fbpx

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ก่อนจะสายเกินไป

เพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งเดือนเต็มของรัฐบาลคุณประยุทธ์ 2 ประเทศไทยตกอยู่ในความอึมครึม ไม่มีใครมองเห็นอนาคตที่สดใส ผิดกับบรรยากาศและความคาดหวังของประชาชนทั่วประเทศก่อนการเลือกตั้งโดยสิ้นเชิง…

การแสวงหาฉันทามติครั้งใหม่ของสังคมการเมืองไทย

การบรรยายเรื่อง “การแสวงหาฉันทามติครั้งใหม่ของสังคมการเมืองไทย” โดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่พุทธสถาน จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2562

กลุ่มทุนผูกขาด: กลุ่มอภิสิทธิ์ชนในสังคมไทย

ส่วนหนึ่งจากงานเสวนา ‘อนาคตประเทศไทย วิสัยทัศน์ของพรรคการเมือง’คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 16 พฤศจิกายน 2561โดย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สวัสดีครับทุกท่านครับ ผม ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคอนาคตใหม่ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่เชิญผมมาพูดในวันนี้ นับว่าเป็นเกียรติอย่างมาก ทุกท่านครับ ผมต้องเรียนอย่างนี้ เวลาพูดถึงวิสัยทัศน์ เวลาพูดถึงนโยบายของพรรค คิดว่าประเทศไทยของเราเดินมาถึงจุดที่จำเป็นจะต้องคิดแก้ปัญหาอย่างถึงรากถึงโคนจริงๆ ทุกท่านครับ พรรคทั้งหมดที่นั่งอยู่ตรงนี้และพรรคที่ไม่ได้มา ถ้าทุกท่านลองไปเปิดนโยบายดูนะครับ นโยบายแทบจะเหมือนกันทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกระจายอำนาจ ไม่มีพรรคไหนไม่พูดเรื่องกระจายอำนาจ ทุกคนเอากระจายอำนาจหมด มากน้อยต่างกัน ดีกรีมากน้อยต่างกัน ทุกคนปฏิรูปการศึกษาหมด ทุกคนต้องการเอาเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศสูงสุด ทุกคน ทุกพรรคการเมือง ทุกพรรคการเมือง – – แทบจะทุกพรรคการเมือง ไม่เอาเกณฑ์ทหาร แทบจะทุกพรรคการเมืองพูดถึงการพัฒนาระบบคมนาคมในประเทศให้ดีขึ้น นี่คือเรื่องที่พูดเหมือนกันทุกพรรคการเมือง นี่คือข้อเท็จจริง เดี๋ยวใกล้เลือกตั้งดูได้ แทบจะไม่ต่างกัน สำหรับตัวผมเองและพรรคอนาคตใหม่ ผมคิดต่างนิดหน่อยคือผมคิดว่าช่วงเวลานี้ไม่ใช่ช่วงเวลาของการตลาดนโยบาย ช่วงเวลานี้ไม่ใช่ช่วงเวลาของการผลิตนโยบายแต่ละตัวเพื่อแก้ปัญหาแต่ละจุด ปัญหาของประเทศไทยใหญ่กว่านั้น ประเทศไทยเดินทางมาถึงจุดที่ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่กดทับประเทศอยู่อย่างจริงจัง ประเทศไทยจะเดินต่อไปข้างหน้าไม่ได้เลย ปัญหาที่เราพูดถึง ปฏิรูปการศึกษา – ทำไม่ได้ กระจายอำนาจ – ทำไม่ได้ ถ้าเราไม่ทำลายโครงสร้างที่กดทับศักยภาพของประเทศไทย นี่คือช่วงเวลาที่ต้องพูดความจริง นี่คือช่วงเวลาที่ต้องจัดการปัญหาถึงต้นตอ ผมพูดหลายเวทีแล้วครับทุกท่าน ว่าหนึ่งในปัญหาที่ใหญ่มากของประเทศไทย คือการแทรกแซงทางการเมืองของทหาร ของกองทัพ ผมพูดเรื่องนี้ในหลายเวทีแล้ว วันนี้ผมจะไม่พูดซ้ำอีก แต่มีอีกหนึ่งโครงสร้างซึ่งเดินคู่กับโครงสร้างของกองทัพไทย ที่รวมกันเป็นกลุ่มอภิสิทธิ์ชนในสังคมไทย ที่ผูกขาดทั้งอำนาจทางการเมืองและอำนาจทางเศรษฐกิจที่สร้างโครงสร้างที่กดทับ ไม่ให้ประชาชนในประเทศไทยลืมตาอ้าปากได้ วันนี้ผมจะพูดถึง กลุ่มทุนผูกขาดในประเทศไทย ยกตัวอย่าง ในภาคการเกษตร ทุกท่านครับ เราพูดถึง ครัวไทยสู่ครัวโลก มานานแล้ว ทุกคนเข้าใจและรู้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพ มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ เราสามารถควบคุมส่วนแบ่งทางการตลาดของธุรกิจอาหารในตลาดโลกได้ เราเข้าใจถึงศักยภาพของเรา แต่ตั้งแต่เริ่มทำนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก ท่านเคยเห็นชาวนาคนไหนรวยขึ้นจากนโยบายนี้ไหมครับ – –  ไม่มี ผูกขาดในภาคการเกษตร เริ่มตั้งแต่ปัจจัยการผลิตที่เป็นพื้นฐานที่สุดคือที่ดินทำกิน คนที่รวยที่สุดของประเทศไทย 10% ครอบครองที่ดินทำกิน 6-70% แล้วแต่คุณอ่านงานวิจัยของใคร บางงานวิจัยอ้างถึง 90% ด้วยซ้ำไป ปุ๋ย – 5 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ควบคุม 90% ของตลาดปุ๋ย ตรากระต่าย ตราหัววัว ตราม้าบิน ฯลฯ  5 ยี่ห้อนี้ 90% เมล็ดผักเมล็ดพันธุ์ จากเดิมที่เคยเป็นเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น บริษัทข้ามชาติก็เอาเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นไป 2-3 เมล็ดพันธุ์ ปรับปรุงแล้วเอามาทุบตลาด เมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นหายไป กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ปรุงแต่งมา แล้วพันธุ์ที่ปรุงแต่งมา ชาวนาชาวสวนไม่สามารถเอาเมล็ดพันธุ์พวกนี้ไปผลิตซ้ำได้ กลายเป็นการผูกขาดในภาคเมล็ดพันธุ์ หรือจะเอายาฆ่าแมลง พาราควอต (ชื่อการค้าของยาพ่นกำจัดวัชพืชที่ถูกแบนแล้วใน 52 ประเทศเนื่องมาจากอันตรายต่อสุขภาพผู้ใช้และสามารถตกค้างในห่วงโซ่อาหาร) ที่คนในประเทศไทยตายมาร้อยกว่าคนแล้ว ที่เราทุกคนรู้ว่ามันเป็นอันตราย ใส่เสื้อผ้าเยอะแยะแค่ไหนก็ป้องกันมันไม่ได้ แต่เราไม่ยกเลิกทั้งๆ ที่หลายๆ ประเทศยกเลิกไปแล้ว แต่เราก็ไม่ยกเลิก เพราะอะไร เพราะมีคนสูญเสียประโยชน์จากการยกเลิกพาราควอต นี่แค่ด้านปัจจัยการผลิต ด้านการค้าขาย ด้านโควต้าการส่งออก เมื่อคุณกุมอำนาจการขายเมื่อไหร่ คุณสามารถกดราคาในซัพพลายเชน (ห่วงโซ่อุปทาน – ทุกกระบวนการของสินค้า ตั้งแต่หาวัตถุดิบ ผลิต ไปจนถึงจำหน่าย ฯลฯ) ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ชาวนาถูกกดราคา ทำนาขาดทุนแล้วรัฐต้องเข้าไปอุ้ม พูดง่ายๆ ก็คือภาษีของรัฐเอาไปเพื่อทำให้กลุ่มทุนได้ซื้อของที่ถูก ภาษีของรัฐคือกำไรของกลุ่มทุน เพราะต้องเอาไปอุดหนุนราคาทุกปี เพื่อที่ขายให้กับกลุ่มทุนที่ทำการแปรรูปและทำการส่งออก คุณบอกให้ชาวนาไปทำการแปรรูป จะให้แปรรูปได้ยังไงครับ เมื่อ 2  เดือนที่แล้ว คุณยายที่บุรีรัมย์ทำข้าวหมากมาขายถุงเล็กๆ ถุงละ 5 บาท 10 บาท ข้าวหมากก็คือสาโทชนิดหนึ่ง คือเหล้าหมักชนิดหนึ่ง เอามาขายก็โดนจับ โดนปรับไปห้าหมื่นทั้งๆ ที่แกขายข้าวแกงจานละ 30 – 40 บาท แล้วข้าวหมากที่คุณยายขายไม่ได้ก็คือเหล้าขาวที่บริษัทใหญ่ขายได้ ใช่ไหมครับ นี่คือเรื่องเดียวกัน คือเงินก้อนเดียวกัน คือเงินบาทเดียวกัน จะไปซื้อข้าวหมากกับยาย หรือจะไปซื้อเหล้าจากบริษัทที่ผูกขาด ทุกท่านครับ พูดถึงเรื่องนี้ยังไม่พอ พูดถึงธนาคาร ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผูกขาดทางการเข้าถึงแหล่งทุนเยอะที่สุดในโลก ชาวบ้านไม่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ยกตัวอย่าง ถ้าเราลองเอาจำนวนธนาคารเป็นตัวตั้ง หารด้วยจำนวนประชากรทั้งประเทศ ประเทศไทยมีอัตราตัวนี้ต่ำที่สุดในโลก – – ที่สุดในโลกนะครับ เรามีธนาคารอยู่ 14 ธนาคาร และสำนักงานใหญ่ของธนาคารทั้งหมดอยู่ที่กรุงเทพฯ

คำแถลง “อนาคตใหม่ ไทย 2 เท่า” – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ทุกท่านครับ ผมมีคำถามมาถามทุกท่าน 2 ข้อ ข้อแรก คุณอยู่ที่ไหนในประเทศไทย ผมไม่ได้หมายถึงสถานที่ที่คุณอยู่ หรือแม้แต่ความร่ำรวย ความยากจนที่คุณมี แต่ผมหมายถึงสิทธิ ผมหมายถึงโอกาสในชีวิต ตั้งแต่ตอนที่คุณคลอดออกมาจากท้องแม สมัครเข้าโรงเรียน หางานทำ ผ่อนบ้านสักหลัง เปิดธุรกิจใหม่ รวมถึงการรักษาตัวเมื่อยามเจ็บป่วย ถ้าผมจับคนไทยเกือบ 70 ล้านคน มาต่อแถวเรียงกันตามลำดับ ตามสิทธิ โอกาสที่คุณได้จากรัฐไทยที่คุณได้จากประเทศนี้ คุณคิดว่าคุณจะยืนอยู่ตรงไหน ในแถวของคนกว่า 70 ล้านคนนี้ ตรงหัวแถว ตรงกลางแถว หรือปลายแถว คุณมีสิทธิและโอกาสเท่ากับคนอื่นแค่ไหนในสังคม คำถามข้อที่สองคุณคิดว่าประเทศไทยอยู่ตรงไหนในโลกใบนี้   ใช่ครับ ผมไม่ได้หมายถึงที่ตั้งในเชิงภูมิศาสตร์ ผมไม่ได้หมายถึงประเทศไทยอยู่ทวีปไหนในโลกใบนี้ ผมไม่ได้หมายถึงรายได้ของประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่ผมหมายถึงคุณภาพการบริการของรัฐ ผมหมายถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนที่อยู่ในประเทศนี้ได้เติบโต เรียนรู้ ได้ใช้ชีวิตที่มีคุณค่าและเปี่ยมความหมาย ถ้าผมจับประเทศที่ในโลกเกือบ 200 ประเทศมาเรียงต่อแถวกันตามลำดับคุณภาพของการให้บริการของรัฐ ตามลำดับคุณภาพของการใช้ชีวิต คุณคิดว่าประเทศไทยอยู่ตรงไหน อยู่หัวแถว อยู่กลางแถว หรืออยู่ปลายแถว แน่นอนครับ เราทุกคนเลือกเกิดไม่ได้ว่าจะเกิดมาในครอบครัวที่ยากดีหรือมีจน และเช่นเดียวกันประเทศไทยก็เลือกไม่ได้ ที่จะไปตั้งอยู่ในทวีปไหนบนโลก นั่นเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุมของเรา แต่สิทธิและโอกาสในชีวิตของแต่ละคนเป็นสิ่งที่เราเลือกได้ เป็นสิ่งที่เราสร้างได้ เป็นสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงได้ เหมือนกับการบริการของภาครัฐ การแข่งขันทางธุรกิจ และมาตรฐานความเป็นอยู่ เป็นสิ่งที่แต่ละประเทศสร้างได้ เปลี่ยนแปลงได้ ทั้งในทางดีและในทางร้าย แต่ทำไมสิทธิและโอกาสของคนไทยที่อยู่กลางแถว และคนไทยที่อยู่ท้ายแถว ช่างแตกต่างกับคนไทยหัวแถวราวฟ้ากับเหว ทำไมบริการของภาครัฐและมาตรฐานการใช้ชีวิตในประเทศไทยถึงห่างกับประเทศอื่นๆ ออกไปเรื่อยๆ เงินทุกบาทที่ใช้หว่านโฆษณางานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลคสช. เงินทุกบาทที่ไม่ได้ใช้ไปเพื่อทำให้โรงเรียนของเราดีขึ้น เงินทุกบาทที่ถูกใช้ซื้ออาวุธเข้ากองทัพ คือเงินทุกบาทที่หายไปจากงบบัตรทอง ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยแพร่กระจายไปทุกมิติ ในขณะที่ประเทศไทยเองก็ไม่เคยได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ไม่สามารถยืนบนเวทีโลกได้อย่างสง่าทรนง ทั้งที่เรามีความพร้อมกว่าประเทศอื่นๆ จำนวนมาก ประเทศของเราก้าวเดินอย่างสะเปะสะปะ เติบโตอย่างไร้ทิศทางกันมานานเหลือเกิน ทุกท่านครับ พรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นและรวมตัวกันเพื่อเสนอเส้นทางใหม่ให้กับสังคมไทย เราอยากเห็นประเทศไทยก้าวเดินไปอย่างมีทิศทาง เราอยากเห็นคนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเท่าทันโลก คนไทยต้องได้รับสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าคุณจะเกิดมาในสังคมแบบไหน ไม่ว่าคุณจะเติบโตในจังหวัดอะไร ไม่ว่าคุณจะมีเพศสภาพอย่างไร เราต้องยืนยันสิทธิและโอกาสของคนไทยที่เท่าเทียมกัน เราถูกทำให้เชื่อว่าความรวยความจนเป็นเรื่องของความพยายามส่วนบุคคล ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเกี่ยวโยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กับสิทธิ เสรีภาพ และบริการของภาครัฐ อย่าให้ลูกหลานของเราถูกกักขังโดยชาติกำเนิดเพราะความไม่เท่าเทียมกันในสังคม หลายคนบอกผมว่าจะทำให้ประเทศไทยเท่าเทียมกันเป็นไปไม่ได้หรอก เป็นเรื่องเพ้อฝัน ไม่มีทางเกิดขึ้นจริงในประเทศนี้ได้ ผมมีเรื่องที่อยากจะเล่าให้ทุกท่านฟัง เป็นเรื่องของความฝันของคนธรรมดา เพื่อจะบอกว่าสังคมใหม่ที่ดีกว่านี้เป็นไปได้ ประกันสังคมเคยเป็นสิ่งที่เกินฝันสำหรับคนไทยรุ่นก่อน แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นสวัสดิการพื้นฐานของประเทศ ประกันสังคมถูกทำให้เป็นกฏหมายในปี 2497 แต่กว่าจะถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง การทำรัฐประหารก็ได้ทำลายกฏหมายประกันสังคมก่อนถูกนำมาใช้ พี่น้องผู้ใช้แรงงาน และคนที่อยากเห็นคนยากคนจนมีสวัสดิการใช้เวลาอีกกว่า 4 ทศวรรษกว่าที่จะทำให้ประกันสังคมเป็นไปได้จริง ประกันสังคมคือผลของความกล้าที่จะฝันถึงอนาคตที่ดีกว่า ผลของการรวมพลังผ่านการเมืองที่เปิดกว้าง และผลของการยืนหยัดต่อสู้ถึงอนาคตที่เราฝันถึง ปัจจุบันนี้มีคนกว่าล้านคนที่ดำรงชีวิตด้วยการพึ่งพาประกันสังคม ซึ่งเป็นรากแก้วของรัฐสวัสดิการ   นี่คือความฝัน นี่คือเรื่องราวการต่อสู้เรียกร้องของคนธรรมดา และมันพิสูจน์ว่าคนไทยทำได้ และถ้าเราร่วมมือกัน เราจะทำได้อีกครั้ง นอกจากอนาคตที่เท่าเทียมกัน เรายังต้องสร้างมาตรฐานบริการของรัฐให้เท่าทันกับโลก ต้องขีดเส้นไว้ให้ชัด ต้องยกระดับความเป็นไทย ให้เป็นไทยสากล เป็นประเทศไทยที่ทะยานไปอย่างเต็มศักยภาพ ไม่น้อยหน้าใครในเวทีโลก ไม่กี่วันก่อน ผมได้จุดประเด็นการถกเถียงเรื่องการยกระดับระบบคมนาคมไทย จากการนำเสนอตัวเลือกเรื่องไฮเปอร์ลูป ระบบรถไฟที่เดินทางโดยอุโมงค์ด้วยความเร็วเกิน 1,000 กม./ชม. คนไทยจำนวนมากบอกว่านี่เป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่อย่าลืมว่าครั้งหนึ่งยานอวกาศ เครื่องบิน และรถไฟความเร็วสูง เทคโนโลยีคมนาคมที่ทันสมัยที่สุดในโลกตอนนี้ หลายคนตั้งถามว่ามันเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน แต่ทุกท่านครับ ครั้งหนึ่งไม่มีใครเชื่อว่าคนในโลกจะติดต่อกันด้วยอินเตอร์เน็ต และสมาร์ทโฟน ครั้งหนึ่งเครื่องบินก็เป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันมาก่อน และจนถึงทุกวันนี้รถไฟความเร็วสูงก็ยังเป็นความเพ้อฝันในสังคมไทย ผมถือว่าเราในฐานะพรรคการเมือง ต้องทำหน้าที่เสนอความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่จะผลักดันประเทศไปข้างหน้า ไม่ใช่แค่การตามประเทศอื่นให้ทัน แต่ต้องกล้าที่จะเป็นผู้นำในเวทีโลกด้วย มีแต่การกล้าฝันที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวหลุดจากกับดักรายได้ระดับกลาง และทำให้คนไทยเป็นชาติที่รายได้สูง มีแต่การกล้าฝัน กล้าที่จะขีดคลื่นของโลกาภิวัฒน์เท่านั้น แต่เราจะเท่าทันโลกไม่ได้ครับ หากเราไม่เท่าเทียมกันในประเทศเสียก่อน ในขณะเดียวกันเราจะหลับหูหลับตาทำอะไร โดยไม่เรียนรู้บทเรียนจากโลกภายนอกก็ไม่ได้ มาฝันร่วมกับพวกเรา ฝันถึงอนาคตสองเท่า อนาคตที่การคมนาคมได้มาตรฐานสากล เชื่อมโยงทุกตำบล ให้เข้าถึงงานที่ดี และบริการสาธารณะ อนาคตที่โรงเรียนมีคุณภาพ อยู่ใกล้บ้าน ฐานะความยากดีมีจน ไม่ใช่กำแพงขวางกั้นการเรียนรู้ของเยาวชนอีกต่อไป อนาคตที่ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็ได้รับบริการที่เท่าเทียมกันจากโรงพยาบาล ไม่ต้องรอคิวนาน หรือใช้เส้นสาย อนาคตที่เกษตรกรสามารถเป็นเจ้าของโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย ต่อรองราคาขายได้มากขึ้น อนาคตที่ทุกจังหวัดมีอำนาจจัดการทรัพยากร และการคลังด้วยตนเอง เพื่อตอบสนองเสียงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ นี่คืออนาคตใหม่ นี่คืออนาคตที่คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเท่าทันโลก ผมขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกับเรา นี่คือทิศทางที่เราอยากผลักดัน คือหลักการที่เรายืนยัน คือธงที่เราอยากปักไว้ให้สังคม สามเดือนถัดจากนี้ ทุกคนจะได้เห็นนโยบายแต่ละด้านของพรรคที่ร้อยรัดเชื่อมโยงด้วยหลักการทั้งสอง ทั้งในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตรก้าวหน้า ยกระดับการศึกษา การพัฒนาอุตสาหกรรม การเพิ่มอำนาจท้องถิ่น และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม นี่คืออนาคตใหม่ ไทย 2 เท่า

ได้เวลาอนาคตใหม่ ไทย 2 เท่า

พรรคอนาคตใหม่ฝันถึงอนาคตสองเท่า อนาคตที่คนไทยเท่าเทียมกัน และประเทศไทยเท่าทันโลก แต่เราจะเท่าทันโลกไม่ได้ครับ หากเราไม่เท่าเทียมกันในประเทศเสียก่อน ในขณะเดียวกันเราจะหลับหูหลับตาทำอะไร โดยไม่เรียนรู้บทเรียนจากโลกภายนอกก็ไม่ได้ เราอยากเห็นอนาคตที่การคมนาคมได้มาตรฐานสากล เชื่อมโยงทุกตำบล ให้เข้าถึงงานที่ดี และบริการสาธารณะ อนาคตที่โรงเรียนมีคุณภาพ อยู่ใกล้บ้าน ฐานะความยากดีมีจนไม่ใช่กำแพงขวางกั้นการเรียนรู้ของเยาวชนอีกต่อไป อนาคตที่ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็ได้รับบริการที่เท่าเทียมกันจากโรงพยาบาล ไม่ต้องรอคิวนาน หรือใช้เส้นสาย อนาคตที่เกษตรกรสามารถเป็นเจ้าของโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย อนาคตที่ทุกจังหวัดมีอำนาจจัดการทรัพยากร และการคลังด้วยตนเอง เพื่อตอบสนองเสียงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ “นี่คือทิศทางที่เราอยากผลักดัน คือหลักการที่เรายืนยัน คือธงที่เราอยากปักไว้ให้สังคม สามเดือนถัดจากนี้ ทุกคนจะได้เห็นนโยบายแต่ละด้านของพรรคที่ร้อยรัดเชื่อมโยงด้วยหลักการทั้งสอง ทั้งในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตรก้าวหน้า ยกระดับการศึกษา การพัฒนาอุตสาหกรรม การเพิ่มอำนาจท้องถิ่น และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 1 ตุลาคม 2561

ข้ามพ้นมรดก คสช. ต้องอาศัยพลังจากประชาชนทุกคน

เวทีเสวนา “อนาคตประชาธิปไตยไทย ข้ามพ้น กับดัก ความหวัง” ซึ่งจัดโดยคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ในวาระ 69 ปีการก่อตั้งคณะ เป็นเวทีแรกที่เชิญตัวแทนพรรคการเมืองระดับผู้นำพรรคไปได้ถึง 4 พรรค  คือ จาตุรนต์ ฉายแสง พรรคเพื่อไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ ไพบูลย์ นิติตะวัน พรรคประชาชนปฏิรูป และ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณคณะรัฐศาสตร์ที่เปิดพื้นที่ประชาธิปไตยในห้วงยามของเผด็จการ แม้บรรยากาศการเสวนาจะดุเดือด มีความเห็นต่างกันบ้าง แต่ก็มีหลายจุดที่นักการเมืองที่ถูกมองว่าเป็นขั้วตรงข้ามเห็นตรงกัน  โดยเฉพาะประเด็นที่ว่ารัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ และ คสช. ต้องปลดล็อกพรรคการเมืองโดยเร็ว ลดการใช้อำนาจเผด็จการ เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นบริสุทธิ์ยุติธรรมย่างแท้จริง ในเวทีนี้ ธนาธรย้ำว่ากับดักสำคัญของประชาธิปไตยไทย คือรัฐประหารซ้ำซาก ที่ทำให้ไทยพัฒนาตามโลกไม่ทัน และสิ่งที่เราต้องข้ามพ้นให้ได้ คือมรดกรัฐประหารอย่างรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติ พรรคที่เชิดชูประชาธิปไตยต้องได้เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา และเดินหน้าทำประชามติขอแก้รัฐธรรมนูญ แล้วให้ประชาชนลงประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญเมื่อร่างเสร็จ อาจใช้เวลามาก แต่ต้องทำเพื่อลบล้างผลพวงรัฐประหารอย่างสันติ เพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืน เพราะการเมืองคือเรื่องของความเป็นไปได้ แม้คณะรัฐประหารจะวางกลไกไว้มากมายเพื่อให้มรดก คสช .คงอยู่ต่อไป แต่หากประชาชนรวมพลังกัน มีฉันทามติร่วมกันว่าจะต้องข้ามพ้นกับดักนี้ อนาคตใหม่ที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ย่อมเกิดขึ้นได้จริง   #พรรคอนาคตใหม่ #ทีมอนาคตใหม่