  และมียางเข้าสู่ตลาดน้อยเนื่องจากอยู่ในช่วงการปิดกรีด  แต่ในอนาคตอันใกล้ สิ่งที่น่ากังวลคือการที่ไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ ต้องปรับลดการส่งออกยางลงมาอยู่ที่ 126,240 ตัน ตามความตกลงจากการประชุมไตรภาคี ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย กำหนดควบคุมสินค้า  5 ชนิดคือ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม น้ำยางข้น และยางคอมบาวน์ โดยกำหนดระยะเวลาต้องลดการส่งออกระหว่าง 20 พฤษภาคม – 19 กันยายน 2562 ซึ่งอินโดนีเซียและมาเลเซียก็ได้ลดการส่งออกไปก่อนหน้านี้แล้ว

ส.ส.อนาคตใหม่ เล็งยื่นแปรญัตติอภิปราย “กมธ.ความหลากหลาย”

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ  และคณะทำงานเพื่อความเท่าเทียมทางเพศของพรรคอนาคตใหม่  แถลงข่าวไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปการพิจารณาล่าสุดของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่ให้ตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ แยกต่างหากอีกคณะหนึ่ง แต่ให้รวมไปไว้กับ คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ       ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่  กล่าวว่าขณะนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับฯ ได้มีข้อสรุปการพิจารณาล่าสุดว่าให้ประเด็นสิทธิความหลากหลายทางเพศถูกบรรจุอยู่ใน  “คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ” โดยจัดให้อยู่ในลำดับท้ายชื่อของคณะกรรมาธิการสามัญว่า “ผู้มีความหลากหลายทางเพศ”  พรรคอนาคตใหม่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานเพื่อผลักดันประเด็นสิทธิความหลากหลายทางเพศมาตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เรารู้สึกยินดีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ  ยกร่างข้อบังคับคำนึงถึงมิติความหลากหลายทางเพศ และได้บวกรวมประเด็นสิทธิความหลากหลายทางเพศไปด้วย “แต่อย่างไรก็ตาม เรายังมีข้อกังวลและไม่เห็นด้วยกับการไม่ตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ แยกต่างหาก  และเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทยจะต้องมีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ เป็นการเฉพาะ  ไม่นำไปผนวกรวมอยู่กับประเด็นเฉพาะทางอื่นๆ” ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรค กล่าว     โดยอธิบายเหตุผลเพิ่มเติมดังนี้  ข้อมูลขององค์กร LGBT-Capital เมื่อปี พ.ศ. 2559 พบว่าประเทศไทยมีกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศอยู่เป็นจำนวนกว่า 4 ล้านคน ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 4 ของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นี่คือตัวเลขที่สามารถเก็บข้อมูลได้เท่านั้น ในความเป็นจริงแล้วอาจมีตัวเลขสูงถึงเกือบ 7 ล้านคน หรือคิดเป็น 10% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศไทย  รายงานวิจัยจาก องค์การแรงงานระหว่างประเทศ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) รวมถึงรายงานจากธนาคารโลก (World Bank)  บ่งชี้และแสดงให้เห็นสภาพปัญหาการขาดกฎหมายคุ้มครองรับรองสิทธิและความเสมอภาคของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศอย่างเป็นรูปธรรม  ทั้งการไม่สามารถใช้สิทธิการสมรสได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การที่บุคคลข้ามเพศไม่สามารถแก้ไขข้อมูลประวัติทะเบียนราษฎร์ให้สอดคล้องกับเพศสภาพ  หรือการบังคับใช้ พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 เพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านี้ก็ดำเนินงานไปอย่างล่าช้า ไม่ทันต่อสถานการณ์การเลือกปฏิบัติและการกีดกันด้วยเหตุแห่งเพศและการแสดงออกทางเพศ ประเทศไทยในฐานะสมาชิกขององค์การสหประชาชาติมีพันธกรณีต่อกติกาและอนุสัญญาสากลด้านสิทธิมนุษยชน อาทิ กติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights – ICCPR) กติกาสากลว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights – ICESCR) อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women – CEDAW)  ซึ่งปัจจุบันได้ยกระดับให้คุ้มครองบุคคลในมิติทางเพศวิถี อัตลักษณ์ทางเพศ และการแสดงออกทางเพศ ตามหลักการยอกยาการ์ตา (The Yogyakarta Principles) อีกด้วย    คณาสิต พ่วงอำไพ หัวหน้าคณะทำงานเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่าด้วยเหตุผล 3 ข้อที่กล่าวไปข้างต้น พรรคอนาคตใหม่เห็นว่าเป็นเหตุผลสำคัญอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีการรับรอง คุ้มครอง สนับสนุน กฎหมายและนโยบายต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในทุกกลไกของรัฐ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลไกคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ พรรคอนาคตใหม่จึงเห็นว่าต้องมีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ เป็นการเฉพาะ ไม่นำไปผนวกรวมอยู่กับประเด็นเฉพาะทางอื่น นอกจากนี้จากการรับฟังเสียงประชาชนและเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมหลากหลายองค์กร ก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน     ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ด้วยเหตุที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่จึงขอแสดงจุดยืน  โดยเราจะดำเนินการยื่นแปรญัตติอภิปรายร่างข้อบังคับฉบับดังกล่าวต่อไป เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ แยกออกมาโดยเฉพาะ  ดังนั้นเราขอเรียกร้องและเชิญชวนให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ร่วมกันประกาศจุดยืนสนับสนุนการทำงานด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ  ทั้งในการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ และการขับเคลื่อนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิความหลากหลายทางเพศในสภาฯ ต่อไป  เพื่อจะได้บรรลุเป้าหมายในการยกระดับศักดิ์ศรี สิทธิของบุคคลที่ความหลากหลายทางเพศ ให้เท่ากับที่บุคคลทั่วไปในสังคมพึงได้รับ ให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย   #พรรคอนาคตใหม่ #LGBT #LGBTIQ #โอบรับความหลากหลาย

การเมืองแห่งความหวัง การเมืองแห่งอนาคตใหม่

ส่วนหนึ่งจากงานครบรอบ 1 ปีพรรคอนาคตใหม่ Walk With Me Talk With Me หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์8 มิถุนายน 2562โดย ปิยบุตร แสงกนกกุล สวัสดีชาวอนาคตใหม่ทุกคนครับ มากันล้นหลามอีกเช่นเคยนะครับ วันนี้เราจัดงานครบรอบ 1 ปีของการเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ ถามกันตรงๆ ตรงนี้ครับว่า มีใครในหอประชุมแห่งนี้ได้เข้าไปร่วมประชุมกับเรา ได้เข้าไปเป็นสักขีพยานการประชุมใหญ่ครั้งแรกของเรา เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมปีที่แล้วครับ ยกมือสูงๆ ให้ดูหน่อยครับ – – มีหลายคนนะฮะ ในห้องประชุมนี้ มีใครไปอยู่ในยิมเนซียมวันที่เราเปิดการปราศรัยใหญ่ วันที่ 22 มีนาคม และในหอประชุมแห่งนี้มีใครบ้างครับที่มาร่วมงานพรรคอนาคตใหม่ครั้งแรกครับ – – นี่ละครับ สิ่งนี้ละครับที่เราต้องการ คือเราต้องการคนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ชาวอนาคตใหม่ทุกท่านครับ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมปีที่แล้ว ที่ยิมเนเซียมของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พวกเราได้จัดประชุมใหญ่ขึ้น และผมก็เป็นคนปราศรัยหนึ่งคนในนั้น ถ้าท่านจำกันได้ การปราศรัยครั้งนั้น ผมได้ยกบางช่วงบางตอนของนวนิยาย ชื่อ เมืองที่มองไม่เห็น (แปลจาก Le Città Invisibili) เขียนโดย อิตาโล คัลวีโน (Italo Calvino) ท่อนนั้นขออนุญาตอ่านทบทวนให้ท่านได้ฟังกันอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ ท่อนนั้นบอกเอาไว้ว่า “นรกของคนเป็น หากมีสักขุม ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่เป็นสิ่งที่อยู่ตรงนี้แล้ว เป็นนรกที่เราอาศัยอยู่ทุกวี่วัน เราสร้างมันขึ้นมาขณะอยู่ด้วยกัน มีหนทาง 2 หนทางที่จะไม่เป็นทุกข์เพราะมัน หนทางหนึ่งนั้นง่ายสำหรับคนทั่วไป คือยอมรับนรกและกลายเป็นส่วนหนึ่งของนรก จนมองมันไม่เห็นอีกต่อไป หนทางที่สอง เสี่ยงอันตราย ต้องตั้งใจและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา คือพยายามแยกให้ออกว่า ใครหรือสิ่งใดในใจกลางนรกที่ไม่ใช่นรก แล้วทำให้มันอยู่ยืนนาน และให้พื้นที่แก่มัน” ชาวอนาคตใหม่ทุกท่านครับ พวกเราชาวอนาคตใหม่ เราเลือกหนทางที่สอง หนทางที่สองคือหนทางที่เราตัดสินใจจะอยู่ในนรกแห่งนี้ต่อไป แต่เราจะไม่ยอมให้นรกกลืนกินพวกเรา และไม่ยอมถูกกลืนกินจนเป็นส่วนหนึ่งในนรก แต่เราจะเปลี่ยนแปลงมัน เราจะคัดแยกคัดสรรส่วนที่ไม่ใช่นรก แล้วผลักดันมันขึ้นมา ให้มันมาควบคุมนรกให้ได้ ทุกท่านครับ การที่เราตัดสินใจอยู่ในนรกแล้วหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงนรกนี้ให้ได้นั้น นี่คือการเมืองแห่งความหวัง นี่คือการเมืองแห่งอนาคต ด้วยความหวังทำให้เรามั่นใจว่าเราจะอยู่ในนรกแห่งนี้แล้วไม่ถูกมันกลืนกิน ด้วยความหวังทำให้เรามั่นใจว่าพวกเราชาวอนาคตใหม่มีศักยภาพที่จะกำหนดอนาคตใหม่ของเราด้วยตัวพวกเราเอง ทบทวนความทรงจำกันสักนิดหนึ่งครับ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้น เติบโตขึ้นมา พร้อมๆ กับความคิดเห็น ความเชื่อของคนจำนวนมากว่า “เป็นไปไม่ได้” เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่จะสร้างพรรคการเมืองขึ้นมาภายใต้ระบอบเผด็จการ คสช. ที่ยังครองเมืองอยู่ เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะสร้างพรรคการเมืองในฝันที่เจ้าของทุกคนคือสมาชิกร่วมกัน ไม่ใช่กลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มทุน หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นสมาชิกที่เป็นเจ้าของร่วมกัน เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะสร้างพรรคการเมือง ที่ตั้งหน้าตั้งตารณรงค์หาเสียงอย่างสร้างสรรค์ ที่ส่งผู้สมัคร ส.ส. โดยเป็นคนหน้าใหม่ทั้งหมด โดยเป็นคนที่ไม่ได้มาจากตระกูลการเมือง โดยเป็นคนที่ไม่เคยมีใครเป็นอดีต ส.ส. มาก่อน เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ที่คุณจะหาเสียงรณรงค์โดยใช้งบประมาณอย่างจำกัด โดยให้ผู้สมัครเดินหน้าเข้าหาประชาชน เคาะประตูบ้าน เข้าไปให้ถึงใจกลางหัวใจของประชาชนให้ได้ เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะรณรงค์หาเสียงโดยไม่มีหัวคะแนนในมือ เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะมี ส.ส. ได้โดยไม่ดึงอดีต ส.ส. เข้ามาในพรรคเลย เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะทำพรรคการเมือง ออกแบบนโยบายมาโดยคิดถึงเรื่องโครงสร้างภาพใหญ่เป็นหลักมากกว่าการตลาดการเมือง แต่ท้ายที่สุดแล้ว หนึ่งปีผ่านไป พรรคอนาคตใหม่ เราได้พิสูจน์แล้วว่า “เป็นไปได้” เป็นไปได้ตรงไหนครับ ณ ปัจจุบันนี้ เรามีสมาชิกพรรคครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ 54,112 คน แล้วดูท่าวันนี้จะเพิ่มอีก เพราะเมื่อกี้แอบไปสังเกตการณ์ดู มีคนต่อแถวสมัครสมาชิกเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นอีกแล้ว หนึ่งปีที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่ตั้งสาขา 6 สาขา และมีตัวแทนประจำพรรค ตัวแทนประจำจังหวัด 71 แห่ง พูดง่ายๆ ก็คือใน 77 จังหวัด มีศูนย์ประสานงานของพรรคอนาคตใหม่ มีตัวแทนของพรรคอนาคตใหม่ที่บริหารพื้นที่ในแต่ละจังหวัดครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย เราจัดกิจกรรมระดมทุนหลายครั้ง เราผลิตสินค้าออกมาขายเป็นของที่ระลึก ขายเพื่อระดมทุนเข้าพรรค 50 รายการแล้วตอนนี้ เราสร้างพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา 1 ปี อยู่กับความเป็นไปไม่ได้ แต่เราพิสูจน์แล้วว่า เป็นไปได้ 1 ปีผ่านไป ลงเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 มีนา ปรากฏว่าได้มา 6,330,000 คะแนน คิดคำนวณเป็น ส.ส. สัดส่วนที่พึงมีอยู่ที่ 89 คน แต่บังเอิญสูตรคำนวณอันแสนประหลาดพิสดารขโมยของเราไปจนเหลือ 81 คน และท้ายที่สุดครับ

สิ่งที่เกิดขึ้นกับจ่านิว คือความรุนแรง และ ความอยุติธรรม

  ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกับตัวแทน 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน รับหนังสือจาก พัฒน์นรี ชาญกิจ แม่ของจ่านิว สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักกิจกรรมทางการเมือง  เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความคุ้มครองนักกิจกรรมทางการเมืองและนักประชาธิปไตยทุกคน พร้อมขอให้เร่งรัดคดีทำร้ายร่างกายลูกชายของเธอ และนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษโดยเร็ว รังสิมันต์ โรม กล่าวว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับจ่านิวนั้นคือความอยุติธรรม ซึ่งก่อนที่จ่านิวจะถูกทำร้าย การใช้ความรุนแรงแบบนี้ก็เกิดขึ้นมาแล้วหลายสิบครั้ง ความรุนแรงเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ สม่ำเสมอ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่จะตั้งญัตติ เพื่อให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาข้อเท็จจริงการทำร้ายผู้เห็นต่างทางการเมืองต่อไป มากไปกว่านั้น ที่มีการพูดกันมากมายว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นการทวงหนี้หรือเปล่า ตนคิดว่า ตรงนี้ต้องย้ำกันให้ชัด อย่าลดทอนความรุนแรงเพียงเพราะผู้ประสบเหตุเป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นกรณีจ่านิว เอกชัย หงส์กังวาน รวมถึง อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ นั้น การทำร้ายร่างกาย  การใช้ความรุนแรง เกิดขึ้นมากครั้งเกินไปแล้ว  พรรคอนาคตใหม่และพรรคฝ่ายประชาธิปไตยทั้ง 7 พรรค หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย

1 2 3 4 5 6 23