fbpx

บทความ

รายงานความคืบหน้างานในและนอกสภาของพรรคอนาคตใหม่ 22 ก.ค. – 5 ส.ค. 2562

รายงานความคืบหน้าการเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายในสภาหรือ จัดกิจกรรมเดินสายนอกสภา รอบวันที่ 22 กรกฎาคม ถึง 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562

แกะรอยคำพูด รองนายกสมคิด

“แกะรอยคำพูดรองนายกสมคิด” จากการที่คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ได้พูดตอนหนึ่งถึงเรื่องปัญหาเศรษฐกิจไทย ในช่วงวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2562

การแสวงหาฉันทามติครั้งใหม่ของสังคมการเมืองไทย

การบรรยายเรื่อง “การแสวงหาฉันทามติครั้งใหม่ของสังคมการเมืองไทย” โดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่พุทธสถาน จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2562

อนาคตใหม่เดินหน้าดำเนินคดี “เอ๋ ปารีณา” แพร่ข่าวปลอมสร้างความเกลียดชังในสังคม

ฝ่ายกฎหมายพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่าได้เตรียมยื่นฟ้องศาล ดำเนินคดีกับ “ปารีณา ไกรคุปต์” ส.ส. เขต 3 ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 โดยมีเนื้อหาเป็นข่าวปลอมที่มีเนื้อความเป็นเท็จ

(คลิป) “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” : ปัญหา “กระดุม 5 เม็ด” ของเกษตรกรรมไทย

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายนโยบายทางการเกษตรของรัฐบาล

รายงานความคืบหน้าในและนอกสภาของพรรคอนาคตใหม่ 15 – 22 ก.ค. 2562

สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หยุดยาว หลีกทางให้กับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา นั่นคือ “อาสาฬหบูชา” และ “เข้าพรรษา” หลายพื้นที่มีกิจกรรมสำคัญอย่าง “แห่เทียนเข้าพรรษา” ท่ามกลางเปลวแดดที่แผดระอุ ส.ส.แบบแบ่งเขตของพรรคอนาคตใหม่ เข้าพื้นที่ยาวนานหน่อย ขณะที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ บางส่วนก็ลุยทำงานไม่มีวันหยุด

คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อรัฐสภา

อ่านคำแถลงนโยบายจำนวน 80 หน้าของคณะรัฐมนตรี โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะแถลงต่อรัฐสภาในวันพุธที่ 25 กรกฎาคม 2562 https://drive.google.com/file/d/1_g1phIjkERGninSWa7i8OD0R0Kog6JjK/view?usp=sharing

ร่างรัฐธรรมนูญ : จุดเริ่มต้นลบล้างมรดกบาป คสช.

พรรคอนาคตใหม่เปิด “ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่…… พ.ศ. …” เพื่อยกเลิกบทบัญญัติในมาตรา 269 ถึง มาตรา 272 เรื่องวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล 5 ปีแรก และยกเลิกมาตรา 279 เรื่องการรับรองให้บรรดาประกาศ คำสั่ง คสช. และคำสั่งของหัวหน้า คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย พรรคอนาคตใหม่จะเริ่มเดินหน้าผลักดันให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเริ่มต้นจากการรวบรวมรายชื่อ ส.ส. 100 คนขึ้นไป เพื่อเสนอญัตติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว ขณะนี้พรรคอนาคตใหม่มี ส.ส. 81 คน เราต้องการชวนเพื่อน ส.ส. มาร่วมลงชื่อเพิ่มอีกให้เกิน 100 คน เพื่อเดินหน้าจัดการวุฒิสภาอันเป็นกลไกการสืบทอดอำนาจ และจัดการมรดกบาป คสช. แม้จะมีการยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. แต่ผลของประกาศและคำสั่งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจะยังมีอยู่ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 279 เขียนรับรองให้ประกาศคำสั่ง คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ และไม่ได้เป็นการรับรองแค่ประกาศคำสั่งเท่านั้น แต่ยังรับรองไปถึง ‘การกระทำที่เกี่ยวเนื่องกัน’ ด้วย ซึ่งนี่เป็นปัญหาใหญ่ว่าการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันครอบคลุมไปถึงแค่ไหน มาตรา 279 จึงทำให้การใช้อำนาจของ คสช. อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ นี่จึงเป็นพันธกิจสำคัญที่พวกเราต้องยกเลิกมาตรา 279 ให้ได้ เช่นเดียวกัน วุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล ที่มาจากการเลือกของ คสช. ก็ได้แสดงผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดในวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ในการเลือกหัวหน้า คสช.กลับมาเป็นนายก วุฒิสภายังคง “ขี่คอ” สภาผู้แทนราษฎรในหลายเรื่อง ได้แก่ การแก้รัฐธรรมนูญ การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และการตรากฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ หากปล่อยให้มีวุฒิสภาแบบนี้ต่อไป วุฒิสภาก็จะกลายเป็นกลไกของการสืบทอดอำนาจ เรายืนยันเสมอมาว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหาทางประชาธิปไตย ทั้งในเรื่องที่มา กระบวนการจัดทำ และเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทั้งฉบับ พรรคอนาคตใหม่ยังคงยืนยันความตั้งใจเดิมว่าเราจะเดินหน้าเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ทุกคนต่างทราบดีว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำได้ยากมากหรืออาจทำไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ  แต่พรรคอนาคตใหม่เชื่อมั่นเสมอมาว่า การเมือง คือ ความเป็นไปได้ เราจะพยายามผลักดันในทุกช่องทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เพียงแต่ในสภาเท่านั้น แต่ต้องสร้างกระแสและความรับรู้ของสังคมเพื่อทำให้สังคมเกิดฉันทามติร่วมกันว่ารัฐธรรมนูญ 2560 คือ วิกฤตและทางตัน จำเป็นต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเลือกมา อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ เราสามารถเริ่มต้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราไปก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องเร่งด่วน และเป็นเรื่องที่น่าจะหาฉันทามติได้ง่าย อย่างวุฒิสภาและการรับรองการกระทำของ คสช.

“เมื่อไม่มีประชาธิปไตยก็ไม่มีประชาชนอยู่ในโจทย์การพัฒนานั้น”

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมวงเสวนาพร้อมกับหัวหน้าพรรค 7 พรรคฝ่ายค้านเพื่อประชาชน ร่วมวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย และทิศทางของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการแสวงหาทางออกให้กับประเทศ โดยในส่วนของธนาธร ระบุว่าสำหรับตนแล้ว สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศไทยในปัจจุบันเป็นวิกฤติที่หนักมาก สิ่งที่ตนรู้สึกเศร้าใจมากที่สุด คือเรากำลังจะส่งสังคมที่แย่กว่านี้ให้กับลูกหลานของเรา ถ้าเราไม่ทำอะไรวันนี้ ลูกหลานของเราจะได้รับสังคมที่แย่กว่านี้ แน่นอนที่สุด หนึ่งในวิกฤติที่หนักที่สุดคือความเหลื่อมล้ำในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ GDP ของประเทศไทยเติบโตขึ้นถึง 15% แต่รายได้ภาคแรงงานเติบโตแค่ 5% รายได้ภาคเกษตรติดลบถึง 3% หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น 28% แต่คนรวยที่สุดในประเทศไทยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นถึง 68% ดังนั้นทุนผูกขาดกับความเหลื่อมล้ำจึงเป็นสองด้านบนเหรียญเดียวกันที่แยกจากกันไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลโดยตรงมาจากการบริหารประเทศภายใต้นโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใหญ่ ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้ ม.44 เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มทุนจำนวนมาก ตัวอย่างเดียวที่ตนขอยกในวันนี้คือกรณีการยืดหนี้และลดดอกเบี้ยให้กับกลุ่มทุนทีวีดิจิทัล ซึ่งถ้าคิดในทางกลับกัน ถ้าชาวนาไม่มีเงินจ่ายหนี้ ธกส. ชาวนาจะมีโอกาสได้รีไฟแนนซ์แบบนี้ไหม แบบที่ได้ยืดหนี้ออกไปและลดดอกเบี้ยให้ด้วย คำตอบคือชาวนาไม่เคยมีโอกาสได้รับสิทธิแบบนี้เลย แค่นี้ก็ทำให้เห็นแล้วว่าการปฏิบัติระหว่างกลุ่มทุนกับชาวบ้านไม่เท่ากัน ธนาธรกล่าวต่อไปว่า ดังนั้นหากเราจะดูว่ารัฐบาลไหนมีวิธีการจัดการกับปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างไร เราต้องดูว่าเงินไปอยู่ที่ไหน อย่างเรื่องนโยบายการคมนาคม ที่ผ่านมารัฐบาล คสช. อนุมัติเงินไปที่โครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ซึ่งถามจริงๆ ว่าในชีวิตจริง จะมีกี่คนที่นั่งเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิไปเปลี่ยนเครื่องที่ดอนเมืองหรืออู่ตะเภา ถ้าจะลดความเหลื่อมล้ำทำไมไม่เอาเม็ดเงินก้อนนี้ไปทำการคมนาคมสาธารณะให้ต่างจังหวัด ทุกวันนี้จังหวัดท่องเที่ยวใหญ่ๆรถขนส่งสาธารณะเข้าเมืองยังแทบไม่มี ทำไมเราไม่เอาเงินไปทำระบบขนส่งสาธารณะในต่างจังหวัดเชื่อมระหว่างตลาด ชุมชน สถานที่ราชการ แต่กลับเอาเงินไปทำรถไฟเชื่อมสามสนามบินเพื่อเอื้อกับกลุ่มทุนใหญ่ ธนาธรกล่าวว่าสิ่งเหล่านี้คือตัวอย่างที่ชัดเจน ว่าการพัฒนาที่ผ่านมาไม่ใช่การพัฒนาเพื่อประชาชน คำถามคือการดูว่าประเทศที่เจริญและพัฒนาแล้วเราต้องดูที่ไหน แน่นอนว่าไม่ใช่การดูที่รถเฟอรารี่วิ่งบนถนนกี่คัน ตนเห็นว่าเราไปดูแค่บนฟุตปาธนับตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากบ้านก็พอ การดูว่าประเทศไหนที่เจริญแล้วดูง่ายๆ เลย อย่างทุกวันนี้ประเทศไทยกำลังเป็นสังคมผู้สูงอายุ เราดูง่ายๆว่าคนแก่ที่นั่งวีลแชร์สามารถเดินทางออกจากบ้านไปตลาดด้วยตัวเองคนเดียวบนฟุตปาธได้หรือไม่ ประเทศที่เจริญแล้วต้องดูที่ตรงนี้ “ที่เป็นแบบนี้เพราะไม่เคยมีประชาชนอยู่ในประเทศ เมื่อไม่มีประชาธิปไตยก็ไม่มีประชาชน การพัฒนาที่เกิดขึ้นก็จะเป็นการพัฒนาที่มองไม่เห็นประชาชนอย่างที่ผ่านมา เพราะรัฐไทยไม่เคยมองเห็นประชาชน เรื่องนี้จึงตอบโจทย์ที่ว่าพรรคฝั่งที่อยู่กับประยุทธ์จะพูดเหมือนกันหมด ว่าประชาธิปไตยไม่ต้องสนใจ แก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน นี่คือการหลอกลวง เพราะระบบการเมืองที่ดีเท่านั้นถึงจะทำให้ระบบเศรษฐกิจดีได้” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ธนาธรกล่าวต่อว่าขณะนี้ถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องมาทบทวนว่าระบบการเมืองที่ดีคืออะไร ระบบการเมืองที่ดีคือระบบที่คนเห็นต่างจะอยู่ร่วมกันได้สันติ และมีประชาชนอยู่ในประเทศ เป็นคนที่ต้องได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาที่แท้จริง นี่คือภารกิจของคนรุ่นเรา ที่เราจะต้องแก้ให้ได้เพื่อส่งสังคมที่ดีกว่านี้ให้ลูกหลานของเราให้ได้ นอกจากนี้ ธนาธรได้กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องพรรคอนาคตใหม่ล้มล้างการปกครอง และกรณีมีผู้เตรียมการร้องศาลรัฐธรรมนูญ ว่าการเดินสายไปต่างประเทศของพรรคอนาคตใหม่อาจเข้าข่ายล้มล้างการปกครองนั้น ส่วนตัวเห็นว่า จากการตรวจสอบอย่างละเอียดในข้อกฎหมายแล้วเชื่อมั่นว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เข้าข่ายล้มล้างการปกครองตามที่มีผู้ร้องแน่นอน แต่ขณะนี้ประชาชนหลายคน เข้าใจผิดมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าการร้องเรียนในหลายๆ เรื่องต่อ พรรคอนาคตใหม่ อาจมีโทษถึงขั้นยุบพรรค จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า การที่มีประชาชน เชื่อว่า พรรคอนาคตใหม่ อาจจะถูกยุบเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าประชาชนไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม และเป็นเรื่องที่ต้องถามกลับ ว่ากระบวนการยุติธรรมของศาล มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน แต่หากศาลพิจารณาจะให้ผิดจริง ก็สามารถทำได้แค่ให้หยุดในการกระทำดังกล่าว เท่านั้น ไม่มีโทษถึงยุบพรรค

ฝนทิ้งช่วง…ประเทศไทยแล้งแค่ไหน?

แม้จะเข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการแล้วแต่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกน้อยมาก จนเริ่มมีเสียงจากประชาชนโดยเฉพาะในภาคเหนือและอีสานที่เตือนมายังรัฐบาลว่าปีนี้ “ภัยแล้ง” อาจจะเข้าขั้น “วิกฤติ” และในหลายพื้นที่ อาจจะถึงขั้น “ร้ายแรงที่สุด” ในรอบหลายสิบปีอีกด้วย ลองดูแผนที่ปริมาณฝนสะสมของครึ่งแรกของปี 2562 เทียบกับค่าปกติของประเทศไทย พบว่าในครึ่งแรกของปีนี้ทุกภูมิภาคมีปริมาณฝนสะสมน้อยกว่าค่าปกติทุกภูมิภาคทั่วประเทศ (สีขาวคือเท่าเดิม สีแดงยิ่งเข้มคือยิ่งน้อยกว่าปกติ) มีเพียงไม่กี่จังหวัดเท่านั้นที่คงค่าเดิม หรือมีฝนมากกว่าปกติ ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ นั้น เราได้เรียบเรียงข้อมูลจากกรมชลประทานมาให้ทุกท่านได้เห็นภาพคร่าวๆ ว่าประเทศไทย “แล้ง” แค่ไหน โดยยกตัวเลขปริมาณน้ำที่สามารถนำไปใช้ได้ใน 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ : ภูมิพล เหลือเพียง 9% หรือ 910 ล้านลูกบาศก์เมตร สิริกิติ์ เหลือเพียง 8% หรือ 538 ล้านลูกบาศก์เมตร แควน้อย เหลือเพียง 12% หรือ 104 ล้านลูกบาศก์เมตร ป่าสัก เหลือเพียง 5% หรือ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร หากยังคงระดับน้ำระบายออกในอัตราเท่าเดิมและไม่มีน้ำเติมเข้ามาในอ่างเพิ่มเติมเลย เราจะมีน้ำใช้จากเขื่อนภูมิพลอีก 40 วัน, สิริกิติ์ 28 วัน, แควน้อย 48 วัน และป่าสัก 64 วัน นอกจากนี้ยังมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ในเกณฑ์ภาวะ “น้ำน้อยวิกฤติ” หรือมีน้ำน้อยกว่า 30% ของปริมาณกักเก็บ ได้แก่ : -แม่งัด (เชียงใหม่) -แม่กวง (เชียงใหม่) -กิ่วลม (ลำปาง) -แควน้อย (พิษณุโลก) -ห้วยหลวง​ (อุดรธานี) -น้ำพุง (สกลนคร) -จุฬาภรณ์ (ชัยภูมิ) -อุบลรัตน์ (ขอนแก่น) -ลำปาว (กาฬสินธุ์) -ลำพระเพิง (นครราชสีมา) -มูลบน (นครราชสีมา) -ลำนางรอง (บุรีรัมย์) -ป่าสักฯ (สระบุรี) -ทับเสลา (อุทัยธานี) -กระเสียว (สุพรรณบุรี) -ขุนด่านฯ (นครนายก) -คลองสียัด (ฉะเชิงเทรา) -นฤบดินทรฯ (ปราจีนบุรี) (โดยมีบางแห่งที่หยุดปล่อยน้ำชลประทานในการเกษตรแล้ว เพราะต้องเก็บรักษาน้ำไว้สำหรับให้ประชาชนอุปโภคบริโภคเท่านั้น) —— สำหรับประชาชน เราขอแนะนำให้ท่านที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยแล้งโปรดใช้น้ำประปาในการอุปโภคบริโภคเท่าที่จำเป็นเท่านั้น งดใช้น้ำสิ้นเปลือง ส่วนผู้ที่ใช้น้ำบาดาลและน้ำฝน ให้เตรียมเก็บกักน้ำไว้ให้มากที่สุดเมื่อมีโอกาส โดยเฉพาะผู้ที่ทำการเกษตร จะต้องจับตาประกาศจากทางภาครัฐเรื่องการใช้น้ำและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ต้องติดตามดูพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ส่วนพรรคอนาคตใหม่จะทำหน้าที่เร่งรัด-เสนอแนะ-ติดตาม-ตรวจสอบภาครัฐ เพื่อให้มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนในการรับมือภัยแล้งอย่างมีประสิทธิภาพโดยเร็วที่สุด ——— ( ข้อมูลจากฝ่ายประมวลวิเคราะห์และสถานการณน์น้ำ กรมชลประทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ http://water.rid.go.th/flood/flood/daily.pdf )

1 2 3 4 23