fbpx

บทความ

บล็อกเชน: ประชาชนเข้าถึงข้อมูลภาครัฐ ฟรี-ตรวจสอบได้-โละกฎหมายอุปสรรคสตาร์ทอัพ

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่  และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน ร่วมวงเสวนา “เลือกตั้ง 62 กับอนาคตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย” จัดโดยองค์การนักศึกษา  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นักศึกษาหลายคนเข้ามาทักทาย และบอกว่าติดตามปกรณ์วุฒิ ตั้งแต่ก่อนจะมาร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่เสียอีก หนึ่งในวิสัยทัศน์หลักของพรรคอนาคตใหม่คือ “ไทยเท่าทันโลก”  ซึ่งได้รวมถึงนโยบายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ต้องนำมารับใช้ประชาชน สามารถแบ่งได้เป็น 3  ด้านหลัก ประกอบด้วย การนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาครัฐ เช่น การเปิดข้อมูลภาครัฐให้ประชาชนและบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึง นำไปต่อยอดได้ โดยอาศัยเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อความโปร่งใส การนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคเอกชน เช่น การใช้ Single Digital Identity ให้บัตรประชาชนใบเดียวต้องใช้บริการภาครัฐได้ทั้งหมด โดยไม่ต้องกรอกเอกสารอีก รวมถึงการใช้บริการต่างๆ เช่น โรงพยาบาลและการทำข้อมูลเปิดเผย (Open Data) ให้ภาคประชาชนและภาคเอกชน สามารถนำข้อมูลไปใช้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  ทำให้ระบบดิจิตัลเข้ามามีส่วนในภาคเศรษฐกิจมากขึ้น การส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศไทย ทลายอุปสรรคทางกฎหมายที่กีดขวางการเจริญเติบโตของสตาร์ทอัพทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยส่งเสริมสตาร์ทอัพแค่เพียงการจัดสัมมนา  แต่สุดท้ายสตาร์ทอัพไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรและโอกาสทางธุรกิจได้ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีทรัพยากรบุคคลสตาร์ทอัพที่มีฝีมือ ได้รับการยอมรับจากต่างชาติเป็นจำนวนมาก  แต่กลับไม่เติบโตเพราะติดเงื่อนไขทางกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจในประเทศไทยเอง สุดท้ายถ้าเราไม่ทำลายกำแพงของกฎระเบียบอันนี้  สตาร์ทอัพจะเติบโตไปได้มากที่สุดก็เพียงแค่ลูกจ้างของกลุ่มทุนขนาดใหญ่เท่านั้น นอกจากนี้ปกรณ์วุฒิยังได้กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการลดความเหลื่อมล้ำ  อินเทอร์เน็ตทำให้เกิดการกระจายโอกาสทางการศึกษาและรายได้ไปสู่ชนบทมากขึ้น แต่นั่นยังไม่เพียงพอ  สิ่งที่ต้องทำคือการทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้นโดยมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุด     และสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการสร้างเทคโนโลยีที่เป็นของคนไทยเองจริงๆ    #ทีมธนาธร #24มีนากาอนาคตใหม่ #อนาคตใหม่ #Futurista

อยากให้สังคมนี้หน้าตาออกมาเป็นอย่างไร มากำหนดร่วมกัน

  ค่ำวันที่ 4 มีนาคม 2562 ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้พบปะกับพี่น้องประชาชนนิสิตนักศึกษาที่ชุมชนตลาดนัดหน้ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ซึ่งตนขอแสงดความขอบคุณผ่านเฟซบุ๊กเพจ พร้อมกันนั้นก็ได้ เชิญชวนให้ทุกคนร่วมเป็นพลังในการสร้างอนาคตใหม่ร่วมกัน       ปิยบุตรเน้นย้ำถึงนิสิต นักศึกษา เยาวชน ซึ่งเป็นผู้ที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่กับประเทศนี้ไปอีกอย่างน้อย 40-50 ปี  แต่ทุกวันนี้มีผู้ใหญ่จำนวนหนึ่งที่มาถึงวัยซึ่งชีวิตข้างหน้าอาจจะเหลือเวลาไม่มากเท่าไรนัก แต่กลับเป็นผู้ขีดเขียนกำหนดการเมือง กำหนดสังคม โดยเฉพาะกำหนดอนาคตให้กับผู้ที่จะต้องมีชีวิตอยู่กับสิ่งที่ถูกกำหนดนั้น  ทั้งๆ ที่ผู้ซึ่งต้องอยู่ในอนาคตจริงๆ ควรเป็นผู้มีสิทธิชอบธรรมอย่างเต็มที่ในการกำหนดชะตากรรมของตัวเองและอนาคตของประเทศนี้ คนรุ่นใหม่ทุกคนที่จะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในวันที่ 24 มีนาคม 2562 มีจำนวนอยู่ราวๆ 7 ล้านคน เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่คาดการณ์ว่า ถ้าออกมาใช้สิทธิอย่างน้อยครึ่งหนึ่งหรือ 3.5 ล้านคน  จะสามารถกำหนดจำนวน ส.ส. ในสภาได้ถึง 50 คน หรือ 1 ใน 10 ของสภาผู้แทนราษฎร และจะมีส่วนในการกำหนดความเป็นไปของประเทศนี้ได้     ปิยบุตรย้ำว่า หากอยากให้สังคมนี้หน้าตาออกมาเป็นอย่างไร จงมากำหนดร่วมกัน อย่าไปคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องสกปรก  แล้วปล่อยให้ชะตากรรมของประเทศตกอยู่ในมือของคนที่เราไม่ได้เลือก มาออกนโยบายที่จะส่งผลต่อชีวิตของเรา #24มีนากาอนาคตใหม่ มาร่วมสร้างการเมืองแบบใหม่ไปด้วยกัน มาสร้าง #อนาคตใหม่ ไปด้วยกัน

หาเสียงบุรีรัมย์ เอาภาษีกลับคืนท้องถิ่น แก้ไขราชการรวมศูนย์

  4 มีนาคม 2562 ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ โพสต์ในเฟซบุ๊กเพจถึงการเดินทางช่วยผู้สมัคร ส.ส. เขต จังหวัดบุรีรัมย์ หาเสียง อย่างเช่น นรวัฒน์ โรจน์รวีชัย หรือ ครูหมึก ผู้สมัครเขต 8 และอิสรีย์ อภิสิริรุจิภาส หรือ ซ้อมิ้ง เขต 2 โดยปิดการหาเสียงในช่วงเย็นด้วยการปราศรัยที่ศาลาเอนกประสงค์ ชุมชนวังกรูด     ปิยบุตรโพสต์ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ที่ตลาด อำเภอโนนดินแดง ซึ่งตนได้พบกับคุณแม่ท่านหน่ึงที่น่าประทับใจมาก เข้ามาบอกว่าเป็นแฟนคลับ #อนาคตใหม่ ติดตามมานาน และเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศเยอรมนีด้วยความตั้งใจที่จะกลับมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งโดยเฉพาะพร้อมกับถือโอกาสเยี่ยมบ้านเกิดด้วย   เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะที่ชาวบุรีรัมย์จ่ายภาษีเช่นเดียวกับทุกคนในประเทศนี้ แต่การพัฒนาต่างๆ กลับไปรวมศูนย์ความเจริญอยู่ที่เมืองใหญ่ มีการสร้างระบบขนส่งมวลชน เช่น รถไฟฟ้าในกรุงเทพ แต่ไม่มีการพัฒนาแบบเดียวกันที่บุรีรัมย์  ชาวบ้านไม่มีทางเลือกนอกจากการซื้อยานพาหนะเพื่อใช้ในการเดินทาง ยังไม่รวมถึงการพัฒนาด้านอื่นๆ ที่ต้องรอการตัดสินใจ และการเฉลี่ยงบประมาณมาจากกระทรวงต่างๆ ที่กรุงเทพ ทั้งๆ ที่ชาวบุรีรัมย์ต้องเสียภาษีไปมากกว่านั้น     การกระจายอำนาจแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ไม่สามารถทำให้ท้องถิ่นพัฒนาได้อย่างเต็มที่ เพราะอำนาจการตัดสินใจต่างๆ ถูกรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนราชการที่แต่งตั้งมาจากกรุงเทพ ภาษีที่จัดเก็บได้ก็ต้องส่งเข้าไปที่ส่วนกลางก่อนค่อยกระจายกลับมาตามโควต้า และแม้ที่ผ่านมาบุรีรัมย์จะสามารถพัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดที่สุดในบรรดากลุ่มจังหวัดอีสานใต้ แต่ก็เป็นการพัฒนาที่เกิดขึ้นจากความสามารถส่วนบุคคล ไม่ได้เกิดขึ้นจากระบบที่ยั่งยืนถาวร ดังนั้นพรรคอนาคตใหม่จะทำนโยบายยุติรัฐราชการรวมศูนย์ ให้ไปไกลกว่าการกระจายอำนาจแบบปี 40 ให้ได้  

ลุยแปดริ้ว ปลุกเลือก “อนาคตใหม่” เพื่อ “3ยุติ”

เย็นวันที่ 2 มีนาคม 2562 ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรค วรรณวิภา ไม้สน สุรเชษฐ์ ประวีณวงค์วุฒิ และณัฐพัทร อัคฮาด ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เดินทางไปยัง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อหาเสียงร่วมกับผู้สมัครแบบแบ่งเขต โดยเริ่มต้นขบวนรถประชาสัมพันธ์ที่บริเวณตลาดโรงสี ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง เคลื่อนไปที่เวทีปราศรัยบริเวณลานหน้าหมู่บ้าน ตลาดสดบูรพา ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่มารอต้อนรับ และฟังการปราศรัย บนเวทีปราศรัย ปิยบุตรกล่าวว่า ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่ถูกโจมตี มีขบวนการร้องเรียนเต็มไปหมด นั่นสะท้อนว่า กระแสพรรคดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยิ่งร้องเรียน พรรคยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งพ่อแม่พี่น้องที่สนับสนุนพรรคไม่ต้องกังวล  ไม่ต้องห่วงว่าการเตะสกัดขาจะทำให้พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ตรงกันข้าม ยิ่งถูกสกัดกั้น พ่อแม่พี่น้องยิ่งต้องออกไปเลือกพรรคอนาคตใหม่ให้มากที่สุด เพื่อให้เขาได้เห็นว่าเราไม่กลัว และไม่สนใจเรื่องที่ไม่เป็นสาระเหล่านี้ เราจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง สร้างความเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ เราจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง สนับสนุน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นนายกรัฐมนตรี “การเลือกตั้งครั้งนี้ เราต้องเลือกผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ไปมากๆ  ใช้การเลือกตั้งครั้งนี้เปิดศักราชการเมืองไทย เพื่อ 3 ยุติ คือ 1.ยุติการสืบทอดอำนาจของ คสช.  2.ยุติวงจรรัฐประหาร และ 3.ยุติการเมืองแบบเก่า ระบบอุปถัมภ์เส้นสายต่างๆ พรรคอนาคตใหม่กำเนิดขึ้นมา เพื่อเป็นพรรคทางหลัก เราตั้งใจใช้การเลือกตั้งครั้งนี้เปิดประตูสู่อนาคตใหม่  โดยผู้สมัคร ส.ส. ของเราคือคนธรรมดา ไม่ใช่ลูกหลานนักการเมือง หรือคนในอุปถัมภ์เส้นสาย คนเหล่านี้เป็นคนธรรมดาเหมือนพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ที่พร้อมจะไปทำหน้าที่ตัวแทน เป็นปากเสียง เป็นผู้แทนราษฎร ทำงานให้ประชาชนไม่ใช่พวกพ้องหรือเพื่อตัวเอง ดังที่พรรคอนาคตใหม่ได้ประกาศแล้วว่า พรรคอนาคตใหม่ เจ้านายคือประชาชน” ปิยบุตรกล่าว  นอกจากนั้นผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 แปลงยาว บางปะกง จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ยังกล่าวเสริมว่า   สิ่งที่แกนนำพรรคอนาคตใหม่ทุกคนพูด คือความจริงของปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ แต่ไม่เคยมีใครคิดแก้ไขอย่างจริงจัง ซึ่งหลังจากได้รู้จักพรรคอนาคตใหม่ ได้ฟังวิสัยทัศน์ นโยบายต่างๆ  แล้ว ตรงกับใจของตนเอง และเชื่อว่าตรงกับความคิดของคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะเป็นการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด แก้ปัญหาที่ต้นตอของประเทศนี้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการยุติระบบรัฐราชการรวมศูนย์ การสร้างรัฐสวัสดิการ การปฏิรูปการศึกษา รวมถึงการปฏิรูปกองทัพเพื่อไม่ให้มีการรัฐประหารยึดอำนาจเกิดขึ้นอีกในประเทศนี้ ซึ่งเหล่านี้เอง คือสิ่งที่ทำให้ตนตัดสินใจมาเป็นผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่ เพื่อเข้าไปร่วมสร้างสิ่งที่เป็นนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ เชื่อว่าคนแปดริ้วต้องการความเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ต้องเลือกคนใหม่ เลือกพรรคอนาคตใหม่ นอกจากนี้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งอยู่ที่เวทีปราศรัยใน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้โฟนอินเข้ามาพูดคุยกับประชาชนชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยย้ำเรื่องข่าวลวง การโจมตี และการร้องเรียนพรรคอนาคตใหม่ ตลอดช่วงปลายกุมภาพันธ์ 2562  โดยมั่นใจว่าเป็นเพราะกระแสความนิยมพรรคที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดการเตะสกัดขา ซึ่งตนเองและคนในพรรคไม่กังวล ทั้งหมดจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างมั่นใจ   #Futurista #อนาคตใหม่ #เลือกตั้ง62 #24มีนากาอนาคตใหม่

“อนาคตใหม่” ดันนโยบาย ขยายจุดฟรีไวไฟ-โอเพ่นดาต้าภาครัฐ รับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล

เรื่องกฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งที่ผ่านมากฎหมายมีลักษณะที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อนักลงทุน ทำให้นักลงทุนไม่กล้าที่จะเข้ามาลงทุน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามี การส่งเสริมสตาร์ตอัพ แต่ยังมีสตาร์ตอัพที่มีไอเดีย แต่ขาดผู้สนับสนุนมากมาย เกิดการแย่งบุคลากร และจำเป็นต้องผลักดันสตาร์ตอัพไทยให้ก้าวไปสู่ในระดับสากล เรายังมีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ หรือโรบอท ที่จะเข้ามาแทนแรงงานมนุษย์ด้วย ไกลก้อง ไวทยการ Klaikong Vaidhyakarn นายทะเบียนพรรค #อนาคตใหม่ เสวนา เปิดวิสัยทัศน์ “Digital Economy” ชูแนวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยุคใหม่   #24มีนากาอนาคตใหม่ ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1385437

จากอุบลฯ ถึง ขอนแก่น คืนอำนาจกลับสู่ “อีสาน”

  1 มีนาคม 2562 ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ในเฟซบุ๊กเพจของตนเองว่า  สัปดาห์ต้นเดือนมีนาคม 2562 ตนและทีมงานพรรคอนาคตใหม่อยู่ที่ภาคอีสาน โดยเริ่มต้นการเดินทางที่ จังหวัดอุบลราชธานี ทางฟากตะวันออกสุด จุดที่ประเทศไทยได้สัมผัสแสงแรกของดวงอาทิตย์ นั่นคืออำเภอโขงเจียม  …     พรรคอนาคตใหม่ไปเพื่อรับฟังปัญหากรณีข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนระหว่างเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้มกับชุมชนโดยรอบ ข้อเสนอของพรรคในการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก คือ  บรรดาคดีอาญาวามข้อพิพาทที่เกิดขึ้น รวมทั้งคดีที่เพิ่มขึ้นหลังการเข้ายึดอำนาจของ คสช.จากมาตรการทวงคืนผืนป่าต้องยุติลงเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดให้มีการพูดคุยตกลงแก้ไขปัญหาร่วมกัน  จัดการสะสางพื้นที่ ทำการขีดเส้นแบ่งพื้นที่ใหม่โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน  พื้นที่ที่เป็นป่าเสื่อมโทรมไปแล้ว ต้องทำการออกโฉนดให้ถูกต้องสอดคล้องกับความเป็นจริง กรณีเขตป่าอนุรักษ์ พื้นที่ต้นน้ำต่างๆ  ต้องออกแบบวิธีการจัดการใหม่ให้ทั้งรัฐและชุมชนเป็นเจ้าของร่วมกัน     และมีการเปิดปราศรัยในช่วงเย็นที่ตลาดขนส่ง อำเภอตระการพืชผล จากนั้นกลับเข้าเขตเมือง เพื่อเดินตลาดเจริญศรี อำเภอวารินชำราบ และได้พบว่า ณ เวลานั้น  พี่น้องประชาชนรู้จักพรรคอนาคตใหม่เพิ่มมากขึ้น และกระแสของพรรคอนาคตใหม่มาแรงมากๆ บางคนที่ทราบว่าตนจะมา ก็ได้หอบหนังสือที่ตนเขียนมารอขอลายเซ็นด้วย     วันถัดมา อนาคตใหม่เดินทางต่อไปที่ จังหวัดขอนแก่น พบปะกับพี่น้องประชาชนในชุมชนรอบตลาดเทศบาล อำเภอบ้านไผ่ จากนั้นไปที่บ้านดงบัง อำเภอแวงใหญ่  ปราศรัยประกาศนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ด้านรัฐสวัสดิการ นโยบายปลด-ปรับหนี้เกษตรกร การส่งเสริมการผลิตภาคเกษตรด้วยนโยบายเกษตรก้าวหน้า และการสร้างอุตสาหกรรมและธนาคารท้องถิ่นในทุกจังหวัด เพื่อสร้างงานที่มีรายได้สูงในภาคอีสาน     สำหรับไฮไลท์สำคัญ คือเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงเย็น เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 10 เขตของ จังหวัดขอนแก่น  ซึ่งเวทีนี้ครูจุ๊ย กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรค ตามมาสมทบและร่วมปราศรัยด้วย ซึ่งตนรู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ที่มีประชาชนมารอต้อนรับเนืองแน่น  จนลานโล่งบริเวณตลาดชุมชนบ้านขาม อำเภอน้ำพอง ดูคับแคบลงไปถนัดตา ปิยบุตรได้แสดงความขอบคุณต่อทุกคนที่มาร่วมรับฟังการปราศรัยในวันนั้น และยังขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้พรรคอนาคตใหม่ ในวันที่โพสต์ คือ 1 มีนาคม 2562 เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ยังคงอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น   เตรียมตัวร่วมเวทีดีเบตไทยรัฐ เลือกตั้ง 62 หัวข้อ “ชนะภาคอีสาน ชนะเลือกตั้ง” ในเวลา 18.00 น. ซึ่งได้มีการถ่ายทอดสดจาก จังหวัดขอนแก่น ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 รวมถึงเฟชบุ๊ก ThairathTV ด้วย พร้อมทั้งเชิญชวนให้ติดตามการถ่ายทอดสดครั้งนี้  

นักการเมืองหญิง #อนาคตใหม่

สาวิตรี สันติพิริยพร ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เข้าร่วมวงสนทนาประเด็นผู้หญิงกับการทำงานการเมือง จัดโดย สถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทย พูดคุยถึงบทบาทของผู้หญิงและความพยายามของพรรคการเมืองไทยในการสนับสนุนให้ผู้หญิงเป็นผู้นำและส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ โดยมีผู้สมัคร ส.ส. หญิงจากพรรคการเมืองต่างๆ  และตัวแทนทางการทูตจากประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ และสหภาพยุโรป เข้าร่วมด้วย การสนทนาครั้งนี้ทำให้เราสามารถแลกเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับความเท่าเทียมของคนทุกกลุ่มในสังคมให้สามารถมีชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและสง่างาม  ทั้งยังสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติต่อบทบาทของผู้หญิงในการเมืองไทยอีกด้วย นักการทูตจากหลายประเทศที่เข้าร่วมให้ความสนใจเกี่ยวกับพรรคอนาคตใหม่เป็นอย่างมาก หลายท่านถามถึงกระแสคความนิยมของพรรคในหมู่คนรุ่นใหม่  และให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ในการเดินหน้าสู่การเลือกตั้งครั้งนี้

อนาคตใหม่ เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. กลุ่มชาติพันธุ์ และนโยบายพลเมืองชาติพันธุ์

  ช่วงครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้เดินทางไปยังศูนย์ท่องเที่ยวบ้านแม่กลางหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่  เพื่อแถลงนโยบายพลเมืองชาติพันธุ์ และเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ ปิยบุตรโพสต์ในเฟซบุ๊กเพจของตนเองเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ … พรรคอนาคตใหม่ยึดมั่นใน “ปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของบุคคลที่เป็นชนกลุ่มน้อยทาง สัญชาติ ชาติพันธุ์ ศาสนา และภาษา 1992” (Declaration on the Rights of Persons Belonging to National or Ethnic, Religious and Linguistic Minorities of the UN General Assembly 1992) ซึ่งยืนยันว่า “บุคคลที่เป็นสมาชิกภาพของชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา ภาษาและวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อย  มีสิทธิอันชอบธรรมในการดำรงสภาพวัฒนธรรมของพวกเขา ดำเนินการและปฏิบัติกิจทางศาสนาหรือความเชื่อ สามารถใช้ภาษาจำเพาะทั้งในสถานที่ส่วนตัวและสาธารณะอย่างมีอิสระโดยไม่ถูกแทรกแซงหรือบิดเบือนจากผู้อื่นหรือกลุ่มอื่นๆ หากการกระทำไม่ไปลิดรอนสิทธิผู้อื่น หรือขัดแย้งกับเงื่อนไขภายใต้รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหลักอื่นๆ” ประกอบกับอุดมการณ์หลักของพรรคที่เคารพความแตกต่างหลากหลาย ความเสมอภาค และการไม่เลือกปฏิบัติ     ด้วยเหตุนี้เอง พรรคอนาคตใหม่จึงให้ความคัญกับกลุ่มชาติพันธุ์  ทั้งแนวทางการปฏิบัติภายในพรรคและนโยบายพรรค พรรคอนาคตใหม่มี “คณะกรรมการเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์”  ประกอบไปด้วยกรรมการที่มาจากการเลือกของสมาชิกพรรคที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์  มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจกรรมสร้างเครือข่ายกับกลุ่มชาติพันธุ์ รับฟังปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์  นำเสนอนโยบายและข้อเสนอต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนร่วมพิจารณาเสนอชื่อบุคคลไปดำรงตำแหน่งต่างๆ ในสัดส่วนของกลุ่มชาติพันธุ์ พรรคอนาคตใหม่มีผู้สมัคร ส.ส.ที่เป็นตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ในส่วนของผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ต้องมีตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างน้อย 3 คน  โดยต้องมีคนหนึ่งอยู่ในลำดับที่ 21-25 เพื่อรับประกันว่าอย่างน้อยที่สุดพรรคอนาคตใหม่ต้องมีตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์เข้าสภาผู้แทนราษฎร     พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับกลุ่มชาติพันธุ์ มิใช่เพราะต้องการคะแนนเสียงจากกลุ่มชาติพันธุ์  หรือสร้างภาพลักษณ์ให้กับพรรค แต่เราต้องการมี “ผู้แทนราษฎร” ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างแท้จริง เพื่ออภิปรายในสภา เป็นปากเสียงของพลเมืองชาติพันธ์ุ  เสนอและออกกฎหมายสร้างความเป็นธรรมและความเท่าเทียมแก่พี่น้องพลเมืองชาติพันธุ์    พรรคอนาคตใหม่มีนโยบายเฉพาะเรื่องพลเมืองชาติพันธุ์ ได้แก่   การจัดตั้งสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พรรคอนาคตใหม่จะเสนอให้มีการออกกฎหมายจัดตั้งสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยโดยภารกิจหลักของสภาชาติพันธุ์ คือ – เสริมสร้างกระบวนการแสดงออกอย่างมีส่วนร่วมโดยตรง ซึ่งอัตลักษณ์ของเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา ผิวสี และวัฒนธรรม ในฐานะส่วนหนึ่งที่ประกอบขึ้นเป็นพลเมืองของรัฐและสังคมพหุนิยมอย่างทั่วด้าน ภายใต้เงื่อนไขและบริบททางการเมือง กฎหมาย สังคม และเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและส่งเสริมในชาติอย่างบูรณาการ เพื่อลดความตึงเครียดทางชาติพันธุ์และชุมชนอย่างมีพลวัตร บนพื้นฐานของสังคมพหุนิยมร่วมกันแก้ไขความขัดแย้งโดยไม่อาศัยความรุนแรง – กำหนดแนวทางร่วมทางนโยบายที่ดินทำกินเพื่อการเกษตร รวมทั้งสิทธิประโยชน์ร่วมจากทรัพยากร ได้ผืนดินที่เหมาะสมและยืดหยุ่น – เสนอแนะและติดตามเรื่องสิทธิของความเป็นพลเมือง และสวัสดิการให้กับพลเมืองชาติพันธุ์    ปัญหาที่ดินทับซ้อนกับป่าและอุทยาน – ระงับข้อพิพาท และการดำเนินคดีความระหว่างรัฐและชุมชนเรื่องที่ดินทับซ้อน ลงชั่วคราว เพื่อตกลงเจรจาจัดการกันใหม่ – สะสางกฎหมาย – ขีดเส้นป่าใหม่ สำรวจแนวเขตพื้นที่ป่าใหม่ ยกร่างกฎหมายป่าไม้ที่มีความซ้ำซ้อน แก้ปัญหาเรื่องแผนที่ที่ทับซ้อน ให้มีแผนที่เดียว – ในกรณีที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำ หรือพื้นที่อนุรักษ์ ให้สร้างโมเดลการบริหารจัดการที่ดินร่วมกันระหว่างชุมชน หน่วยงานรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ โดยมีเงื่อนไขในการอนุรักษ์ และห้ามบุกรุกเพิ่ม รับรองสิทธิชุมชน – จัดสรรที่ดินทำกิน และออกเอกสารสิทธิ์ให้เกษตรกร ในพื้นที่ที่หมดสภาพป่าแล้ว เมื่อขีดเส้นป่าใหม่  ก็ควรนำพื้นที่ที่ไม่เหลือสภาพเป็นป่า กลายเป็นเมืองไปแล้ว นำมาจัดสรร และออกโฉนดให้กับชาวบ้านที่ครอบครองที่ดินอยู่แล้ว  หรือจัดสรรเป็นพื้นที่ที่สามารถใช้ร่วมกันได้และออกเป็นโฉนดชุมชน   การกำหนดเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมเพื่อพลเมืองชาติพันธุ์ เขตวัฒนธรรมพิเศษครอบคลุมพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยหรือพื้นที่ตั้งของชุมชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นความเป็นกลุ่มชุมชน พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยนั้นมีความหมายมากกว่า “บ้าน” และ “ครอบครัว” แต่ครอบคลุมไปถึงความเป็น “ชุมชน” ซึ่งมีภาษา ขนบประเพณี คุณค่าและกติการ่วมกัน เขตคุ้มครองวัฒนธรรมจะสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและความเข้มแข็งให้ชุมชน หากเป็นพื้นที่ที่มีการโต้แย้งเรื่องสิทธิ ควรจะมีการตรวจสอบ พิสูจน์ และคุ้มครองสิทธิโดยคำนึงถึงวัฒนธรรมชุมชน ซึ่ง “เอกสารสิทธิ์” ไม่ควรจะเป็นหลักฐานเดียวที่ใช้ในการพิจารณาเรื่องสิทธิในที่ดินและที่อยู่อาศัยของชุมชนชาติพันธุ์ เขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมครอบคลุมพื้นที่ทำมาหากิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ แนวคิดนี้สนับสนุนการดำรงชีพที่มีรากฐานอยู่บนความรู้ความเชี่ยวชาญของกลุ่มชาติพันธุ์ และยังเน้นการคุ้มครองพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือพื้นที่ทางจิตวิญญาณ ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ และเป็นรากฐานของกติกาเพื่อความเคารพในธรรมชาติ และเคารพในสิทธิของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน    การเข้าถึงสวัสดิการของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม – เร่งรัดการตรวจสอบ และยืนยันสิทธิ์พลเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์และบุคคลไร้สถานะในสังคมไทย – จัดสรรงบประมาณ และตัวแทนในการขับเคลื่อน ให้กลไกการเข้าถึงสิทธิได้ง่าย ถ้วนหน้า และทั่วถึง –

กรณีร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ตรวจสอบพรรคอนาคตใหม่

  25 กุมภาพันธ์ 2562 ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ชี้แจงในเฟซบุ๊กเพจ เกี่ยวกับการที่มีผู้ร้องเรียนให้เกิดการตรวจสอบพรรคอนาคตใหม่ มีรายละเอียดดังนี้ … ผมขอแสดงความชื่นชมต่อบทบาทของคุณศรีสุวรรณ ที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการฟ้องร้องคดีต่อศาล และใช้บทบาทของความเป็นพลเมืองที่ขยันขันแข็งในการตรวจสอบอำนาจรัฐ  ยังจำได้ว่าเมื่อคราวที่คุณศรีสุวรรณถูกศาลปกครองสูงสั่งลงโทษจำคุก 14 เดือน และปรับ 7 แสนบาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ก่อน ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลนั้น คุณศรีสุวรรณได้รณรงค์ระดมเงินสนับสนุนเพื่อนำไปจ่ายค่าปรับ  ผมได้ร่วมโอนเงินระดมทุนและชักชวนคนอื่นๆ ให้ร่วมระดมทุนให้กับคุณศรีสุวรรณด้วย เพราะเห็นใจคุณศรีสุวรรณ ต้องการให้กำลังใจ และผมไม่เห็นด้วยกับการใช้ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล สนับสนุนให้ประชาชนมีเสรีภาพในการวิจารณ์การตัดสินของศาลได้อย่างเต็มที่  ในฐานะที่ศาลเป็นหนึ่งในองค์กรผู้ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชน เสรีภาพในการแสดงความเห็นจะช่วยตรวจสอบการทำงานของศาลได้ แม้วันนี้ คุณศรีสุวรรณได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อตรวจสอบพรรคอนาคตใหม่  โดยเจาะจงมาที่คุณธนาธร และผม แต่ผมก็ยังคงชื่นชมบทบาทและความกระตือรือร้นของคุณศรีสุวรรณ นี่คือ ตัวอย่างของพลเมืองที่ทำหน้าที่ตรวจสอบบุคคลสาธารณะ เมื่อคุณศรีสุวรรณต้องการตรวจสอบคุณธนาธร  ผม และพรรคอนาคตใหม่ พวกเราในฐานะคนที่อยู่ในวงการเมือง เป็นบุคคลสาธารณะ ก็พร้อมในการถูกตรวจสอบ และยินดีที่จะชี้แจงให้กระจ่างชัด กรณีการลงประวัติของคุณธนาธรในเว็บไซต์ของพรรคอนาคตใหม่นั้น หัวหน้าพรรค โฆษกพรรค และผมได้ชี้แจงหลายครั้งแล้วว่า เป็นความผิดหลงเล็กน้อยที่ลงประวัติผิดพลาดไป คุณธนาธร และแกนนำพรรคไม่ทราบว่ามีข้อความผิดพลาดนี้เลย จนกระทั่งปรากฏให้เห็นในโลกโซเชียลมีเดีย พรรคก็รีบแก้ไขทันที  ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ผมไม่เคยเห็นหรือได้ยินคุณธนาธรหรือพรรคอ้างว่าคุณธนาธรเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เราไม่เคยใช้เรื่องนี้ในการรณรงค์หาเสียง คะแนนนิยม ความชื่นชอบที่คุณธนาธรได้รับทุกวันนี้ มาจากจุดยืนที่มั่นคง อุดมการณ์ที่แน่วแน่ ความจริงจังจริงใจในการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น เรื่องเหล่านี้ต่างหากที่ปลุกความหวังให้กับผู้คนในสังคม  หากการเขียนถ้อยคำผิดพลาดจะส่งผลให้พรรคถูกยุบ หรือหัวหน้าพรรคต้องติดคุกได้ มีความผิดได้ ต่อไป นักการเมือง ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี สื่อ เอ็นจีโอ ข้าราชการ บุคคลสาธารณะคนไหน พิมพ์ผิด หลง ก็คงต้องโดนกันหมด หากจะเล่นกันแบบนี้ ก็จะเป็นการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง จนเพี้ยนกันไปหมด และคงน่าอับอายต่อสาธารณชนและนานาอารยะประเทศ กรณีเรื่อง “อีสาน” ของผม ภาคอีสานเป็นภาคที่ผมเดินทางไปมากที่สุดและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดมากที่สุด เมื่อตอนเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มธ. เดินทางไปบรรยาย ร่วมเสวนา รณรงค์ทำกิจกรรมประชาธิปไตย เมื่อมาตั้งพรรคอนาคตใหม่ ผมก็เดินทางไปภาคอีสานมากที่สุด รับมอบหมายให้ไปรณรงค์หาสมาชิก เสวนา ปราศรัย และรับฟังประเด็นปัญหาต่างๆ คนอีสานที่ผมได้พบปะและที่เป็นสมาชิกพรรค คงเป็นประจักษ์พยานได้อย่างดีว่า ผมไม่เคยดูถูกคนอีสานแม้แต่ครั้งเดียว เวลาที่มีใครพูดดูถูกคนอีสาน ผมจะเป็นคนแรกๆ ที่ออกไปอธิบายทำความเข้าใจให้ทุกครั้ง โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาทางโครงสร้าง ปัญหาของการจัดการของรัฐไทยตั้งแต่อดีต การปราศรัยที่สกลนคร ผมพูดนโยบาย “ยุติราชการรวมศูนย์” และ “ทวงคืนอำนาจให้ท้องถิ่น”  โดยย้อนกลับไปพูดถึงปัญหาการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินไทย ในยุคสมัยหนึ่งที่รวมอำนาจเข้าส่วนกลางและเมืองหลวง แล้วส่งคนไปปกครองตามเมืองต่างๆ  และยังคงหลงเหลือมรดกตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน ผมพูดถึงความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้างระหว่างภาคอีสานกับส่วนกลาง ภาคอีสานมีทรัพยากร  มีคนอีสานที่มีศักยภาพ แต่กลับถูกโครงสร้างที่เหลื่อมล้ำกดทับเอาไว้ ผมพูดถึงการสร้างวาทกรรมในอดีตที่ทำให้คนอีสานถูกกดทับ  ผมพูดถึงคนอีสานที่เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เสรีภาพ ความเสมอภาค คนอีสานผู้ไม่ยอมจำนนกับเผด็จการและการกดขี่ ผมยกย่องวีรกรรมอาจหาญของครูเตียง ศิริขันธ์ ครูครอง จันดาวงศ์ และรำลึกประวัติศาสตร์การสังหารจิตร ภูมิศักดิ์ ปัญญาชนสยามหัวก้าวหน้า ที่บ้านหนองกุง  วิญญูชนผู้มีจิตใจเป็นธรรม ไม่หลงเชื่อการสร้างข่าวเท็จของ IO คงตัดสินได้ว่า  ไม่มีข้อความใดเลยที่ผมดูถูกคนอีสาน หากคุณศรีสุวรรณหรือใครอยากพิสูจน์ ผมอยากเชิญชวนให้ฟังคลิปการปราศรัยตัวเต็ม ผมสนับสนุนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและบุคคลสาธารณะ แต่การตรวจสอบต้องทำโดยสุจริต เพื่อประโยชน์สาธารณะ  มิใช่ตรวจสอบเพื่อเปิดช่องทางให้มีการนำกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อกำจัดนักการเมือง พรรคการเมือง ที่ตนเองไม่ชอบ เกลียด กลัว

ความเป็นขบถของคนคือแก่นแกนสาระสำคัญของความเป็นมนุษย์

  24 กุมภาพันธ์ 2562 ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ในเฟซบุ๊กเพจของตนเอง เชิญชวนคนหนุ่มสาวให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อกำหนดอนาคตด้วยตัวเอง รายละเอียดมีดังนี้ …    ความก้าวหน้าของมนุษยชาติเกิดขึ้นได้เพราะมนุษย์กล้าบอกว่า ‘ไม่’ กับสิ่งที่ไม่เป็นธรรม สิ่งที่ไม่ถูกต้อง สิ่งอยุติธรรม เราจงหล่อเลี้ยงความเป็นขบถเอาไว้ในตัวเอง ถ้าวันใดวันนึงเราเลิกความเป็นขบถ เราเลิกต่อต้านความไม่เป็นธรรม เราบอกว่า ‘ใช่’ กับทุกเรื่อง ตามน้ำไปเรื่อย อยู่เป็นไปเรื่อย เราอาจจะเอาตัวรอดได้ เราอาจจะสุขสบาย แต่นั่นหมายถึงว่าแก่นแกนของเราในการยืนหยัดต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้องนั้นถูกทำลายลงไปแล้ว     ดังนั้นอยากจะขอให้คนหนุ่มสาวใช้โอกาสในการเลือกตั้ง 24 มีนาคม ครั้งนี้ในการยืนหยัดประจันหน้ากับระบอบเผด็จการที่ปกครองมาแล้ว 5 ปีและมีท่าทีว่าจะปกครองต่อไป 20-30 ปี เราต้องออกไปแสดงพลังในวันที่ 24 มีนาคมนี้แล้วก็บอกว่า ‘ไม่’  พอกันทีกับสังคมที่คนรุ่นก่อนกำหนดและส่งมอบมาให้เรา เราไม่ต้องการสังคมแบบนี้ เราไม่ต้องการให้คนรุ่นอายุ 70-80 ปี มานั่งเขียนรัฐธรรมนูญและแผนปฏิรูปฯ ให้เราใช้ มากำหนดตัว ส.ว.แล้วให้มีอำนาจไปเลือกนายกฯ เราไม่ได้ต้องการแบบนี้ จงอย่าส่งมอบสังคมแบบนี้ให้แก่เรา เราจะขอเป็นคนกำหนดสังคมที่เราต้องการเอง ผมอยากขอให้ทุกท่านเก็บความคับแค้นครั้งนี้ไว้เป็นพลัง และออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้กันให้มากๆ การเลือกตั้งครั้งนี้แม้อาจจะยังไม่สามารถเปลี่ยนประเทศไทยได้ทันท่วงที แต่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นหมุดหมายแรกแห่งการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ได้     เชิญชมวิดิโอการปราศรัยฉบับเต็มของ ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้ที่นี่

1 22 23 24 25 26 41