fbpx

ปิยบุตร แสงกนกกุล

(คลิป) เตียง ศิริขันธ์ วันสันติภาพไทย คนรุ่นใหม่ และความเป็นขบถ

16 สิงหาคม เป็นวันสันติภาพไทย ผมได้ไปบรรยายพิเศษที่อนุสาวรีย์เตียง ศิริขันธ์ ถ้ำเสรีไทย จ.สกลนคร เกี่ยวกับการต่อสู้ของเขาในอดีต เทียบเคียงกับสถานการณ์การเมือง ซึ่งผมรู้สึกยินดีและได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาพูดในวันนี้

(คลิป) ปิยบุตร แสงกนกกุล อภิปรายรายงานศาลรัฐธรรมนูญ ประจำปี 2560

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายรายงานศาลรัฐธรรมนูญ ประจำปี 2560 ชี้ความสัมพันธ์ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญกับการรัฐประหาร และ ปัญหาการใช้ข้ออ้างละเมิดศาลรัฐธรรมนูญ

ร่างรัฐธรรมนูญ : จุดเริ่มต้นลบล้างมรดกบาป คสช.

พรรคอนาคตใหม่เปิด “ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่…… พ.ศ. …” เพื่อยกเลิกบทบัญญัติในมาตรา 269 ถึง มาตรา 272 เรื่องวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล 5 ปีแรก และยกเลิกมาตรา 279 เรื่องการรับรองให้บรรดาประกาศ คำสั่ง คสช. และคำสั่งของหัวหน้า คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย พรรคอนาคตใหม่จะเริ่มเดินหน้าผลักดันให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเริ่มต้นจากการรวบรวมรายชื่อ ส.ส. 100 คนขึ้นไป เพื่อเสนอญัตติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว ขณะนี้พรรคอนาคตใหม่มี ส.ส. 81 คน เราต้องการชวนเพื่อน ส.ส. มาร่วมลงชื่อเพิ่มอีกให้เกิน 100 คน เพื่อเดินหน้าจัดการวุฒิสภาอันเป็นกลไกการสืบทอดอำนาจ และจัดการมรดกบาป คสช. แม้จะมีการยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. แต่ผลของประกาศและคำสั่งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาจะยังมีอยู่ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 279 เขียนรับรองให้ประกาศคำสั่ง คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ และไม่ได้เป็นการรับรองแค่ประกาศคำสั่งเท่านั้น แต่ยังรับรองไปถึง ‘การกระทำที่เกี่ยวเนื่องกัน’ ด้วย ซึ่งนี่เป็นปัญหาใหญ่ว่าการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันครอบคลุมไปถึงแค่ไหน มาตรา 279 จึงทำให้การใช้อำนาจของ คสช. อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ นี่จึงเป็นพันธกิจสำคัญที่พวกเราต้องยกเลิกมาตรา 279 ให้ได้ เช่นเดียวกัน วุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล ที่มาจากการเลือกของ คสช. ก็ได้แสดงผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดในวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ในการเลือกหัวหน้า คสช.กลับมาเป็นนายก วุฒิสภายังคง “ขี่คอ” สภาผู้แทนราษฎรในหลายเรื่อง ได้แก่ การแก้รัฐธรรมนูญ การตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และการตรากฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ หากปล่อยให้มีวุฒิสภาแบบนี้ต่อไป วุฒิสภาก็จะกลายเป็นกลไกของการสืบทอดอำนาจ เรายืนยันเสมอมาว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหาทางประชาธิปไตย ทั้งในเรื่องที่มา กระบวนการจัดทำ และเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทั้งฉบับ พรรคอนาคตใหม่ยังคงยืนยันความตั้งใจเดิมว่าเราจะเดินหน้าเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ทุกคนต่างทราบดีว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำได้ยากมากหรืออาจทำไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ  แต่พรรคอนาคตใหม่เชื่อมั่นเสมอมาว่า การเมือง คือ ความเป็นไปได้ เราจะพยายามผลักดันในทุกช่องทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เพียงแต่ในสภาเท่านั้น แต่ต้องสร้างกระแสและความรับรู้ของสังคมเพื่อทำให้สังคมเกิดฉันทามติร่วมกันว่ารัฐธรรมนูญ 2560 คือ วิกฤตและทางตัน จำเป็นต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเลือกมา อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ เราสามารถเริ่มต้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตราไปก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องเร่งด่วน และเป็นเรื่องที่น่าจะหาฉันทามติได้ง่าย อย่างวุฒิสภาและการรับรองการกระทำของ คสช.

รายงานความคืบหน้างานในสภาของพรรคอนาคตใหม่

นับตั้งแต่เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 มีการประชุมแล้วทั้งสิ้น 9 ครั้ง ผมขอแจ้งรายงานความคืบหน้าการทำงานของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ดังนี้ 1. ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ 5 คน ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 1 คน ได้อภิปรายเกี่ยวกับ รายงานงบการเงินของสำนักงานศาลยุติธรรม 3. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 7 คน ได้อภิปรายเกี่ยวกับ ความคืบหน้าของแผนการปฏิรูปประเทศ 4. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 7 คน ร่วมอภิปรายในญัตติ ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ 5. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 6 คน เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยเป็นตัวแทนไปผลักดันประเด็นต่างๆในที่ประชุมเสมอ 6. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 3 คน เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ยกร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 7. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 6 คนเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ 8. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ตั้งกระทู้สด 2 กระทู้ กระทู้สดแรก ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ เรื่อง โครงสร้างอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. ที่ยังคงอำนาจของ คสช. รวมถึงควบคุมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช. กลาโหม มาตอบกระทู้สดนี้แทน กระทู้สดที่สอง ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่อง ความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี แต่จากการประสานงาน ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ฯ ติดภารกิจ ไม่มาตอบ เพื่อไม่ให้เสียโควต้ากระทู้สดประจำสัปดาห์ ส.ส.ของพรรคจึงถอนการเสนอกระทู้ออก 9. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่จำนวนมาก ตั้งข้อหารือในที่ประชุมเพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดำเนินการต่อไป 10. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ตั้งกระทู้ถามทั่วไป 5 กระทู้ ขณะนี้กำลังรอการบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมตามลำดับ 11. ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เสนอญัตติด่วน รวมทั้งสิ้น 8 ญัตติ ดังนี้ – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญสอบข้อเท็จจริงการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งญัตตินี้ถูกประธานสภาผู้แทนราษฎรตีตกไป – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจของหัวกน้า คสช. ตามมาตรา 44 – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการลอบประทุษร้ายนักกิจกรรมทางการเมือง – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากโครงการ EEC – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการให้ประทานบัตรเหมืองแร่ การทำเหมืองแร่ ในหลายพื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษากรณีประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางการป้องกันรัฐประหาร – ญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องกัญชา โดยได้บรรจุเข้าวาระการประชุมแล้ว 2 ญัตติ กำลังรอพิจารณาบรรจุเข้าวาระอีก 5 ญัตติ และถูกตีตกไป ไม่บรรจุเข้าวาระอีก 1 ญัตติ นอกจากการตั้งกระทู้ถาม และเสนอญัตติ ตลอดจนบทบาทในคณะกรรมาธิการสามัญและวิสามัญแล้ว พรรคอนาคตใหม่กำลังเตรียม – เสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. บางฉบับ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร – เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อยกเลิกมาตรา 272 และมาตรา 279 – เสนอร่างพระราชบัญญัติต่างๆเพื่อดำเนินการตามนโยบายที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้กับประชาชน … บันทึกคลิปการอภิปราย สรุปเนื้อความการอภิปราย อินโฟกราฟิคประกอบการอภิปราย สามารถสืบค้นดูได้จากเพจพรรคอนาคตใหม่ และเพจของ ส.ส.แต่ละคน ครับ พรรคอนาคตใหม่มี ส.ส. 81 คน และเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน คุณธนาธรไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล กรณีนี้ย่อมมีข้อจำกัดในการผลักดันนโยบายต่างๆ ตามที่ได้รณรงค์หาเสียงไว้ แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่ผลักดันหรือทำอะไรเลย ต่อไป ผมจะรายงานความคืบหน้าทุกสัปดาห์ และเราจะทำข้อมูลเผยแพร่สาธารณะว่า นโยบายพื้นฐาน 12 ข้อที่เราได้รณรงค์หาเสียงไว้ ด้วยภายใต้ข้อจำกัดที่เรามี ส.ส.

การเมืองแห่งความหวัง การเมืองแห่งอนาคตใหม่

ส่วนหนึ่งจากงานครบรอบ 1 ปีพรรคอนาคตใหม่ Walk With Me Talk With Me หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์8 มิถุนายน 2562โดย ปิยบุตร แสงกนกกุล สวัสดีชาวอนาคตใหม่ทุกคนครับ มากันล้นหลามอีกเช่นเคยนะครับ วันนี้เราจัดงานครบรอบ 1 ปีของการเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ ถามกันตรงๆ ตรงนี้ครับว่า มีใครในหอประชุมแห่งนี้ได้เข้าไปร่วมประชุมกับเรา ได้เข้าไปเป็นสักขีพยานการประชุมใหญ่ครั้งแรกของเรา เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมปีที่แล้วครับ ยกมือสูงๆ ให้ดูหน่อยครับ – – มีหลายคนนะฮะ ในห้องประชุมนี้ มีใครไปอยู่ในยิมเนซียมวันที่เราเปิดการปราศรัยใหญ่ วันที่ 22 มีนาคม และในหอประชุมแห่งนี้มีใครบ้างครับที่มาร่วมงานพรรคอนาคตใหม่ครั้งแรกครับ – – นี่ละครับ สิ่งนี้ละครับที่เราต้องการ คือเราต้องการคนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ชาวอนาคตใหม่ทุกท่านครับ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมปีที่แล้ว ที่ยิมเนเซียมของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พวกเราได้จัดประชุมใหญ่ขึ้น และผมก็เป็นคนปราศรัยหนึ่งคนในนั้น ถ้าท่านจำกันได้ การปราศรัยครั้งนั้น ผมได้ยกบางช่วงบางตอนของนวนิยาย ชื่อ เมืองที่มองไม่เห็น (แปลจาก Le Città Invisibili) เขียนโดย อิตาโล คัลวีโน (Italo Calvino) ท่อนนั้นขออนุญาตอ่านทบทวนให้ท่านได้ฟังกันอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ ท่อนนั้นบอกเอาไว้ว่า “นรกของคนเป็น หากมีสักขุม ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่เป็นสิ่งที่อยู่ตรงนี้แล้ว เป็นนรกที่เราอาศัยอยู่ทุกวี่วัน เราสร้างมันขึ้นมาขณะอยู่ด้วยกัน มีหนทาง 2 หนทางที่จะไม่เป็นทุกข์เพราะมัน หนทางหนึ่งนั้นง่ายสำหรับคนทั่วไป คือยอมรับนรกและกลายเป็นส่วนหนึ่งของนรก จนมองมันไม่เห็นอีกต่อไป หนทางที่สอง เสี่ยงอันตราย ต้องตั้งใจและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา คือพยายามแยกให้ออกว่า ใครหรือสิ่งใดในใจกลางนรกที่ไม่ใช่นรก แล้วทำให้มันอยู่ยืนนาน และให้พื้นที่แก่มัน” ชาวอนาคตใหม่ทุกท่านครับ พวกเราชาวอนาคตใหม่ เราเลือกหนทางที่สอง หนทางที่สองคือหนทางที่เราตัดสินใจจะอยู่ในนรกแห่งนี้ต่อไป แต่เราจะไม่ยอมให้นรกกลืนกินพวกเรา และไม่ยอมถูกกลืนกินจนเป็นส่วนหนึ่งในนรก แต่เราจะเปลี่ยนแปลงมัน เราจะคัดแยกคัดสรรส่วนที่ไม่ใช่นรก แล้วผลักดันมันขึ้นมา ให้มันมาควบคุมนรกให้ได้ ทุกท่านครับ การที่เราตัดสินใจอยู่ในนรกแล้วหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงนรกนี้ให้ได้นั้น นี่คือการเมืองแห่งความหวัง นี่คือการเมืองแห่งอนาคต ด้วยความหวังทำให้เรามั่นใจว่าเราจะอยู่ในนรกแห่งนี้แล้วไม่ถูกมันกลืนกิน ด้วยความหวังทำให้เรามั่นใจว่าพวกเราชาวอนาคตใหม่มีศักยภาพที่จะกำหนดอนาคตใหม่ของเราด้วยตัวพวกเราเอง ทบทวนความทรงจำกันสักนิดหนึ่งครับ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้น เติบโตขึ้นมา พร้อมๆ กับความคิดเห็น ความเชื่อของคนจำนวนมากว่า “เป็นไปไม่ได้” เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่จะสร้างพรรคการเมืองขึ้นมาภายใต้ระบอบเผด็จการ คสช. ที่ยังครองเมืองอยู่ เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะสร้างพรรคการเมืองในฝันที่เจ้าของทุกคนคือสมาชิกร่วมกัน ไม่ใช่กลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มทุน หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นสมาชิกที่เป็นเจ้าของร่วมกัน เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะสร้างพรรคการเมือง ที่ตั้งหน้าตั้งตารณรงค์หาเสียงอย่างสร้างสรรค์ ที่ส่งผู้สมัคร ส.ส. โดยเป็นคนหน้าใหม่ทั้งหมด โดยเป็นคนที่ไม่ได้มาจากตระกูลการเมือง โดยเป็นคนที่ไม่เคยมีใครเป็นอดีต ส.ส. มาก่อน เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ที่คุณจะหาเสียงรณรงค์โดยใช้งบประมาณอย่างจำกัด โดยให้ผู้สมัครเดินหน้าเข้าหาประชาชน เคาะประตูบ้าน เข้าไปให้ถึงใจกลางหัวใจของประชาชนให้ได้ เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะรณรงค์หาเสียงโดยไม่มีหัวคะแนนในมือ เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะมี ส.ส. ได้โดยไม่ดึงอดีต ส.ส. เข้ามาในพรรคเลย เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะทำพรรคการเมือง ออกแบบนโยบายมาโดยคิดถึงเรื่องโครงสร้างภาพใหญ่เป็นหลักมากกว่าการตลาดการเมือง แต่ท้ายที่สุดแล้ว หนึ่งปีผ่านไป พรรคอนาคตใหม่ เราได้พิสูจน์แล้วว่า “เป็นไปได้” เป็นไปได้ตรงไหนครับ ณ ปัจจุบันนี้ เรามีสมาชิกพรรคครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ 54,112 คน แล้วดูท่าวันนี้จะเพิ่มอีก เพราะเมื่อกี้แอบไปสังเกตการณ์ดู มีคนต่อแถวสมัครสมาชิกเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นอีกแล้ว หนึ่งปีที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่ตั้งสาขา 6 สาขา และมีตัวแทนประจำพรรค ตัวแทนประจำจังหวัด 71 แห่ง พูดง่ายๆ ก็คือใน 77 จังหวัด มีศูนย์ประสานงานของพรรคอนาคตใหม่ มีตัวแทนของพรรคอนาคตใหม่ที่บริหารพื้นที่ในแต่ละจังหวัดครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย เราจัดกิจกรรมระดมทุนหลายครั้ง เราผลิตสินค้าออกมาขายเป็นของที่ระลึก ขายเพื่อระดมทุนเข้าพรรค 50 รายการแล้วตอนนี้ เราสร้างพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา 1 ปี อยู่กับความเป็นไปไม่ได้ แต่เราพิสูจน์แล้วว่า เป็นไปได้ 1 ปีผ่านไป ลงเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 มีนา ปรากฏว่าได้มา 6,330,000 คะแนน คิดคำนวณเป็น ส.ส. สัดส่วนที่พึงมีอยู่ที่ 89 คน แต่บังเอิญสูตรคำนวณอันแสนประหลาดพิสดารขโมยของเราไปจนเหลือ 81 คน และท้ายที่สุดครับ

นายกฯ ที่ไม่มีคณะรัฐมนตรี – คณะรัฐมนตรีที่ไม่มีนายกฯ

  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ตนเองได้เป็นมาตั้งแต่ 24 สิงหาคม 2557 ไปแล้ว โดยผลของพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562 โดยปกติแล้ว เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง คณะรัฐมนตรีก็ต้องพ้นไปด้วยทั้งคณะ แต่ในกรณีนี้มีข้อยกเว้นในบทเฉพาะกาล มาตรา 264 ให้คณะรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่  ดังนั้นคณะรัฐมนตรีชุดนี้ (ที่มี วิษณุ เครืองาม เป็นรองนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดอน ปรมัตถ์วินัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ฯลฯ)  จึงยังคงมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินต่อไป เพียงแต่ว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ไม่มีนายกรัฐมนตรีเสียแล้ว นายกฯ ที่ชื่อประยุทธ์ ที่นั่งหัวโต๊ะในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมาเกือบ 5 ปี ได้สิ้นสภาพความเป็นนายกฯ ไปแล้ว ครั้นจะให้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ คนใหม่ มานั่งหัวโต๊ะในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ยังมีอำนาจอยู่ตามมาตรา 264 ก็ไม่ได้อีก เพราะตนเองไม่ได้เป็นนายกฯ ของคณะรัฐมนตรีชุดนี้แล้ว ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่สามารถเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีในเวลานี้ได้ ดังที่ผมอธิบายไปในเพจนี้เมื่อสองวันก่อน    ถ้าหากยังเข้าใจยากอยู่ ผมจะขอลองยกตัวอย่างให้ดู ดังนี้ สมมติว่าในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 ได้มีมติเลือกให้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  เป็นนายกรัฐมนตรี แต่บังเอิญว่า ธนาธรใช้เวลาจัดตั้งรัฐบาลนานมาก จนวันนี้ก็ยังตั้งไม่เสร็จ ในขณะที่คณะรัฐมนตรีชุดเดิมก็ยังบริหารราชการแผ่นดินต่อไปตามมาตรา 264 เพราะคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ยังไม่เข้ารับหน้าที่ ถามว่า ธนาธร เข้าไปเป็นนายกรัฐมนตรีและนั่งหัวโต๊ะในการประชุมคณะรัฐมนตรีชุดเดิมได้หรือไม่? ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะยังคงเป็นนายกรัฐมนตรีและนั่งหัวโต๊ะในการประชุมคณะรัฐมนตรีชุดเดิมได้หรือไม่? หรือจะให้ทั้ง ธนาธร และ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ไปทั้งคู่?   ปัญหาทางกฎหมายอันไม่คาดคิดไว้ล่วงหน้านี้เป็นผลพวงจาก การตั้งรัฐบาล “สหพรรค-เสียงปริ่มน้ำ” ทำให้มีการต่อรองแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกันสูง ทำให้ผ่านไปสองสัปดาห์แล้วยังตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ไม่เสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ จะเอาทั้งขึ้นทั้งล่อง เป็นมันทุกตำแหน่ง จะเป็นทั้งหัวหน้า คสช.  จะเป็นทั้งนายกรัฐมนตรีของคณะรัฐมนตรีชุดที่บริหารอยู่ตามมาตรา 264 จะเป็นทั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งในวันที่ 9 มิถุนายน 2562 ซึ่งไม่มีทางที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะมี 3 ร่างในคนคนเดียวได้   หากต้องการให้การบริหารราชการแผ่นดินราบรื่นไร้รอยตะเข็บ พล.อ.ประยุทธ์มีทางเลือกสองทางระหว่าง ทางแรก หารัฐมนตรีสักคนขึ้นมารักษาการเป็นประธานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี  (ที่ยังบริหารประเทศอยู่ตามมาตรา 264) แทน หรือ ทางที่สอง รีบ “แบ่งเค้ก” เก้าอี้รัฐมนตรีให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ  เพื่อถวายสัตย์ก่อนเข้ารับหน้าที่ จะได้เป็นนายกฯ คนใหม่ ของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่   มิเช่นนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีตุรัดตุเหร่อยู่แบบนี้ เป็นนายกฯ ที่ไม่มีคณะรัฐมนตรี ในขณะที่คณะรัฐมนตรีที่บริหารอยู่ตามมาตรา 264 ก็ไม่มีนายกฯ 

เสรีภาพ วัฒนธรรม การเมือง

เสรีภาพในการแสดงออก คำอภิปรายในงาน Future Festival วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ปิยบุตร แสงกนกกุล ในวรรณกรรมเรื่อง Das Liebeskonzil ของ Oskar Panizza ได้กล่าวถึงเหตุการณ์สมมติในปี 1495 ณ เมืองนาโปลี ศาสนจักรคาทอลิกเน่าเฟะมาก โป๊ปอเล็กซานเดอร์ที่ 6 และเหล่าคาร์ดินัลทั้งหลาย หมกมุ่นอยู่กับเรื่องงานรื่นเริงและกามกิจ จนมีสายขึ้นไปรายงานพระเจ้าถึงเหตุการณ์ที่เมืองนาโปลี พระเจ้าหารือกับเมียและลูกแล้ว เห็นตรงกันว่าต้องคิดหาวิธีการสั่งสอนพวกมนุษย์ จึงไปตามตัวซาตานมา โดยมอบหมายให้ซาตานไปคิดหาวิธีการใดมาก็ได้ ที่จะทำให้พวกมนุษย์โง่เขลาเหล่านี้ได้รับบทเรียนเจ็บปวดอันเนื่องมาจากการร่วมเพศ ซาตานคิดแล้วคิดอีก สุดท้ายจึงสร้างเชื้อซิฟิลิสขึ้นมา และประกาศหาอาสาสมัครจากเหล่านางทั้งหลายบนสวรรค์และนรก รับอาสาพาเชื้อซิฟิลิสติดไปกับตัว แล้วลงไปโลกมนุษย์ ยั่วยวน-ร่วมรัก กับเหล่ามนุษย์มากตัณหา สุดท้าย โป๊ป คาร์ดินัล บาทหลวง ผู้คนทั่วไป ก็ติดซิฟิลิสกันหมด ชื่อเรื่อง Le Concile d’amour หรือ Das Liebeskonzil แปลตามตัวได้ว่า การปรึกษาหารือด้วยความรัก พระเจ้า-มารี-เยซู มีและใช้ “ความรัก” ในการควบคุมกิจกรรมของมนุษย์ (รวมทั้งโป๊ปด้วย เพราะโป๊ปก็คือมนุษย์) เอาคำว่า “ความรัก” ไปตัดสินคนนั้นคนนี้ ไปปิดปากคนนั้นคนนี้ สะท้อนให้เห็นถึงกลุ่มบุคคลที่นิยมการครอบงำผู้อื่น โดยอาศัยคุณค่าบางประการในนามของ “ความดีงาม ความรัก ศีลธรรมจรรยา” และแม้นจะอ้างเรื่องความรัก (ที่ทำให้พระเจ้าหน้ามืดตามัว คิดเรื่องอัปรีย์แบบนี้ขึ้นมา) แต่พระเจ้าคงลืมคิดไปว่า ถ้าเอาเชื้อซิฟิลิสลงไปติดคนทั้งโลกจนคนสูญพันธุ์ แล้วพระเจ้าจะเหลือมนุษย์หน้าไหนให้อภิบาล ซาตานขอข้อแลกเปลี่ยนตอบแทนจากการที่ซาตานต้องไปคิดแผนสั่งสอนมนุษย์ ซาตานขอควบคุมเสรีภาพในการเผยแพร่ความคิด เพราะ “การที่ใครบางคนคิด และไม่มีสิทธิในการเผยแพร่ความคิดของตนให้ผู้อื่นได้รับรู้ นั่นแหละ… เป็นความสยดสยองที่สุดในบรรดาวิธีการทรมานทั้งปวง” ใช่ครับ… การที่มนุษย์คิดได้แต่ไม่สามารถแสดงออกในสิ่งที่ตนคิดออกมา นี่คือ การทรมาน มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิต การคิดเป็นเสรีภาพอันสัมบูรณ์ของมนุษย์ ที่อำนาจรัฐไม่มีวันจำกัดได้ อำนาจรัฐจึงทำได้เพียงสร้างกลไกมาบีบคั้นไม่ให้มนุษย์ได้แสดงออกซึ่งความคิดเท่านั้น แต่ห้ามมิให้มนุษย์คิดไม่ได้ กลไกรัฐที่ห้ามแสดงออกซึ่งความคิด นานวันเข้าก็แนบเนียนขึ้น จนกลายเป็นการห้ามคิด เมื่อคนถูกห้ามแสดงออกซึ่งความคิดมากขึ้น ในท้ายที่สุด คนก็จะเลิกคิดไปโดยไม่รู้ตัว   Michel Foucault กล่าวไว้ว่า “การห้าม” แสดงออกได้ตั้งแต่ การที่เราไม่มีสิทธิที่จะพูดได้ทั้งหมด การที่เราไม่สามารถพูดทุกสิ่งทุกอย่างได้ในทุกสถานการณ์ และไม่ใช่ทุกคนที่สามารถพูดถึงเรื่องอะไรก็ได้ ในสังคมของเรานี้ จึงมี 1.เรื่องต้องห้ามที่ห้ามพูดถึง 2.สถานการณ์ที่ห้ามพูด 3.สิทธิพิเศษหรือเรื่องบางเรื่องที่สงวนไว้ให้แก่บางคนเท่านั้นที่พูดได้ วิธีการห้ามปรากฏได้ในสองรูปแบบใหญ่ๆ รูปแบบแรก การห้ามผ่านระบบกฎหมาย รูปแบบที่สอง การห้ามผ่านอุดมการณ์ ความคิด วัฒนธรรม ในรูปแบบแรก ได้แก่ การตรากฎหมายห้าม กำหนดบทลงโทษ ใช้กลไกรัฐเข้าจับกุมปราบปราม ตำรวจ ทหาร ศาล นอกจากการตรากฎหมายห้ามแล้ว ยังมีการใช้กฎหมายแบบไม่แน่นอนชัดเจน จนคนไม่แน่ใจ จึงเลือกเซ็นเซอร์ตนเอง ในวรรณกรรมเรื่อง “คดีความ” ของฟรานซ์ คาฟคา K ตื่นขึ้นมาพร้อมกับการถูกจับกุมโดยชาย 2 คน โดยไม่รู้ว่าตนทำความผิดอะไร นับแต่นั้น K ก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีเสรีภาพแบบชั่วคราว เขายังคงมีเสรีภาพไปไหนมาไหนได้ตามปกติ เพียงแต่ว่ามันเป็นเสรีภาพภายใต้คดีความ K ต้องเผชิญหน้ากับกระบวนพิจารณาคดีที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ต้องพบเจอผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ ทนายความ พระ คนเขียนภาพ ที่สร้างความปั่นป่วนให้กับเขา ในโลกอันแสนวิปริตวิปลาสของ K เขาต้องประสบกับองค์กรในกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายที่องค์กรเหล่านั้นใช้บังคับกับเขาโดยไม่รับประกันความยุติธรรมและความมั่นคงแน่นอนชัดเจนของกฎหมาย ในท้ายที่สุด ความไม่มั่นคงแน่นอนชัดเจนของกฎหมายนั้นเองนำพา K ไปสู่โศกนาฏกรรม การห้ามในรูปแบบที่สอง ได้แก่ ระบบเศรษฐกิจและสังคม ระเบียบโลกแบบทุนนิยมถึงขีดสุด ลัทธิเสรีนิยมใหม่ทางเศรษฐกิจ ที่กระตุ้นให้คนสนใจแต่การบริโภคโดยไม่คิดถึงอะไร สภาพเช่นนี้ส่งผลให้คนจำนวนมากสนใจแต่เพียงการหารายได้ สร้างความมั่งคั่ง เพื่อนำมาบริโภค จนไม่สนใจเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก ไม่สนใจต่อต้านกับสิ่งที่ไม่เป็นธรรม มุ่งเพียงแต่ “อยู่เป็น” ไปเรื่อยๆ ในแง่ของอุดมการณ์หรือวัฒนธรรมก็เช่นกัน มนุษย์อาจถูกครอบงำโดยอุดมการณ์ที่อำนาจนำที่ยึดครองรัฐสร้างขึ้นครอบเอาไว้ เราอาจไม่รู้ตัวเลยว่าเรากำลังถูกละเมิดเสรีภาพ เราคิดว่าเรามีเสรีภาพ เราเชื่อว่าเราตัดสินใจเลือกกระทำอย่างหนึ่งหรือไม่กระทำอย่างหนึ่งอย่างอิสระ แต่เอาเข้าจริงแล้ว เราถูกอุดมการณ์-วัฒนธรรมครอบงำอยู่ เราหลงระเริงว่าเรามีเสรีภาพ สนุกกับการใช้เสรีภาพ แต่เสรีภาพที่ว่าพาเราไปสู่การจำนน การห้ามในรูปแบบที่สองนี้แนบเนียนและยั่งยืนกว่ารูปแบบแรก รูปแบบแรก คนยอมเพราะเห็นว่ากฎหมายห้าม คนเชื่อฟังเพราะกลัวถูกลงโทษ อำนาจรัฐปรากฏให้เห็นชัด ความรุนแรงแปลงสภาพเป็นกฎหมายเพื่อใช้ปราบปราม แต่รูปแบบที่สองนั้น มาแบบซึมลึกเข้าไปในสมอง เข้าไปในจิตสำนึก เมื่อไรก็ตามที่รัฐไม่จำเป็นต้องใช้กลไกทางกฎหมาย ศาล ตำรวจ ทหาร เข้าปราบปรามผู้คนเลย แต่ผู้คนกลับสยบยอมเพราะถูกครอบงำโดยวัฒนธรรมหรือความคิด นั่นแสดงว่า การสถาปนาอำนาจนำผ่านกลไกทางอุดมการณ์กระทำได้สำเร็จ แต่ถ้ารัฐต้องหันมาใช้กลไกการปราบปรามมากขึ้น

คำแถลง “อนาคตใหม่ต้องการคุณ” – ปิยบุตร แสงกนกกุล

วันที่ 1 ตุลาคม 2561 คนทุกคน ไม่ว่าจะสังกัดกลุ่มการเมืองใด สังกัดสีเสื้อการเมืองใด ไม่ว่าจะเป็นคนชนบทหรือคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นรากหญ้าหรือคนชั้นกลาง ไม่ว่าจะเป็นเยาวชน วัยกลางคน หรือคนชรา ไม่ว่าจะประกอบอาชีพผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร หาเช้ากินค่ำ พนักงานบริษัท เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือประกอบอาชีพอิสระ ไม่ว่าจะเพศใด หรือมีรสนิยมทางเพศแบบใด คนเหล่านี้ ต่างก็เป็น “ประชาชน” และได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้าจากโครงสร้างที่ไม่ยุติธรรม คนแต่ละกลุ่ม ต่างก็มีความต้องการ ข้อเรียกร้อง ความไม่พอใจ ความโกรธแค้น แตกต่างกันไป ความแตกต่างเหล่านี้ เอาเข้าจริงแล้ว มันคือความต้องการร่วมกันของ “ประชาชน” ที่มีต่อชนชั้นนำไม่กี่คนไม่กี่กลุ่มที่ผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจเอาไว้ คนที่ขัดแย้งกันมากว่าทศวรรษ ต่างก็ไม่ชอบการผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ ไม่ชอบให้ใครมาละเมิดสิทธิและเสรีภาพของตนเอง ไม่ชอบความเหลื่อมล้ำ คนที่ขัดแย้งกันมากว่าทศวรรษ ต่างก็ต้องการมีชีวิตที่ดี มีความมั่นคงและสวัสดิการ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีตั้งแต่เกิดจนตาย ต้องการมีอำนาจ มีสิทธิ มีเสียง มีบทบาทในการตัดสินใจ ต้องการโอกาสใหม่ๆให้เขาได้พัฒนาและขยับสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม ต้องการระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ โครงสร้างพื้นฐาน คนเหล่านี้ต่างไม่ได้การสนองตอบในสิ่งที่ต้องการ ยังคงยากจน ยากลำบาก ยังคงไม่มีโอกาส ยังขาดความมั่นคงในชีวิต ที่ผ่านมาเป็นเช่นไร ปัจจุบันยังคงเป็นเช่นนั้น และอนาคตก็คงจะเป็นเหมือนเดิม ความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ในสังคมไทย เปิดทางให้ “เผด็จการ” เข้าครองอำนาจอย่างต่อเนื่องยาวนาน และดูดกลืนเอาทรัพยากรไปแบ่งปันกันในกลุ่มคนไม่กี่คน เราจึงจำเป็นต้องขีดเส้นคู่ขัดแย้งใหม่ นี่ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่าง “ประชาชนแบบหนึ่ง” กับ “ประชาชนอีกแบบหนึ่ง” แต่เป็นความขัดแย้งระหว่าง “ประชาชน คนธรรมดา คนทั่วไป” กับ “เผด็จการและชนชั้นนำที่ผูกขาดอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ” พรรคอนาคตใหม่ คือ พื้นที่แห่งการหลอมรวมคนทุกกลุ่ม หลอมรวมความต้องการ ข้อเรียกร้อง ความอัดอั้นตันใจของคนทุกกลุ่ม และก่อร่างเป็น “ประชาชน” เข้าเผชิญหน้ากับ “เผด็จการ” ร่วมกันก่อร่างสร้าง “ประชาชน” ให้กลับมาเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดอีกครั้ง พรรคอนาคตใหม่ คือ พรรคที่ทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ พรรคอนาคตใหม่จะขีดเส้นแบ่งการเมืองเก่ากับการเมืองใหม่ให้ชัด การเมืองที่ใช้อำนาจรัฐและอิทธิพล “ดูด” นักการเมืองให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก การเมืองที่ใส่ร้ายป้ายสี สาดโคลน ทำลายล้างกันโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ การเมืองที่ใช้เงิน การเมืองที่จ้องแต่จะมีตำแหน่งมีอำนาจโดยไม่คำนึงถึงอุดมการณ์ ทั้งหมดนี้ คือ การเมืองเก่า ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าเราจะไม่ทำสิ่งเหล่านี้ ยิ่งพรรคใด กลุ่มใด คนใด ทำการเมืองแบบนี้ เส้นแบ่งการเมืองเก่ากับการเมืองใหม่ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อชัดเจนขึ้น ประชาชนก็เป็นผู้เลือกตัดสินใจว่า ต้องการอยู่กับการเมืองเก่าหรือการเมืองใหม่    พรรคอนาคตใหม่ คือ พรรคที่ทำงานการเมืองระยะยาว พรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่พรรคการเมืองเฉพาะกิจที่มุ่งหมายทำงานเฉพาะการเลือกตั้งเป็นครั้งคราว แต่พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองที่มีชีวิตตลอดเวลา เราจะไม่ขยันกระตือรือร้นทำงานช่วงฤดูกาลเลือกตั้งเท่านั้น แต่เราจะทำงานต่อเนื่อง เมื่อมีการเลือกตั้ง พรรคอนาคตใหม่ จะส่งผู้สมัครให้ครบทุกเขต จะทำงานรณรงค์ทางการเมืองอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เมื่อเลือกตั้งแล้ว พรรคอนาคตใหม่ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เราจะจัดหลักสูตร “ตลาดวิชา” เพื่อเผยแพร่ความรู้และหลักการประชาธิปไตย เราจะจัดงานศิลปวัฒนธรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับศิลปินทุกแขนง เราจะสร้างที่ทำการพรรคที่เป็นมิตรต่อทุกคน มีพื้นที่สำหรับการใช้สอยร่วมกัน เราจะจัดกิจกรรมให้กับเยาวชน นิสิต นักศึกษา ได้เข้ามาพบปะพูดคุยกัน พรรคอนาคตใหม่จะไม่ใช่สถานที่ที่ทำให้คนได้เป็น ส.ส.หรือรัฐมนตรีเท่านั้น แต่พรรคอนาคตใหม่ คือ หน่วยทางการเมืองที่ทำงานทางการเมืองตามอุดมการณ์ ผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง  ปักธงความคิดก้าวหน้าให้กับสังคม พรรคอนาคตใหม่ คือ พรรคการเมืองที่สมาชิกทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน ความเป็นเจ้าของของสมาชิกแสดงออกผ่านการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรค ทั้งในแง่การระดมทุน และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในส่วนของการระดมทุนจากสมาชิกและผู้สนับสนุน เราจะเดินทางไปทั่วประเทศ เราจะจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อระดมทุน เมื่อเงินของพรรคมาจากคนทุกคน ความสัมพันธ์ระหว่างพรรค กรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค จะไม่ตั้งอยู่บนฐานของ “ผู้ให้-ผู้รับ” จะไม่ตั้งอยู่บนฐานของ “เจ้านาย-ลูกน้อง” แต่ทุกคนต่างเป็นหุ้นส่วน เป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน ผู้บริหารพรรคไม่กี่คนไม่อาจกำหนดความเป็นไปของพรรคได้ตามลำพัง เงินที่ได้จากการระดมทุน รายรับ รายจ่าย จะถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะทุก 3 เดือน เพื่อสร้างความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้สังคมตรวจสอบได้     เมื่อสมาชิกทุกคนร่วมเป็นเจ้าของ พวกเขาก็ย่อมมีอำนาจในการตัดสินใจ มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของพรรค ดังนั้น เราจึงออกแบบโครงสร้างและการดำเนินการโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการประชาธิปไตย การมีส่วนร่วม และการกระจายอำนาจ พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของสมาชิก เราจึงกำหนดระบบประชาธิปไตยทางตรงในพรรค นอกจากสมาชิกพรรคจะมีส่วนร่วมในการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในพรรค เสนอตัวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแล้ว สมาชิกพรรคยังมีสิทธิต่างๆ อีก ได้แก่ สิทธิในการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายและข้อเสนอแนะต่างๆ สิทธิในการเข้าชื่อเพื่อขอถอดถอนกรรมการบริหารพรรคออกจากตำแหน่ง สิทธิในการเข้าชื่อเพื่อขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ สิทธิในการเข้าชื่อเพื่อขอจัดให้มีการออกเสียงประชามติภายในพรรค สิทธิในการออกเสียงประชามติภายในพรรค ในระดับจังหวัด คณะกรรมการสาขาพรรคและคณะทำงานในจังหวัดมีอำนาจในการบริหารจัดการงบประมาณ จัดกิจกรรม หาสมาชิก และสร้างเครือข่าย โดยคณะกรรมการมาจากการเลือกของสมาชิกในพื้นที่จังหวัดนั้น

ปลดปล่อยศักยภาพอีสาน

คนอีสานเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศมาทุกยุคทุกสมัย มีคนที่มีความรู้ความสามารถหลายคน แต่ด้วยโครงสร้างที่อยุติธรรมกดทับไว้ ทำให้คนอีสานไม่สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ด้วยการแบ่งสรรทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรม ทำให้พวกเขาเข้าไม่ถึงโอกาสเพื่อยกระดับชีวิตหรือสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ได้ นี่ขนาดโดนกดทับหรือเข้าไม่ถึงโอกาสอย่างนี้ คนอีสานก็ยังพอจะแสดงศักยภาพออกมาได้อยู่ดี แล้วถ้ามีการปลดล็อกใหญ่ที่ปิดกั้นพี่น้องอีสาน  ลองคิดดูว่า พวกเขาจะไปได้ไกลขนาดไหน เรา อนาคตใหม่ จำเป็นต้องเข้าไปมีอำนาจรัฐ ไม่ใช่เพราะเราอยากมีอำนาจ หรือฝันถึงการได้สายสะพายจากการเป็นรัฐมนตรี  แต่เราจำเป็นต้องเข้าไปมีอำนาจ เพื่อจะเอาอำนาจนั้นคืนกลับมาที่พี่น้องประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ เราต้องการเข้าไปปลดปล่อยศักยภาพของพี่น้องประชาชน    ปลดปล่อยศักยภาพคนอีสาน ปลดปล่อยศักยภาพของประเทศไทย   #ทีมอนาคตใหม่ #พรรคอนาคตใหม่

(คลิป) การเมืองใหม่ อนาคตใหม่ประเทศไทย

“การเอาชนะทางการเมือง ชนะกันที่ความคิด พรรคอนาคตใหม่มุ่งมั่นทำงานความคิด เพื่อปักธง ยึดพื้นที่อุดมการณ์ประชาธิปไตยและสร้างสังคมที่ก้าวหน้าให้กับคนไทย” ฟัง ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงแนวทางการทำพรรคการเมืองแบบใหม่ ที่ประชาชนจะเป็นเจ้าของร่วมกันผ่านการมีส่วนร่วมในการออกนโยบายและการระดมทุนให้ได้อย่างน้อย 350 ล้านบาทเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันที่นโยบาย ไม่ใส่ร้ายป้ายสีพรรคอื่น โดยทำผ่าน 3 องค์กร คือพรรคการเมือง ทำงานการเมืองในสภา มูลนิธิ ทำงานความคิด เป็นคลังสมอง และเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อสังคม สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น และเป็นห้องทดลองนโยบายก่อนนำเสนอในระดับชาติ #พรรคอนาคตใหม่ #ทีมอนาคตใหม่ การเมืองใหม่ อนาคตใหม่ประเทศไทย “การเอาชนะทางการเมือง ชนะกันที่ความคิด พรรคอนาคตใหม่มุ่งมั่นทำงานความคิด เพื่อปักธง ยึดพื้นที่อุดมการณ์ประชาธิปไตยและสร้างสังคมที่ก้าวหน้าให้กับคนไทย”ฟังปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงแนวทางการทำพรรคการเมืองแบบใหม่ ที่ประชาชนจะเป็นเจ้าของร่วมกันผ่านการมีส่วนร่วมในการออกนโยบายและการระดมทุนให้ได้อย่างน้อย 350 ล้านบาทเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันที่นโยบาย ไม่ใส่ร้ายป้ายสีพรรคอื่น โดยทำผ่าน 3 องค์กร คือพรรคการเมือง ทำงานการเมืองในสภา มูลนิธิ ทำงานความคิด เป็นคลังสมอง และเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อสังคม สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น และเป็นห้องทดลองนโยบายก่อนนำเสนอในระดับชาติ#พรรคอนาคตใหม่ #ทีมอนาคตใหม่ 由 พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2018年6月3日周日

1 2