fbpx

ปิยบุตร แสงกนกกุล

ลาออกหรือยุบสภาไม่พอ ต้องแก้ รธน. “3 ยุบ 1 เลิก 1 แก้” เพื่อจัดการกลไกการสืบทอดอำนาจ

ปิยบุตร แสงกนกกุล ยกข้อเสนอสำคัญ “3 ยุบ 1 เลิก 1 แก้” เพื่อหยุดยั้งกลไกการสืบทอดอำนาจ

การทำงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ไม่แน่นอนชัดเจนทำให้เสียโอกาสในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ข้อเขียนจากปิยบุตร แสงกนกกุล กรณีการวอล์คเอาท์ของอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2563 ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

สรุปงานสภาผู้แทนราษฎรประจำปี 2562 ของ ปิยบุตร แสงกนกกุล

ผมตั้งใจอุทิศตนให้กับการทำงานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยจิตสำนึกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นตำแหน่งอันศักดิ์สิทธิ์และทรงเกียรติ เพราะเป็นตำแหน่งเดียวที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน และใช้อำนาจอธิปไตยแทนประชาชน

10 ข้อคิดเนื่องในวันรัฐธรรมนูญ : ปิยบุตร แสงกนกกุล

บทความโดยปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เนื่องในวันที่ 10 ธันวาคม หรือ “วันรัฐธรรมนูญ”

เปิดคำอภิปราย “ไม่เห็นด้วย” พ.ร.ก.โอนย้ายกำลังพลและงบ ของ ปิยบุตร แสงกนกกุล

วันที่ 17 ตุลาคม 2562 มีการอภิปรายในสภาของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เพื่อแสดงความ “ไม่เห็นด้วย” ต่อ พ.ร.ก.โอนย้ายกำลังพลและงบฯ

(คลิป) เตียง ศิริขันธ์ วันสันติภาพไทย คนรุ่นใหม่ และความเป็นขบถ

16 สิงหาคม เป็นวันสันติภาพไทย ผมได้ไปบรรยายพิเศษที่อนุสาวรีย์เตียง ศิริขันธ์ ถ้ำเสรีไทย จ.สกลนคร เกี่ยวกับการต่อสู้ของเขาในอดีต เทียบเคียงกับสถานการณ์การเมือง ซึ่งผมรู้สึกยินดีและได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาพูดในวันนี้

(คลิป) ปิยบุตร แสงกนกกุล อภิปรายรายงานศาลรัฐธรรมนูญ ประจำปี 2560

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายรายงานศาลรัฐธรรมนูญ ประจำปี 2560 ชี้ความสัมพันธ์ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญกับการรัฐประหาร และ ปัญหาการใช้ข้ออ้างละเมิดศาลรัฐธรรมนูญ

ร่างรัฐธรรมนูญ : จุดเริ่มต้นลบล้างมรดกบาป คสช.

พรรคอนาคตใหม่เปิด “ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่…… พ.ศ. …” เพื่อยกเลิกบทบัญญัติในมาตรา 269 ถึง มาตรา 272 เรื่องวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล 5 ปีแรก และยกเลิกมาตรา 279 เรื่องการรับรองให้บรรดาประกาศ คำสั่ง คสช. และคำสั่งของหัวหน้า คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย พรรคอนาคตใหม่จะเริ่มเดินหน้าผลักดันให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเริ่มต้นจากการรวบรวมรายชื่อ ส.ส. 100 คนขึ้นไป เพื่อเสนอญัตติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว ขณะนี้พรรคอนาคตใหม่มี ส.ส. 81 คน เราต้องการชวนเพื่อน ส.ส. มาร่วมลงชื่อเพิ่มอีกให้เกิน 100 คน เพื่อเดินหน้าจัดการวุฒิสภาอันเป็นกลไกการสืบทอดอำนาจ และจัดการมรดกบาป คสช. แม้จะมีการยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. แต่ผลของประกาศและคำสั่งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจะยังมีอยู่ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 279 เขียนรับรองให้ประกาศคำสั่ง คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ และไม่ได้เป็นการรับรองแค่ประกาศคำสั่งเท่านั้น แต่ยังรับรองไปถึง ‘การกระทำที่เกี่ยวเนื่องกัน’ ด้วย ซึ่งนี่เป็นปัญหาใหญ่ว่าการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันครอบคลุมไปถึงแค่ไหน มาตรา 279 จึงทำให้การใช้อำนาจของ คสช. อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ นี่จึงเป็นพันธกิจสำคัญที่พวกเราต้องยกเลิกมาตรา 279 ให้ได้ เช่นเดียวกัน วุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล ที่มาจากการเลือกของ คสช. ก็ได้แสดงผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดในวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ในการเลือกหัวหน้า คสช.กลับมาเป็นนายก วุฒิสภายังคง “ขี่คอ” สภาผู้แทนราษฎรในหลายเรื่อง ได้แก่ การแก้รัฐธรรมนูญ การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และการตรากฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ หากปล่อยให้มีวุฒิสภาแบบนี้ต่อไป วุฒิสภาก็จะกลายเป็นกลไกของการสืบทอดอำนาจ เรายืนยันเสมอมาว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหาทางประชาธิปไตย ทั้งในเรื่องที่มา กระบวนการจัดทำ และเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทั้งฉบับ พรรคอนาคตใหม่ยังคงยืนยันความตั้งใจเดิมว่าเราจะเดินหน้าเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ทุกคนต่างทราบดีว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำได้ยากมากหรืออาจทำไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ  แต่พรรคอนาคตใหม่เชื่อมั่นเสมอมาว่า การเมือง คือ ความเป็นไปได้ เราจะพยายามผลักดันในทุกช่องทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เพียงแต่ในสภาเท่านั้น แต่ต้องสร้างกระแสและความรับรู้ของสังคมเพื่อทำให้สังคมเกิดฉันทามติร่วมกันว่ารัฐธรรมนูญ 2560 คือ วิกฤตและทางตัน จำเป็นต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเลือกมา อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ เราสามารถเริ่มต้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราไปก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องเร่งด่วน และเป็นเรื่องที่น่าจะหาฉันทามติได้ง่าย อย่างวุฒิสภาและการรับรองการกระทำของ คสช.

ความเห็นเบื้องต้นต่อกรณีคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49

  ตามที่มีข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ข่าวที่ 13/2562 ลงวันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2562 ว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 รับคำร้องของ นายณฐพร โตประยูร ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ คณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่  ใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 49 นั้น  ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ มีความเห็นเบื้องต้น ดังนี้  … 1. ตนยังไม่เห็นคำร้องของผู้ร้อง จึงยังไม่ทราบว่าผู้ร้องอ้างข้อเท็จจริงใดร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และกรณีนี้เข้าองค์ประกอบตามมาตรา 49 หรือไม่ พรรคต้องดูสำเนาคำร้องจากศาลรัฐธรรมนูญ  จากนั้นพร้อมชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในระยะเวลาที่กำหนด 2. เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่า พรรคอนาคตใหม่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปิยบุตร แสงกนกกุล  และคณะกรรมการบริหารพรรค ไม่ได้ใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นทั้งหมด มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูและธำรงรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง ตรงกันข้าม การใช้สิทธิหรือเสรีภาพสนับสนุนให้กองทัพก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครอง และยกเลิกรัฐธรรมนูญก็ดี การสมคบคิดกันก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครอง และยกเลิกรัฐธรรมนูญก็ดี  กรณีเหล่านี้ต่างหากที่เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3. กรณีตามมาตรา 49 นี้ ผู้ร้องมีสิทธิร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป  หรือมีสิทธิร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรงในกรณีที่อัยการสูงสุดไม่รับดำเนินการหรือไม่ดำเนินการภายใน 15 วัน    โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณาว่าผู้ถูกร้องได้ใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น  ศาลรัฐธรรมนูญก็มีอำนาจเพียงการสั่งการให้เลิกการกระทำเท่านั้น มิใช่กรณีร้องขอให้ยุบพรรคหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคแต่อย่างใด  พูดง่ายๆ ก็คือ ในคดีนี้  ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยได้เพียงสั่งยกคำร้องหรือสั่งให้เลิกการกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น  4. อย่างไรก็ตาม หลังจากข่าวนี้ปรากฏขึ้น ผู้คนจำนวนมากต่างเข้าใจไปว่า อาจมีกรณียุบพรรคอนาคตใหม่ บ้างก็แสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวางว่า พรรคอนาคตใหม่ไม่รอดแน่ โดนยุบแน่ ทั้งๆ ที่ตามคำร้องแล้ว  ไม่ใช่เรื่องยุบพรรคแต่อย่างใด ปรากฏการณ์เช่นนี้สะท้อนอะไร?   ประการแรก มีคนจำนวนมากเชื่อไปล่วงหน้าก่อนแล้วว่า การยุบพรรคอาจเกิดขึ้นได้เสมอ  โดยเฉพาะการยุบพรรคการเมืองที่มีแนวทางต่อต้านเผด็จการหรือผู้ครองอำนาจ หากเป็นเช่นนี้จริง ก็อาจตั้งคำถามได้ต่อไปว่า ใช่หรือไม่ว่า ผ่านมา 13 ปี สุดท้ายแล้ว  มีคนจำนวนมากเชื่อว่า การยุบพรรคการเมืองไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว แต่มีเหตุปัจจัยทางการเมืองผสมผสานอยู่ด้วย  ประการที่สอง ในทางสากลแล้ว การยุบพรรคการเมืองถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องพิเศษ  เป็นเรื่องจำเพาะเจาะจงอย่างยิ่ง เพราะ พรรคที่ถูกยุบได้ต้องเป็นพรรคที่มีพฤติกรรมล้มล้างหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครอง แต่ในประเทศไทย คนจำนวนมากกลับเชื่อกันว่า การยุบพรรคเกิดขึ้นได้เสมอและบ่อยครั้ง นี่คือ ความผิดปกติที่กลายเป็นความปกติ ยิ่งคนจำนวนมากเชื่อเช่นนี้มากเท่าไร ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า สิ่งที่เชื่อนั้นเป็นสิ่งผิดปกติแต่มันเกิดขึ้นซ้ำๆ จนกลายเป็นสิ่งปกติในการเมืองไทย  พรรคอนาคตใหม่ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอนาคตใหม่   ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าทำงานอย่างสร้างสรรค์ทั้งในสภาผู้แทนราษฎร  และในกิจกรรมต่างๆ กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศในทุกพื้นที่    ปิยบุตรยังได้เชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมติดตามการทำงานของพรรคอนาคตใหม่ ในช่วงสัปดาห์ท้ายๆ ของเดือนกรกฎาคม 2562 ตามรายละเอียดดังนี้ … วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม  ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเวทีเสวนา “ทางออกในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติ”  กับหัวหน้าพรรคการเมืองฝ่ายค้านอื่นๆ เวลา 10.00-12.30 น. โรงแรมแลงคาสเตอร์   วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม  พรรคอนาคตใหม่เปิดร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เกี่ยวกับวุฒิสภาและมาตรา 279    วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม  พรรคอนาคตใหม่แถลงข่าวเปิด Action Plan ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและนอกสภาผู้แทนราษฎร  เพื่อผลักดันนโยบายพื้นฐาน 12 ข้อตามที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้ ภายในสองสมัยประชุม (สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563) พรรคอนาคตใหม่จะดำเนินการอะไรบ้าง ภายใต้ข้อจำกัด ส.ส. 81 คนและเป็นฝ่ายค้าน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปจังหวัดบึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี นคาราชสีมา    วันพุธที่ 24 กรกฎาคม  ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่จะอภิปรายในญัตติต่างๆ ได้แก่ EEC  รถไฟเชื่อมต่อสามสนามบิน การใช้สารเคมีในการเกษตร และผลกระทบของการกระทำ ประกาศ คำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจตามมาตรา 44

การจัดการ “มรดกบาป” ของ คสช.

  ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เขียนถึงมรดก คสช. อีกครั้ง ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 ดังรายละเอียดต่อไปนี้ … แม้ คสช.จะสลายตัวไปหลังการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี แต่วิญญาณของ คสช.  ยังคงอยู่ โดยแปลงร่างเข้ามาเป็นรัฐบาลสืบทอดอำนาจที่ถูกทำให้เชื่อว่ามาจากการเลือกตั้ง นอกจากนี้ คสช.ก็ยังคงทิ้ง “มรดกบาป” ไว้เป็นจำนวนมาก ในรูปแบบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ ประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. คำสั่งของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 และผลพวงจากการใช้อำนาจตาม “กฎหมาย” เหล่านี้  ประเทศไทยไม่อาจกลับคืนสู่สภาวะปกติ ไม่อาจกลับสู่ประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐได้เลย หาก “มรดกบาปของ คสช.” ยังคงดำรงอยู่ พรรคอนาคตใหม่ได้ประกาศนโยบายเรื่องจัดการ “มรดกบาป คสช.” ไว้ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่จึงต้องดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวผ่านกลไกของสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ 1. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ 2560  ดังที่ทุกคนทราบดีว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ว่าจะแก้เรื่องใด หมวดใด มาตราใด ก็ทำได้ยากมาก ยากชนิดเรียกได้ว่าในทางปฏิบัติ อาจทำไม่ได้เลย จึงจำเป็นต้องรณรงค์ในวงกว้างเพื่อให้สังคมเกิด “ฉันทามติ” เห็นพ้องต้องกันว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญนี้ทั้งระบบ  จนเกิดกระแสกดดันไปที่องค์กรทางการเมืองทั้งหมดให้ยอมแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญนี้  ในระหว่างรอ “ฉันทามติ” ของสังคม ในสภาก็จำเป็นต้องริเริ่มทดลองแก้ไขรัฐธรรมนูญไปก่อน   ถึงแม้ว่าวุฒิสภาอาจจะขัดขวาง แต่จำเป็นต้องทำ เพื่อให้เกิดเป็นประเด็นสาธารณะ โดยเริ่มจาก “เล็ก” ไป “ใหญ่” ดังนี้  1.1 เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อยกเลิกมาตรา 272 และมาตรา 279  มาตรา 272 ให้อำนาจวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งของหัวหน้า คสช. เลือกนายกรัฐมนตรี  มาตรา 279 รับรองให้การกระทำทั้งหลายทั้งปวงของ คสช.และหัวหน้า คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 60 และชอบด้วยกฎหมาย  1.2 เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเปลี่ยนแปลงกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้ง่ายขึ้น  1.3 เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มหมวดว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่  กำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญประกอบไปด้วยสมาชิกจำนวน 100 คน มาจากการเลือกตั้งของประชาชน  ทำหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยให้มีเนื้อหาตามกรอบหลักการราชอาณาจักร ความเป็นรัฐเดี่ยว  ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การแบ่งแยกอำนาจ และการประกันสิทธิและเสรีภาพ  เมื่อสภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้นในขั้นตอนสุดท้าย โดยกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมดนี้ต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปี  การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามในกรณีนี้ ดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 และมาตรา 256 ซึ่งกำหนดให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับหมวด 15 นี้ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ดังนั้น เมื่อพิจารณาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามกระบวนการที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ 2560 และกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับแล้ว จะต้องมีการออกเสียงประชามติ 2 ครั้ง ได้แก่ การออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มเติมบทบัญญัติในหมวดที่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ และการออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับที่สภาร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำขึ้น 2. การจัดการบรรดาประกาศ คำสั่ง คสช. 2.1 เสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. แม้หัวหน้า คสช. เพิ่งใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งยกเลิกประกาศ คำส่ง คสช ไปหลายฉบับก็ตาม แต่ก็มีประกาศ คำสั่งอีกหลายฉบับที่กระทบสิทธิมนุษยชน และยังไม่ถูกยกเลิก  2.2. เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจตามมาตรา 44  พรรคอนาคตใหม่ได้เสนอญัตติด่วนนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว และอยู่ในระเบียบวาระการประชุมเรียบร้อย ขณะนี้กำลังรอต่อแถว คาดว่า ภายหลังจากแถลงนโยบายของรัฐบาล น่าจะได้อภิปรายและลงมติในญัตตินี้ 3. การพิจารณาทบทวน พ.ร.บ.จำนวนมากที่ออกโดย สนช. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สนช. ได้ตรา พ.ร.บ.ขึ้นจำนวนมาก หลายฉบับมีเนื้อหาที่ขัดต่อสิทธิมนุษยชน มีเนื้อหาไม่เหมาะสม และออกมาโดยเร่งรีบ ไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีการอภิปรายท้วงติงอย่างรอบด้าน จึงจำเป็นต้องนำ

1 2 3 13