fbpx

พรรคอนาคตใหม่

อนาคตใหม่ ฉะ 6 เมกะโปรเจกต์ ทิ้งทวน คสช.

ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ร่วมแถลงข่าวกรณีการทิ้งทวนอนุมัติโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการอย่างผิดปกติ ให้แก่กลุ่มทุนขนาดใหญ่โดยรัฐบาล คสช. ที่กำลังจะหมดวาระ  พร้อมขอให้สังคมช่วยกันจับตาโครงการเหล่านี้ ศิริกัญญา ระบุว่า ความผิดปกติเหล่านี้ พรรคอนาคตใหม่ได้พูดมาหลายครั้งหลายหนในหลายวาระแล้ว  และได้พยายามส่งเสียงให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสภา แต่เชื่อว่าผู้มีอำนาจจะไม่ฟัง ดังนั้น จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมกันจับตาโครงการต่างๆ ที่รัฐบาล คสช. กำลังทิ้งทวน ให้เกิดการประมูลหรือการให้สัมปทานอย่างรวดเร็วในช่วงรอยต่อระหว่างรัฐบาล  เพื่อปกป้องงบประมาณแผ่นดินอันมาจากภาษีของประชาชน ไม่ให้ถูกใช้ไปเพื่อเอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาล คสช.   โดยโครงการต่างๆ ในส่วนที่มีการอนุมัติผ่านไปแล้ว ประกอบไปด้วย : 1.โครงการนำสายเคเบิลลงดิน หรือโครงการท่อร้อยสาย มูลค่า 20,000 ล้านบาท ที่รัฐให้สัมปทานกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยแต่เดิมโครงการนี้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร  โดยกรุงเทพมหานครได้ให้สัมปทานกับบริษัทกรุงเทพธนาคม ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับของกรุงเทพมหานครเองเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ต่อมาบริษัทกรุงเทพธนาคมก็ได้เปิดประมูลให้สัมปทาน ซึ่งผู้ชนะก็คือบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น  ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียโดยตรง โครงการนี้มีความน่ากังวล คือมีการผูกขาดถึงสองชั้น ชั้นแรกมีการผูกขาดให้กับบริษัทกรุงเทพธนาคม  ต่อมามีการเปิดประมูลอีก โดยมีบริษัทเดียวที่ยื่นซองประมูลอยู่ จากผู้แสดงความจำนงทั้งหมด 19 ราย ก็คือบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง โดย กสทช. เองก็ไม่เคยมีการเปิดเผยถึงรายละเอียดโครงการ รูปแบบจะเป็นอย่างไร ค่าธรรมเนียมต่างๆ จะคิดอย่างไร มูลค่าทั้งหมดเท่าไหร่  และการกำหนดกติกาการร้อยสายจะใช้ร่วมกันได้อย่างไรโดยที่ไม่มีการทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบเสียเปรียบ ในการนี้ พรรคอนาคตใหม่จึงขอเรียกร้องว่าควรต้องนำเอาโครงการนี้เข้า พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ หรือ PPP ให้บอร์ด PPP ได้พิจารณาถึงความเหมาะสม รวมทั้งเปิดเผย TOR (Term of Reference) หรือข้อกำหนด รายละเอียดของผู้ว่าจ้าง ให้แก่สาธารณชนรับทราบด้วย    2.โครงการยืดหนี้ให้แก่กลุ่มทุนโทรคมนาคมและ ทีวีดิจิตัล เป็นเม็ดเงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท  ซึ่งทำให้กลุ่มทุนโทรคมนาคมได้ประโยชน์เป็นจำนวนเงินถึง 2 หมื่นล้านบาท ส่วนกลุ่มทุนทีวีดิจิตัลจะได้ประโยชน์อีกประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดยจะนำค่าธรรมเนียมที่ได้จากการเปิดใบอนุญาต 5G มาชดเชยในส่วนนี้ ซึ่งการให้ใบอนุญาต 5G นี้เองก็เป็นการแจกให้โดยไม่มีการเปิดประมูล โดยครั้งแรก กสทช. จะแจกในราคา 25,000 ล้านบาท  ซึ่งราคาต่ำกว่าที่เคยมีการประมูล 4G เป็นอย่างมาก และขณะนี้ลดลงไปเหลือเพียง 1.7 หมื่นล้านบาท โดยอ้างว่ามาจากลดช่องคลื่นความถี่ลง แต่ราคาที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าใดคงไม่มีใครทราบ พรรคอนาคตใหม่จึงขอเรียกร้องว่า ควรต้องมีการประมูล ไม่ใช่การแจก license หรือใบอนุญาต แบบที่ผ่านๆ มา   3.การให้สัมปทานร้านค้าปลอดภาษีใน 4 สนามบิน ทั้งร้านค้าปลอดภาษี และพื้นที่ทางพาณิชย์ทั้งหมด  ซึ่งได้ผู้ชนะการประมูลไปแล้ว ก็คือบริษัทคิงเพาเวอร์  โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่เงื่อนไขการประมูลมีปัญหามาโดยตลอด  ที่ผ่านมาหลายฝ่ายเรียกร้องว่าควรมีการแยกสัมปทานกันระหว่างร้านค้าต่างๆ  เพราะมีตัวอย่างจากต่างประเทศให้เห็นมาแล้ว ว่าวิธีดังกล่าวจะทำให้ประเทศได้รับเม็ดเงินเป็นจำนวนที่สูงกว่า   แม้โครงการนี้จะผ่านการประมูลไปแล้ว และไม่สามารถทำอะไรได้อีก  แต่ พรรคอนาคตใหม่ ขอเรียกร้องว่าอีกไม่นานจะมีการประมูลพื้นที่รับสินค้า หรือ pick-up counter  ของร้านค้าดิวตี้ฟรีในเมืองขึ้นอีก ที่ผ่านมามีปัญหาคือผู้ได้สัมปทานพื้นที่แบบนี้ เป็นเจ้าเดียวกันกับผู้ได้สัมปทานร้านค้าปลอดภาษีในสนามบิน  ซึ่งบริษัทที่มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าหากร้านค้าดิวตี้ฟรีในเมืองมีหลายบริษัทที่ได้สัมปทาน การที่เจ้าใดเจ้าหนึ่งมาทำพื้นที่รับสินค้าในเมืองคงไม่เหมาะสม เพราะว่าจะทราบข้อมูลการขาย และราคาของคู่แข่ง ดังนั้นเมื่อมีการเปิดประมูลเกิดขึ้น  ผู้ที่ได้สัมปทานทำร้านค้าปลอดภาษีก็ไม่ควรมีสิทธิ์เข้าร่วมประมูลพื้นที่ส่วนนี้ นอกจากนี้ยังมีอีกสามโครงการด้านคมนาคมที่กำลังจะเกิดขึ้น  ซึ่งพรรคอยากชวนเชิญให้ประชาชนร่วมกันจับตามองเป็นอย่างยิ่ง    สุรเชษฐ์ ไล่ระบุให้เห็นภาพชัด ว่าโครงการเหล่านี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง 1.โครงการขยายสัมปทานทางด่วน มูลค่ากว่า 4.2 แสนล้านบาท ให้กับบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด ซึ่งโดยปกติแล้วเวลามีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่  สามารถให้เอกชนร่วมลงทุนแล้วแบ่งรายได้จนได้รับรายได้อย่างเหมาะสม แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น  คือการมอบสัมปทานทางด่วนเพื่อชดเชยค่าปรับจากคดีความที่ถูกตัดสินว่าแพ้ มูลค่า 4.3 พันล้านบาท และมีความพยายามจะรวมมูลค่าความเสียหายจากข้อพิพาทอื่นๆ ที่ศาลยังไม่ได้ตัดสินเข้ามาด้วย  เท่ากับว่าบริษัททางด่วนกรุงเทพจะได้รับสิทธิ์จากการขยายสัมปทาน ร่วมกับสิทธิ์ในสัมปทานใหม่ในการก่อสร้างทางด่วน Double deck รวมมูลค่ากว่า 4.2 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการเร่งรัดกระบวนการอย่างผิดปกติ แต่ยังดีที่ประเด็นนี้กำลังจะมีการอภิปรายในสภาต่อไป  และได้บรรจุลงเป็นญัตติด่วนแล้ว โดยผู้เสนอเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลเอง ซึ่งก็คาดหวังว่าจะไม่มีการกลับลำจากผู้เสนอในสัปดาห์ถัดจากที่แถลงข่าวนี้ โดยในประเด็นสำคัญดังกล่าว พรรคอนาคตใหม่ได้พูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเรียบร้อยแล้ว  ต่างเห็นตรงกันว่าโครงการนี้มีความไม่ชอบมาพากล อีกทั้งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ดูแลงานด้านคมนาคมก็ออกมาพูดในทิศทางเดียวกัน  ซึ่งนี่คือสัญญาณที่ดีว่า จะไม่มีการกลับลำเกิดขึ้นในอนาคต   2.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3

(คลิป) เอกภพ เพียรพิเศษ : พื้นที่สาธารณะที่หายไป

เอกภพ เพียรพิเศษ : พื้นที่สาธารณะที่หายไป [ เอกภพ เพียรพิเศษ : พื้นที่สาธารณะที่หายไป ].เมืองเชียงรายกับเรื่อง "พื้นที่สาธารณะ" คงเป็นปัญหาเดียวกันกับที่อีกหลายๆ เมืองใหญ่ในประเทศไทยประพบเจออยู่ นั่นคือ "ไม่เพียงพอ" ทำให้วันหยุด อยากพาลูกจูงหลานออกจากบ้านไปเดินเล่น สถานที่ที่คิดถึงจึงหนีไม่พ้นห้างสรรพสินค้า.นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ หมอเอก Ekkapob Pianpises รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.เขต1 จ.เชียงราย ฉายภาพชัดถึงความสำคัญของพื้นที่สาธารณะที่ขาดหายไป บางแห่งที่ประชาชนใช้อยู่ อาทิ สนามบินเก่า จ.เชียงราย ก็เป็นแค่เพียงสถานที่ซึ่งประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์ เดิน วิ่ง ออกกำลังกาย ฯลฯ แต่ไม่อาจพัฒนาสาธารณูปโภคให้ตรงตามความต้องการของผู้คนได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของกองทัพอากาศ ติดระเบียบราชการต่างๆ มากมาย."พื้นที่สาธารณะ" กับเรื่อง "หมอกควัน" ซึ่งคนเชียงรายต้องเจอเมื่อฤดูแล้งมาเยือน นพ.เอกภพ บอกว่า เกี่ยวข้องกันอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากเมื่อไม่มีพื้นที่สาธารณะ ก็ไม่มีการสร้างสิ่งแวดล้อม ไม่มีการเพิ่มต้นไม้ ไม่มีการเพิ่มความชื้นให้อากาศ เมื่อเกิดปัญหาหมอกควันขึ้นจึงส่งผลกระทบรุนแรง.#อนาคตใหม่ #เชียงราย #FutureIsNow 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年7月5日周五   เมืองเชียงรายกับเรื่อง “พื้นที่สาธารณะ” คงเป็นปัญหาเดียวกันกับที่อีกหลายๆ  เมืองใหญ่ในประเทศไทยประสบพบเจออยู่ นั่นคือ ไม่มีทั้งปริมาณและคุณภาพที่ดีเพียงพอจะดึงดูดให้ประชาชนอยากพาลูกจูงหลานออกจากบ้านไปเดินเล่น  สถานที่พักผ่อนในวันหยุดสำหรับคนไทยจำนวนมากจึงหนีไม่พ้นห้างสรรพสินค้า นายแพทย์ เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ หมอเอก หนึ่งในทีมรองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส. เขต 1  จังหวัดเชียงราย ฉายภาพชัดถึงความสำคัญของพื้นที่สาธารณะที่ขาดหายไป ยกตัวอย่างพื้นที่บางแห่งในเชียงรายที่พี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์อยู่ อาทิ สนามบินเก่าเชียงราย  ก็เป็นแค่เพียงการเข้าไปใช้พื้นที่เพื่อออกกำลังกาย เดิน วิ่ง ฯลฯ แต่ก็ได้เพียงเท่านั้นเพราะไม่อาจมีการพัฒนาสาธารณูปโภคให้ตรงตามความต้องการของประชาชนได้ เพราะนั่นไม่ใช่สวนสาธารณะจริงๆ แต่เป็นพื้นที่ของกองทัพอากาศ ซึ่งติดระเบียบราชการต่างๆ มากมาย นอกจากเรื่องดังกล่าว หมอเอกยังเสริมว่า พื้นที่สาธารณะกับปัญหาหมอกควันที่ชาวเชียงรายต้องพบเจอทุกๆ ฤดูแล้ง มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากเมื่อไม่มีพื้นที่สาธารณะ ก็ไม่มีการสร้างสิ่งแวดล้อม ไม่มีการเพิ่มต้นไม้ ไม่มีการเพิ่มความชื้นให้อากาศ เมื่อเกิดปัญหาหมอกควันในแต่ละครั้ง จึงส่งผลกระทบอย่างรุนแรง   #อนาคตใหม่ #เชียงราย #FutureIsNow

(คลิป) เจนวิทย์ ชี้ “ยางต้องแปรรูปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย-หาตลาดใหม่ส่งออก”

"เจนวิทย์" เสนอทางแก้ราคายาง "เจนวิทย์" เสนอทางแก้ราคายาง ชี้ต้อง "แปรรูปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย-หาตลาดใหม่ส่งออก" ส่วนระยะสั้นประกาศการใช้เป็น "วาระแห่งชาติ" – หน่วยงานรัฐต้องให้ความร่วมมือ.ในการพิจารณา ญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งกรรมาธิการวิสามัญแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ เจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่ายางพาราเป็นเศรษฐกิจหลักของประชาชนภาคใต้ ตนเองก็เติบโตมาด้วยรายได้ที่มาจากการขายจากน้ำยางพารา ดังนั้น เมื่อผู้ค้ายางมีรายได้ที่ดีขึ้น ก็ย่อมสร้างระบบเศรษฐกิจที่หมุนเวียนในภาคใต้มากขึ้นตาม แต่ถ้ายางพาราตกต่ำ ก็จะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนไปตั้งแต่ชาวสวนยางไปจนถึงพ่อค้าแม่ขายในตลาด การหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจก็จะชะลอตัวลง.เจนวิทย์กล่าวต่อว่ายางพารามีราคาตกต่ำมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง จากอุปสงค์ที่เติบโตอย่างชะลอตัว และอุปทานที่ขยายตัวต่อเนื่อง อีกทั้งหลายประเทศที่นำเข้ายางพารา เริ่มนำยางสังเคราะห์มาใช้แทนน้ำยางธรรมชาติมากขึ้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลจะเร่งศึกษาปัญหานี้ โดยมีแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจในการแก้ไขปัญหา นั่นคือนโยบายเกษตรก้าวหน้า ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ได้เสนอต่อสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการยกระดับราคายางพาราให้มีความมั่นคงยั่งยืน นั่นคือ ต้องมีอุตสาหกรรมการแปรรูปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งนี้ ในปัจจุบันประเทศไทยส่งออกยางพารามุ่งเน้นที่การแปรรูปขั้นต้น แต่ไม่มีการแปรรูปขั้นปลายที่จะเป็นการเพิ่มมูลค่า ตนเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะทำให้มีการแปรรูปยางเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่น ให้กับพี่น้องภาคใต้ นอกจากนี้ ในปัจจุบันเราส่งออกยางไปจีนถึง 80 เปอร์เซ็นต์ นั่นเท่ากับว่าฝากอนาคตยางพาราไว้กับประเทศจีนที่เดียว ซึ่งหากวันไหนมีปัญหาการบอยคอต จะเกิดปัญหาอย่างแน่นอน ดังนั้น ต้องมีการกระจายออกไปสู่ตลาดอื่นๆของโลก.เจนวิทย์กล่าวว่าปัจจุบันยางพารามีราคาเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย อันเนื่องมาจากราคาตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น คือ มีสต๊อกยางโลกที่ลดลง และมียางเข้าสู่ตลาดน้อยเนื่องจากอยู่ในช่วงการปิดกรีด แต่ในอนาคตอันใกล้ สิ่งที่น่ากังวลคือ ประเทศไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตยางรายใหญ่ โดยจากการประชุมไตรภาคี คือ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซียนั้น เราต้องลดการส่งออกยางลง อยู่ที่ 126,240 ตัน กำหนดควบคุม 5 ชนิดคือ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม น้ำยางข้น และยางคอมบาวน์ โดยกำหนดระยะเวลาต้องลดการส่งออกระหว่าง 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถึง 19 กันยายน 2562 ซึ่งอินโดนีเซียและมาเลเซียได้ลดการส่งออกไปก่อนหน้านี้แล้ว อินโดนีเซียลด 91,860 ตัน ส่วนมาเลเซียลดลง 15,000 ตัน ทำให้หลังจากนี้ ราคายางพาราจะลดลง พี่น้องชาวใต้จะต้องทนทุกข์จากราคาตกต่ำอีก ซึ่งเป็นเรื่องรัฐบาลที่ต้องมีมาตราการแก้ไขทั้งในระยะสั้นและระยะยาว."การแก้ปัญหาราคายางในระยะสั้น ผมอยากนำเสนอให้รัฐบาลต้องประกาศให้การใช้ยางพาราเป็นวาระแห่งชาติ ทุกหน่วยงานในรัฐราชการไทยต้องมีโครงการการใช้ยาง เช่น ทำถนนในประเทศ การซ่อมถนนสึกหรอต้องใช้ยางพารา หรือใช้ยางพาราทำแผ่นพื้นปูสนามกีฬา ทั้งลู่วิ่ง สนามฟุตซอล ซึ่งจากการวิจัยพบว่าแผ่นพื้นจากยางพารามีอายุที่ยืนยาวกว่า และลดแรงกระแทกป้องกันอุบัติเหตุได้ดีกว่า ยังมีหน่วยงานของรัฐอีกมากมายมหาศาล ถ้านำไปใช้ทุกหน่วยงาน จะสามารถแก้ไขราคายางพาราตกต่ำอย่างยั่งยืนได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ต้องทำอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมด้วย" 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年7月4日周四   ในการพิจารณาญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ  เจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่ายางพาราเป็นเศรษฐกิจหลักของพี่น้องประชาชนภาคใต้  ตนเองเติบโตมาทุกวันนี้ ด้วยรายได้ที่มาจากการขายน้ำยางพารา ดังนั้นจึงบอกได้ว่า หากผู้ค้ายางมีรายได้ที่ดีขึ้น ก็ย่อมสร้างระบบเศรษฐกิจที่หมุนเวียนในภาคใต้มากขึ้นตาม แต่ถ้ายางพาราราคาตกต่ำ  ก็จะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ตั้งแต่ชาวสวนยางไปจนถึงพ่อค้าแม่ขายในตลาด การหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจก็จะชะลอตัวลง เจนวิทย์กล่าวเพิ่มเติมว่า ราคายางพาราตกต่ำมายาวนานต่อเนื่อง จากอุปสงค์ที่ชะลอการเติบโต   และอุปทานที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งหลายประเทศที่นำเข้ายางพารา เริ่มนำยางสังเคราะห์มาใช้แทนน้ำยางธรรมชาติมากขึ้น    จึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลควรจะต้องศึกษาปัญหานี้ โดยมีแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจเพื่อใช้แก้ปัญหา นั่นคือการนำแนวนโยบายเกษตรก้าวหน้าของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งได้เสนอต่อสาธารณะมาอย่างต่อเนื่องมาใช้ ด้วยการสร้างให้มีอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราขั้นปลายด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าอย่างมั่นคงและยั่งยืน ยกตัวอย่างเช่น ยางล้อรถยนต์ ถุงมือแพทย์ ที่นอนยางพารา ฯลฯ แทนที่การมุ่งเน้นแค่ส่งออกสินค้าแปรรูปขั้นต้นซึ่งเป็นเพียงวัตถุดิบอย่างที่เป็นอยู่ อย่างเช่น น้ำยางข้น ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ฯลฯ ตนเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอแน่ๆ ที่จะสร้างอุตสาหกรรมที่เพิ่มมูลค่าและทันสมัยนี้ให้กับพี่น้องประชาชนภาคใต้ นอกจากนี้ ปัจจุบันเราส่งออกยางพาราไปจีนถึง 80 เปอร์เซ็นต์  นั่นเท่ากับว่าฝากอนาคตยางพาราไว้กับประเทศจีนประเทศเดียว หากวันใดวันหนึ่งเกิดข้อขัดข้อง อย่างเช่นเกิดการบอยค็อตต์ เราจะทำอย่างไรกับยางพาราล็อตใหญ่นั้น ดังนั้น สิ่งที่ควรทำคือต้องหาตลาดอื่นรองรับไว้ด้วย     เจนวิทย์กล่าวถึงการที่ปัจจุบันยางพารามีราคาเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย นั่นเนื่องมาจากราคาตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น คือ สต็อกยางโลกลดลง  และมียางเข้าสู่ตลาดน้อยเนื่องจากอยู่ในช่วงการปิดกรีด  แต่ในอนาคตอันใกล้ สิ่งที่น่ากังวลคือการที่ไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ ต้องปรับลดการส่งออกยางลงมาอยู่ที่ 126,240 ตัน ตามความตกลงจากการประชุมไตรภาคี ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย กำหนดควบคุมสินค้า  5 ชนิดคือ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม น้ำยางข้น และยางคอมบาวน์ โดยกำหนดระยะเวลาต้องลดการส่งออกระหว่าง 20 พฤษภาคม – 19 กันยายน 2562 ซึ่งอินโดนีเซียและมาเลเซียก็ได้ลดการส่งออกไปก่อนหน้านี้แล้ว

ส.ส.อนาคตใหม่ เล็งยื่นแปรญัตติอภิปราย “กมธ.ความหลากหลาย”

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ  และคณะทำงานเพื่อความเท่าเทียมทางเพศของพรรคอนาคตใหม่  แถลงข่าวไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปการพิจารณาล่าสุดของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่ให้ตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ แยกต่างหากอีกคณะหนึ่ง แต่ให้รวมไปไว้กับ คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ       ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่  กล่าวว่าขณะนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับฯ ได้มีข้อสรุปการพิจารณาล่าสุดว่าให้ประเด็นสิทธิความหลากหลายทางเพศถูกบรรจุอยู่ใน  “คณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและผู้พิการ” โดยจัดให้อยู่ในลำดับท้ายชื่อของคณะกรรมาธิการสามัญว่า “ผู้มีความหลากหลายทางเพศ”  พรรคอนาคตใหม่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานเพื่อผลักดันประเด็นสิทธิความหลากหลายทางเพศมาตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เรารู้สึกยินดีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ  ยกร่างข้อบังคับคำนึงถึงมิติความหลากหลายทางเพศ และได้บวกรวมประเด็นสิทธิความหลากหลายทางเพศไปด้วย “แต่อย่างไรก็ตาม เรายังมีข้อกังวลและไม่เห็นด้วยกับการไม่ตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ แยกต่างหาก  และเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทยจะต้องมีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ เป็นการเฉพาะ  ไม่นำไปผนวกรวมอยู่กับประเด็นเฉพาะทางอื่นๆ” ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรค กล่าว     โดยอธิบายเหตุผลเพิ่มเติมดังนี้  ข้อมูลขององค์กร LGBT-Capital เมื่อปี พ.ศ. 2559 พบว่าประเทศไทยมีกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศอยู่เป็นจำนวนกว่า 4 ล้านคน ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 4 ของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นี่คือตัวเลขที่สามารถเก็บข้อมูลได้เท่านั้น ในความเป็นจริงแล้วอาจมีตัวเลขสูงถึงเกือบ 7 ล้านคน หรือคิดเป็น 10% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศไทย  รายงานวิจัยจาก องค์การแรงงานระหว่างประเทศ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) รวมถึงรายงานจากธนาคารโลก (World Bank)  บ่งชี้และแสดงให้เห็นสภาพปัญหาการขาดกฎหมายคุ้มครองรับรองสิทธิและความเสมอภาคของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศอย่างเป็นรูปธรรม  ทั้งการไม่สามารถใช้สิทธิการสมรสได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การที่บุคคลข้ามเพศไม่สามารถแก้ไขข้อมูลประวัติทะเบียนราษฎร์ให้สอดคล้องกับเพศสภาพ  หรือการบังคับใช้ พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 เพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านี้ก็ดำเนินงานไปอย่างล่าช้า ไม่ทันต่อสถานการณ์การเลือกปฏิบัติและการกีดกันด้วยเหตุแห่งเพศและการแสดงออกทางเพศ ประเทศไทยในฐานะสมาชิกขององค์การสหประชาชาติมีพันธกรณีต่อกติกาและอนุสัญญาสากลด้านสิทธิมนุษยชน อาทิ กติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights – ICCPR) กติกาสากลว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights – ICESCR) อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women – CEDAW)  ซึ่งปัจจุบันได้ยกระดับให้คุ้มครองบุคคลในมิติทางเพศวิถี อัตลักษณ์ทางเพศ และการแสดงออกทางเพศ ตามหลักการยอกยาการ์ตา (The Yogyakarta Principles) อีกด้วย    คณาสิต พ่วงอำไพ หัวหน้าคณะทำงานเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่าด้วยเหตุผล 3 ข้อที่กล่าวไปข้างต้น พรรคอนาคตใหม่เห็นว่าเป็นเหตุผลสำคัญอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีการรับรอง คุ้มครอง สนับสนุน กฎหมายและนโยบายต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในทุกกลไกของรัฐ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลไกคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ พรรคอนาคตใหม่จึงเห็นว่าต้องมีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ เป็นการเฉพาะ ไม่นำไปผนวกรวมอยู่กับประเด็นเฉพาะทางอื่น นอกจากนี้จากการรับฟังเสียงประชาชนและเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมหลากหลายองค์กร ก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน     ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ด้วยเหตุที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่จึงขอแสดงจุดยืน  โดยเราจะดำเนินการยื่นแปรญัตติอภิปรายร่างข้อบังคับฉบับดังกล่าวต่อไป เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ แยกออกมาโดยเฉพาะ  ดังนั้นเราขอเรียกร้องและเชิญชวนให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ร่วมกันประกาศจุดยืนสนับสนุนการทำงานด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ  ทั้งในการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมทางเพศ และการขับเคลื่อนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิความหลากหลายทางเพศในสภาฯ ต่อไป  เพื่อจะได้บรรลุเป้าหมายในการยกระดับศักดิ์ศรี สิทธิของบุคคลที่ความหลากหลายทางเพศ ให้เท่ากับที่บุคคลทั่วไปในสังคมพึงได้รับ ให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย   #พรรคอนาคตใหม่ #LGBT #LGBTIQ #โอบรับความหลากหลาย

สิ่งที่เกิดขึ้นกับจ่านิว คือความรุนแรง และ ความอยุติธรรม

  ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกับตัวแทน 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน รับหนังสือจาก พัฒน์นรี ชาญกิจ แม่ของจ่านิว สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักกิจกรรมทางการเมือง  เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความคุ้มครองนักกิจกรรมทางการเมืองและนักประชาธิปไตยทุกคน พร้อมขอให้เร่งรัดคดีทำร้ายร่างกายลูกชายของเธอ และนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษโดยเร็ว รังสิมันต์ โรม กล่าวว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับจ่านิวนั้นคือความอยุติธรรม ซึ่งก่อนที่จ่านิวจะถูกทำร้าย การใช้ความรุนแรงแบบนี้ก็เกิดขึ้นมาแล้วหลายสิบครั้ง ความรุนแรงเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ สม่ำเสมอ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่จะตั้งญัตติ เพื่อให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาข้อเท็จจริงการทำร้ายผู้เห็นต่างทางการเมืองต่อไป มากไปกว่านั้น ที่มีการพูดกันมากมายว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นการทวงหนี้หรือเปล่า ตนคิดว่า ตรงนี้ต้องย้ำกันให้ชัด อย่าลดทอนความรุนแรงเพียงเพราะผู้ประสบเหตุเป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นกรณีจ่านิว เอกชัย หงส์กังวาน รวมถึง อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ นั้น การทำร้ายร่างกาย  การใช้ความรุนแรง เกิดขึ้นมากครั้งเกินไปแล้ว  พรรคอนาคตใหม่และพรรคฝ่ายประชาธิปไตยทั้ง 7 พรรค หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย

“โรม” โชว์เสื้อเปื้อนเลือดของ “จ่านิว” จี้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งจัดการคดี

รังสิมันต์ โรม และ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นผู้ถามกระทู้สดต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรื่องมาตรการป้องกันเหตุและติดตามจับกุมดำเนินคดีทำร้ายนักกิจกรรมทางการเมือง สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” ที่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส โดยทั้ง 3 คน ได้นำเสื้อเชิ้ตและเสื้อยืดที่จ่านิวใส่ในวันถูกทำร้ายร่างกายซึ่งเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดจากบาดแผลมาแสดงต่อสื่อมวลชนด้วย  รังสิมันต์ กล่าวว่าพรรคอนาคตใหม่และพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีความประสงค์ติดตามคดีนี้ให้ถึงที่สุด  และขอวิงวอนให้ผู้มีอำนาจโดยเฉพาะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ใช้อำนาจที่มีในการเร่งรัดคดีให้มีความรวดเร็ว ทั้งนี้ไม่ได้มีความต้องการจะใช้อภิสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น  แต่ต้องการให้เป็นไปเพื่อสร้างสังคมที่ยุติธรรม ที่ผู้กระทำความผิดได้รับการลงโทษ การสร้างความยุติธรรมให้กับจ่านิวจะเป็นการสร้างความยุติธรรมให้กับผู้คนที่ได้รับความอยุติธรรมมาอย่างยาวนานทุกๆ คน ดังนั้น คดีนี้เป็นคดีที่มีความสำคัญ ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ได้โปรดสร้างความกระจ่างให้กับคดีนี้เสียที  อมรัตน์ กล่าวเสริมว่า พรรคอนาคตใหม่และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีได้โปรดทำตามคำพูด เรื่องของการไม่คุกคามรุกรานนักกิจกรรม ทั้งนี้ ในเวทีโลก นายกรัฐมนตรีได้พูดไว้ว่าไม่เคยรุกรานนักกิจกรรม  แต่ความเป็นจริงที่นักกิจกรรมประสบนั้นกลับตรงกันข้าม พร้อมยืนยันว่าตนไม่ได้พูดลอยๆ แต่มีหลักฐานทั้งภาพถ่าย คลิปวิดีโอ ในฐานะที่เคยเป็นนักกิจกรรมมาก่อน ทุกครั้งก่อนที่จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ จะมีเจ้าหน้าที่ไปหาที่บ้าน บางครั้งทั้งตำรวจและทหารก็ไปพร้อมๆ กันในคราวเดียว เมื่อเห็นว่าข่มขู่ห้ามปรามไม่เกิดผล ก็ไปหาพ่อแม่ของตนแทน  มีการข่มขู่ญาติพี่น้องเพื่อให้มากดดันตนอีกต่อหนึ่ง จึงอยากเรียกร้องให้ยุติการคุกคามนักกิจกรรมในลักษณะนี้ 

(คลิป) เปิด 5 นโยบาย “อนาคตใหม่” ใช้ “เขย่าท้องถิ่น”

5 นโยบาย เขย่าการเมืองท้องถิ่น [เปิด 5 นโยบาย "อนาคตใหม่" ใช้ "เขย่าท้องถิ่น"].ก้าวต่อไปของพรรคอนาคตใหม่ วางไว้ชัดใน 3 เรื่องในการทำงาน ได้แก่ 1.งานในสภาผู้แทนราษฎร ใช้กลไกรัฐสภาผลักดันแก้ปัญหาให้ประชาชน 2.งานสร้างพรรคการเมืองให้เข้มแข็ง ขยายความคิดและอุดมการณ์ของพรรค รวมถึงขยายแนวร่วมในกลุ่มประเด็นปัญหาต่างๆ และ 3.งานการเมืองท้องถิ่น การเลือกตั้งในอนาคคตอันใกล้ เพื่อเป็นการสานต่อนโยบายยุติระบบรัฐราชการรวมศูนย์ คืนอำนาจกลับไปให้ท้องถิ่นอย่างแท้จริง.แน่นนอนว่าเรื่อง "การเมืองท้องถิ่น" เป็นคำถามที่แกนนำพรรคอนาคตใหม่ได้รับการซักถามตลอดช่วงการเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ บ้างถามถึงวิธีการเป็นตัวแทนพรรค, บ้างถามถึงข้อกำหนด กฎ กติกาของพรรคที่จะใช้ ขณะที่บางแห่งบางพื้นที่ก็เริ่มมีการประกาศตัวอย่างชัดเจนแล้วว่า เป็นตัวแทนของพรรคที่จะลงเลือกตั้งท้องถิ่น ทำให้เกิดความข้องใจของผู้คน และเกิดคำถามมากมายว่า "เป็นตัวแทนของพรรคจริงหรือไม่?".พรรคอนาคตใหม่ยืนยัน "เรายังไม่มีผู้สมัครหรือทีมผู้สมัครเป็นตัวแทนของพรรค" .ยังไม่มีการเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจลงเลือกตั้งท้องถิ่นที่สาขาพรรค หรือศูนย์ประสานงานในจังหวัดไหนทั้งสิ้น ขณะนี้ ยังอยู่ในช่วงการสำรวจพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ในการส่งผู้สมัคร การให้กรอบกติกาในเบื้องต้น ซึ่งหากจะมีการรับสมัครทีมที่จะเป็นตัวแทนลงเลือกตั้งท้องถิ่น จะให้ส่งแบบฟอร์มในระบบออนไลน์ไปที่ส่วนกลางของพรรคช่องทางเดียวเท่านั้น ซึ่งจะมีการแจ้งให้ได้รับรู้พร้อมกันทั่วประเทศต่อไป.กรอบกติกาเบื้องต้น นอกจากตามที่ได้แจ้งไปบ้างแล้ว นั่นคือ การส่งผู้สมัครเป็นทีม อีกหนึ่งเรื่องสำคัญก็คือ ทีมผู้สมัครนั้นจะต้องคิดนโยบายเฉพาะของท้องถิ่นมานำเสนอ รวมถึงต้องร่วมผลักดัน 5 นโยบายหลัก ได้แก่ 1. นโยบายขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน สร้างการขนส่งที่ตอบสนองกับท้องถิ่น 2. นโยบายเปิดข้อมูลรัฐกำจัดทุจริต ให้การบริหารงานในระดับท้องถิ่นเป็นไปอย่างโปร่งใส รายรับ-รายจ่าย การประมูล และการตรวจสอบ 3. นโยบายการมีส่วนร่วมในการจัดทำงบประมาณของประชาชน เปิดให้ประชาชนร่วมตัดสินใจว่าจะนำงบประมาณนั้นไปพัฒนาส่วนใด 4. นโยบายด้านการศึกษา จัดให้มีคณะกรรมการสถานศึกษา ให้มีผู้แทนภาคส่วนต่างๆในท้องถิ่นได้เข้ามาร่วมให้ทิศทางกับสถานศึกษา ว่าโรงเรียนจะพัฒนาทางไหน ใช้งบประมาณกับอะไรบ้าง และ 5. นโยบายด้านการจัดการขยะ ต้องการให้มีการจัดการอย่างเป็นระบบ คัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การจัดการเพื่อใก้การจัดการและบำบัดในตอนท้ายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ.#อนาคตใหม่ #เลือกตั้งท้องถิ่น #FutureIsNow 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年7月1日周一   ก้าวต่อไปของพรรคอนาคตใหม่ วางไว้ชัดใน 3 เรื่องของการทำงาน ได้แก่  งานในสภาผู้แทนราษฎร ใช้กลไกรัฐสภาผลักดันแก้ปัญหาให้ประชาชน  งานสร้างพรรคการเมืองให้เข้มแข็ง ขยายความคิดและอุดมการณ์ของพรรค รวมถึงขยายแนวร่วมในกลุ่มประเด็นปัญหาต่างๆ  งานการเมืองท้องถิ่น การเลือกตั้งในอนาคคตอันใกล้ เพื่อเป็นการสานต่อนโยบายยุติระบบรัฐราชการรวมศูนย์ คืนอำนาจกลับไปให้ท้องถิ่นอย่างแท้จริง   แน่นนอนว่าเรื่อง “การเมืองท้องถิ่น”  เป็นสิ่งที่แกนนำพรรคอนาคตใหม่ได้รับการซักถามตลอดช่วงการเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ  บ้างถามถึงวิธีการเป็นตัวแทนพรรค บ้างถามถึงข้อกำหนด กฎ กติกาของพรรคที่จะใช้      ขณะที่บางแห่งบางพื้นที่ก็เริ่มมีการประกาศตัวอย่างชัดเจนแล้วว่า  เป็นตัวแทนของพรรคที่จะลงเลือกตั้งท้องถิ่น ก่อให้เกิดความข้องใจของผู้คน และเกิดคำถามมากมายว่าบุคคลนั้น    “เป็นตัวแทนของพรรคจริงหรือไม่?”   พรรคอนาคตใหม่ยืนยัน ณ ขณะนั้น (ต้นเดือนมิถุนายน 2562) ว่า    “เรายังไม่มีผู้สมัครหรือทีมผู้สมัครเป็นตัวแทนของพรรค”    และขณะนั้นก็ยังไม่มีการเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจลงเลือกตั้งท้องถิ่นที่สาขาพรรค หรือศูนย์ประสานงานในจังหวัดฬดทั้งสิ้น ยังอยู่ในช่วงการสำรวจพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ในการส่งผู้สมัคร  การให้กรอบกติกาในเบื้องต้น ซึ่งหากจะมีการรับสมัครทีมที่จะเป็นตัวแทนลงเลือกตั้งท้องถิ่น จะให้ส่งแบบฟอร์มในระบบออนไลน์ไปที่ส่วนกลางของพรรคช่องทางเดียวเท่านั้น ซึ่งจะมีการแจ้งให้ได้รับรู้พร้อมกันทั่วประเทศต่อไป (ต่อมาได้เปิดช่องทางรับสมัคร เพื่อสรรหาผู้ลงสมัครเลือกตั้งผู้บริหาร และสมาชิกสภา อบจ. ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2562 บนเว็บไซต์พรรคอนาคตใหม่ https://futureforwardparty.org)     กรอบกติกาเบื้องต้น นอกจากตามที่ได้แจ้งไปบ้างแล้ว นั่นคือ การส่งผู้สมัครเป็นทีม อีกหนึ่งเรื่องสำคัญก็คือ ทีมผู้สมัครนั้นจะต้องคิดนโยบายเฉพาะของท้องถิ่นมานำเสนอ รวมถึงต้องร่วมผลักดัน 5 นโยบายหลัก ได้แก่  นโยบายขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน สร้างการขนส่งที่ตอบสนองกับท้องถิ่น  นโยบายเปิดข้อมูลรัฐกำจัดทุจริต ให้การบริหารงานในระดับท้องถิ่นเป็นไปอย่างโปร่งใส  รายรับ-รายจ่าย การประมูล และการตรวจสอบ  นโยบายการมีส่วนร่วมในการจัดทำงบประมาณของประชาชน  เปิดให้ประชาชนร่วมตัดสินใจว่าจะนำงบประมาณนั้นไปพัฒนาส่วนใด  นโยบายด้านการศึกษา จัดให้มีคณะกรรมการสถานศึกษา ให้มีผู้แทนภาคส่วนต่างๆ ในท้องถิ่นได้เข้ามาร่วมให้ทิศทางกับสถานศึกษา ว่าโรงเรียนจะพัฒนาทางไหน ใช้งบประมาณกับอะไรบ้าง   นโยบายด้านการจัดการขยะ ต้องการให้มีการจัดการอย่างเป็นระบบ คัดแยกตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้การจัดการและบำบัดในตอนท้ายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ   #อนาคตใหม่ #เลือกตั้งท้องถิ่น #FutureIsNow

(คลิป) “อนาคตใหม่” แถลงข่าวชู “ELC” กิจกรรมนอกสภาระยะยาว

บันทึกการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ พรรคอนาคตใหม่ 1 กรกฎาคม 2562 “อนาคตใหม่” แถลงข่าวชู “อีแอลซี” กิจกรรมนอกสภาระยะยาว “ช่อ” เผยตั้งคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ตรวจสอบการคุกคาม ปชช. “เสธโหน่ง – ผู้การฯแมว -สารวัตรเพียว” ร่วมเกาะติด ด้าน “สุรเชษฐ์” ชวนจับตา “ต่ออายุสัมปทานทางด่วน”เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวประจำสัปดาห์ในหลายประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงานทั้งในและนอกสภาของพรรคอนาคตใหม่ โดยประเด็นแรก นางสาวพรรณิการ์ได้รายงานถึงกิจกรรมนอกสภาที่เกิดขึ้นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การจัดเวทีเพื่อรวบรวมปัญหาความคิดเห็นของประชาชน โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัวโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Life Corridor – ELC) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อเป็นโครงการคู่ขนานไปกับโครงการ EEC ของภาครัฐ ซึ่งมีการขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2558 และเต็มไปด้วยข้อวิจารณ์มากมายนางสาวพรรณิการ์ย้ำว่า พรรคอนาคตใหม่ไม่มีนโยบายขัดขวางการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด แต่การพัฒนาไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่บนการเอาคุณภาพชีวิตของประชาชนเข้าแลก พรรคอนาคตใหม่จึงเสนอกรอบความคิดระเบียงชีวิตภาคตะวันออก คู่ขนานไปกับนโยบายของรัฐ เพื่อแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานคุณภาพชีวิตของประชาชนและการมีส่วนร่วมเป็นไปได้ โดยภายในงานเมื่อวานนี้ มีการจัดฟอรั่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงนโนบายใน 6 ประเด็นที่ภาคประชาชนเป็นผู้เรียกร้องต้องการให้มีการแก้ปัญหา เช่นปัญหาประมง การจัดการน้ำ การจัดการขยะ สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ และปัญหาสัตว์ป่าบุกรุกพืชไร่ โดยมีตัวแทนจากพรรคอนาคตใหม่ทั้งที่เป็น ส.ส. คณะทำงาน และภาคประชาชนเข้าร่วม“เวทีนี้ จะไม่ใช่แค่เวทีแลกเปลี่ยนเชิงนโยบาย แต่สิ่งต่างๆที่รวบรวมมาได้วันนี้จะนำไปสู่การขับเคลื่อนในระดับนโยบานของพรรคทั้งสองระดับ ได้แก่ในระดับชาติ ผ่านกลไก ส.ส. 81 คนในสภาผู้แทนราษฎร และที่สำคัญคือการเมืองท้องถิ่น โดยสิ่งที่รวบรวมมาได้จะนำไปสู่นโยบายในการลงเลือกตั้งท้องถิ่นในภาคตะวันออก ในฐานะที่เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของพรรค ELC จะเป็นเวทีที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อระหว่างประชาชนในพื้นที่ ภาคประชาสังคม กับพรรคอนาคตใหม่ในการจัดทำนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบที่ไม่ใช่แค่ทุนใหญ่ได้ประโยชน์ แต่เป็นการพัฒนาบนรากฐานของผลประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน” นางสาวพรรณิการ์กล่าวต่อมา นางสาวพรรณิการ์ ได้กล่าวถึงวาระการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ที่จะเกิดขึ้นในวันพุธ-พฤหัสบดีที่จะถึงนี้ โดยวาระแรกคือวาระเร่งด่วนเกี่ยวกับราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำ ซึ่งจะเป็นการอภิปรายต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ และจะนำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาประเด็นปัญหาดังกล่าว ซึ่งมี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 6 คนร่วมเป็นสมาชิกด้วย โดยพรรคอนาคตใหม่จะมีการแถลงแนวทางการทำงานขับเคลื่อนในประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง เมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา นอกจากนี้ ยังมีญัตติเร่งด่วนที่เดี่ยวข้องกับเกษตรกรอีกประเด็น ในเรื่องของโครงการผันน้ำโขงชีมูล ซึ่ง ส.ส.ภาคอีสานของพรรคอนาคตใหม่จะเป็นผู้ร่วมอภิปราย และยังมีญัตติด่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบผลกระทบจากคำสั่ง คสช. โดยคาดหวังว่าจะรำไปสู่การพิจารณายกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ผลที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและสิทธิพลเมืองของประชาชน ซึ่งได้รับการบรรจุเป็นวาระการประชุมในวันพุธนี้ด้วย แม้หลายคนจะมองเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว แต่พรรคอนาคตใหม่ขอย้ำว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ยังคงส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน การคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยรัฐเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะต้องไม่ถูกปล่อยปะละเลยให้เกิดขึ้นต่อไปอีกเด็ดขาดนอกจากนี้ ยังมีวาระการอภิปรายถึงโครงการสัมปทานขนาดใหญ่ของรัฐ นั่นคือประเด็นการต่อขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนมูลค่ากว่า 430,000 ล้านบาท โดยนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงษ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและที่ปรึกษาด้านนโยบายคมนาคมพรรคอนาคตใหม่ ร่วมอภิปราย ทั้งนี้ นายสุรเชษฐ์ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่าประเด็นเร่งด่วนของเรื่องนี้ คือมีความพยายามนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาอนุมัติในที่ประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งตนต้องขอให้ภาคประชาขนและสื่อมวลชนร่วมกันจับตามอง ว่าจะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันพรุ่งนี้หรือไม่ เรื่องนี้เกิดจากค่าโง่ในกรณีพิพาทระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทยกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) 4,300 ล้านบาทที่เกิดขึ้นในอดีต แต่ในการพิจารณาของ ครม.ที่กำลังจะเกิดขึ้น มีความพยายามที่จะพ่วงอีกสองก้อนใหญ่เข้าไป คือการสร้างทางด่วนใหม่และการเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาทอีกกรณีหนึ่งซึ่งมูลค่ายังไม่เป็นที่แน่ชัด ซึ่งจะมีการขยายจากค่าโง่ 4,300 ล้านบาทให้กลายเป็นค่าแกล้งโง่ 430,000 ล้านบาท จุดนี้พรรคอนาคตใหม่ต้องการให้หยุดการพิจารณาอนุมัติไว้ก่อน เพื่อให้สภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเข้าไปตรวจสอบก่อน และขอให้ประชาชนร่วมกันกดดันอย่าเพิ่งใหมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้“จุดยืนของพรรคอนาคตใหม่เป็นที่ชัดเจน ว่าสัญญานี้มีเงื่อนงำ จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบก่อน และทางพรรคอนาคตใหม่จะสนับสนุนญัตตินี้ที่เสนอมาโดยพรรคฝ่ายรัฐบาล ที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบในรายละเอียด ซึ่งญัตตินี้มีความแปลกแต่ดี คือมีการเสนอให้เข้าไปตรวจสอบการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีของรัฐบาล คสช. โดยมาจากคนที่ยกมือสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังดีตรงที่ญัตตินี้จะผ่านแน่นอน หากไม่มีการกลับลำจากผู้เสนอญัตติ เพราะเป็นการเสนอมาจากฝ่ายรัฐบาล และเราพร้อมที่จะสนับสนุน ไม่ได้ค้านทุกเรื่อง เราพร้อมที่จะสนับสนุนการตรวจสอบจากภาครัฐในทุกเรื่อง” นายสุรเชษฐ์ กล่าว จากนั้น นางสาวพรรณิการ์ แถลงปิดท้ายในประเด็นการทำร้ายนักกิจกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงกรณีของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” ที่ได้รับการจับตาจากทั้งในและต่างประเทศ โดยล่าสุดได้มีการออกแถลงการณ์ประณามและเรียกร้องให้รัฐบาลไทยคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนโดย FORSEA ซึ่งเป็นองค์กรนักเคลื่อนไหวระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของสถานะและการได้รับการยอมรับของรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ประเทศไทยผ่านรัฐบาล คสช.ที่ไม่ได้รับการยอมรับจากต่างชาติมา 5 ปี พฤติกรรมในการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนมีส่วนอย่างมากที่รัฐบาลต่างชาติและองค์กรระหว่างประเทศระดับโลก จะพิจารณาว่าสถานะของรัฐบาลไทยควรได้รับการยอมรับในระดับไหน ส่วนกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่านี่คือเรื่องของการทวงหนี้หรือไม่ ตนอยากให้ย้อนกลับไปดูภาพใหญ่ในรอบ 18 เดือนก่อนถึงการเลือกตั้ง มีการทำร้ายร่างกายคุกคามนักเคลื่อนนไหวถึง 15 ครั้ง มากที่สุดคือในกรณีของนายเอกชัย หงส์กังวาน ตามมาด้วยกรณีของนายสิรวิชญ์ รวมถึงถ้าย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ยังมีกรณีที่นายสิรวิชญ์เคยถูกชายแต่งกายคล้ายทหารอุ้มไปจากหน้าประตูมหาวิทยาลัย นำไปข่มขู่ไม่ให้เคลื่อนไหวอีกก่อนถูกปล่อยตัวออกมา“จ่านิวรวมถึงนักกิจกรรมหลายหลายคนในประเทศไทย ไม่ได้เพิ่งถูกคุกคามครั้งนี้เป็นครั้งแรกหรือในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเป็นครั้งแรก นี่เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และถ้าไปดูพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งจะเห็นได้ชัดว่าเป็นพฤติกรรมที่มืออาชีพ เป็นพฤติการณ์ที่จะทำกับใคร บุคคลที่เป็นนักกิจกรรมมีต้นทุนทางสังคมต่ำเหล่านี้ เป็นบุคคลที่ถูกกระทำทำร้ายโดยยังไม่มีใครต้องรับผิด” นางสาวพรรณิการ์

รายงานความคืบหน้านอกและในสภาของพรรคอนาคตใหม่ 23 มิ.ย. – 30 มิ.ย. 2562

เลือกตั้งทั่วไปผ่านมากว่า 3 เดือนแล้ว แต่วันนี้โฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะทำหน้าที่เข้ามาบริหารประเทศ ยังไม่มีความชัดเจน ข่าวคราวความไม่ลงตัวไม่ลงรอยกันมีให้เห็นให้ได้ยินเป็นระยะ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดหน้าซัดจะๆ ก็ทำกันมาแล้ว “พรรคอนาคตใหม่” ในฐานะฝ่ายค้าน เฝ้าติดตามดูอยู่ห่างๆ ขณะเดียวกัน เดินหน้าทำงานของตัวเองต่อ เพราะปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รอไม่ได้ ! ___ งาน “นอกสภาผู้แทนราษฎร” ของธนาธร และผองเพื่อน  ___ “ผมจะใช้เวลานี้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชน ไปพบปะ พูดคุย รับฟังปัญหา เอาปัญหานั้นมาให้เพื่อน ส.ส. ตั้งกระทู้ อภิปรายในสภา จะใช้เวลานี้ไปศึกษาปัญหาของพี่น้องทั่วประเทศ ใช้เวลานี้ขยายแนวคิด อุดมการณ์ นโยบายของพรรค ให้ทุกคนได้เข้าใจถึงเจตนาที่ดีต่อสังคมไทยของพรรคอนาคตใหม่… วันหนึ่งผมจะกลับมา” นี่คือ คำประกาศชัดเจนจาก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 ภายหลังเข้าไปนั่งในสภาผู้แทนราษฎร ร่วมปฏิญาณตนเป็น ส.ส.เรียบร้อย ครบขั้นตอน ก่อนจะต้องออกจากห้องประชุมตามคำสั่ง “ศาลรัฐธรรมนูญ” ให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว หลังกิจกรรรมใหญ่ “ครบรอบ 1 ปีพรรคอนาคตใหม่ : Walk With Me, Talk With Me” ธนาธรเดินหน้าทำงานนอกสภา ตามที่ได้พูดไว้ทันที ประเดิมพื้นที่ภาคใต้ซึ่งมีปัญหาอย่างเรื่องประมง ราคาพืชผลเกษตร และที่ดินทำกิน เป็นโจทย์ใหญ่ ไล่เรียงไป จังหวัดระนอง – พังงา – ภูเก็ต – ลุยต่อไม่รอแล้ว! ‘ธนาธร’ เดินหน้างานนอกสภา บุก ‘ระนอง’ รับฟังปัญหา ปชช.    – ธนาธร-อนาคตใหม่ ลุยต่องานนอกสภา บุกพังงารับฟังปัญหาเกษตร ที่ทำกิน ชาติพันธุ์ การท่องเที่ยว พร้อมแสดงวิสัยทัศน์การเมืองท้องถิ่น ธนาธร-อนาคตใหม่ ลุยต่องานนอกสภา บุกพังงารับฟังปัญหาเกษตร ที่ทำกิน ชาติพันธุ์ การท่องเที่ยว… 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年6月12日周三   – “อนาคตใหม่” ลุยต่องานนอกสภา รับฟังปัญหาประมงพื้นบ้านภูเก็ต  “อนาคตใหม่” ลุยต่องานนอกสภา รับฟังปัญหาประมงพื้นบ้านภูเก็ต.เมื่อวานนี้ ณ บ้านบางเทา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ธนาธร… 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年6月13日周四   คล้อยหลังลงใต้ไม่กี่วัน คราวนี้ขยับไปทางภาคตะวันออก 15 มิถุนายน ที่ห้องประชุม อบจ.ตราด ศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.เขต 1 จังหวัดตราด พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกับชาวประมงภาคตะวันออกจัดขึ้นจัดรับฟังปัญหาของพี่น้องชาวประมงและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการประมง นอกจากธนาธร แล้วงานนี้ยังมี ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ รวมไปถึง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้แก่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, คารม พลพรกลาง และ เบญจา แสงจันทร์ และแน่นอนที่ขาดไม่ได้ ส.ส. ในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส. เขต 1 จังหวัดจันทบุรี, จารึก ศรีอ่อน ส.ส.เขต 2 จังหวัดจันทบุรี, ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส. เขต 3 จังหวัดจันทบุรี, จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส. เขต 4 จังหวัดฉะเชิงเทรา, กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส. เขต 7 จังหวัดชลบุรี ร่วมเวทีเสวนาทางออกประมงไทย – ทำงานเป็นทีม! “ธนาธร-ปิยบุตร” พร้อม ส.ส.อนาคตใหม่ เดินหน้าตะลุยรับฟังปัญหาประมงภาคตะวันออก  ทำงานเป็นทีม! "ธนาธร-ปิยบุตร" พร้อม ส.ส.อนาคตใหม่ เดินหน้าตะลุยรับฟังปัญหาประมงภาคตะวันออก .โดยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ… 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年6月15日周六   จบงานนี้ ธนาธรเดินทางต่อไปร่วมกิจกรรมที่ระดมทุน จังหวัดระยอง สร้างความฮือฮาปราฏในหน้าข่าวเนื่องจากมีผู้ประมูล “เนคไท” เส้นที่ใส่เข้าสภา เพียงเส้นเดียวราคา  70,000 บาท  จากนั้นเช้าวันต่อมา เดินทางไปเยือนภาคอีสาน คือ จังหวัดอุดรธานี และ จังหวัดเลย  นอกจากการรับฟังปัญหา พูดคุยเรื่องท้องถิ่นแล้ว ก็ได้พบปะกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียเจ๋ง ๆ  ดังเช่นที่เมืองเลย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ออกออกแบบสายการวิ่งรถเมล์ในเมืองเลยใหม่ด้วยแนวคิดรถเมล์เลนคู่ ซึ่งหากรถเมล์วิ่งจริงตามแนวคิดใหม่นี้ ประชาชนเมืองเลยจะเข้าถึงโรงเรียนและสถานบริการภาครัฐได้โดยการขนส่งสาธารณะมากขึ้น ลดความแออัดของเมืองและมลพิษทางอากาศลง – ทีมอนาคตใหม่” ลุยอุดรธานี แสดงวิสัยทัศน์เตรียมเขย่าการเมืองท้องถิ่น-กางโร้ดแม็ป ลั่นต้นปีหน้าเดินเครื่องกระจายอำนาจ-ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ เต็มสูบ! "ทีมอนาคตใหม่” ลุยอุดรธานี แสดงวิสัยทัศน์เตรียมเขย่าการเมืองท้องถิ่น-กางโร้ดแม็ป… 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年6月16日周日   – พบปะคนรุ่นใหม่ กลุ่มคนที่ออกแบบสายการวิ่งรถเมล์ จังหวัดเลย แรงบันดาลใจการพัฒนาเมืองจาก จ.เลย [ การพัฒนาเมืองเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่และพลังของคนรุ่นใหม่ : แรงบันดาลใจจากจังหวัดเลย ].ลองดูวิดีโอคลิปนี้สักนิด.คุณเห็นอะไร? เห็นเหมือนผมไหม?.ผมเห็นพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ถูกนำมาใช้ ผมเห็นศักยภาพของคนรุ่นใหม่.ผมเห็นความหวัง.การคมนาคมสาธารณะที่ดีลดความเหลื่อมล้ำ, ลดการใช้พลังงาน, ลดความแออัดของเมือง และทำให้คุณภาพชีวิตของคนส่วนใหญ่ดีขึ้นได้.การเดินทางไปจังหวัดเลยในสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้พบกับทีมคนรุ่นใหม่ที่สนใจปัญหาในบ้านเกิดของพวกเขา เราพูดถึงปัญหาผูกขาดในลอตเตอรี่, ภูเขาขยะที่ไม่มีการจัดการ, การศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับชีวิตและงานในจังหวัด และปัญหาการคมนาคมที่ จ.เลย.คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ออกแบบสายการวิ่งรถเมล์ในเมืองเลยใหม่ด้วยแนวคิดรถเมล์เลนคู่ หากรถเมล์วิ่งจริงตามแนวคิดใหม่นี้ ประชาชนเมืองเลยจะเข้าถึงโรงเรียนและสถานบริการภาครัฐได้โดยการขนส่งสาธารณะมากขึ้น ลดความแออัดของเมืองและมลพิษทางอากาสลง.รถเมล์ที่พวกเขาคิดทันสมัย ไม่มีกระเป๋ารถเมล์ จ่ายเงินด้วยกระเป๋าตังค์อิเล็กทรอนิกส์ มีบริการรองรับการขึ้นลงของผู้ใช้วีลแชร์ ติดเครื่องปรับอากาศทุกคัน สะอาด ปลอดภัย และมีบริการที่ดี.ลองให้โอกาสฟังพวกเขาดู ถ้าคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศลุกขึ้นมาออกแบบการคมนาคมสาธารณะที่เมืองตัวเอง อย่างที่เลยทำ และความคิดเหล่านั้นได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจให้นำไปสู่การปฏิบัติจริง คุณภาพชีวิตของคนไทยจะดีขึ้นเท่าไหร่กัน.น่าตื่นเต้นไหม?.นั่นคือเหตุผลว่าทำไมอนาคตใหม่จึงต้องการทำการเมืองท้องถิ่น.และในท้องถิ่นที่พวกเราส่งทีมลง เราจะมีนโยบายพัฒนาการคมนาคมสาธารณะสำหรับจังหวัดนั้น.เราขอเชิญทุกคนมาช่วยกันออกแบบการคมนาคมสาธารณะในจังหวัดตัวเอง และผลักดันมันจากนโยบายให้เป็นจริงผ่านการเมืองท้องถิ่น.มิติใหม่ของการเมืองท้องถิ่นกำลังจะเริ่มขึ้น การเมืองท้องถิ่นที่ตั้งอยู่บนนโยบาย ไม่ใช่นามสกุล การเมืองท้องถิ่นที่ตั้งอยู่บนพลังของความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่พลังอิทธิพล.เราจะเปิดประตูมัน อย่ารอคอยการเปลี่ยรแปลง แต่จงเป็นส่วนหนึ่งของมัน.ปล.1 คุณอ๊อตโต้ หนึ่งในผู้สร้างนโยบายการขนส่งสาธารณะจังหวัดเลยในวิดีโอนี้ จะไปเชียงใหม่กับผมในวันพรุ่งนี้เพื่อเสนอผลงานด้วย ใครสนใจไปเจอกับเขาได้ในงานเสวนาเรื่องเมืองเชียงใหม่ของอนาคตใหม่ครับ.ปล.2 อยากให้กำลังใจทีมคนรุ่นใหม่เลย หรืออยากมีส่วนร่วมสร้างนโยบายเลยร่วมกับพวกเขา กดไลค์และติดตามพวกเขาได้ที่ อนาคตใหม่ จ.เลย 由 Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 发布于 2019年6月22日周六   ขณะเดียวกัน ปิยบุตรยังอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก ร่วมกิจกรรม “ฝันเฟื่องเมืองจันท์” รับฟังข้อเสนอของประชาชนชาวจันทบุรี ว่าอยากเห็นการพัฒนาเมืองของตนเองเป็นไปในทิศทางใด งานนี้เก็บข้อมูลกลับมาเตรียมทำนโยบายลุยศึกเลือกตั้งท้องถิ่นเพียบ ขณะเดียวกัน คณะทำงานด้านที่ดินของพรรคซึ่งนำโดย ชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรค และ ชัน ภักดีศรี กรรมการบริหารพรรคภูมิภาค ภาคอีสาน พร้อมด้วย ส.ส.ภาคอีสาน เดินทางไปยัง จังหวัดชัยภูมิ ร่วมรับฟังคำพิพากษาและให้กำลังใจประชนที่ถูกดำเนินพื้นที่ป่าไม้ทับซ้อนที่ดินทำกิน – “ฝันเฟื่องเมืองจันท์” ชวนชาวจันทบุรีวาดฝันเมืองน่าอยู่ด้วยตัวเอง ‘ฝันเฟื่อง เมืองจันท์’ ชวนชาวจันทบุรีวาดฝันเมืองน่าอยู่ด้วยตัวเองปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ร่วมด้วยพิธา… 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年6月25日周二   – คณะทำงานเรื่องที่ดินพรรคอนาคตใหม่ร่วมรับฟังคำพิพากษาและให้กำลังใจชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีจากการทับซ้อนของพื้นที่ป่าไม้กับที่ดินทำกิน คณะทำงานเรื่องที่ดินพรรคอนาคตใหม่ร่วมรับฟังคำพิพากษาและให้กำลังใจชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีจากการทับซ้อนของพื้นที่ป่าไม้กับท… 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年6月18日周二   จากใต้ ไปตะวันออก จากนั้น 22 – 24 มิถุนายน ตะลุยขึ้นภาคเหนือและอีสาน โดยแบ่งเป็น 1.ทีมธนาธรเดินทางไป จ.เชียงราย และวันต่อมาร่วมกิจกรรมใหญ่ของจังหวัดที่หอพัก 700 ปี สนามกีฬา จ.เชียงใหม่  ส่วน 2.ทีมปิยบุตร ขึ้นดอยไปรับฟังปัญหาเรื่องเหมืองแร่ถ่านหิน ที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ก่อนจะไปปิดท้ายกิจกรรมเนื่องในวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน ที่จ.ขอนแก่น โดยงานนี้ถือโอกาสร่วมกิจกรรมวางหมุดหมายเปิดมิวเซียม ของศิลปินฝ่ายประชาธิปไตยอย่าง “อ้ายหนอม”  ถนอม ชาภักดี ซึ่งคาดว่าจะปีหน้าคงจะสร้างเสร็จ – “อนาคตใหม่” ลุยรับฟังปัญหาชาวเชียงราย ประชาชน-ภาคประชาสังคม ร่วมเสวนาคับคั่ง .  “อนาคตใหม่” ลุยรับฟังปัญหาชาวเชียงราย ประชาชน-ภาคประชาสังคม ร่วมเสวนาคับคั่ง. เมื่อวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2562… 由

พรรคอนาคตใหม่ยื่นปรึกษาหารือการคุกคามนักกิจกรรมทางการเมือง

  เมื่อนักกิจกรรมทางการเมือง สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว) ถูกลอบทำร้ายซ้ำในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน พรรคอนาคตใหม่ขอยืนยันอีกครั้งว่า การลอบทำร้ายดังกล่าว  ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง และไม่ใช่การลอบทำร้ายที่มุ่งหวังให้เกิดผลต่อ จ่านิว เพียงคนเดียว แต่เป็นการลอบทำร้าย เพื่อมุ่งจะสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ที่ยังคงยืนหยัดในอุดมการณ์ ความเป็นธรรม และความถูกต้อง เป็นการลอบทำร้ายเพื่อหวังให้ผู้ที่คงยังยืนอยู่ ยอมกุมมือก้มหัวสยบยอมต่ออำนาจและความอยุติธรรม ที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์ ในหลายวาระ ได้พิสูจน์ให้พวกเราทุกคนเห็นแล้วว่า ยิ่งยอม ยิ่งถูกกระทำ ยิ่งเงียบ ยิ่งถูกทำให้เงียบยิ่งกว่า ร่วมยืนหยัดต่อสู้กับความอยุติธรรม ร่วมให้กำลังใจ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว) ร่วมกันกับพวกเรา   “พรรคอนาคตใหม่”   (ภาพจากเพจ : กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย)

1 3 4 5 6 7 23