fbpx

พรรคอนาคตใหม่

“เอกภพ” ลงลึก ลักษณะ “ไวรัสโคโรนา” – ย้ำ ถอดบทเรียนจากวิกฤติ

  วันที่ 29 มกราคม 2563 ณ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส. แบบแบ่งเขต จังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายใน ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เอกภพกล่าวว่า สิ่งที่นำมาอภิปรายในวันนี้มาจากการรวบรวมข้อมูลทางวิชาการและมาจากสำนักข่าวใหญ่ของต่างประเทศ ไม่ได้มาจากความคิดเห็นส่วนตัว ในฐานะที่ตนเป็นแพทย์และเคยทำงานในโรงพยาบาลรัฐในช่วงที่มีการระบาดตั้งแต่ ซาร์ส, เมอร์ส, ไข้หวัดใหญ่ 2009, ไข้หวัดนก ทำให้ทราบว่าบุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรต่างๆทำงานกันหนักมากในช่วงมีโรคระบาด เพื่อป้องกันคนไทยให้ห่างจากโรคระบาดที่ร้ายแรง   “คนกลุ่มนี้ยังเป็นคนกลุ่มที่เสี่ยงที่สุดที่จะต้องติดเชื้อ เพราะว่าโรคที่เราต้องเผชิญเป็นโรคใหม่ที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นอะไร ในตอนนี้ผมก็เลยขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกท่านและขอเป็นกำลังใจให้กับชาวจีนและชาวโลกที่ต้องเผชิญโรคนี้ด้วยกันในตอนนี้”   เอกภพเผยว่า โรคไวรัสโคโรน่า 2019 ถือว่าเป็นโรคในกลุ่มที่เราเรียกว่า “โรคอุบัติใหม่ (emerging infectious disease)” เป็นไวรัสที่เกิดขึ้นใหม่ในกลุ่มโคโรน่าไวรัส แต่มีการกลายพันธุ์เกิดขึ้นใหม่ ความสำคัญในการรับมือ แน่นอนว่าเรามีข้อมูลไม่เพียงพอในช่วงแรก เพราะฉะนั้นเราต้องรับมือด้วยการจัดการภาวะฉุกเฉินอย่างมีคุณภาพ ต้องใช้ความสามารถในการบริหารจัดการและความเข้าใจในเชิงวิชาการ ที่สำคัญคือความสามารถในการสื่อสารด้วย นอกจากนี้ ข้อมูลที่มาจากหนังสือสารวารทางการแพทย์ที่ชื่อว่า JAMA ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมาย้ำชัดเจนว่า “Coronavirus Infections-More Than Just The Common Cold” โคโรน่าไวรัสตัวนี้เป็นมากกว่าไข้หวัดธรรมดา   “เราเจอว่าหนึ่งคนที่ติดเชื้อสามารถแพร่กระจายไปให้คนรอบข้างได้ 2-3 คน นี่คือความสามารถในการกระจายเชื้อทั่วไป แต่มีบางรายมีรายงานว่าคนติดเชื้อหนึ่งคนสามารถแพร่กระจายให้คนอื่นได้ถึง 14 คน คนกลุ่มนี้เราเรียกว่า super spreader เราไม่รู้หรอกว่าใครจะเป็น super spreader แล้วเราก็ไม่รู้ว่าคนที่เกิดอาการในประเทศไทยเป็น super spreader ไปหรือยัง อัตราการเสียชีวิตโดยรวมคือ 2-3% ในคนไข้ติดเชื้อทั้งหมด แต่ถ้าเรานับเฉพาะคนไข้ที่มีอาการหนักถึงขั้นนอนโรงพยาบาล อัตราการเสียชีวิตถึง 15% เลย”   ในมุมมองของเอกภพ โรคไวรัสโคโรน่า 2019 ตัวนี้ถือว่าเป็นโรคที่มีความรุนแรงน้อยกว่าซาร์สหรือเมอร์ส เพราะมีอัตราการตายน้อยกว่า แต่โรคที่มีความรุนแรงน้อยกว่าจะสามารถแพร่กระจายได้มากกว่า นี่คือคีย์หลักสำคัญว่าไวรัสตัวนี้มีการเสียชีวิตน้อย แต่มีความสามารถในการแพร่กระจายได้เยอะ เพราะว่าคนเป็นแล้วป่วยหนักน้อยกว่า โรคตัวนี้มีระยะฟักตัว 2-14 วัน ณ ถึงตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าสามารถแพร่กระจายเชื้อในช่วงฟักตัวได้หรือไม่ มีข้อมูลจากทางจีน เชื่อว่าสามารถแพร่กระจายเชื้อในช่วงฟักตัวได้ ก่อนที่จะมีอาการ แต่ทางผู้เชี่ยวชาญทางอเมริกาหรือ WHO ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะไวรัสโคโรน่าตัวที่ผ่านมาเช่น ซารส์หรือเมอรส์ไม่สามารถแพร่เชื้อในระยะฟักตัวได้ อาการของคนไข้เกือบทุกคน จะเริ่มด้วยการมีไข้ และมักจะไอแห้ง ส่วนน้อยที่จะมีไอเสมหะ มีปวดเมื่อยตามตัว มีอาการคลื่นใส้อาเจียน ท้องเสียได้ในบางราย และนี่คือประเด็นสำคัญ ถ้าเป็นไข้และดำเนินโรคต่อไปถึงวันที่ 7-8 จะมีโอกาสที่เชื้อโรคจะลงปอด ทำให้มีอาการหายใจเหนื่อย แน่นหน้าอก และหอบ ถึงขั้นเสียชีวิตได้ นี่คือการดำเนินโรคที่เราเจอในคนไข้ทั่วไปทุกวันนี้   “สถานการณ์ล่าสุด ตัวเลขที่ผมนำมาเสนอวันนี้กลายเป็นอดีตไปแล้ว เพราะปัจจุบันล่าสุดในจีนมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 5,974 ราย เสียชีวิตแล้ว 132 ราย ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงทุกชั่วโมง ทุกนาที ณ ปัจจุบันนี้ทั่วทั้งจีนพบผู้ติดเชื้อทั่วประเทศแล้ว”   เอกภพกล่าวต่อไปว่า ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 17 ประเทศ ประเทศไทยล่าสุดข้อมูลจากเมื่อวาน 14 ราย เราไม่มีข้อมูลอัพเดทของวันนี้ แต่ข้อมูลที่สำคัญที่ต้องการชี้ให้เห็น คือ ที่ประเทศไทยเมื่อวานนี้มีรายล่าสุดที่ไม่ได้เป็นคนจีนที่มาจากอู่ฮั่น ข้อมูลที่ทางการไทยให้สื่อต่างประเทศคือรายนั้นมาจากฉงชิ่ง ซึ่ไม่ได้อยู่ในมณฑลเหอเป่ยด้วย อยู่ในมณฑลข้างเคียง แปลว่าการเฝ้าระวังเฉพาะอู่ฮั่นอาจจะไม่พอแล้ว นี่คือข้อมูลที่น่าตกใจ ข้อมูลจากวารสารทางการแพทย์ยืนยัน มีรายงานแล้วว่าสามประเทศนี้มีการติดเชื้อของประชาชนในประเทศ โดยที่ไม่ได้เป็นการเอาเชื้อเข้ามาจากจีน เยอรมนีเป็นนักวิชาการประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากจีนที่มาประชุมร่วมกัน ญี่ปุ่นเป็นคนขับรถนักท่องเที่ยวจีน เวียดนามเป็นญาติเป็นลูกของครอบครัวที่ไปเที่ยวจีนแล้วกลับมาแล้วป่วย นี่คือข้อมูลว่าหลายๆประเทศเริ่มมีผู้ป่วยที่ไม่ได้ไปจีนหรือมาจากจีนแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือการเฝ้าระวังและเตรียมการ คำถาม คือ ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดมีระบบติดตามอย่างไร นักท่องเที่ยวจีนก่อนประกาศปิดเมือง เข้ามาในประเทศไทยตีตัวเลขกลมๆประมาณ 20,000 ราย แล้วหลังจากนั้นก็มีจากเมืองอื่นที่ยังเปิดเข้ามาอีก มีระบบติดตามเขาอย่างไรบ้าง? ในสถานที่ๆมีคนมากๆ สนามบิน รถไฟฟ้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า เจลล้างมือมีเพียงพอหรือไม่? ความสำคัญคือเจลล้างมือเพราะเชื้อโรคพวกนี้ติดจากมือ ถ้าเราไปสัมผัสที่หน้า สัมผัสในปาก กินข้าวอะไรไปอาจจะได้รับเชื้อเข้าไปได้   “หน้ากากอนามัยมีราคาสูงขึ้นในท้องตลาด เราจะทำอย่างไรให้หน้ากากเพียงพอและราคาไม่สูง? การฆ่าเชื้อในที่ชุมชนมีการทำอย่างเป็นมาตรฐานอย่างไรบ้าง? และที่สำคัญมีคนที่มาจากจีนในเมืองอื่นมาแล้ว มีคนจากประเทศอื่นที่ติดในประเทศตัวเองแล้ว ในประเทศไทยเรามีการเตรียมตัวทีจะรับมือคนไข้จำนวนเยอะหรือยัง? เรามีชุดตรวจที่เพียงพอที่จะคัดกรองคนไข้หลักร้อย หรือหลักพัน หรือหลักหมื่นคนแล้วหรือยัง? ห้องแยกโรคมีพอไหม? Negative Pressure ในแต่ละโรงพยาบาลมีโรงพยาบาลละ 1-2 ห้อง ถ้ามีคนไข้ติดเชื้อในจังหวัดหนึ่งเยอะๆเราจะทำอย่างไร?”

“ส.ส. อนาคตใหม่” สานต่อเสียงม็อบชาวสวนยาง

ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ ภาคใต้ แถลงข่าวรับหนังสือร้องเรียนม็อบเกษตรกรสวนยาง เรียกร้องรัฐบาลแก้ไขปัญหาด่วนราคายาง

“อนาคตใหม่” จี้ กกต. แจงสูตรคำนวณบัญชีรายชื่อ – ไม่ตรง พ.ร.ป. การเลือกตั้งฯ

  เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 ที่พรรคอนาคตใหม่ ชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า กรณีที่มีการแจกใบดำ อดีตผู้สมัคร ส.ส. จันทบุรี เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ นั้น ตาม พ.ร.ป. การเลือกตั้งฯ มาตรา 131 วรรค 2 กำหนดให้ “ดำเนินการคำนวนเพื่อหาจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองใหม่ โดยมิให้นำคะแนนที่ผู้สมัครดังกล่าวได้รับไปรวมคำนวนด้วย” แต่วันก่อนในข่าวชี้แจงของ กกต. ประกาศเพียงแต่ว่าพรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส. บัญชีรายชื่อลดลง 1 คน และพรรคไทยรักธรรม มี ส.ส. บัญชีรายชื่อ 1 คน เท่านั้น ไม่ได้ดำเนินการตามที่ พ.ร.ป. การเลือกตั้งฯ กำหนดไว้ นั่นคือ ต้องประกาศจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองทั้งหมดใหม่ ซึ่งถ้าคำนวนจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อบนฐานของวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ตามที่ กกต. ระบุ พรรคพลังประชาชนปฏิรูป ควรจะต้องได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ 1 คน คำถามคือ ในเมื่อปัจจุบันพรรคนี้ได้ยุบตัวเองไปแล้ว ส.ส. 1 คนดังกล่าวจะจัดสรรไปให้พรรคไหน ด้วยหลักเกณฑ์อะไร กกต. ต้องชี้แจงให้ชัดเจน จะโอนให้พรรคพลังประชารัฐโดยพลการไม่ได้   “อีกข้อสังเกตหนึ่ง เป็นไปได้ที่ กกต. จะคำนวณจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อใหม่ บนฐานของจำนวน ส.ส. เขต ที่แต่ละพรรคได้รับเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ไม่ได้คิดอยู่บนฐาน ส.ส. เขตที่พรรคการเมืองมี ณ ปัจจุบันจริงๆ นั่นหมายความว่า แม้พรรคพลังประชารัฐจะดูด ส.ส. งูเห่าจากพรรคอนาคตใหม่เข้าไปแล้ว ซึ่งทำให้มีจำนวน ส.ส. เกินจำนวน ส.ส. พึงมีอยู่ในปัจจุบัน แต่ไม่ต้องลดจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อลง” ชัยธวัชกล่าว   ชัยธวัชกล่าวทิ้งท้ายว่า ทั้ง 2 ประเด็นดังกล่าว ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า การประกาศจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ เมื่อวันก่อนนั้น เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายรัฐบาลหรือไม่ กกต. ควรต้องออกมาชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่า ดำเนินการคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ให้พรรคการเมืองอย่างไร

“พรรณิการ์” เผย เล็งซักฟอก “ป๊อก – วิษณุ” บริหารผิดพลาด

  เมื่อวันที่ 28 มกราคม เวลา 13.00 น. ที่พรรคอนาคตใหม่ พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเรื่องการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ และความคืบหน้าในการเตรียมสู้คดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ โดยระบุว่าพรรคอนาคตใหม่ได้เตรียมการที่จะอภิปรายรัฐมนตรีหลายคน เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และวิษณุ เครืองาม ที่จะเป็นผู้ถูก ส.ส. พรรคอนาคตใหม่อภิปรายเป็นหลัก สำหรับภาพรวมในการอภิปรายของพรรคอนาคตใหม่ จะไม่ได้เน้นแค่เรื่องการเปิดโปงการทุจริตหรือการใช้อำนาจในทางมิชอบ แต่จะเป็นเรื่องของการมีส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารประเทศในทางที่ผิดพลาด ความไร้วิสัยทัศน์ที่จะนำพาประเทศ จนไปผิดทิศผิดทาง ซึ่งบางทีสร้างความเสียหายมากกว่าการทุจริตหรือการใช้อำนาจในทางมิชอบเสียอีก   “พรรคอนาคตใหม่ต้องการทำให้ประชาชนได้เห็นว่าความผิดพลาดในการบริหารของรัฐบาลนำมาซึ่งความเสียหายต่อผลประโยชน์และเกียรติภูมิชองชาติ และภาษีของประชาชนมากแค่ไหน นอกจากนี้ พรรคอนาคตใหม่จะไม่ได้วิจารณ์เพียงอย่างเดียว แต่จะชี้ให้เห็นถึงทิศทางที่ถูกควร เพื่อหวังว่ารัฐบาลจะรับฟังและนำไปปรับแก้ เพราะผู้ที่จะได้ประโยชน์ก็คือประชาชน” พรรณิการ์กล่าว   พรรณิการ์กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันก่อน ทีมทนายความได้ไปยื่นเอกสารชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่ครบถ้วนจนเรียบร้อยแล้ว มั่นใจว่าเรื่องนี้พรรคอนาคตใหม่ทำถูกต้อง ไม่ว่าจะพิจารณาจากทั้งตัวบทกฎหมายหรือพิจารณาจากด้านอื่นๆ แต่สิ่งที่ยังคงเป็นคำถามของเราคือกระบวนการตั้งเรื่อง ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นไปโดยชอบธรรมหรือไม่ เป็นไปโดยตามกระบวนการที่ถูกต้องหรือไม่ และสิ่งสำคัญคือเมื่อเราส่งคำชี้แจงไปแล้ว เราก็ได้ร้องขอให้ศาลเปิดการไต่สวนพยานหลักฐาน เพื่อให้เรื่องนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนต่อสาธารณชน   “เราคาดหวังว่าศาลจะเปิดให้มีการไต่สวนพยานหลักฐาน และที่หวังเป็นอย่างยิ่ง คือให้ศาลรัฐธรรมนูญเรียกเอกสารหลุดที่ปรากฏต่อสาธารณแล้วมาจากทาง กกต. ด้วยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพิจารณาคดี เพราะเรื่องนี้เมื่อเปิดออกมาแล้วได้สร้างข้อกังขาให้กับประชาชนทั้งประเทศ ว่าในเมื่อคณะกรรมการไต่สวนยกคำร้องเรื่องนี้ไปทั้งสองชุด ทำไม กกต. ยังคงดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีการเรียกเอกสารชุดนี้ ก็จะคงทำให้ประชาชนข้องใจต่อไป” พรรณิการ์กล่าวปิดท้าย

“มานพ” วอน ให้ความเป็นธรรมคดี “บิลลี่” – เดินหน้า พ.ร.บ.ป้องกันทรมาน-อุ้มหาย

  เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่พรรคอนาคตใหม่ จากกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในกรณีที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมและการบังคับให้ให้ “บิลลี่” พอละจี รักจงเจริญ สูญหาย นั้น มานพ คีรีภูวดล ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (ปะกาเกอญอ) กล่าวว่า กรณีที่อัยการไม่ส่งฟ้องถือว่าเป็นประเด็นสำคัญมาก เพราะเป็นคดีที่สังคมไทยให้ความสำคัญ บิลลี่เป็นบุคคลที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน เป็นตัวแทนพี่น้องกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ที่ออกมายืนหยัดต่อสู้ในสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน เป็นคนออกมายืนยันว่าปู่คออี้และชาวบ้านที่ถูกหน่วยงานราชการไล่รื้ออพยพ ใช้กำลังบังคับไล่ที่ เผายุ้งฉาง โยกย้ายชาวบ้านออกมาจากหมู่บ้าน “ใจแผ่นดิน” เป็นคนดั้งเดิมในพื้นที่ จากเอกสารหลักฐานไม่ว่าจะเป็นแผนที่ทหาร 1:50,000 ที่เขียนยืนยันชัดเจนว่าบ้านใจแผ่นดินเป็นราษฎรบนพื้นที่สูงของประเทศไทย กรมประชาสงเคราะห์ในขณะนั้นก็สำรวจและถือเป็นหมู่บ้านเป้าหมายในการทำงาน บิลลี่เป็นคนหนึ่งที่เป็นผู้นำชุมชน ออกมาต่อสู้เรียกร้องให้กับปู่คออี้และคนในชุมชน ประเด็นสำคัญก็คือก่อนที่บิลลี่จะถูกอุ้มหาย ศาลปกครองได้ตัดสินแล้วว่าปู่คออี้อยู่อย่างชอบด้วยกฎหมาย อุทยานต้องชดเชยค่าเสียหาย แต่หลังจากนั้นวันที่ 17 สิงหาคมปี 2557 บิลลี่ก็สูญหายไป     “คดีนี้มีการต่อสู้หลายระดับ ทั้งในขั้นตอนตำรวจและหน่วยงานราชการปกติ สุดท้ายก็ไม่มีความคืบหน้าใดเกิดขึ้น ทางภรรยาของบิลลี่ คือ มุนอ ก็ได้ยื่นเรื่องไปที่ดีเอสไอ กระบวนการสืบสวนผ่านมาปีกว่าๆก็พบหลักฐานชิ้นสำคัญ คือชิ้นส่วนกะโหลดศรีษะมนุษย์อยู่ในถัง 200 ลิตร ในอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน ซึ่งในทางนิติวิทยาศาสตร์ก็ยืนยันแล้วว่าเป็นกะโหลกของบิลลี่ เพราะฉะนั้น การที่อัยการไม่ส่งฟ้อง ผมคิดว่าหน่วยงานที่เป็นต้นเรื่องคือดีเอสไอ จะต้องมีกระบวนการในการท้วงติงหรือสอบถามว่าด้วยเหตุผลอะไรที่ไม่ส่งฟ้อง อย่างไรเมื่อดีเอสไอได้เจอหลักฐาน ได้ประกาศกับพี่น้องประชาชนแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องการสูญหายธรรมดาแต่เป็นการฆาตกรรมอย่างมีการวางแผนเตรียมตัวมาอย่างดี ดีเอสไอมีสิทธิที่จะไปยื่นที่อัยการสูงสุดก็ได้ ผมเข้าใจว่าประชาชนกำลังรอดีเอสไออยู่ และทุกคนก็ยังให้กำลังใจดีเอสไอที่จะทำเรื่องนี้”   มานพกล่าวถึง กรณีปัญหาข้อพิพาทของชุมชนบ้านโป่งลึก-บางกลอยที่ยังคงไม่คลี่คลายจนถึงตอนนี้ โดยระบุว่ารัฐบาลที่มีอำนาจอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สามารถที่จะคลี่คลายปัญหาโดยบังคับใช้มติ ครม.3 ส.ค. 2553 ว่าด้วยการฟื้นฟูคุ้มครองวิถีชีวิตกะเหรี่ยงและชาวเลมาใช้ได้เลย มติ ครม.นี้ผ่านมาสิบกว่าปีแล้วยังคงไม่มีผลบังคับใช้ ซึ่งก็ติดอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ รัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ควรจะต้องหยิบยกกฎหมายเดิมที่มีการยกร่างขึ้นมาแล้ว คือ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย มาพิจารณาให้ผ่านเป็นกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยทุกคนได้รับผลกระทบในแง่ของอำนาจรัฐ และการใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมไม่ถูกต้อง ควรจะมีกฎหมายตรงนี้ออกมาบังคับใช้โดยเร็ว ส่วนอีกกรณีหนึ่งที่เกิดขึ้นในป่าแก่งกระจานที่สำคัญมาก คือ กรณีที่มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ได้มีความเห็นชอบเสนอไปที่องค์กรยูเนสโกให้พิจารณาอุทบานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นมรดกโลกอีกครั้ง หลังจากที่เคยมีการเสนอมาสองถึงสามครั้งและถูกปฏิเสธมา ในการนี้ตนเห็นว่าการประชุมครั้งที่ 43 ที่กรุงบากู ประเทศอาร์เซอร์ไบจานที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการท้วงติงรัฐบาลไปอย่างน้อยสามเรื่อง หนึ่ง ปัญหาชายแดนระหว่างไทย-เมียนมามีความชัดเจนหรือไม่ เพราะเวลาประกาศเขตมรดกโลกจะต้องมีขอบเขตที่ชัดเจน สอง ให้ส่งรายละเอียดว่าพื้นที่ๆมีความพิเศษในเชิงอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศ มีความพิเศษอย่างไร หรือมีกลุ่มชุมชนดั้งเดิมมีอยู่หรือไม่ และประเด็นที่สาม ที่มีความสำคัญมากและเกี่ยวข้องกับกลุ่มพี่น้องที่อยู่ในป่าแก่งกระจาน คือเรื่องที่คณะกรรมการที่ดูแลเรื่องมรดกโลก ระบุว่าถ้ารัฐบาลไทยจะเสนอไปอีกรอบหนึ่ง ให้คลี่คลายประเด็นเรื่องสิทธิชุมชนและสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองก่อน     “เพราะฉะนั้น เรื่องนี้รัฐบาลจะต้องคลี่คลายให้มันเห็นว่าความขัดแย้งอย่างกรณีของบิลลี่จะไม่เกิดขึ้นที่อื่นอีก เพราะฉะนั้นกรณีจะเสนอผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ผมคิดว่าสามประเด็นนี้จะต้องคลี่คลายก่อน ไม่เช่นนั้นผมเชื่อว่าจะมีหน่วยงานองค์กรในระดับสากลมาท้วงติงมาคัดค้าน สุดท้ายเรื่องจะตกไป เสียเวลา เสียโอกาส”   มานพเผยว่า สุดท้าย ตนคิดว่าในฐานะที่ตนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นคนชาติพันธุ์ และเป็นคนพรรคอนาคตใหม่ จะคอยติดตามเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆทีเกี่ยวข้องกับพี่น้องชาติพันธุ์อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดิน เรื่องสัญชาติ เรื่องสภาชนเผ่า เรื่องเขตวัฒนธรรมพิเศษ แต่กรณีผลกระทบในเรื่องของการละเมิดสิทธิพี่น้องชาติพันธุ์และชนเผ่า เป็นเรื่องที่ตนจะติดตามอย่างไม่ลดละต่อไป รวมทั้งในฐานะที่ตนเป็นกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการประทุษร้ายประชาชน ตนก็จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพูดคุยในชั้นกรรมาธิการต่อไปด้วย

“อนาคตใหม่ เมืองคอน” รับหนังสือ ม็อบชาวสวนยางใต้ จี้ รบ. ดันราคายาง 65 บาทขึ้นไป

  วันที่ 28 มกราคม 2563 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานพรรคอนาคตใหม่ สาขาจังหวัดนครศรีธรรมราช จากกรณีกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา รวมตัวกันประท้วงบริเวณแยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เรียกร้องเรื่องราคายางพาราตกต่ำ ไม่เป็นไปตามที่ ส.ส.พรรคร่วรัฐบาล ทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์รับปากไว้ตอนหาเสียงว่าจะทำราคายางพาราสูงขึ้น อย่างต่ำกิโลกรัมละ 65 บาท แต่สถานการณ์ราคายางพารา ยังคงตกต่ำอย่างต่อเนื่องอยู่ที่กิโลกรัมละ 36-37 บาท นั้น     กมล ขาวทอง ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ ได้นำเกษตรกรเกือบ 100 คน เดินทางมาพบปะกับตัวแทนของพรรคอนาคตใหม่ โดยมี พยงค์ ธานีรัตน์ รองหัวหน้าสำนักงาน สาขาพรรค และวิไลลักษณ์ คชพันธ์ ร่วมรับหนังสือตามที่กลุ่มเกษตรกรเรียกร้อง โดยขอให้พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ช่วยทวงสัญญา และกระทุ้งถามรัฐบาลซึ่งประกอบด้วยทั้งสองพรรคการเมืองนั้น ให้ดำเนินนโยบายเกี่ยวกับราคายางพาราตามที่ได้หาเสียงไว้

“ส.ส. ชาติพันธุ์ อนาคตใหม่” ให้กำลังใจ “ดีเอสไอ” ถามเหตุอัยการไม่สั่งฟ้องคดี “บิลลี่”

  มานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้แทนจากกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) กล่าวถึงกรณีอัยที่การไม่สั่งฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ในกรณีที่ต้องสงสัยว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมและบังคับให้สูญหาย นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ “บิลลี่” ที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีมติสั่งฟ้องต่ออัยการไป ว่า บิลลี่เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่สำคัญในผืนป่าแก่งกระจาน โดยเฉพาะจากกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐบังคับให้ชาวบ้านกะเหรี่ยงในหมู่บ้าน “ใจแผ่นดิน” ที่มีผู้นำชุมชนคือปู่คออี้ โยกย้ายออกจากพื้นที่ มีการเผายุ้งฉางของชาวบ้านเพื่อขับไล่และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอื่นๆในปฏิบัติการตะนาวศรีเมื่อปี 2554 มานพกล่าวว่า บิลลี่เป็นคนช่วยเหลือชาวบ้านและปู่คออี้ในกรณีบ้านใจแผ่นดิน เป็นคนที่เปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด พร้อมรวบรวมและเปิดเผยหลักฐานว่าปู่คออี้และชาวบ้านเป็นคนที่อาศัยอยู่มาแต่ก่อนในพื้นที่ป่าแก่งกระจาน ซึ่งในที่สุดศาลปกครองก็มีคำวินิจฉัยยืนยัน ว่าปู่คออี้เป็นคนดั้งเดิมที่อยู่ในพื้นที่ เป็นคนไทยสัญชาติไทย มีหลักฐานทางราชการคือกรมประชาสงเคราะห์ได้ออกมาสำรวจ และในแผนที่ทหารก็ปรากฏชัดเจนว่าพื้นที่นั้นเป็นหมู่บ้านใจแผ่นดินมาแต่เดิม   “เป็นที่ประจักษ์แล้ว ว่าการที่บิลลี่ช่วยเหลือปู่คออี้และชาวบ้าน และการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในผืนป่าแก่งกระจาน คือสาเหตุของการบังคับให้สูญหาย สิ่งนี้รัฐมีหน้าที่ในการสืบค้น ค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นบิลลี่ ความชัดเจนเกิดหลังจากที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอป็นคนมารับผิดชอบคดี หลังจากที่กระบวนการยื่นเรื่องหลายขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นต่อศาลในระดับจังหวัดหรือตามขั้นตอนปกติอื่นๆไม่สามารถจะนำไปสู่ความคืบหน้าได้ จึงไปอยู่ในมือของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ซึ่งพิสูจน์ทราบแล้วว่าการสูญหายเกิดจากการฆาตกรรม โดยสิ่งที่ยืนยันเป็นหลักฐานในการฆาตกรรม ก็คือชิ้นส่วนมนุษย์ที่เป็นกะโหลกศรีษะที่พบเจอในเขื่อนแก่งกระจาน และในทางนิติวิทยาศาสตร์ก็ยืนยันว่าเป็นของบิลลี่”     มานพกล่าวต่อไปว่า ดังนั้น กรณีที่ล่าสุดอัยการสั่งไม่ฟ้องนายชัยวัฒน์ในคดีบิลลี่ ดีเอสไอควรมีหนังสือไปโต้แย้งหรือเพื่อขอทราบเหตุผลว่าทำไมไม่สั่งฟ้องในกรณีบิลลี่ถูกฆาตกรรมและบังคับให้สูญหาย เพราะหากปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมปรากฏขึ้นอย่างที่เป็นอยู่นี้ ย่อมส่งผลถึงความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมโดยรวม และที่สำคัญ ประชาชนที่พบเจอกับเหตุการณ์คล้ายๆกัน คือการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการใช้อำนาจทางกฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ไปละเมิดหรือเข้าข่ายในการละเมิด ย่อมจะมีความเกรงกลัว ไม่กล้าที่จะออกมาพูดความจริง เพราะกรณีอย่างที่เกิดขึ้นของบิลลี่ ก็ไม่สามารถที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งประชาชนก็คาดหวังว่าจะเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้   “ขอเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานดีเอสไอซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับการชื่นชมจากพี่น้องประชาชนว่ามีความเป็นกลาง ทำให้หลายๆเรื่องได้รับการยกย่องจากประชน ว่าสามารถค้นหาความจริงจนเป็นที่ยอมรับจากประชาชน กรณีเรื่องบิลลี่นี้ดีเอสไอที่รับผิดชอบตั้งแต่ต้น มีเนื้อหาสาระประเด็นครบถ้วน จำเป็นต้องมีเอกสารไปยังอัยการ หรือส่งฟ้องเองต่ออัยการสูงสุด”   มานพยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่ควรจะมีการดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการเช่นนี้นี้อีก คือการที่หน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐที่ดูแลในพื้นที่ป่าอย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรจะออกมาบังคับใช้มติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 ซึ่งพูดถึงการคุ้มครองฟื้นฟูสิทธิชุมชนพี่น้องชาวกะเหรี่ยงและพี่น้องชนเผ่าอื่นๆที่อยู่ในเงื่อนไขลักษณะแบบนี้ ขณะเดียวกันตอนนี้รัฐบาลมีความพยายามผลักดันกลุ่มผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมการมรดกโลกหรือยูเนสโกได้มีข้อท้วงติงมายังประเทศไทยสองสามเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขตแดน หรือเรื่องของการอนุรักษ์ หรือศักยภาพหรือพื้นที่ๆควรจะเป็นมรดกโลก และที่สำคัญคือเรื่องของสิทธิชุมชน เรื่องของสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ที่จะต้องได้รับการคุ้มครอง ตรงนี้รัฐควรจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน   “สุดท้าย ภาครัฐจะต้องเร่งดำเนินการออกกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งจะมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน จากการปราบปราม การทรมาน การทำให้บุคคลต้องสูญหาย เป็นกฎหมายสำคัญที่รัฐบาลชุดนี้หรือทุกๆฝ่ายจะต้องผลักดันให้เกิดขึ้นมาให้ได้”

“จารุวรรณ” ข้องใจ กกต. จงใจปกปิดข้อมูลสำนวนยุบพรรคคดีกู้เงิน

จารุวรรณ ศรันย์เกตุ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อและกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ได้เข้ายื่นหนังสืออุทธรณ์ต่อประธานกรรมการข้อมูลข่าวสาร เพื่อขอให้ทำการเปิดเผยเอกสารสามรายการ เกี่ยวกับกรณีที่ กกต. ส่งฟ้องคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เคลือบแคลงการปฏิบัติหน้าที่ผิดขั้นตอนของ กกต.

“กมธ.กฎหมาย” เชิญ “ตำรวจ-อธิการบดี” ชี้แจง แทรกแซงกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง”

คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย ปิยบุตร แสงกนกกุล เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องพิจารณาศึกษาและสอบหาข้อเท็จจริง กรณีการใช้อำนาจในการแทรกแซง การจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง

1 2 3 4 5 6 31