fbpx

พรรคอนาคตใหม่

อนาคตใหม่ ท้วงรัฐบาลจัดการเฟคนิวส์ไม่คืบ-เลือกปฏิบัติ แนะศึกษาคู่มือ UNESCO

พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวประจำสัปดาห์ในประเด็นการเมืองต่างๆ ทั้งในเรื่องของข่าวปลอม (fake news) และวาระในสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอนาคตใหม่ในการประชุมสภาสัปดาห์นี้

บรรยากาศงาน “บรรยายสาธารณะ” วันที่ 10-12 สิงหาคม 2562

เพราะพรรคอนาคตใหม่มองเห็นการทำงานทางความคิดและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ เราจึงคิดกิจกรรม “บรรยายสาธารณะ” (Public lecture) ขึ้นมา เพื่อให้เราได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับประชาชนในเรื่องต่างๆ ที่สำคัญของประเทศนี้ โดยการบรรยายสาธารณะซีรีส์แรก ได้เริ่มต้นและจบลงไปแล้ว เมื่อวันที่ 10-12 สิงหาคม ที่ผ่านมานี้ โดยมีวิทยากรผู้เป็นแกนนำคนสำคัญในนโยบายด้านต่างๆ ของพรรค และ เป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรมาร่วมบรรยายแลกเปลี่ยนกับผู้เข้าร่วมในบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง เรามีคุณศิริกัญญา ตันสกุล ที่มาบรรยายถึงเรื่องทุนผูกขาดและการแข่งขันที่เป็นธรรม และยังมีอาจารย์สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ที่ปรึกษาด้านคมนาคมที่มาแลกเปลี่ยนกับเราเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม   นอกจากนี้ เรายังมีอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล มาร่วมบรรยายในเรื่องถนัด คือเรื่องของการเปลี่ยนผ่านของรัฐธรรมนูญ และตามด้วยคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาบรรยายในเรื่องราคาของความเหลื่อมล้ำ     บรรยากาศทั้งสามวันเต็มไปด้วยความอบอุ่นเป็นกันเอง ท่ามกลางผู้สนใจเข้าร่วมที่เป็นคนหนุ่มสาวหลายคน มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปพร้อมกันกับเรา ทำให้กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น เพราะพรรคอนาคตใหม่เองก็ได้เรียนรู้จากผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยเหมือนกัน พรรคอนาคตใหม่ต้องขอขอบคุณทุกคนที่มาร่วมกันในกิจกรรมครั้งนี้เป็นอย่างสูง และหวังว่าเราจะได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปกับกิจกรรมนี้อีกในอนาคต     ส่วนผู้ที่พลาดกิจกรรมบรรยายสาธารณะในซีรีส์แรกนี้ไปก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราจะจัดกิจกรรมบรรยายสาธารณะในลักษณะนี้อีกครั้งแน่นอน ขอให้ติดตามตารางการบรรยายครั้งต่อไปได้ที่เพจพรรคอนาคตใหม่ของเรานี้

รายงานความคืบหน้างานในและนอกสภาของพรรคอนาคตใหม่ 22 ก.ค. – 5 ส.ค. 2562

รายงานความคืบหน้าการเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายในสภาหรือ จัดกิจกรรมเดินสายนอกสภา รอบวันที่ 22 กรกฎาคม ถึง 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562

อนาคตใหม่เดินหน้าดำเนินคดี “เอ๋ ปารีณา” แพร่ข่าวปลอมสร้างความเกลียดชังในสังคม

ฝ่ายกฎหมายพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่าได้เตรียมยื่นฟ้องศาล ดำเนินคดีกับ “ปารีณา ไกรคุปต์” ส.ส. เขต 3 ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 โดยมีเนื้อหาเป็นข่าวปลอมที่มีเนื้อความเป็นเท็จ

(คลิป) “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” : ปัญหา “กระดุม 5 เม็ด” ของเกษตรกรรมไทย

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายนโยบายทางการเกษตรของรัฐบาล

รายงานความคืบหน้าในและนอกสภาของพรรคอนาคตใหม่ 15 – 22 ก.ค. 2562

สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หยุดยาว หลีกทางให้กับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา นั่นคือ “อาสาฬหบูชา” และ “เข้าพรรษา” หลายพื้นที่มีกิจกรรมสำคัญอย่าง “แห่เทียนเข้าพรรษา” ท่ามกลางเปลวแดดที่แผดระอุ ส.ส.แบบแบ่งเขตของพรรคอนาคตใหม่ เข้าพื้นที่ยาวนานหน่อย ขณะที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ บางส่วนก็ลุยทำงานไม่มีวันหยุด

คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อรัฐสภา

อ่านคำแถลงนโยบายจำนวน 80 หน้าของคณะรัฐมนตรี โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะแถลงต่อรัฐสภาในวันพุธที่ 25 กรกฎาคม 2562 https://drive.google.com/file/d/1_g1phIjkERGninSWa7i8OD0R0Kog6JjK/view?usp=sharing

“เมื่อไม่มีประชาธิปไตยก็ไม่มีประชาชนอยู่ในโจทย์การพัฒนานั้น”

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมวงเสวนาพร้อมกับหัวหน้าพรรค 7 พรรคฝ่ายค้านเพื่อประชาชน ร่วมวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย และทิศทางของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการแสวงหาทางออกให้กับประเทศ โดยในส่วนของธนาธร ระบุว่าสำหรับตนแล้ว สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศไทยในปัจจุบันเป็นวิกฤติที่หนักมาก สิ่งที่ตนรู้สึกเศร้าใจมากที่สุด คือเรากำลังจะส่งสังคมที่แย่กว่านี้ให้กับลูกหลานของเรา ถ้าเราไม่ทำอะไรวันนี้ ลูกหลานของเราจะได้รับสังคมที่แย่กว่านี้ แน่นอนที่สุด หนึ่งในวิกฤติที่หนักที่สุดคือความเหลื่อมล้ำในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ GDP ของประเทศไทยเติบโตขึ้นถึง 15% แต่รายได้ภาคแรงงานเติบโตแค่ 5% รายได้ภาคเกษตรติดลบถึง 3% หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น 28% แต่คนรวยที่สุดในประเทศไทยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นถึง 68% ดังนั้นทุนผูกขาดกับความเหลื่อมล้ำจึงเป็นสองด้านบนเหรียญเดียวกันที่แยกจากกันไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลโดยตรงมาจากการบริหารประเทศภายใต้นโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใหญ่ ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้ ม.44 เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มทุนจำนวนมาก ตัวอย่างเดียวที่ตนขอยกในวันนี้คือกรณีการยืดหนี้และลดดอกเบี้ยให้กับกลุ่มทุนทีวีดิจิทัล ซึ่งถ้าคิดในทางกลับกัน ถ้าชาวนาไม่มีเงินจ่ายหนี้ ธกส. ชาวนาจะมีโอกาสได้รีไฟแนนซ์แบบนี้ไหม แบบที่ได้ยืดหนี้ออกไปและลดดอกเบี้ยให้ด้วย คำตอบคือชาวนาไม่เคยมีโอกาสได้รับสิทธิแบบนี้เลย แค่นี้ก็ทำให้เห็นแล้วว่าการปฏิบัติระหว่างกลุ่มทุนกับชาวบ้านไม่เท่ากัน ธนาธรกล่าวต่อไปว่า ดังนั้นหากเราจะดูว่ารัฐบาลไหนมีวิธีการจัดการกับปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างไร เราต้องดูว่าเงินไปอยู่ที่ไหน อย่างเรื่องนโยบายการคมนาคม ที่ผ่านมารัฐบาล คสช. อนุมัติเงินไปที่โครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ซึ่งถามจริงๆ ว่าในชีวิตจริง จะมีกี่คนที่นั่งเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิไปเปลี่ยนเครื่องที่ดอนเมืองหรืออู่ตะเภา ถ้าจะลดความเหลื่อมล้ำทำไมไม่เอาเม็ดเงินก้อนนี้ไปทำการคมนาคมสาธารณะให้ต่างจังหวัด ทุกวันนี้จังหวัดท่องเที่ยวใหญ่ๆรถขนส่งสาธารณะเข้าเมืองยังแทบไม่มี ทำไมเราไม่เอาเงินไปทำระบบขนส่งสาธารณะในต่างจังหวัดเชื่อมระหว่างตลาด ชุมชน สถานที่ราชการ แต่กลับเอาเงินไปทำรถไฟเชื่อมสามสนามบินเพื่อเอื้อกับกลุ่มทุนใหญ่ ธนาธรกล่าวว่าสิ่งเหล่านี้คือตัวอย่างที่ชัดเจน ว่าการพัฒนาที่ผ่านมาไม่ใช่การพัฒนาเพื่อประชาชน คำถามคือการดูว่าประเทศที่เจริญและพัฒนาแล้วเราต้องดูที่ไหน แน่นอนว่าไม่ใช่การดูที่รถเฟอรารี่วิ่งบนถนนกี่คัน ตนเห็นว่าเราไปดูแค่บนฟุตปาธนับตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากบ้านก็พอ การดูว่าประเทศไหนที่เจริญแล้วดูง่ายๆ เลย อย่างทุกวันนี้ประเทศไทยกำลังเป็นสังคมผู้สูงอายุ เราดูง่ายๆว่าคนแก่ที่นั่งวีลแชร์สามารถเดินทางออกจากบ้านไปตลาดด้วยตัวเองคนเดียวบนฟุตปาธได้หรือไม่ ประเทศที่เจริญแล้วต้องดูที่ตรงนี้ “ที่เป็นแบบนี้เพราะไม่เคยมีประชาชนอยู่ในประเทศ เมื่อไม่มีประชาธิปไตยก็ไม่มีประชาชน การพัฒนาที่เกิดขึ้นก็จะเป็นการพัฒนาที่มองไม่เห็นประชาชนอย่างที่ผ่านมา เพราะรัฐไทยไม่เคยมองเห็นประชาชน เรื่องนี้จึงตอบโจทย์ที่ว่าพรรคฝั่งที่อยู่กับประยุทธ์จะพูดเหมือนกันหมด ว่าประชาธิปไตยไม่ต้องสนใจ แก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน นี่คือการหลอกลวง เพราะระบบการเมืองที่ดีเท่านั้นถึงจะทำให้ระบบเศรษฐกิจดีได้” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ธนาธรกล่าวต่อว่าขณะนี้ถึงเวลาแล้ว ที่เราต้องมาทบทวนว่าระบบการเมืองที่ดีคืออะไร ระบบการเมืองที่ดีคือระบบที่คนเห็นต่างจะอยู่ร่วมกันได้สันติ และมีประชาชนอยู่ในประเทศ เป็นคนที่ต้องได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาที่แท้จริง นี่คือภารกิจของคนรุ่นเรา ที่เราจะต้องแก้ให้ได้เพื่อส่งสังคมที่ดีกว่านี้ให้ลูกหลานของเราให้ได้ นอกจากนี้ ธนาธรได้กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องพรรคอนาคตใหม่ล้มล้างการปกครอง และกรณีมีผู้เตรียมการร้องศาลรัฐธรรมนูญ ว่าการเดินสายไปต่างประเทศของพรรคอนาคตใหม่อาจเข้าข่ายล้มล้างการปกครองนั้น ส่วนตัวเห็นว่า จากการตรวจสอบอย่างละเอียดในข้อกฎหมายแล้วเชื่อมั่นว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เข้าข่ายล้มล้างการปกครองตามที่มีผู้ร้องแน่นอน แต่ขณะนี้ประชาชนหลายคน เข้าใจผิดมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าการร้องเรียนในหลายๆ เรื่องต่อ พรรคอนาคตใหม่ อาจมีโทษถึงขั้นยุบพรรค จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า การที่มีประชาชน เชื่อว่า พรรคอนาคตใหม่ อาจจะถูกยุบเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าประชาชนไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม และเป็นเรื่องที่ต้องถามกลับ ว่ากระบวนการยุติธรรมของศาล มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน แต่หากศาลพิจารณาจะให้ผิดจริง ก็สามารถทำได้แค่ให้หยุดในการกระทำดังกล่าว เท่านั้น ไม่มีโทษถึงยุบพรรค

ฝนทิ้งช่วง…ประเทศไทยแล้งแค่ไหน?

แม้จะเข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการแล้วแต่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกน้อยมาก จนเริ่มมีเสียงจากประชาชนโดยเฉพาะในภาคเหนือและอีสานที่เตือนมายังรัฐบาลว่าปีนี้ “ภัยแล้ง” อาจจะเข้าขั้น “วิกฤติ” และในหลายพื้นที่ อาจจะถึงขั้น “ร้ายแรงที่สุด” ในรอบหลายสิบปีอีกด้วย ลองดูแผนที่ปริมาณฝนสะสมของครึ่งแรกของปี 2562 เทียบกับค่าปกติของประเทศไทย พบว่าในครึ่งแรกของปีนี้ทุกภูมิภาคมีปริมาณฝนสะสมน้อยกว่าค่าปกติทุกภูมิภาคทั่วประเทศ (สีขาวคือเท่าเดิม สีแดงยิ่งเข้มคือยิ่งน้อยกว่าปกติ) มีเพียงไม่กี่จังหวัดเท่านั้นที่คงค่าเดิม หรือมีฝนมากกว่าปกติ ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ นั้น เราได้เรียบเรียงข้อมูลจากกรมชลประทานมาให้ทุกท่านได้เห็นภาพคร่าวๆ ว่าประเทศไทย “แล้ง” แค่ไหน โดยยกตัวเลขปริมาณน้ำที่สามารถนำไปใช้ได้ใน 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ : ภูมิพล เหลือเพียง 9% หรือ 910 ล้านลูกบาศก์เมตร สิริกิติ์ เหลือเพียง 8% หรือ 538 ล้านลูกบาศก์เมตร แควน้อย เหลือเพียง 12% หรือ 104 ล้านลูกบาศก์เมตร ป่าสัก เหลือเพียง 5% หรือ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร หากยังคงระดับน้ำระบายออกในอัตราเท่าเดิมและไม่มีน้ำเติมเข้ามาในอ่างเพิ่มเติมเลย เราจะมีน้ำใช้จากเขื่อนภูมิพลอีก 40 วัน, สิริกิติ์ 28 วัน, แควน้อย 48 วัน และป่าสัก 64 วัน นอกจากนี้ยังมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ในเกณฑ์ภาวะ “น้ำน้อยวิกฤติ” หรือมีน้ำน้อยกว่า 30% ของปริมาณกักเก็บ ได้แก่ : -แม่งัด (เชียงใหม่) -แม่กวง (เชียงใหม่) -กิ่วลม (ลำปาง) -แควน้อย (พิษณุโลก) -ห้วยหลวง​ (อุดรธานี) -น้ำพุง (สกลนคร) -จุฬาภรณ์ (ชัยภูมิ) -อุบลรัตน์ (ขอนแก่น) -ลำปาว (กาฬสินธุ์) -ลำพระเพิง (นครราชสีมา) -มูลบน (นครราชสีมา) -ลำนางรอง (บุรีรัมย์) -ป่าสักฯ (สระบุรี) -ทับเสลา (อุทัยธานี) -กระเสียว (สุพรรณบุรี) -ขุนด่านฯ (นครนายก) -คลองสียัด (ฉะเชิงเทรา) -นฤบดินทรฯ (ปราจีนบุรี) (โดยมีบางแห่งที่หยุดปล่อยน้ำชลประทานในการเกษตรแล้ว เพราะต้องเก็บรักษาน้ำไว้สำหรับให้ประชาชนอุปโภคบริโภคเท่านั้น) —— สำหรับประชาชน เราขอแนะนำให้ท่านที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยแล้งโปรดใช้น้ำประปาในการอุปโภคบริโภคเท่าที่จำเป็นเท่านั้น งดใช้น้ำสิ้นเปลือง ส่วนผู้ที่ใช้น้ำบาดาลและน้ำฝน ให้เตรียมเก็บกักน้ำไว้ให้มากที่สุดเมื่อมีโอกาส โดยเฉพาะผู้ที่ทำการเกษตร จะต้องจับตาประกาศจากทางภาครัฐเรื่องการใช้น้ำและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ต้องติดตามดูพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ส่วนพรรคอนาคตใหม่จะทำหน้าที่เร่งรัด-เสนอแนะ-ติดตาม-ตรวจสอบภาครัฐ เพื่อให้มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนในการรับมือภัยแล้งอย่างมีประสิทธิภาพโดยเร็วที่สุด ——— ( ข้อมูลจากฝ่ายประมวลวิเคราะห์และสถานการณน์น้ำ กรมชลประทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ http://water.rid.go.th/flood/flood/daily.pdf )

“ธนาธร” ชี้ความมั่นคงของรัฐบาลไม่ใช่ความมั่นคงของชาติ-ย้อนคนรับใช้เผด็จการต่างหากที่ขายชาติ

[ “ธนาธร” แถลงผลการเดินทางพบตัวแทนต่างประเทศ ย้ำเจตนาดีต้องการเห็นประเทศไทยทะยานไปข้างหน้า ชี้ความมั่นคงของรัฐบาลไม่ใช่ความมั่นคงของชาติ-ย้อนคนรับใช้เผด็จการต่างหากที่ขายชาติ ] Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวถึงผลของการเดินทางไปต่างประเทศในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าการเดินทางของตนในครั้งนี้ ประกอบไปด้วยวัตถุประสงค์ส 4 ประการ ประการแรก คือการสร้างเครือข่ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในต่างประเทศ เครือข่ายระหว่างพรรคกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ เครือข่ายระหว่างพรรคกลับกลุ่มภาคประชาสังคมที่เชื่อในเรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย การมีเครือข่ายจะทำให้พวกเราสามารถทำงานได้ง่ายขึ้นในวันที่เป็นรัฐบาล สอง เราไปเพื่อชี้แจงสถานการณ์การเมืองไทยให้กับองค์กรและรัฐบาล และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ที่สนใจเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองไทยล่าสุด ประการที่สาม เราไปเพื่อศึกษาเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงในเชิงเศรษฐกิจและการเมืองในสหภาพยุโรปและในสหรัฐอเมริกา ประการสุดท้าย เราไปดูงานด้านการพัฒนาเมืองว่าจะสามารถนำนวัตกรรมการพัฒนาเมืองใหม่ๆกลับมาใช้ในประเทศไทยได้อย่างไรบ้าง เพราะพรรคอนาคตใหม่ต้องการที่จะทำนโยบายการพัฒนาเมืองให้ดี เพื่อลงเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นที่จะมาถึง ธนาธรกล่าวต่อว่าการเดินทางครั้งนี้ ตนไปพบองค์กรสิทธิมนุษยชนและองค์กรที่สนับสนุนประชาธิปไตยมาทั้งหมด 7 องค์กรด้วยกัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ของกระทรวงการต่างประเทศ 4 ประเทศและของสหภาพยุโรป รวมทั้งหมดเป็น 5 ที่ คณะกรรมาธิการด้านการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรประเทศต่างๆรวม 6 ท่าน และได้ไปบรรยายสาธารณะเกี่ยวกับทิศทางการทำงานก้าวต่อไปอีกหนึ่งการบรรยายที่ London School of Economics โดยในการเดินทางครั้งนี้ไปทั้งหมดห้าเมืองด้วยกัน คือ บรัสเซล, เบอร์ลิน, ลอนดอน, นิวยอร์ค และ วอชิงตัน ดี.ซี. ธนาธรกล่าวต่อว่าจากการไปเยือนกลุ่มองค์กรและสื่อมวลชนหลายสำนัก สิ่งที่คนได้รับกลับมาคือเสียงสะท้อนจากผู้ที่ห่วงใยและสนใจในสถานการณ์ในประเทศไทย “ทุกคนให้เสียงสะท้อนเหมือนกันหมดว่าอยากเห็นประเทศไทยกลับมาเป็นประชาธิปไตย อยากเห็นประเทศไทยที่นับถือในหลักการนิติรัฐ นับถือในหลักการแห่งสิทธิมนุษยชนสากล ทุกตัวแทน ทุกองค์กรที่ผมไป พบอยากเห็นประเทศไทยเป็นผู้มีบทบาทนำอย่างแข่งขันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะนำประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง ที่จะนำหลักการสิทธิมนุษยชนให้ปักรากลึกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ ทุกคนอยากเห็นประเทศไทยที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการช่วยแก้ปัญหา ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย แต่แก้ปัญหาในระดับภูมิภาคเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาในระดับโลก” ธนาธรกล่าว ธนาธรกล่าวต่อว่าตนได้รับตวามเข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจการเมืองในระดับโลกมากขึ้น อย่างในอังกฤษเองกำลังจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนนางเทเรซ่า เมย์ ที่กำลังจะลาออกเพราะไม่สำเร็จในการทำดีล Brexit กับสหภาพยุโรปให้เป็นที่น่าพอใจได้ แนวโน้มในตอนนี้ผู้ที่จะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทนน่าจะเป็นนายบอริส จอห์นสัน จากพรรค Conservative เป็นผู้ที่ผลักดัน Brexit มาอย่างยาวนานในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่วนในสหภาพยุโรป มีความกังวลอย่างชัดเจนในด้านการเสื่อมถอยของระเบียบโลกเสรีที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน มีความกังวลต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ในขณะเดียวกันก็มีความกังวลว่ารัสเซียเองจะมีท่าทีคุกคามต่อระเบียบโลกเสรี ดังนั้น ยุโรปในตอนนี้ต้องการมิตรประเทศที่เชื่อและยึดมั่นในหลักการเดียวกับยุโรป คือหลักการประชาธิปไตยและหลักการสิทธิมนุษยชน ส่วนในสหรัฐอเมริกาเอง มีการพูดถึงมากเรื่องการเลือกตั้ง Mid-term election ที่จะมาถึง คือการเลือกตั้งในระดับมลรัฐ และมีการพูดถึงการทำไพรมารี่ของพรรคเดโมแครตในการหาแคนดิเดตประธานาธิบดีสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2020 ธนาธรกล่าวต่อว่านอกจากนี้ ตนยังได้ไปศึกษาดูงานเรื่องการพัฒนาเมืองมาด้วย โดยได้ไปศึกษามาที่กรุงลอนดอนมากที่สุด ปัจจุบันนายกเทศมนตรีของกรุงลอนดอน คือซาดิก ข่าน มีนวัตกรรมที่น่าสนใจ เช่นเรื่องความโปร่งใส ให้มีการถ่ายทอดสดประชุมสภาลอนดอนทุกครั้งและให้ติดตามย้อนหลังได้ โดยปัญหาหนักที่สุดของคนลอนดอนในวันนี้คือปัญหาที่อยู่อาศัย การเป็นเจ้าของบ้านเป็นได้ยากขึ้น มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยน้อยลง สิ่งที่นายซาดิกทำเป็นสิ่งแรก คือการผลักดันให้เกิดการสร้างบ้านเพื่อเติมอุปทานเข้าไปในระบบ ทุกคนสามารถเข้าไปดูในเว็ปไซต์ได้ว่ามีการสร้างบ้านเพิ่มขึ้นในแต่ละที่เท่าไหร่บ้าง นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาเยาวชน มีการนำงบเข้ามาหนึ่งก้อนให้เยาวชนในลอนดอนสามารถเสนอโครงการนำงบไปใช้ได้ เพื่อการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในชุมชน สิ่งเหล่านี้ที่เราไปดูงานมาจะกลับมาอยู่ในนโยบายในการลงเลือกตั้งท้องถิ่น จะอยู่ในนโยบายที่จะนำกลับมาสร้างเมืองของเรา ไม่ใช่แค่กรุงเทพ แต่ทุกเมืองที่อนาคตใหม่จะส่งลงเลือกตั้งในระดับ อบจ.  “ผมอยากจะเห็นการนำเอามิติใหม่ๆ ของการพัฒนากลับเข้ามาสู่ประเทศไทย ผมไม่อยากจะเปรียบเทียบเยอะ แต่ถ้าทุกท่านมีเวลาลองเข้าไปดูเว็บไซต์ของกรุงเทพมหานคร แล้วเปรียบเทียบกับเว็บไซต์ของเมืองลอนดอนดู แล้วทุกท่านจะเห็นถึงความแตกต่างที่เห็นได้ชัด ผมมองไม่เห็นอุปสรรคปัญหาอะไรเลยว่าทำไมเราถึงจะก้าวเดินไปในการพัฒนาเมืองที่ดีอย่างลอนดอนไม่ได้ แค่เว็บไซต์อย่างเดียวน่าจะบอกถึงทิศทางการพัฒนาเมืองได้ เว็บไซต์ของลอนดอนเต็มไปด้วยผู้คน ให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ผู้คน“ นอกจากนี้ ธนาธรยังได้กล่าวถึงข้อโจมตีที่มีมาตลอดเวลาในช่วงที่ตนไม่อยู่ เช่นการกล่าวหาว่าตนพยายามจะหนีคดี ซึ่งตนขอย้ำอีกครั้งว่าตั้งแต่ตนร่วมตั้งพรรคอนาคตใหม่มา เป้าหมายคือการต่อสู้เพื่อให้อำนาจกลับมาสู่ประชาชน ต้องชนกับอำนาจเผด็จการ วันนี้แม้จะกลายร่างเป็นเผด็จการที่มีการเลือกตั้งแล้ว แต่เรารู้ตั้งแต่ตั้งพรรคอยู่แล้วว่าการดำเนินคดีกับเราต้องเกิดขึ้น ดังนั้นตนเตรียมตัวเตรียมใจไว้พร้อมแล้ว ว่าจะไม่มีการหลบหนีเด็ดขาด การกล่าวหาว่าจะหลบหนีเป็นเพียงแค่การโจมตีตนและพรรคอนาคตใหม่ ตนจึงขอยืนยันในที่นี้อีกรั้ง ว่าตนและพรรคอนาคตใหม่มีความตั้งใจและจริงใจที่จะผลักดันประเทศไทยไปข้างหน้า โดยพร้อมที่จะเผชิญกับคดีต่างๆ ส่วนเรื่องข้อกล่าวหาเรื่องการขายชาตินั้น เป็นข้อกล่าวหาหนึ่งที่เราได้รับมาโดยตลอด พรรคอนาคตใหม่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นการโจมตีที่เราคาดไว้อยู่แล้วว่าต้องเผชิญ ทั้งนี้ตนเห็นว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราต้องนิยามคำว่าชาติใหม่ “สำหรับพรรคอนาคตใหม่ ชาติคือประชาชน สำหรับพรรคอนาคตใหม่ชาติไม่ใช่รัฐบาล และที่สำคัญที่สุด ชาติไม่ใช่ความมั่นคงของ คสช. ไม่ใช่ความมั่นคงของประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ่งที่เราไปพบปะพูดคุยกับองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ รัฐบาลต่างๆ เราพูดคุยกันถึงสถานการณ์การเมืองของประเทศไทย ทำอย่างไรให้ประเทศไทยกลับมาเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง  ดังนั้นผมมั่นใจว่าด้วยเจตนาดีของเรา เราไม่มีความคิดที่จะทำลายชาติ คนที่กล่าวหาเราว่าขายชาติต่างหาก พวกที่เป็นกลุ่มคนที่รับใช้เผด็จการต่างหาก ที่ทำลายชาติ ที่ขายชาติ พวกเรามีแต่ความจริงใจที่อยากจะพัฒนาประเทศไทยไปข้างหน้า พวกเรามีแต่ความจริงใจที่จะปลดปล่อยศักยภาพที่ถูกกดทับมานานของสังคมไทย เพื่อให้ประเทศไทยทะยานไปข้างหน้าได้อย่างทัดเทียมกับโลกภายนอก ความมั่นคงของประเทศไม่ใช่ความมั่นคงของรัฐบาล เป็นคนละเรื่องกัน และสิ่งที่เราทำไปไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความมั่นคงของประเทศเลย ในทางกลับกัน เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะมั่นคงได้ก็ต่อเมื่อประเทศไทยกลับมาสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืนเท่านั้น” ธนาธรกล่าว เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพรรคร่วมรัฐบาลประกาศนโยบายการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องเร่งด่วน และได้รับการตอบรับจากรัฐบาลนั้น ธนากรกล่าวว่าตนเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะไม่มีการแก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจของ ส.ว. รวมทั้งในหมวดหมู่มาตราที่เกี่ยวกับการกุมอำนาจเอาไว้ของ คสช. ไม่ว่าจะเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ องค์กรอิสระ ฯลฯ อาจมีการแก้ไขมาตราเล็กๆ น้อยๆ ในลักษณะผักชีโรยหน้า แต่จะไม่มีการไม่แก้ไขสิ่งที่เป็นกลไกในการควบคุมอำนาจของตัวเอง

1 2 3 4 5 6 25