fbpx

พรรคอนาคตใหม่

สภารับข้อเสนอภาคประชาชน “แก้รัฐธรรมนูญ” – ด้านนักศึกษาจี้ กมธ. เดินออกจากสภาไปฟังเสียงของประชาชน

คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) และเครือข่าย People Go Network ได้ตั้งขบวนเดินรณงค์เพื่อเรียกร้องรัฐสภาให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560

“อุดมการณ์เดียวกัน แค่เดินคนละเส้นทาง”

6 มีนาคม 2563 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แถลงข่าวต่อสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (The Foreign Correspondents’ Club of Thailand: FCCT)

“ธนาคารโลก” รายงานสถานการณ์ความยากจนไทย พบหลังรัฐประหาร ’57 ตัวเลขพุ่งสวนทางเพื่อนบ้าน

สรุปประเด็นสำคัญจาก “รายงานสถานการณ์ความยากจนในไทย” หรือ “Taking the Pulse of Poverty and Inequality in Thailand” ที่ออกโดยธนาคารโลก

#1MDB ฉาวระดับโลก! ยังไร้คำตอบจากรัฐบาล “พรรณิการ์” เดินหน้าต่อ – ลั่นไม่จบแค่นี้แน่นอน

พรรณิการ์ วานิช ยัน คำตอบที่ได้รับจากฟากรัฐบาลยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ไม่มีึความเชื่อมใดๆ ที่ฟังขึ้น พร้อมทั้งย้ำว่า เมื่อข้อมูลอยู่ในมือขนาดนี้แล้ว ก็จะทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณชนอย่างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“เสรีภาพปักหลักอยู่กับที่ เลือกตั้งหลังเผด็จการ 5 ปี ไร้ความหมาย?” – ติดตาม Freedom in the World 2020

เปิดดูรายงานประจำปีของ Freedom House “Freedom in the World 2020” พร้อมข้อสังเกตและนัยยะสำคัญในส่วนของประเทศไทย

รังสิมันต์ : “ป่ารอยต่อ” ประวิตร Club เครือข่ายกัดกินประเทศไทย

ถ้อยคำอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ฉบับเต็มของ รังสิมันต์ โรม พร้อมภาพนำเสนอประกอบแบบสมบูรณ์

ปดิพัทธ์ : ทำไทยเป็นบ่อขยะโลก ตักตวงผลประโยชน์บนความเดือดร้อนประชาชน

  ปดิพัทธ์ สันติภาดา   ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากอดีตพรรคอนาคตใหม่อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ มีพฤติกรรมส่อทุจริตในหน้าที่ แทรกแซงการทำงานของราชการ เอื้อให้เกิดการตักตวงผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แก้ไขบิดเบือนกฎหมายอย่างไร้ยางอาย และเป็นภาระ และเป็นอนาคตที่เลวร้ายของคนไทย     “เรื่องที่คุณอนุพงษ์มีส่วนทำให้ประเทศนี้เสียหายมีอยู่หลายประการด้วยกัน แต่วันนี้ผมอยากให้พี่น้องประชาชนได้ทราบถึงเรื่องจริงเรื่องหนึ่ง คือการบริหารประเทศของท่านนั้น นำพาประเทศไทยของเรากลายเป็นบ่อขยะของโลก นำความหายนะมาสู่คนไทยและมันอยู่บนความร่ำรวยของกลุ่มทุนเพียงแค่กลุ่มเดียว ในปี 2562 – 2563 นี้ประเทศไทยของเราประสบกับปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่เราไม่เคยเจอมาก่อน โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาขยะ มีการนำเข้าขยะจำนวนมหาศาลจากต่างประเทศ ในปีที่สูงสุดมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นถึง 7 พันเปอเซนต์ มีการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมจำนวนมหาศาล โดยเราอยู่กับปัญหาหมอกควันพิษมาแล้ว 4 เดือน แต่แทบจะไม่มีมาตรการอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันจากรัฐบาลเลย” ปดิพัทธ์กล่าว     ปดิพัทธ์ อธิบายว่า ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมาจนถึง 2563 ความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุขหรือว่าด้านสิ่งแวดล้อม ความเสียหายที่เกิดจากมลพิษที่เกิดจากโรงไฟฟ้าขยะนั้นสูงขึ้นทุกปี อีกทั้งค่า PM10, ซัลเฟอร์ไดออกไซด์, และสารก่อมะเร็งทั้งหมดในปีนี้สร้างความเสียหายกว่า 6 พันล้านบาท นี่เป็นตัวเลขที่ยังไม่รวมประชาชนที่ต้องเจ็บป่วย ยังไม่รวมค่าหน้ากากอนามัยที่พวกเราต้องซื้อทุกวัน พี่น้องประชาชนอาจจะสงสัยว่าแล้วทำไมประเทศไทยถึงต้องเจอมลพิษเยอะขนาดนี้ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล และเกิดขึ้นตั้งแต่ที่เริ่มการยึดอำนาจโดยคณะรัฐประหารเรียบร้อยแล้ว ในวันที่เราไม่มีสภาผู้แทนราษฎรนั้น มีการผ่านกฎหมายหลายฉบับ ที่ส่งผลให้สภาพแวดล้อมของเรานั้นเปลี่ยนแปลง     ในปี 2558 มีการออกประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฉบับที่ 7 ให้ยกเว้นให้โรงงานพลังงานความร้อนที่ใช้ขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิง ไม่ต้องจัดทำ EIA และให้เปลี่ยนไปใช้ Code of Practice หรือว่า COP แทน ซึ่งรัฐบาลอ้างมาตลอดว่าเป็นมาตรฐานที่เพียงพอที่จะช่วยให้เราสามารถดำเนินโรงไฟฟ้าขยะได้ แต่นักวิชาการทุกคนรู้ดีว่า COP นั้นเป็นเพียงข้อปฏิบัติในมุมของโรงงานเท่านั้น แต่ COP ได้ตัดกระบวนการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน และมาตรการความรับผิดชอบทางสิ่งแวดล้อมสำคัญออกไปหมด ไม่มีนักวิชาการ ไม่มีภาคประชาชนเข้ามาร่วมด้วย ไม่มีการกำหนดให้ทำการติดตามตรวจสอบการวัดสารปรอท สารหนู แคดเมียม จากปล่องระบายอากาศของโรงงานด้วย     ปี 2559 มีการออกคำสั่ง คสช.เป็นชุด แต่ชุดที่น่าจับตาดูคือคำสั่งคสช.ฉบับที่ 4/2559 ยกเว้นผังเมืองรวม ให้กับโรงไฟฟ้าขยะ โรงไฟฟ้าชีวมวล และโรงกำจัดขยะ ถึงแม้ผลจากคำสั่งนี้จะมีคำสั่งเพียงแค่ 1 ปี แต่ 1 ปีนี้เป็นปีที่สำคัญมากเพราะมีการจับจองใบอนุญาต มีการกว้านซื้อที่ดิน มีการเข้าไปทำโดยที่ประชาชนไม่รู้เลยว่ากำลังมีการก่อสร้างอะไรที่หลังบ้านของเขาปี 2560 มีการออก พ.ร.บ.รักษาความสะอาด ชื่อดีมาก แต่ได้รวบอำนาจให้กับมหาดไทยสามารถออกข้อกำหนดจัดเก็บขยะได้ และอนุญาตเอกชนให้เข้ามาดำเนินการในโรงไฟฟ้าขยะได้ ออกกำหนดได้หมด ทั้งค่าจัดการขยะมูลฝอย ค่าเก็บขน โดยที่ไม่เข้า พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เท่านี้ยังไม่พอ ที่ผ่านมาว่าเลวร้ายแล้วแต่ปี 2562 มีการแก้ พ.ร.บ.โรงงาน จากเดิมที่โรงงานถูกนิยามไว้ว่าจะต้องเป็นโรงงานที่ดำเนินการด้วยเครื่องจักรขนาด 5 แรงม้าขึ้นไป และคนงาน 7 คน ถูกเปลี่ยนใหม่ กลายเป็น 50 แรงม้า คนงาน 50 คน ทันทีที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกมา โรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 6 หมื่นแห่งไม่ถือเป็นโรงงานทันที     “ผลที่เกิดขึ้นคือภายใต้ประกาศคำสั่งเหล่านี้ของ คสช. พี่น้องประชาชนทุกคนสามารถมีโรงงานอุตสาหกรรมขยะ ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้า โรงคัดแยก โรงรีไซเคิล ไปอยู่ที่หลังบ้านท่านได้ นี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศในตอนนี้ และผมคิดว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรีด้วยขายฝันพวกเรา ว่าประเทศไทยของเราจะก้าวเข้าสู่ประเทศที่เป็น Zero-waste ประเทศไทยของเราจะมีการบริหารจัดการขยะที่ทันสมัยขึ้น แต่ในขณะที่ออกกฎหมายเหล่านี้ แทนที่จะเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นคนจัดการขยะมูลฝอย มหาดไทยกลับรวบอำนาจในการจัดการขยะมูลฝอยไว้เอง ในเมื่อมหาดไทยอยากจะลองดู ตามแผนแม่บทบริหารจัดการขยะปี 2559-2564 3 ปีที่ผ่านมาแผนนี้รับงบประมาณกว่า 1.78 แสนล้านบาทตลอดทั้งแผน แบ่งเป็นเอกชนครึ่งหนึ่งรัฐบาลครึ่งหนึ่ง แผนนี้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงอย่างไรบ้าง” ปดิพัทธ์ชี้     Waste Management Hierarchy ตัวเลขที่น่าตกใจที่สุด จากการรายงานของกรมควบคุมมลพิษ สถานที่กำจัดขยะทั้งหมดในประเทศนี้ 2,789 แห่ง กำจัดไม่ถูกต้อง 2,171 แห่ง ทั้งที่มีแผนและรับงบประมาณเรียบร้อยแล้ว แต่มีเพียงแค่ 20% เท่านั้นที่สามารถกำจัดขยะได้ถูกต้อง ทำให้แผนนี้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

ณัฐชา : พฤติกรรมมาเฟีย มีส่วนเกี่ยวข้องคดีอุกฉกรรจ์ ตั้งนอมินีคู่สัญญารัฐ

  ณัฐชา บุญชัยอินสวัสดิ์   ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  กล่าวอย่างสงสัยว่า ประวัติธรรมนัสในมือตนกับประวัติในมือนายกรัฐมนตรีตรงกันหรือไม่ เพราะมีสะท้อนจากประชาชนลือกันหนาหูว่าเป็น รัฐมนตรีสีเทา เคยตกเป็นจำเลยมาแล้วหลายคดีไม่ว่าจะเป็นฆ่าข่มขืน วางเพลิง ยาเสพติด ปี 2534 ถูกปลดออกจากราชการด้วยข้อหาขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ปี 2535 เข้ารับราชการใหม่ในกองทัพเรือ ก่อนย้ายเข้าสู่กองทัพบก ปี 2536 มนัส โบกพรหม ในขณะนั้น หรือ ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยติดคุกในคดีพัวพันการขนเฮโรอีนข้ามชาติ และถูกปลดจากราชการเป็นครั้งที่สอง ถูกถอดยศเนื่องจากหนีราชการในเวลาประจำการ จนกระทั่ง ปี 2539 มีการออก พ.ร.บ.ล้างมลทิน จึงได้กลับสู่ตำแหน่งอีกครั้ง     จากข้อมูลประวัติกองอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังระบุไว้ชัดอีกว่า ธรรมนัส มีส่วนเกี่ยวข้องกับอีก 4 คดีเป็นอย่างน้อย ปี 2541 มีชื่อพัวพันคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2541 ถูกจับกุม วันที่ 31 ส.ค. ปี 2541 เป็นคดีฆาตกรรม พูนสวัสดิ์ จิราภรณ์ หรือที่สื่อมวลชนรู้จักกันดีในชื่อคดีผู้กองตุ๋ย ในปีเดียวกันมีการประกาศพระบรมราชโองการครั้งที่ 2 เนื่องจากประพฤติไม่เหมาะสม ปี 2550 ได้รับผลจาก พ.ร.บ.ล้างมลทิน ครั้งที่ 2 จุดนี้น่าสนใจเจตนารมณ์ของการล้างมลทิน เพราะ พ.ร.บ.นี้ต้องการให้คนที่เคยกระทำความผิดได้รับโอกาสทางสังคม 14 ต.ค. 2551 มีชื่อพัวพันการทำร้ายร่างกายในบันทึกของ สน.ลุมพินี วันที่ 23 มี.ค. 2552 ยังคงพัวพันกับคดีทำร้ายร่างกาย     ครั้งนี้เป็นคดีดังที่ชาวบ้านรู้กันดี หน้าข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ระบุว่า เป็นคดีเกี่ยวกับการทำร้ายผู้ชุมนุมในเขตตลาดคลองเตย ซึ่งในเต็นท์ของของผู้ชุมนุมมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่ถูกยิงในคืนก่อนหน้า เหตุการณ์นั้นสืบเนื่องจากการเปลี่ยนคู่สัญญาบริษัทอื่นมาเป็น บริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชันนอล รายละเอียดในคดีนี้ ได้กล่าวว่า มนัส พรหมเผ่า หรือ ธรรมนัส ประธานบริษัทรีเกิ้ลและพวก 20 คน ได้เข้าทำร้ายร่างกาย ถนอม โถทอง หรือตู่ ผู้ชุมนุมในตลาดคลองเตย   “ข้อเท็จจริงเหล่านี้ประชาชนอยากได้รับคำชี้แจง เพราะจากประวัติทั้งหมดยังไม่มีส่วนไหนสีขาวเลย ต่อมาในวันที่ 2 ก.ค. 2554 ธรรมนัสได้พัวพันกับคดีลอบวางเพลิงเผาทรัพย์ ในเขตพื้นที่ สภ.อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จากที่กล่าวมาขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความแฟร์ต่อรัฐมนตรีว่า หลายคดีมีการยกฟ้อง หลายคดีมีโทษปรับ 3,000 บาท นี่เป็นข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ก็สงสัยว่าทำไมประวัติจึงโชกโชนขนาดนี้ พฤติกรรมผู้มีอิทธิพลหรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า มาเฟีย จึงไม่สามารถไว้วางใจรัฐมนตรีมาเฟียได้ เพราะรัฐมนตรีในรัฐบาลของไทยไม่ควรมีความหม่นหมองในสายตาชาวโลกเช่นนี้” ณัฐชาชี้     ประวัติการศึกษา ธรรมนัส พรหมเผ่า ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ได้ยื่นแบบ ส.ส.4/6 ข้อที่ 13 ระบุ วุฒิการศึกษาสูงสุดว่าปริญญาเอกปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ แคลิฟอเนียยูนิเวอร์ซิตี้ จึงได้ไปดูว่าสถาบันนี้อยู่ที่ใด สถาบันแห่งนี้ เขียนชื่อว่า California University FCE ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐ เมื่อไปดูใบอนุญาตสถาบันแห่งนี้ ได้รับการอนุญาตให้ทำการเรียนการสอนมัธยมศึกษา 3-6 ทั้งยังเคยได้รับหนังสือเตือนจากสำนักงานอุดมศึกษามลรัฐแคลิฟอเนีย 4 เรื่อง ได้แก่ โรงเรียน California University ไม่เคยได้รับอนุญาตให้จัดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา ใช้คำว่ามหาวิทยาลัยในสถาบันโดยไม่ได้รับการอนุมัติอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เว็บไซต์โรงเรียนไม่แสดงข้อมูลที่จำเป็นทางการกฎหมาย และสุดท้ายโรงเรียนได้แอบอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนักงานอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาฯ มลรัฐแคลิฟอเนีย       ณัฐชาชี้ว่า โรงเรียนแห่งนี้ทำธุรกิจอีกหลายอย่างและหนึ่งในนั้นคือธุรกิจการเทียบวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศประหนึ่งว่าจบการศึกษาจากสหรัฐ ตนได้ตามต่อไปว่า รัฐมนตรีเทียบวุฒิมาจากสถานที่แห่งใด เมื่อมาดูในใบเกรดพบว่า เทียบมาจากมหาวิทยาลัยคาลามัสอินเตอร์เนชั่นแนลยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศวานูอาตู ประเทศนี้เป็นหมู่เกาะเล็กๆ แต่ไม่พบที่ตั้งมหาวิทยาลัยนี้ในประเทศนี้ กลับไปพบสำนักงานเช่าอยู่ในตึกสี่ชั้น เลขที่ 27 กลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีลักษณะเป็นสำนักงานห้องเดียวไม่สามารถทำการเรียนการสอนได้ สรุปที่พูดมายังไม่พบความน่าเชื่อถือใดในมหาวิทยาลัยแห่งนี้     ส่วนวิทยานิพนธ์ ได้ทำเรื่องรูปแบบการพัฒนาศักยภาพท้องถิ่นและการส่งเสริมภาพลักษณ์รวมถึงอัตลักษณ์เพื่อเพิ่มมูลค่ากรณีศึกษาจังหวัดพะเยา เมื่อนำเนื้อหาภายในไปเปรียบเทียบกับผู้จบการศึกษาในระดับเดียวกันในประเทศไทยพบว่า ปกติจะเป็นข้อมูลที่เล็กแต่ลึก

ธีรัจชัย : ไร้จริยธรรม มีเอี่ยวค้ายา ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี!

ธีรัจชัย พันธุมาศ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ทวงถามคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีที่อาจไม่ครบด้วยอดีตอันโชกโชน พัวพันอาชญากรรมค้ายาข้ามชาติ

1 2 3 31