fbpx

พรรคอนาคตใหม่

(คลิป) อนาคตใหม่ พัฒนา 3 จังหวัดใต้ให้น่าอยู่

มารีอา เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่จาก จังหวัดนราธิวาส ที่มีโอกาสได้เดินทางเข้ามาศึกษาเล่าเรียนในกรุงเทพฯ แต่กระนั้น หญิงสาวก็ใฝ่ฝันถึงการกลับไปใช้ชีวิตในถิ่นฐานบ้านเกิด  อยากเห็นการพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่เธอจากมา โดยฝากไว้ว่า ถ้าพรรคอนาคตใหม่ได้เป็นรัฐบาล อยากให้สร้างความเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมพัฒนา 3 จังหวัดใต้ให้กลับมาสวยงาม ดึงดูดผู้คนให้มาท่องเที่ยวได้อีกครั้ง “3 จังหวัดชายแดนใต้ในสายตาคนกรุงเทพฯ อาจจะเป็นภาพความกลัว เพราะคนเห็นแต่ข่าวระเบิดรายวัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว 3 จังหวัดมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามหลายที่ มีความสงบสุขมากกว่าที่มีเหตุการณ์ ซึ่งเป็นแค่บางพื้นที่เท่านั้น อย่างตัวเอง เวลากลับบ้านไม่เคยรู้สึกกลัว รู้สึกอบอุ่นมากกว่า” ถามถึงเหตุผลที่ทำให้เธอตัดสินใจมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ คำตอบที่ได้รับ คือการเปรียบเทียบให้เห็นภาพเป็นเหตุเป็นผลว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องมาลงเล่นการเมืองก็ได้ เพราะมีทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่เขาก็สละตัวเอง แสดงว่าไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว แต่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม อยากที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตจริงๆ ดังนั้น จึงอยากมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น “อยากให้อนาคตใหม่ ให้โอกาสคนที่ไม่มีโอกาสได้นำเสนอความคิดตัวเอง ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนคนรวยให้มีช่องทางที่แคบลง”  นั่นคือความคาดหวังที่หญิงสาวจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ฝากไว้   #พรรคอนาคตใหม่ #ไทย2เท่า อนาคตใหม่ อนาคตคุณ [ อนาคตใหม่ พัฒนา 3 จังหวัดใต้ให้น่าอยู่ ]มารีอา เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่จาก จ.นราธิวาส ที่มีโอกาสได้เดินทางเข้ามาศึกษาเล่าเรียนในกรุงเทพฯ แต่กระนั้น หญิงสาวก็ใฝ่ฝันถึงการกลับไปใช้ชีวิตในถิ่นฐานบ้านเกิด อยากเห็นการพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่เธอจากมาก โดยฝากไว้ว่า ถ้าพรรคอนาคตใหม่ได้เป็นรัฐบาล อยากให้สร้างความเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมพัฒนา 3 จังหวัดใต้ให้กลับมาสวยงาม ดึงดูดผู้คนให้มาท่องเที่ยวได้อีกครั้ง"3 จังหวัดชายแดนใต้ในสายตาคนกรุงเทพฯ อาจจะเป็นภาพความกลัว เพราะคนเห็นแต่ข่าวระเบิดรายวัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว 3 จังหวัดมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามหลายที่ มีความสงบสุขมากกว่าที่มีเหตุการณ์ เพราะนั่นแค่บางพื้นที่เท่านั้น อย่างตัวเอง เวลากลับบ้านไม่เคยรู้สึกกลัว รู้สึกอบอุ่นมากกว่า" มารีอาเผยถามถึงเหตุผลที่ทำให้เธอตัดสินใจมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ คำตอบที่ได้รับ คือการเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เป็นเหตุเป็นผลว่า คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องมาลงเล่นการเมืองก็ได้ เพราะมีทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่เขาก็สละตัวเอง แสดงว่าไม่เห็นประโยชน์ส่วนตัว แต่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม อยากที่เปลี่ยนแปลงอนาคตจริงๆ ดังนั้น จึงอยากมีส่วนร่วม โดยมีความหวังเห็นการเปลี่ยนแปลง"อยากให้อนาคตใหม่ ให้โอกาสคนที่ไม่มีโอกาสได้นำเสนอความคิดตัวเอง ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนคนรวยให้มีช่องทางที่แคบลง" เป็นความคาดหวังที่หญิงสาวจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ฝากไว้#พรรคอนาคตใหม่ #ไทย2เท่า 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2018年10月11日周四

(คลิป) การเมืองเรื่องสนุก อนาคตใหม่ต้องการคุณ

หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ เนืองแน่นตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดรับสมัคร  บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และบทสนทนาที่เป็นการยืนยันว่า ทุกคนพร้อมจะเดินหน้าไปด้วยกันในฐานะ  “สมาชิกพรรคอนาคตใหม่” เช้าวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 ที่ชั้น 5 อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นสำนักงานของพรรคอนาคตใหม่ ผู้คนมากมายเดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค เลือกซื้อของที่ระลึก ตลอดจนบริจาคเงินเพื่อเป็นการระดมทุน สร้างพรรคการเมืองที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน ภาพวัยรุ่นหนุ่มสาวชวนกันมาสมัครสมาชิก ครอบครัวใหญ่หอบลูกจูงหลานมากันทั้งบ้าน คนสูงวัย คนพิการ ที่แม้จะเดินทางยากลำบากสักหน่อยแต่ก็ไม่ย่อท้อ – เหล่านี้ไม่ใช่ภาพที่เกิดขึ้นได้ง่ายนัก กับสิ่งที่เรียกว่า “การเมืองไทย” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้เหตุผลการเปิดรับสมัครสมาชิกวันแรก แบบที่ผู้สนใจต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง ทั้งที่ระบบออนไลน์มีความพร้อมแล้ว และเตรียมเปิดใช้ในวันถัดไปว่า เป็นความจงใจ ที่อยากจะให้ทุกคนได้มาเจอะเจอกัน พูดคุย จับมือ ถ่ายรูปร่วมกัน ทำให้เกิดบรรยากาศที่ครึกครื้น ทำการเมืองให้เป็นเรื่องสนุกสนาน รวมทั้งเป็นบรรยากาศแห่งความหวังว่าเราจะสร้างอนาคตที่ดีกว่านี้ร่วมกันได้ ขณะที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันชัดเจนว่า เราอยากจะทำให้สังคมไทยเห็นว่า การมาเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้น่ากลัว ไม่ใช่เรื่องต้องปิดบัง เราอยากจะสร้างกระแสนี้ให้เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาคนไทยอยู่ในบรรยากาศการเมืองแห่งความกลัว  มองการเมืองเป็นเรื่องไม่ดีมาตลอด พรรคอนาคตใหม่ต้องการที่จะเปลี่ยนความคิดนี้ และคลิปต่อไปนี้ คือ บรรยากาศของการเมืองแห่งความสนุกสนาน การเมืองซึ่งเป็นเรื่องของทุกคน… อนาคตใหม่ต้องการคุณ  สมัครสมาชิกพรรครุ่นแรก [ การเมืองเรื่องสนุก อนาคตใหม่ต้องการคุณ ]หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ เนืองแน่นตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดรับสมัคร บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และบทสนทนาที่เป็นการยืนยันว่า ทุกคนพร้อมจะเดินหน้าไปด้วยกันในฐานะ "สมาชิกพรรคอนาคตใหม่"เช้าวันเสาร์ 6 ตุลาคม ที่ชั้น 5 อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นสำนักงานของพรรคอนาคตใหม่ ผู้คนมากมายเดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค เลือกซื้อของที่ระลึก ตลอดจนบริจาคเงินเพื่อเป็นการระดมทุน สร้างพรรคการเมืองที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน ภาพวัยรุ่นหนุ่มสาวชวนกันมาสมัครสมาชิก ครอบครัวใหญ่หอบลูกจูงหลานมากันทั้งบ้าน คนสูงวัย คนพิการ ที่แม้จะเดินทางยากลำบากสักหน่อยแต่ก็ไม่ย่นย่อท้อ – เหล่านี้ไม่ใช่ภาพที่เกิดขึ้นได้ง่ายนัก กับสิ่งที่เรียกว่า "การเมืองไทย"ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้เหตุผลการเปิดรับสมัครสมาชิกวันแรก แบบที่ผู้สนใจต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง ทั้งที่ระบบออนไลน์มีความพร้อมแล้ว และเตรียมเปิดใช้ในวันถัดไปว่า เป็นความจงใจ ที่อยากจะให้ทุกคนได้มาเจอะเจอกัน พูดคุย จับมือ ถ่ายรูปร่วมกัน ทำให้เกิดบรรยากาศที่ครึกครื้น ทำการเมืองให้เป็นเรื่องสนุกสนาน รวมทั้งเป็นบรรยากาศแห่งความหวังว่าเราจะสร้างอนาคตที่ดีกว่านี้ร่วมกันได้ขณะที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันชัดเจนว่า เราอยากจะทำให้สังคมไทยเห็นว่า การมาเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้น่ากลัว ไม่ใช่เรื่องต้องปิดบัง เราอยากจะสร้างกระแสนี้ให้เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาคนไทยอยู่ในบรรยากาศการเมืองแห่งความกลัว มองการเมืองเป็นเรื่องไม่ดีมาตลอด พรรคอนาคตใหม่ต้องการที่จะเปลี่ยนความคิดนี้และคลิปต่อไปนี้ คือ บรรยากาศของการเมืองแห่งความสนุกสนาน การเมืองซึ่งเป็นเรื่องของทุกคน… อนาคตใหม่ต้องการคุณ สมัครสมาชิกพรรคทางออนไลน์ได้ทั่วประเทศ ตลอด 24 ชม. แล้ววันนี้ที่ >> https://futureforwardparty.org/join#พรรคอนาคตใหม่ #ไทย2เท่า 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2018年10月7日周日   สมัครสมาชิกพรรคทางออนไลน์ได้ทั่วประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมงได้แล้ววันนี้ที่ >> https://futureforwardparty.org/join   #พรรคอนาคตใหม่ #ไทย2เท่า

ได้เวลาอนาคตใหม่ เปิดวิสัยทัศน์ “อนาคตใหม่ ไทย 2 เท่า”

นับจากวันที่ 27 พฤษภาคม 2561 ซึ่งมีการประชุมจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่มีการเลือกกรรมการบริหารรับรองข้อบังคับ แนวนโยบาย พรรคตามที่กฎหมายกําหนด และได้มีการยื่นเอกสารให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดําเนินการพิจารณาในวันที่ 21 มิถุนายนที่ ผ่านมา ในที่สุดวันที่ 28 กันยายน 2561 กกต. ได้มีมติรับจดทะเบียนพรรคอนาคตใหม่ถือเป็นการเริ่มต้นพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะหนึ่งในพรรคการเมืองหลักของประเทศ ในวันนี้พรรคอนาคตใหม่ประกาศวิสัยทัศน์สําหรับประเทศไทยว่าอนาคตใหม่ที่เราต้องการสร้างร่วมกับทุกคนคืออนาคตของ “ไทย 2 เท่า” นั่นก็คือเท่าเทียมกันและเท่าทันโลก ประเทศไทยจะต้องพัฒนาไปอย่างมีทิศทาง บนหลักการที่ประชาชนต่างมีสิทธิเสรีภาพ มี โอกาสในการเติบโตก้าวหน้าอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกันในสังคม และในขณะเดียวกันก็ต้องยืนหยัดอย่างมีศักดิ์ศรีในประชาคมโลก แข่งขันให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางการพัฒนาเศรษฐกิจยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสร้างความเท่าเทียมกันและเท่าทันโลกจะทําผ่าน 6 นโยบายหลักของพรรค ได้แก่ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตรก้าวหน้า ยกระดับ การศึกษา การพฒั นาอุตสาหกรรมรถไฟ การเพิ่มอํานาจท้องถิ่น การลดความเหลื่อมลํ้าในสังคมผ่านระบบภาษี และรัฐสวัสดิการแบบ เท่าเทียมทั้งชีวิต จากวันแรกของการก่อตั้ง พรรคอนาคตใหม่เดินทางไปพบปะประชาชนแล้วใน 70 จังหวัดทั่วประเทศไทย ตั้งคณะทํางานจังหวัดครบ ทั้ง 77 จังหวัด และมีอาสาสมัครออนไลน์แล้ว 7,000 คน จากนี้ไปพรรคอนาคตใหม่จะทํางานอย่างแข็งขันยิ่งขึ้น สร้างพรรคที่เป็นของ ประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง การรับสมัครสมาชิกและระดมทุน เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมมีส่วนในการสร้างพรรค และตัดสินใจผ่านกระบวนการประชาธิปไตยทางตรง จะทําผ่านเวบ็ ไซต์ของพรรค ซึ่งเป็นช่องทางสําหรับการลงคะแนนไพรมารี เลือกตั้งกรรมการบริหาร รวมถึงประชามติในพรรค 1 เสียงของสมาชิกมีค่าเท่ากัน และทุกเสียงจะเป็นผู้กําหนดทางเดินของพรรคอนาคตใหม่ ทั้งในการเลือกตั้งที่จะมาถึงในเดือน กุมภาพันธ์ปีหน้า และงานระยะยาวในอนาคต ได้เวลาอนาคตใหม่ ได้เวลาอนาคตไทย ได้เวลาที่อนาคต “เรา” จะเป็นผู้กําหนดเอง พรรคอนาคตใหม่ 1 ตุลาคม 2561

“ธนาธร” ลั่นพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ย้ำเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ชูเชื่อมโยงนโยบาย 6 ด้าน ยืนยันพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี และพร้อมร่วมงานกับพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกัน โดยพรรคยึดหลักการ ไม่สืบทอดอำนาจจาก คสช. ทุกรูปแบบ ย้ำเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ วันนี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการ พร้อมแถลงวิสัยทัศน์ หลัง กกต. ประกาศรับรองเป็นพรรคการเมือง ร่วมกับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค นายไกลก้อง ไวทยการ นายทะเบียนพรรค นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ทีมที่ปรึกษาด้านนโยบายพรรค ทั้งนี้หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่ ร่วมกล้าฝัน มาร่วมกับอุดมการณ์ของพรรค ทำให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ “อนาคตใหม่ ไทย 2 เท่า” ที่ต้องการส่งเสริมความเท่าเทียมกันและเท่าทันโลก  โดยประเทศไทยจะต้องพัฒนาไปอย่างมีทิศทางบนหลักการที่ประชาชนต่างมีสิทธิเสรีภาพ มีโอกาสในการเติบโตก้าวหน้าอย่างเสมอภาค ขณะเดียวกันต้องยืนหยัดอย่างมีศักดิ์ศรีในประชาคมโลก แข่งขันให้ได้มีประสิทธิภาพท่ามกลางการพัฒนาเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พร้อมแถลงนโยบายหลักของพรรค 6 ด้าน คือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตรก้าวหน้า ยกระดับการศึกษา การพัฒนาอุตสาหกรรมรถไฟ การเพิ่มอำนาจท้องถิ่น การลดความเหลื่อมล้ำในสังคมผ่านระบบภาษี และรัฐสวัสดิการแบบเท่าเทียมทั้งชีวิต ซึ่งนโยบายเหล่านี้ล้วนมาจาก กรอบนโยบาย 3 ป. คือ ปลดล็อก: กฎหมายที่มีข้อจำกัด ปรับโครงสร้าง: ภาษีและงบประมาณ และ เปิดโอกาส: การมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ นายธนาธร ยังระบุถึงความพร้อมของพรรคว่า พรรคอนาคตใหม่ได้เดินทางพบปะประชาชนแล้ว 70 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมตั้งคณะทำงานจังหวัดครบแล้วทั้ง 77 จังหวัด และมีอาสาสมัครออนไลน์ 7,000 คน  จากนี้ไปพรรคอนาคตใหม่จะทำงานอย่างแข็งขันขึ้นเพื่อสร้างพรรคที่เป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง การรับสมัครสมาชิกและระดมทุน เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมมีส่วนในการสร้างพรรคและตัดสินใจผ่านกระบวนการประชาธิปไตยทางตรง ซึ่งจะทำผ่านเว็บไซต์ อันเป็นช่องทางสำหรับการลงคะแนนไพรมารี่เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค รวมถึงประชามติในพรรค  นายธนาธร ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมโดยระบุว่าจะใช้ระบบไพรมารีโหวตเลือกผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค แต่ครั้งแรกอาจไม่สมบูรณ์แบบ และเชื่อว่าการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นตามที่วางโรดแมปแต่อาจขยับเล็กน้อย พร้อมยืนยันต้องการอำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ และพร้อมร่วมงานกับพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกัน โดยพรรคยึดหลักการ คือ ไม่เอาการสืบทอดอำนาจจาก คสช. ทุกรูปแบบ และพรรคจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ล้มล้างผลพวงรัฐประหาร หากนอกเหนือกรอบนี้ไม่ขอร่วมงาน และในอนาคตเป็นไปได้หมดว่าจะร่วมงานกับพรรคใด เพราะการเมืองเป็นเรื่องของการต่อรอง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนประเมินสถานการณ์ เพราะเป็นพรรคใหม่ที่ยังไม่มีฐานเสียง จึงยังไม่ได้วางเป้าว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ ส.ส. กี่ที่นั่ง แต่ส่วนตัวยืนยันว่าพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค แถลงว่า พรรคอนาคตใหม่จะเป็นพรรคที่ทำการเมืองระยะยาว ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ โดยจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต ทั้งนี้ขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ไม่อยากอยู่กับเผด็จการทหาร และการเมืองแบบเก่าที่ไม่สร้างสรรค์ มาร่วมสมัครเป็นสมาชิกพรรค   ขอบคุณข้อมูลจาก ช่อง 3 http://news.ch3thailand.com/politics/78848?fbclid=IwAR1OmiV0IyOEjYj4r47hH_jBVIcwRL2mHRuryz2Tj7LEffgOOEMMo-Q6ZSs

คนหนุ่มสาวกับความหวังทางการเมือง

คณะดูงานของ Kagoshima University ประเทศญี่ปุ่น  ได้มาเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอนาคตใหม่ สาเหตุการดูงานครั้งนี้มาจากความรู้สึกที่ว่า “คนหนุ่มสาวญี่ปุ่นยุคใหม่รู้สึกถูกตัดขาดออกจากสังคมการเมือง  หรือแม้แต่ความหวังต่ออนาคตก็ไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่นัก นอกจากนี้สถานการณ์และสภาพทางสังคมและการเมืองในประเทศญี่ปุ่นก็ไม่น่าไว้วางใจมากขึ้นเรื่อยๆ” อาจารย์ผู้พานักศึกษามาเยือนอนาคตใหม่กล่าวว่า  “ตอนนี้สถานการณ์ที่ไทยน่าสนใจและคึกคัก ผมหวังว่าการดูงานครั้งนี้จะช่วยจุดประกายสำนึกทางสังคมหรือทางการเมือง  คุณค่าของการเรียนรู้ และวิถีชีวิตแห่งความเป็นพลเมืองโลกให้กับคนหนุ่มสาวในญี่ปุ่นได้” นอกจากแนวคิดของการทำพรรคการเมืองท่ามกลางข้อจำกัด  เราพูดคุยกันถึงอำนาจของคนรุ่นใหม่ ความมั่นใจของคนรุ่นใหม่ และการแสวงหาคุณค่าในตัวเอง อนาคตใหม่ส่งเสริมให้คนทุกเพศทุกวัยไม่ย่อท้อต่อลำดับชั้นทางจารีตสังคม ปฏิเสธวิธีทำการเมืองอุปถัมภ์ ส่งเสริมให้ผู้คนตั้งคำถามต่ออำนาจ อนาคตใหม่มุ่งหวังที่จะทลายกำแพงศักยภาพและเรียกคืนความกระตือรือร้นของคนหนุ่มสาวให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง คำถามที่น่าสนใจคือคำถามที่ว่า  “วิธีคิดของพรรคออกแบบมาอย่างละเอียดและน่าสนใจมาก แต่ในทางปฏิบัติ สังคมของเราซับซ้อนเหลือเกิน ถ้าอย่างนั้น เราจะทำให้ทุกคนเท่ากันจริงๆ  ได้อย่างไร”   คำตอบมีดังต่อไปนี้ ความไม่เท่ากันในที่นี้สะท้อนผ่านโครงสร้างรัฐ  ง่ายที่สุดคือตัวอย่างเรื่องการจัดสรรสวัสดิการและคุณภาพการศึกษา  อนาคตใหม่จะกระจายความเท่าเทียมผ่านการจัดสรรสวัสดิการใหม่ และกระจายอำนาจการปกครองให้ท้องถิ่นมีอิสระมากขึ้น – การแก้ไขความไม่เท่าเทียมทางโครงสร้างเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองสามารถจะทำได้ และเป็นสิ่งที่ควรจะต้องทำ ในประเทศไทยยังมีความไม่เท่ากันในทางวัฒนธรรมและในทางความเชื่ออีกด้วย   สิ่งที่อนาคตใหม่สามารถทำได้เลยในวันนี้ คือการเริ่มจากภายในองค์กร สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดสะท้อนผ่านการจัดโต๊ะทำงานให้กระจายไปตามมุมต่างๆ  โดยไม่รู้สึกถึงความเป็นลำดับขั้น ผู้บริหารหรือหัวหน้าพรรคก็ไม่มีโต๊ะประจำ สามารถนั่งตรงไหนก็ได้   ส่วนเรื่องที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้และปรับตัวจากความคุ้นชินเดิมของคนในสังคม เช่น อคติต่อเพศ อายุ รูปลักษณ์ ภูมิหลัง  ในพรรคเรามีคณะทำงานที่ส่งเสียงถึงประเด็นดังกล่าวโดยตรง เรามีตัวแทนผู้พิการ ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี ผู้แทนแรงงาน  ผู้แทนประชาชนที่อยู่ตามจังหวัดต่างๆ มีผู้แทนความหลากหลายทางเพศ ผู้แทนคนรุ่นใหม่ อนาคตใหม่เราประกอบสร้างด้วยคนเหล่านี้ และเมื่อทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมของพรรค  เราก็จะคอยสะท้อน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถึงวิธีการที่เราปฏิบัติต่อกัน เพื่อให้พรรคเป็นพรรคของคนทุกคนให้ได้มากที่สุด และเพราะการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมต้องใช้เวลา จึงต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ไปพร้อมๆ กับการทำงานด้านโครงสร้าง เรายังคุยกันถึงเรื่องความเป็นมาของการเมืองไทย วังวนรัฐประหาร และสาเหตุที่ทำให้คนไทยสิ้นหวังกับการเมือง  จนมาสู่แนวทางของการทำพรรคโดยประชาชน นักศึกษาจากภาควิชา Civil Engineering กล่าวกับเราว่า “จริงๆ แล้วผมไม่เคยคิดหรือสนใจเรื่องการเมืองมาก่อนเลย  วันนี้ผมพบว่าผมรู้เรื่องของประเทศญี่ปุ่นน้อยมาก การได้พูดคุยวันนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าการเมืองเป็นเรื่องที่สามารถเรียนรู้ได้และเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจได้ หลังจากกลับไปที่ญี่ปุ่น ผมจะศึกษาเกี่ยวกับสังคมของตัวเองให้มากขึ้น”   #พรรคอนาคตใหม่ #FWP #FutureForwardParty

อนาคตไทย ที่ดูมีอนาคต

  เมื่อวันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2561 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปิดบรรยายหัวข้อ  “อนาคตประเทศไทยกับพรรคการเมืองยุคใหม่” รวมถึงแลกเปลี่ยนและอภิปรายกับนักศึกษาและคณาจารย์ ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ธนาธรกล่าวว่าในทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญทั้งหมด 4 ฉบับ รัฐประหาร 2 ครั้ง รัฐบาล 7 ชุด และมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 4 ครั้ง ข้อเท็จจริงเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการขาดเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทย รวมถึงความขัดแย้งที่ยังคงดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน วาทกรรมต่างๆ  ที่สร้างความเกลียดชังในความขัดแย้งระหว่างประชาชนที่มีความเห็นต่างทางการเมือง ทำให้ประชาชนเหล่านี้เกลียดกลัวการเมือง และเบี่ยงประเด็นให้ประชาชนไม่สนใจโครงสร้างอำนาจที่ไม่เคยจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง การเมืองเป็นเรื่องของนโยบายสาธารณะที่ส่งผลกระทบถึงประชาชนทุกๆ คน แน่นอนว่าการรัฐประหารย่อมไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหาความขัดแย้ง แก้ไม่ได้แม้กระทั่งปัญหาการคอร์รัปชั่น และยังเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการเกิดความเหลื่อมล้ำซึ่งล้วนแล้วเป็นผลพวงจากการรวบอำนาจ  การกระจุกตัวของอำนาจทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในรอบยี่สิบปีที่ผ่านมาช้ากว่าประเทศอื่น  ยังไม่รวมถึงประเทศเกาหลีใต้ ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระนาบเดียวกับประเทศไทย ประเทศเกาหลีใต้สามารถหลุดพ้นกับดักความเจริญเติบโต นำพาประเทศไปสู่ความเจริญจนถือเป็นแนวหน้าในเอเชีย และทั้งหมดนี้สำเร็จลงได้เมื่อเกาหลีใต้ตัดสินใจหยุดยั้งการทำรัฐประหาร ไม่ปฏิเสธประชาธิปไตย คืนอำนาจให้กับประชาชน  เมื่อย้อนกลับมามองอนาคตของประเทศไทย ตราบใดที่เราไม่แก้ไขปัญหาทางการเมือง ไม่นำพาประเทศกลับสู่หนทางประชาธิปไตยอย่างที่ควรจะเป็น ปัญหาต่างๆ ก็ไม่อาจแก้ไขให้สำเร็จลงได้   #พรรคอนาคตใหม่ #FWP #FutureForwardParty

(คลิป) ทุนทางวัฒนธรรม ปลดปล่อยศักยภาพท้องถิ่น

น่าเสียดายที่ความงดงามและรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ถูกกลบด้วยเสียงปืนและเสียงระเบิด ข่าวจากทางหน้าจอโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือแม้แต่อินเตอร์เน็ต รายงานแต่เรื่องเหตุการณ์ความรุนแรง จนทำให้ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าใกล้ ปิยบุตร แสงกนกกุล ว่าที่เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปเยือนพื้นที่ดังกล่าวเพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนใน 3 จังหวัด เริ่มต้นตั้งแต่ จังหวัดปัตตานี ไปต่อที่ จังหวัดยะลา ก่อนที่จะมาสิ้นสุดที่ จังหวัดนราธิวาส ได้เห็นความงดงามของสภาพบ้านเมือง ความเป็นอยู่ของผู้คน ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติมากมายที่ผู้คนทั่วประเทศไม่เคยรู้เห็น หนึ่งในสถานที่ซึ่งว่าที่เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ได้ไปเยือนคือ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งผู้ใหญ่รัศมินทร์ นิติธรรม ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว ได้พาเยี่ยมชมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ มากมาย ซี่งเขาเก็บสะสม และจัดแสดงอยู่ในแต่ละห้องอย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั้นดินเผาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์,  เครื่องใช้ไม้สอยของชาวมลายูในชายแดนภาคใต้, อุปกรณ์ทำการประมง, ศัสตราวุธ อาทิ กริช ดาบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายเกี่ยวกับงานประเพณีวัฒนธรรมของชาวมุสลิมมลายูใน 3 จังหวัดชายแดนใต้อีกด้วย พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร ดำเนินการโดยงบประมาณส่วนตัวของผู้ใหญ่รัศมินทร์ เขาเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นปรับปรุงบ้านเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อ 8 ปีที่แล้วว่า เกิดขึ้นหลังจากที่ได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ของพ่อที่เก็บไว้ในบ้าน รู้สึกถึงคุณค่าที่มีอยู่ ไม่อยากเก็บไว้ชมแต่เพียงผู้เดียว การนำออกมาจัดแสดงให้คนทั่วไปได้เห็นนั้น เป็นแนวทางหนึ่งในการสืบสานให้ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นยังคงอยู่ นอกจากการจัดแสดงแล้ว ที่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหารยังใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรม เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ และที่น่าสนใจมากคือ ผลิตภัณฑ์หรือของที่ระลึกซึ่งมีจำหน่ายในพิพิธภัณฑ์นั้น ผู้ใหญ่รัศมินทร์เป็นทั้งต้นคิด และคนออกแบบด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มี เกิดเป็นแบรนด์ “ขุนละหาร” ตามชื่อพิพิธภัณฑ์ เป็นตัวอย่างของการ “ปลดปล่อย” ศักยภาพของท้องถิ่นอย่างแท้จริง   #พรรคอนาคตใหม่ #FWP #FutureForwardParty พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร [ ทุนทางวัฒนธรรม ปลดปล่อยศักยภาพท้องถิ่น ]น่าเสียดายที่ความงดงามและรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ถูกกลบด้วยเสียงปืนและเสียงระเบิด ข่าวจากทางหน้าจอโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือแม้แต่อินเตอร์เน็ต รายงานแต่เรื่องเหตุการณ์ความรุนแรง จนทำให้ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าใกล้ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปเยือนพื้นที่ดังกล่าวเพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนใน 3 จังหวัด เริ่มต้นตั้งแต่ จ.ปัตตานี ไปต่อที่ จ.ยะลา ก่อนที่จะมาสิ้นสุดที่ จ.นราธิวาส ได้เห็นความงดงามของสภาพบ้านเมือง ความเป็นอยู่ของผู้คน ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติมากมายที่น้อยรายจะเคยเห็นหนึ่งในสถานที่ซึ่งเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ได้ไปเยือนคือ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ซึ่งผู้ใหญ่รัศมินทร์ นิติธรรม ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว ได้พาเยี่ยมชมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆมากมาย ซี่งแกเก็บสะสม จัดแสดงอยู่ในแต่ละห้องอย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั้นดินเผาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์, เครื่องใช้ไม้สอยของชาวมลายูในชายแดนภาคใต้, อุปกรณ์ทำการประมง, ศาตราวุธ อาทิ กริช ดาบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายเกี่ยวกับงานประเพณีวัฒนธรรมของชาวมุสลิมมลายูใน 3 จังหวัดชายแดนใต้พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหาร ดำเนินการโดยงบประมาณส่วนตัวของผู้ใหญ่รัศมินทร์ โดยแกเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นปรับปรุงบ้านเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อ 8 ปีที่แล้วว่า เกิดขึ้นหลังจากที่ได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ของคุณพ่อที่เก็บไว้ในบ้าน รู้สึกว่าเป็นของที่มีคุณค่า ไม่อยากเก็บไว้ชมแต่เพียงผู้เดียว การนำออกมาจัดแสดงให้คนทั่วไปได้เห็นนั้น เป็นแนวทางหนึ่งในการสืบสานให้ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นยังคงอยู่นอกจากการจัดแสดงแล้ว ที่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขุนละหารยังใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรม เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ และที่น่าสนใจมากคือ ผลิตภัณฑ์หรือของที่ระลึกซึ่งมีจำหน่ายในพิพิธภัณฑ์นั้น ผู้ใหญ่รัศมินทร์เป็นทั้งต้นคิด และคนออกแบบด้วยต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มี เกิดเป็นแบรนด์ "ขุนละหาร" ตามชื่อพิพิธภัณฑ์ เป็นตัวอย่างของการ "ปลดปล่อย" ศักยภาพของท้องถิ่นอย่างแท้จริง#พรรคอนาคตใหม่ #FWP #FutureForwardParty 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2018年9月20日周四

(คลิป) อนาคตใหม่ ไม่เอารัฐประหาร

หัวค่ำวันที่ 19 กันยายน 2549 หรือวันนี้เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ไม่มีใครคาดคิดว่า การทำรัฐประหารยึดอำนาจโดยกำลังกองทัพ จะเวียนกลับมาอีกครั้งบนถนนการเมืองไทย เพราะหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2534 จนต่อมาเกิดเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เรียกกันติดปากว่า “พฤษภาทมิฬ” ก็ดูเหมือนว่าประชาชนจะตื่นตัวเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และหาทางจัดวางตำแหน่งแห่งหนให้กองทัพได้ “ทหารต้องกลับเข้าสู่กรมกอง นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน” นี่เป็นประโยคที่เราได้ยินบ่อยมาก ในช่วงเวลานั้น ผ่านไป 15 ปี ไม่มีใครคาดคิดว่า หลังการชุมนุมอย่างยืดเยื้อยาวนานของ “กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” หลังการบอยคอตการเลือกตั้งเมื่อ 2 เมษายน 2549 ของบางพรรคการเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เปรียบเสมือนบัตรเชิญให้ทหารออกมาทำการยึดอำนาจ แล้วในที่สุด “คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ก็ทำการรัฐประหารขึ้นในคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นผลให้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” ถูกยกเลิกในทันที เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ในวันที่เกิดเหตุการณ์นี้ ชาวอนาคตใหม่ทำอะไร? อยู่ที่ไหน? และเป็นอย่างไรกันบ้าง? คลิปสั้นๆ ต่อไปนี้เป็นสิ่งยืนยันว่า เราไม่ลืม “รัฐประหาร 19 กันยา” อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ฉุดรั้งให้สังคมไทยถอยหลัง นี่เป็นสิ่งที่เราต้องการบอกกับทุกคนว่า “อนาคตใหม่ ไม่เอารัฐประหาร” และเรายืนยันว่า จะทำให้การรัฐประหารจบลงในคนรุ่นนี้ ต้องไม่มีการส่งต่อวังวนหรืองวงจรอุบาทว์แบบนี้ไปยังคนรุ่นลูกรุ่นหลานของเราอีก ต้องทำให้ประชาธิปไตยเติบโตเบ่งบาน ประชาชนได้ใช้อำนาจของตัวเองอย่างแท้จริง   #พรรคอนาคตใหม่ #FWP #FutureForwardParty 19 ก.ย. รัฐประหาร [ อนาคตใหม่…ไม่เอารัฐประหาร ]หัวค่ำวันที่ 19 กันยายน 2549 หรือวันนี้เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ไม่มีใครคาดคิดว่า การทำรัฐประหารยึดอำนาจโดยกำลังกองทัพ จะเวียนกลับมาอีกครั้งบนถนนการเมืองไทย เพราะหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2534 จนต่อมาเกิดเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เรียกกันติดปากว่า "พฤษภาทมิฬ" ก็ดูเหมือนว่าประชาชนจะตื่นตัวเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และหาทางจัดวางตำแหน่งแห่งหนให้กองทัพได้"ทหารต้องกลับเข้าสู่กรมกอง นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน" นี่เป็นประโยคที่เราได้ยินบ่อยมาก ในช่วงเวลานั้นผ่านไป 15 ปี ไม่มีใครคาดคิดว่า หลังการชุมนุมอย่างยืดเยื้อยาวนานของ "กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" หลังการบอยคอตการเลือกตั้งเมื่อ 2 เมษายน 2549 ของบางพรรคการเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เปรียบเสมือนบัตรเชิญให้ทหารออกมาทำการยึดอำนาจ แล้วในที่สุด "คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ก็ทำการรัฐประหารขึ้นในคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นผลให้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" ถูกฉีกเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ในวันที่เกิดเหตุการณ์นี้ ชาวอนาคตใหม่ทำอะไร? อยู่ตรงไหน? และเป็นอย่างไรกันบ้าง? คลิปสั้นๆ ต่อไปนี้เป็นสิ่งยืนยันว่า เราไม่ลืม "รัฐประหาร 19 กันยา" อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ฉุดรั้งให้สังคมไทยถอยหลัง นี่เป็นสิ่งที่เราต้องการบอกกับทุกคนว่า "อนาคตใหม่…ไม่เอารัฐประหาร"และเรายืนยันว่า จะทำให้การรัฐประหารจบลงในคนรุ่นนี้ ต้องไม่มีการส่งต่อวังวนหรืองวงจรอุบาทว์แบบนี้ไปยังคนรุ่นลูกรุ่นหลานของเราอีก ต้องทำให้ประชาธิปไตยเติบโตเบ่งบาน ประชาชนได้ใช้อำนาจของตัวเองอย่างแท้จริง#พรรคอนาคตใหม่ #FWP #FutureForwardParty 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2018年9月19日周三

1 24 25 26 27 28 31