fbpx

ปิยบุตร แสงกนกกุล

(คลิป) สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เท่าเทียมกันหมด

สมาชิกอนาคตใหม่ เท่าเทียมกันหมด [สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เท่าเทียมกันหมด]ผมรู้สึกปลาบปลื้ม และตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ต้อนรับ คุณพ่อสมาน ชาว อ.เขมราฐ ซึ่งเดินทางมาสมัครเป็นสมาชิก ในวันเปิดศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ชั่วคราว จ.อุบลราชธานี คุณพ่อสมานเก็บหอมรอมริบ จนได้เงินครบ 100 บาท เพื่อนำมาเป็นค่าบำรุงสมาชิกรายปี คุณพ่อนับเงินจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองต่อหน้าผม ตลอดจนทีมงานชาวอุบลราชธานีที่เปิดโต๊ะรับสมัครสมาชิกไม่ว่าจะเป็น ผม คุณพ่อสมาน รวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ เราจะมีส่วนร่วมสร้างพรรคอนาคตใหม่ไปด้วยกัน สมาชิกของเราไม่ว่าจะเป็นรายปีหรือตลอดชีพ เรามีสถานะเท่าเทียมกันหมด และผมขอรับประกันกับคุณพ่อสมานตรงนี้ว่า จะนำค่าบำรุงสมาชิกไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด ขอต้อนรับคุณพ่อสมาน มาร่วมกำหนดบทบาทของพรรค ทิศทางของพรรค เลือกกรรมการประจำจังหวัด เลือกตัวแทนผู้ลงสมัคร ส.ส.ในนามของพรรคอนาคตใหม่ร่วมกันครับ 由 Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล 发布于 2018年10月25日周四   ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ในเพจเฟซบุ๊ก เล่าถึงการสมัครสมาชิกของประชาชนชาวอำเภอเขมราฐ อุบลราชธานี ซึ่งหอบเอาเหรียญที่เก็บไว้จนครบหนึ่งร้อยบาท เพื่อนำมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ รายละเอียดที่น่าประทับใจมีดังนี้ … “ผมรู้สึกปลาบปลื้ม และตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ต้อนรับ คุณพ่อสมาน ชาว อำเภอเขมราฐ ซึ่งเดินทางมาสมัครเป็นสมาชิก ในวันเปิดศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ชั่วคราว จังหวัดอุบลราชธานี คุณพ่อสมานเก็บหอมรอมริบ จนได้เงินครบ 100 บาท เพื่อนำมาเป็นค่าบำรุงสมาชิกรายปี คุณพ่อนับเงินจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองต่อหน้าผม ตลอดจนทีมงานชาวอุบลราชธานีที่เปิดโต๊ะรับสมัครสมาชิก ไม่ว่าจะเป็น ผม คุณพ่อสมาน รวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ เราจะมีส่วนร่วมสร้างพรรคอนาคตใหม่ไปด้วยกัน สมาชิกของเราไม่ว่าจะเป็นรายปีหรือตลอดชีพ เรามีสถานะเท่าเทียมกันหมด และผมขอรับประกันกับคุณพ่อสมานตรงนี้ว่า จะนำค่าบำรุงสมาชิกไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด ขอต้อนรับคุณพ่อสมาน มาร่วมกำหนดบทบาทของพรรค ทิศทางของพรรค เลือกกรรมการประจำจังหวัด เลือกตัวแทนผู้ลงสมัคร ส.ส.ในนามของพรรคอนาคตใหม่ร่วมกันครับ”

ปรัชญาการเมือง ของนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส Alain Badiou

  ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ในเพจเฟซบุ๊ก เพื่อบอกว่าความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ขอเพียงมีความหวัง และช่วยกันลงมือทำ    รายละเอียดมีดังนี้ … “การพบกันระหว่างการเมืองและประวัติศาสตร์เป็นประเด็นปัญหาใหญ่ การเมืองกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ได้ก็เฉพาะในสถานการณ์พิเศษอย่างยิ่ง ซึ่งผมเรียกมันว่า “เหตุการณ์การเมือง” (l’événement politique) กล่าวคือ เหตุการณ์ที่สร้างสเกลขนาดใหญ่ให้แก่ประชาชนในการไปสู่ความเป็นไปได้แบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน … แต่แม้ว่าความเป็นไปได้ในลักษณะดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น เราก็ต้องรู้จักที่จะทำงานสร้างสเกลขนาดเล็กลงมา สำนึกทางการเมืองต้องดำรงอยู่ และเรารู้ดีว่าถ้ามันดำรงอยู่ในสเกลขนาดเล็ก มันจะกลายเป็นสเกลขนาดใหญ่ตามมาได้นับตั้งแต่ที่เหตุการณ์นั้นถูกยึดกุมและถูกขับเคลื่อนด้วยจำนวนของประชากรมหาศาล สิ่งที่ผมคิด ก็คือ การเมืองกลับมาเพื่อสร้างให้ความคิดดำรงอยู่ในสถานการณ์ เพื่อทำการเมืองให้เกิดขึ้น ต้องไม่เพียงแค่มีวิสัยทัศน์ที่ผ่านการไตร่ตรองและผ่านการถกเถียงอย่างทั่วไปในประเด็นที่ว่าสังคมสามารถเป็นแบบใดและต้องเป็นแบบใด แต่ทำการเมืองยังรวมถึงการทดลองความคิดเหล่านี้ วิสัยทัศน์เหล่านี้ ในสเกลขนาดใดก็ตามที่เราสามารถทำมันได้” (Alain Badiou, Eloge de la politique, 2017, pp.20-21)   การเมือง มีสองความหมาย นอกจากมีความหมายเกี่ยวกับอำนาจแล้ว ยังเกี่ยวกับการมีและใช้อำนาจอย่างเป็นธรรม เพื่อไปสู่ความผาสุกและชีวิตที่ดีกว่าเดิม การทำการเมือง คือ การสร้างความเป็นไปได้ การเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ การสร้างความเป็นไปได้ในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตให้แก่ประชาชน หรือที่ Badiou เรียกว่า “l’événement politique” อาจเกิดได้ยาก ในช่วงชีวิตหนึ่ง เราอาจไม่เคยได้เห็นมัน แต่ความเป็นไปได้เช่นว่า ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีวันมาถึง เมื่อมันยังไม่เกิด เมื่อมันยังมาไม่ถึง หรือแม้กระทั่งเมื่อยังมองแทบไม่เห็นหนทางที่มันจะมาถึง ก็ไม่ได้หมายความว่า เราควรนั่งเฉยๆ และรอให้มันมาถึง ตรงกันข้าม ยิ่งมันยังมาไม่ถึง ก็ต้องยิ่งลงมือทำ เพื่อให้มันมาถึงสักวัน ประชาชนต้องไม่สิ้นหวังท้อแท้กับการเมือง การเมือง คือ ความเป็นไปได้ การเมือง คือ การทำให้ประชาชนจำนวนมหาศาลเปล่งศักยภาพของตนเพื่อเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ไม่มีอะไรที่จะหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้ ขอเพียงแต่เราช่วยกันลงมือทำ

(คลิป) ประชาธิปไตยกับคนรุ่นใหม่

การเมืองคือเรื่องของทุกคน [ประชาธิปไตยกับคนรุ่นใหม่]กรณี Brexit ของประเทศอังกฤษ ในคลิปที่ผมร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ "ประชาธิปไตยกับคนรุ่นใหม่" ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คือหนึ่งในตัวอย่างของ "คนรุ่นใหม่" ที่ไม่ยุ่งกับการเมือง ไม่ออกไปเลือกตั้ง แต่สุดท้ายการเมืองกลับมายุ่งกับพวกเขา และส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของพวกเขาอยู่ดีเช่นเดียวกัน สังคมไทยถูกทำให้เชื่อมานานว่า "การเมือง" เป็นเรื่องสกปรก เป็นเรื่องของความขัดแย้ง รุนแรง ดังนั้นคนส่วนใหญ่รวมถึงคนรุ่นใหม่ พอได้ยินคำนี้แล้วก็เบือนหน้าหนี จนทำให้กลายเป็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ การเมืองเป็นเรื่องของคนไม่กี่คนที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมทั้งที่จริงๆ แล้ว การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน เพราะการเมืองเป็นเรื่องของการเข้าไปมีอำนาจ เพื่อจัดสรรปันส่วน กำหนดว่าประเทศจะทำอย่างไร จะมีนโบายสาธารณะแบบไหน พัฒนาประเทศไปทิศทางใด ถ้าเราไม่สนใจ ถ้าเรากันตัวเองออกมา ก็จะมีแค่คนไม่กี่คนเข้าไปจัดสรร จัดการให้ และเราต้องอยู่กับผลของการตัดสินใจเหล่านั้นรัฐไทยมีความคิดที่พยายามจะถอดความเป็นการเมืองออกจากสังคม ไม่อยากให้ใครมามีส่วน แค่เรื่องพื้นที่สาธารณะ ที่จะให้คนได้มาพูดคุยเรื่องการเมือง เรื่องสังคม ทุกวันนี้หดแคบลงทุกที มหาวิทยาลัยเองก็จัดกิจกรรมในลักษณะนี้ได้ยากขึ้น บางแห่งคิดจะจัดก็จัดไม่ได้ ในวงการสื่อสารมวลชน 4-5 ปี มานี้ แทบไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องนโยบายสาธารณะเลย มีแต่เกมโชว์ และข่าวดาราใครเลิกกับคนนั้น ใครท้องกับคนนี้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ จะทำให้ "ตาอยู่" เพียงไม่กี่คน รวบเอาอำนาจไปเล่นการเมืองอยู่ฝ่ายเดียวเราจำเป็นต้องเข้าไปยุ่งกับการเมือง เพื่อเติมความเป็นประชาธิปไตยลงไปให้มากขึ้น มีส่วนร่วมให้มากขึ้น เพื่อเปลี่ยนแปลง ทำให้การเมืองเป็นเรื่องสนุกสนาน ทำให้การเมืองแบบใหม่ที่เป็นเรื่องของทุกคนเกิดขึ้นให้ได้#พรรคอนาคตใหม่ #ไทย2เท่า 由 Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล 发布于 2018年10月25日周四   ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ถึงการร่วมบรรยายให้คนรุ่นใหม่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีฟัง ถึงเรื่องความเกี่ยวข้องระหว่างการเมืองและคนทุกๆ คน เพื่อที่จะไม่มีใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถือโอกาสรวบอำนาจไปไว้ในมือแต่ฝ่ายเดียวโดยไม่สนใจความต้องการที่แท้จริงของประชาชน รายละเอียดมีดังนี้ … “กรณี Brexit ของประเทศอังกฤษ ในคลิปที่ผมร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ประชาธิปไตยกับคนรุ่นใหม่” ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คือหนึ่งในตัวอย่างของ “คนรุ่นใหม่” ที่ไม่ยุ่งกับการเมือง ไม่ออกไปเลือกตั้ง แต่สุดท้ายการเมืองกลับมายุ่งกับพวกเขา และส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของพวกเขาอยู่ดี เช่นเดียวกัน สังคมไทยถูกทำให้เชื่อมานานว่า “การเมือง” เป็นเรื่องสกปรก เป็นเรื่องของความขัดแย้ง รุนแรง ดังนั้นคนส่วนใหญ่รวมถึงคนรุ่นใหม่ พอได้ยินคำนี้แล้วก็เบือนหน้าหนี จนทำให้กลายเป็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ การเมืองเป็นเรื่องของคนไม่กี่คนที่จะเข้าไปมีส่วนร่วม ทั้งที่จริงๆ แล้ว การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน เพราะการเมืองเป็นเรื่องของการเข้าไปมีอำนาจ เพื่อจัดสรรปันส่วน กำหนดว่าประเทศจะทำอย่างไร จะมีนโบายสาธารณะแบบไหน พัฒนาประเทศไปทิศทางใด ถ้าเราไม่สนใจ ถ้าเรากันตัวเองออกมา ก็จะมีแค่คนไม่กี่คนเข้าไปจัดสรร จัดการให้ และเราต้องอยู่กับผลของการตัดสินใจเหล่านั้น รัฐไทยมีความคิดที่พยายามจะถอดความเป็นการเมืองออกจากสังคม ไม่อยากให้ใครมามีส่วน แค่เรื่องพื้นที่สาธารณะ ที่จะให้คนได้มาพูดคุยเรื่องการเมือง เรื่องสังคม ทุกวันนี้หดแคบลงทุกที มหาวิทยาลัยเองก็จัดกิจกรรมในลักษณะนี้ได้ยากขึ้น บางแห่งคิดจะจัดก็จัดไม่ได้ ในวงการสื่อสารมวลชน 4-5 ปี มานี้ แทบไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องนโยบายสาธารณะเลย มีแต่เกมโชว์ และข่าวดาราใครเลิกกับคนนั้น ใครท้องกับคนนี้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้เรื่อยๆ จะทำให้ “ตาอยู่” เพียงไม่กี่คน รวบเอาอำนาจไปเล่นการเมืองอยู่ฝ่ายเดียว เราจำเป็นต้องเข้าไปยุ่งกับการเมือง เพื่อเติมความเป็นประชาธิปไตยลงไปให้มากขึ้น มีส่วนร่วมให้มากขึ้น เพื่อเปลี่ยนแปลง ทำให้การเมืองเป็นเรื่องสนุกสนาน ทำให้การเมืองแบบใหม่ที่เป็นเรื่องของทุกคนเกิดขึ้นให้ได้”

ร่างรัฐธรรมนูญ ประชาชนต้องมีส่วนร่วม

  ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ถึงการมีโอกาสได้กลับไปบรรยายในชั้นเรียนมหาวิทยาลัยอีกครั้งจากการรับเชิญ หลังหันมาสู่แวดวงการเมือง การบรรยายครั้งนี้ชี้ให้เห็นความจริงของการเมืองไทย และให้ตระหนักถึงอำนาจของประชาชน รายละเอียดมีดังนี้ … “ขอบคุณ วิทยาลัยกฎหมายและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ที่เชิญผมมาบรรยายในหัวข้อ “กฎหมายมหาชนกับพรรคการเมืองในปัจจุบัน” นี่เป็นโอกาสดีที่ทำให้ผมได้กลับมาสอนหนังสืออีกครั้งหลังจากห่างหายไประยะหนึ่ง ประเด็นสำคัญที่ผมชวนนักศึกษาคิดในเวทีนี้ คือเรื่องการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญของไทย ซึ่งกว่า 80 ปี ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีรัฐธรรมนูญรวม 20 ฉบับ และมีการเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีที่เป็นอารยชนเพียง 3 ครั้งเท่านั้น คือ ฉบับที่ 1 ไปฉบับที่ 2, ฉบับที่ 2 ไปฉบับที่ 3 และฉบับปี 2534 ไป ฉบับปี 2540 ที่เหลือล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยมี “พลเอก” โผล่มาตั้งโต๊ะแถลงข่าวยึดอำนาจแล้วยกเลิกทั้งนั้น     รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 รวมถึงแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เราใช้อยู่ในตอนนี้ ผมชวนนักศึกษาให้ลองมองย้อนกลับไปว่า มีใครบ้างเป็นคนร่าง มีใครบ้างเป็นคนเขียนขึ้นมา ซึ่งก็พบว่ามีแต่คนสูงอายุ อายุ 60 กว่าปี 70 กว่าปี ทั้งนั้น อีกทั้งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก็ยังเขียนบอกอีกว่า ถ้าเราอยากแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นทำไม่ได้ เปรียบไปก็เหมือนกับว่า “มีมืออันเหี่ยวย่นของเหล่าคนชราที่ร่วมกันเขียนนั้นบีบคอเราไว้” วันหนึ่งเมื่อเราโตขึ้น และคนเขียนล้มหายตายจากไปตามกาลเวลา แต่ทว่าก็ยังมี “มือผี” ล็อกคออยู่อีก นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้นักศึกษาลองตั้งคำถาม ว่าเราจะอยู่กับสังคมแบบนี้ไปอีก 20 ปี โดยไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ หรือเราจะลุกขึ้นมาบอกว่าพอกันที กับสิ่งที่เราไม่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนด”  

คำแถลง “อนาคตใหม่ต้องการคุณ” – ปิยบุตร แสงกนกกุล

วันที่ 1 ตุลาคม 2561 คนทุกคน ไม่ว่าจะสังกัดกลุ่มการเมืองใด สังกัดสีเสื้อการเมืองใด ไม่ว่าจะเป็นคนชนบทหรือคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นรากหญ้าหรือคนชั้นกลาง ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน วัยกลางคน หรือคนชรา ไม่ว่าจะประกอบอาชีพผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร หาเช้ากินค่ำ พนักงานบริษัท เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือประกอบอาชีพอิสระ ไม่ว่าจะเพศใด หรือมีรสนิยมทางเพศแบบใด คนเหล่านี้ ต่างก็เป็น “ประชาชน” และได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้าจากโครงสร้างที่ไม่ยุติธรรม คนแต่ละกลุ่ม ต่างก็มีความต้องการ ข้อเรียกร้อง ความไม่พอใจ ความโกรธแค้น แตกต่างกันไป ความแตกต่างเหล่านี้ เอาเข้าจริงแล้ว มันคือความต้องการร่วมกันของ “ประชาชน” ที่มีต่อชนชั้นนำไม่กี่คนไม่กี่กลุ่มที่ผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจเอาไว้ คนที่ขัดแย้งกันมากว่าทศวรรษ ต่างก็ไม่ชอบการผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ ไม่ชอบให้ใครมาละเมิดสิทธิและเสรีภาพของตนเอง ไม่ชอบความเหลื่อมล้ำ คนที่ขัดแย้งกันมากว่าทศวรรษ ต่างก็ต้องการมีชีวิตที่ดี มีความมั่นคงและสวัสดิการ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีตั้งแต่เกิดจนตาย ต้องการมีอำนาจ มีสิทธิ มีเสียง มีบทบาทในการตัดสินใจ ต้องการโอกาสใหม่ๆให้เขาได้พัฒนาและขยับสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม ต้องการระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ โครงสร้างพื้นฐาน คนเหล่านี้ต่างไม่ได้การสนองตอบในสิ่งที่ต้องการ ยังคงยากจน ยากลำบาก ยังคงไม่มีโอกาส ยังขาดความมั่นคงในชีวิต ที่ผ่านมาเป็นเช่นไร ปัจจุบันยังคงเป็นเช่นนั้น และอนาคตก็คงจะเป็นเหมือนเดิม ความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ในสังคมไทย เปิดทางให้ “เผด็จการ” เข้าครองอำนาจอย่างต่อเนื่องยาวนาน และดูดกลืนเอาทรัพยากรไปแบ่งปันกันในกลุ่มคนไม่กี่คน เราจึงจำเป็นต้องขีดเส้นคู่ขัดแย้งใหม่ นี่ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่าง “ประชาชนแบบหนึ่ง” กับ “ประชาชนอีกแบบหนึ่ง” แต่เป็นความขัดแย้งระหว่าง “ประชาชน คนธรรมดา คนทั่วไป” กับ “เผด็จการและชนชั้นนำที่ผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ” พรรคอนาคตใหม่ คือ พื้นที่แห่งการหลอมรวมคนทุกกลุ่ม หลอมรวมความต้องการ ข้อเรียกร้อง ความอัดอั้นตันใจของคนทุกกลุ่ม และก่อร่างเป็น “ประชาชน” เข้าเผชิญหน้ากับ “เผด็จการ” ร่วมกันก่อร่างสร้าง “ประชาชน” ให้กลับมาเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดอีกครั้ง พรรคอนาคตใหม่ คือ พรรคที่ทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ พรรคอนาคตใหม่จะขีดเส้นแบ่งการเมืองเก่ากับการเมืองใหม่ให้ชัด การเมืองที่ใช้อำนาจรัฐและอิทธิพล “ดูด” นักการเมืองให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก การเมืองที่ใส่ร้ายป้ายสี สาดโคลน ทำลายล้างกันโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ การเมืองที่ใช้เงิน การเมืองที่จ้องแต่จะมีตำแหน่งมีอำนาจโดยไม่คำนึงถึงอุดมการณ์ ทั้งหมดนี้ คือ การเมืองเก่า ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าเราจะไม่ทำสิ่งเหล่านี้ ยิ่งพรรคใด กลุ่มใด คนใด ทำการเมืองแบบนี้ เส้นแบ่งการเมืองเก่ากับการเมืองใหม่ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อชัดเจนขึ้น ประชาชนก็เป็นผู้เลือกตัดสินใจว่า ต้องการอยู่กับการเมืองเก่าหรือการเมืองใหม่    พรรคอนาคตใหม่ คือ พรรคที่ทำงานการเมืองระยะยาว พรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่พรรคการเมืองเฉพาะกิจที่มุ่งหมายทำงานเฉพาะการเลือกตั้งเป็นครั้งคราว แต่พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองที่มีชีวิตตลอดเวลา เราจะไม่ขยันกระตือรือร้นทำงานช่วงฤดูกาลเลือกตั้งเท่านั้น แต่เราจะทำงานต่อเนื่อง เมื่อมีการเลือกตั้ง พรรคอนาคตใหม่ จะส่งผู้สมัครให้ครบทุกเขต จะทำงานรณรงค์ทางการเมืองอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เมื่อเลือกตั้งแล้ว พรรคอนาคตใหม่ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เราจะจัดหลักสูตร “ตลาดวิชา” เพื่อเผยแพร่ความรู้และหลักการประชาธิปไตย เราจะจัดงานศิลปวัฒนธรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับศิลปินทุกแขนง เราจะสร้างที่ทำการพรรคที่เป็นมิตรต่อทุกคน มีพื้นที่สำหรับการใช้สอยร่วมกัน เราจะจัดกิจกรรมให้กับเยาวชน นิสิต นักศึกษา ได้เข้ามาพบปะพูดคุยกัน พรรคอนาคตใหม่จะไม่ใช่สถานที่ที่ทำให้คนได้เป็น ส.ส.หรือรัฐมนตรีเท่านั้น แต่พรรคอนาคตใหม่ คือ หน่วยทางการเมืองที่ทำงานทางการเมืองตามอุดมการณ์ ผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง  ปักธงความคิดก้าวหน้าให้กับสังคม พรรคอนาคตใหม่ คือ พรรคการเมืองที่สมาชิกทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน ความเป็นเจ้าของของสมาชิกแสดงออกผ่านการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรค ทั้งในแง่การระดมทุน และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในส่วนของการระดมทุนจากสมาชิกและผู้สนับสนุน เราจะเดินทางไปทั่วประเทศ เราจะจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อระดมทุน เมื่อเงินของพรรคมาจากคนทุกคน ความสัมพันธ์ระหว่างพรรค กรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค จะไม่ตั้งอยู่บนฐานของ “ผู้ให้-ผู้รับ” จะไม่ตั้งอยู่บนฐานของ “เจ้านาย-ลูกน้อง” แต่ทุกคนต่างเป็นหุ้นส่วน เป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน ผู้บริหารพรรคไม่กี่คนไม่อาจกำหนดความเป็นไปของพรรคได้ตามลำพัง เงินที่ได้จากการระดมทุน รายรับ รายจ่าย จะถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะทุก 3 เดือน เพื่อสร้างความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้สังคมตรวจสอบได้     เมื่อสมาชิกทุกคนร่วมเป็นเจ้าของ พวกเขาก็ย่อมมีอำนาจในการตัดสินใจ มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของพรรค ดังนั้น เราจึงออกแบบโครงสร้างและการดำเนินการโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการประชาธิปไตย การมีส่วนร่วม และการกระจายอำนาจ พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของสมาชิก เราจึงกำหนดระบบประชาธิปไตยทางตรงในพรรค นอกจากสมาชิกพรรคจะมีส่วนร่วมในการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในพรรค เสนอตัวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแล้ว สมาชิกพรรคยังมีสิทธิต่างๆ อีก ได้แก่ สิทธิในการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายและข้อเสนอแนะต่างๆ สิทธิในการเข้าชื่อเพื่อขอถอดถอนกรรมการบริหารพรรคออกจากตำแหน่ง สิทธิในการเข้าชื่อเพื่อขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ สิทธิในการเข้าชื่อเพื่อขอจัดให้มีการออกเสียงประชามติภายในพรรค สิทธิในการออกเสียงประชามติภายในพรรค ในระดับจังหวัด คณะกรรมการสาขาพรรคและคณะทำงานในจังหวัดมีอำนาจในการบริหารจัดการงบประมาณ จัดกิจกรรม หาสมาชิก และสร้างเครือข่าย โดยคณะกรรมการมาจากการเลือกของสมาชิกในพื้นที่จังหวัดนั้น

ปลดปล่อยศักยภาพอีสาน

คนอีสานเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศมาทุกยุคทุกสมัย มีคนที่มีความรู้ความสามารถหลายคน แต่ด้วยโครงสร้างที่อยุติธรรมกดทับไว้ ทำให้คนอีสานไม่สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ด้วยการแบ่งสรรทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรม ทำให้พวกเขาเข้าไม่ถึงโอกาสเพื่อยกระดับชีวิตหรือสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ได้ นี่ขนาดโดนกดทับหรือเข้าไม่ถึงโอกาสอย่างนี้ คนอีสานก็ยังพอจะแสดงศักยภาพออกมาได้อยู่ดี แล้วถ้ามีการปลดล็อกใหญ่ที่ปิดกั้นพี่น้องอีสาน  ลองคิดดูว่า พวกเขาจะไปได้ไกลขนาดไหน เรา อนาคตใหม่ จำเป็นต้องเข้าไปมีอำนาจรัฐ ไม่ใช่เพราะเราอยากมีอำนาจ หรือฝันถึงการได้สายสะพายจากการเป็นรัฐมนตรี  แต่เราจำเป็นต้องเข้าไปมีอำนาจ เพื่อจะเอาอำนาจนั้นคืนกลับมาที่พี่น้องประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ เราต้องการเข้าไปปลดปล่อยศักยภาพของพี่น้องประชาชน    ปลดปล่อยศักยภาพคนอีสาน ปลดปล่อยศักยภาพของประเทศไทย   #ทีมอนาคตใหม่ #พรรคอนาคตใหม่

(คลิป) การเมืองใหม่ อนาคตใหม่ประเทศไทย

“การเอาชนะทางการเมือง ชนะกันที่ความคิด พรรคอนาคตใหม่มุ่งมั่นทำงานความคิด เพื่อปักธง ยึดพื้นที่อุดมการณ์ประชาธิปไตยและสร้างสังคมที่ก้าวหน้าให้กับคนไทย” ฟัง ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงแนวทางการทำพรรคการเมืองแบบใหม่ ที่ประชาชนจะเป็นเจ้าของร่วมกันผ่านการมีส่วนร่วมในการออกนโยบายและการระดมทุนให้ได้อย่างน้อย 350 ล้านบาทเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันที่นโยบาย ไม่ใส่ร้ายป้ายสีพรรคอื่น โดยทำผ่าน 3 องค์กร คือพรรคการเมือง ทำงานการเมืองในสภา มูลนิธิ ทำงานความคิด เป็นคลังสมอง และเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อสังคม สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น และเป็นห้องทดลองนโยบายก่อนนำเสนอในระดับชาติ #พรรคอนาคตใหม่ #ทีมอนาคตใหม่ การเมืองใหม่ อนาคตใหม่ประเทศไทย “การเอาชนะทางการเมือง ชนะกันที่ความคิด พรรคอนาคตใหม่มุ่งมั่นทำงานความคิด เพื่อปักธง ยึดพื้นที่อุดมการณ์ประชาธิปไตยและสร้างสังคมที่ก้าวหน้าให้กับคนไทย”ฟังปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงแนวทางการทำพรรคการเมืองแบบใหม่ ที่ประชาชนจะเป็นเจ้าของร่วมกันผ่านการมีส่วนร่วมในการออกนโยบายและการระดมทุนให้ได้อย่างน้อย 350 ล้านบาทเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันที่นโยบาย ไม่ใส่ร้ายป้ายสีพรรคอื่น โดยทำผ่าน 3 องค์กร คือพรรคการเมือง ทำงานการเมืองในสภา มูลนิธิ ทำงานความคิด เป็นคลังสมอง และเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อสังคม สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น และเป็นห้องทดลองนโยบายก่อนนำเสนอในระดับชาติ#พรรคอนาคตใหม่ #ทีมอนาคตใหม่ 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2018年6月3日周日

การเมืองแบบใหม่ และการเมืองแบบเก่า

การเมืองแบบใหม่ – การเมืองที่สร้างสรรค์ มุ่งเสนอนโยบายเพื่อพัฒนาประเทศ / การเมืองแบบเก่า – การเมืองที่จ้องทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม สาดโคลน มุ่งโค่นล้มฝ่ายตรงข้าม

มูฮัมหมัด ยูนูส เจ้าของความคิด “ธนาคารหมู่บ้าน” และ “ทุนนิยมเพื่อผู้อื่น”

ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ Muhammad Yunus ตีพิมพ์ในนิตยสาร Philosophie Magazine ประจำเดือนเมษายน 2018 เนื่องในโอกาสที่เขาเปิดศูนย์เศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อสังคมและการพึ่งพาอาศัยกัน ที่ปารีส เห็นว่าน่าสนใจ จึงแปลเป็นภาษาไทยให้อ่านกัน

1 10 11 12 13