fbpx

ไกลก้อง ไวทยการ

“อนาคตใหม่” ดันนโยบาย ขยายจุดฟรีไวไฟ-โอเพ่นดาต้าภาครัฐ รับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล

เรื่องกฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งที่ผ่านมากฎหมายมีลักษณะที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อนักลงทุน ทำให้นักลงทุนไม่กล้าที่จะเข้ามาลงทุน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามี การส่งเสริมสตาร์ตอัพ แต่ยังมีสตาร์ตอัพที่มีไอเดีย แต่ขาดผู้สนับสนุนมากมาย เกิดการแย่งบุคลากร และจำเป็นต้องผลักดันสตาร์ตอัพไทยให้ก้าวไปสู่ในระดับสากล เรายังมีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ หรือโรบอท ที่จะเข้ามาแทนแรงงานมนุษย์ด้วย ไกลก้อง ไวทยการ Klaikong Vaidhyakarn นายทะเบียนพรรค #อนาคตใหม่ เสวนา เปิดวิสัยทัศน์ “Digital Economy” ชูแนวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยุคใหม่   #24มีนากาอนาคตใหม่ ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์ https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1385437

การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐและพรรคไทยรักษาชาติ

ดาวน์โหลดแถลงการณ์ PDF   แถลงการณ์พรรคอนาคตใหม่ เรื่อง  การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐและพรรคไทยรักษาชาติ ____________________       จากกรณีที่พรรคพลังประชารัฐมีมติเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคไทยรักษาชาติมีมติเสนอทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ มหิดล ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่มีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังนี้ พรรคอนาคตใหม่ขอเรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ลาออกจากทั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ด้วยเหตุผล 2 ประการ ประการแรก การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ของ พล.อ.ประยุทธ์ในขณะจัดการเลือกตั้งทั่วไปนั้น ไม่สามารถเทียบได้กับบรรทัดฐานสากลเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. ยังคงอนุญาตให้รัฐบาลมีอำนาจเต็ม ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการที่มีอำนาจจำกัด และหัวหน้า คสช. ยังมีอำนาจเผด็จการตามมาตรา 44 ด้วย ประการที่สอง หัวหน้า คสช. มีอำนาจแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลงคะแนนให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาหลังการเลือกตั้ง ดังนั้น การดำรงตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช. ของ พล.อ. ประยุทธ์ พร้อมกับเป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จึงเป็นกรณีผลประโยชน์ทับซ้อนและส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สามารถดำเนินไปได้โดยเสรีและเป็นธรรม ในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 มีนาคม 2562 พรรคอนาคตใหม่ยืนยันเสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่หนึ่งของพรรคอนาคตใหม่ เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคอนาคตใหม่ยังยืนยันในข้อเสนอทางการเมือง 3 ข้อ ได้แก่ (1) หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. (2) แก้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ทั้งฉบับ และ (3) ลบล้างผลพวงรัฐประหาร พรรคอนาคตใหม่เชื่อว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบประชาธิปไตยและการบรรลุข้อเสนอทั้ง 3 ข้อนั้น จะเป็นไปได้ก็ด้วยแนวทางที่มั่นคงในหลักการประชาธิปไตยที่ประชาชนต้องถูกรวมเข้าไปในกระบวนการตัดสินใจทางการเมือง ผลประโยชน์ของประชาชนจะต้องไม่ถูกลืม และสิทธิเสรีภาพของประชาชนต้องได้รับการค้ำประกัน  จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า การตกลงรอมชอมกันเองระหว่างชนชั้นนำไม่สามารถแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้เลย ผลพวงของการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ประการหนึ่ง คือ การปูทางไปสู่การสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารผ่านรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่เปิดช่องทางให้พรรคการเมืองสามารถเสนอชื่อบุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นนายกรัฐมนตรีได้ พรรคอนาคตใหม่เห็นว่า พรรคการเมืองที่ยืนหยัดกับหลักการประชาธิปไตยจะต้องยึดถือหลักการ “นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.” หลักการ “นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.” คือ มรดกของเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 เป็นผลพวงจากการต่อสู้ของประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยต่อระบอบ “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” ตามรัฐธรรมนูญ 2521 และ 2534 ที่ต้องการให้การเลือกตั้งเป็นเพียง “เครื่องประดับ” และหลังเลือกตั้งกลับเชิญ “คนนอก” เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับมีวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง ประกอบไปด้วยนายทหารและข้าราชการประจำ  เราต้องแลกเลือดเนื้อชีวิตของประชาชนไปจำนวนมาก กว่าประเทศไทยจะสถาปนาหลักการ “นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.” ลงไปในรัฐธรรมนูญ 2540 ก่อนจะถูกฉีกโดยการรัฐประหาร 2549 พรรคอนาคตใหม่เรียกร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องดำเนินไปอย่างเสรี เป็นธรรม และแข่งขันกันอย่างเสมอภาคเท่าเทียม บุคคล สื่อมวลชน ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมืองทุกพรรคต้องมีเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเผชิญกับอุปสรรคขัดขวางในทางกฎหมายและในทางประเพณีค่านิยม เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นกระบวนการสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย พรรคอนาคตใหม่มีความพร้อมกับการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 ทั้งในด้านบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี บุคคลที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี ผู้สมัคร ส.ส. ตลอดจนนโยบายของพรรคที่มุ่งแก้ไขปัญหาโครงสร้างทั้งระบบ เรายืนยันว่า หากพรรคอนาคตใหม่ได้เสียงข้างมากเพียงพอ พรรคอนาคตใหม่พร้อมเป็นรัฐบาล และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี แต่หากเกิดกรณีจัดตั้ง “รัฐบาลแห่งชาติ” ที่รวบรวมทุกพรรคการเมืองเข้าด้วยกัน พรรคอนาคตใหม่ก็พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเพราะว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 106 บังคับให้ต้องมีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาจำเป็นต้องมีฝ่ายค้านที่คอยตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาลด้วย   สุดท้ายพรรคอนาคตใหม่เชื่อในการเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปได้ เราเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องเลือกอยู่ระหว่างการเมืองแบบเผด็จการทหารกับการเมืองแบบเก่า แต่การเมืองแบบใหม่เป็นไปได้ การเมืองที่เป็นของคนทุกคน ไม่ใช่การตกลงเจรจาโดยผู้มีอำนาจไม่กี่คน เป็นไปได้ การเมืองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน เป็นไปได้   พรรคอนาคตใหม่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562          

Civic Tech การใช้เทคโนโลยีสร้างรัฐเปิดเผยโดยประชาชนประสบการณ์จากไต้หวัน

ช่วงระหว่างวันที่ 21 กันยายน ถึง 20 ตุลาคม 2561 ผมได้รับทุนจากมูลนิธิเพื่อประชาธิปไตยไต้หวัน (Taiwan Foundation for Democracy) ไปทำงานวิจัยด้านCivic Tech หรือการใช้เทคโนโลยีสร้างรัฐเปิดเผยโดยประชาชน ที่ไทเป จึงนำความรู้ และ ประสบการณ์ส่วนหนึ่งมาถ่ายทอดให้ฟัง สาระสำคัญ Civic Tech ในไต้หวันเกิดขึ้นจากความไม่พอใจพรรครัฐบาลขณะนั้นที่ไม่เปิดเผยข้อมูลกับประชาชน เลยมีกลุ่ม hacker นำข้อมูลมาเปิดเผยแบบ Open Data และร่วมกันกับประชาชนทำการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เรียกว่า Sunflower movement สำหรับประเทศไทย Civic Tech ยังเป็นเรื่องใหม่ และ 4 ปีภายใต้รัฐประหาร ไม่มีการใช้ช่องทางเทคโนโลยีใดๆ ให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างรัฐและพลเมือง สิ่งที่ควรทำให้เกิดขึ้นคือการสนับสนุนกิจกรรม Civic Tech ในการสร้างนวัตกรรมสังคม เพื่อให้เกิดวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่ประชาชนมีส่วนร่วม สถานการณ์ในประเทศไทยปัจจุบัน มีส่วนคล้ายตอนก่อนเกิดเหตุการณ์ Sunflower movement ทำให้มีโอกาสที่จะขยายกิจกรรม Civic Tech และสร้างรัฐเปิดเผยในประเทศไทย ไต้หวัน ปี 2012 ถือว่าเป็นการเริ่มต้นนิยามของ Civic Tech ในไต้หวัน จากแรงผลักดันของกลุ่มชุมชนนักพัฒนาซอฟต์แวร์และ hacker ที่ต้องการเห็นรัฐบาลที่โปร่งใส โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ นำไปสู่การจัดกิจกรรม Hackathon อย่างต่อเนื่องเพื่อเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว อาทิ ข้อมูลงบประมาณ การสร้าง Open Data เปิดเผยข้อมูลในหน่วยงานภาครัฐ มีการสร้าง platform เพื่อเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมเชิงนโยบายอย่าง vTaiwan เป็นต้น เป็นการเริ่มต้นสร้างการเคลื่อนไหวทางสังคมของชุมชนดิจิตัลในไต้หวัน เหตุการณ์ที่ทำให้กลุ่ม Civic Tech เข้ามามีบทบาทด้านการเคลื่อนไหวทางสังคม มาจากแรงผลักที่อยากเห็นรัฐที่เปิดเผย (Open Government) ขณะที่เหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงปี 2014 พรรคก๊กมินตั๋ง ที่เป็นพรรครัฐบาลในขณะนั้น พยายามทำข้อตกลงทางการค้ากับจีน โดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลนี้กับประชาชน ทำให้กลายเป็นกระแสคัดค้านการกระทำดังกล่าวของรัฐบาล กลุ่ม g0v (อ่านว่า gov zero) ได้สร้างกิจกรรมที่จะนำข้อมูลร่างข้อตกลงทางการค้ากับจีนของรัฐบาลไต้หวันขณะนั้น มาเปิดเผยในรูปแบบ Open Data บนอินเทอร์เน็ต โดยให้สาธารณชนมีส่วนร่วมในการสร้างข้อมูลจากภาพถ่ายเอกสาร จนทำให้ร่างข้อตกลงทางการค้ากับจีนทั้งหมด เปิดเผยต่อสาธารณะในรูปแบบ full text ที่สามารถสืบค้นได้ทั้งหมด ทำให้สาธารณชนเข้าถึงข้อมูลนี้ และนำข้อมูลไปใช้สนับสนุนการเคลื่อนไหวทางสังคม เหตุการณ์ Sunflower movement ในปี 2014  ทำให้การรวมตัวกันของชุมชน Civic Tech ในไต้หวันแนบแน่น และสามารถเชื่อมโยงกับ ภาคประชาสังคม และกลุ่มการเคลื่อนไหวทางสังคม ในขณะที่กลุ่มนักศึกษา และ ประชาชน ยึดพื้นที่รัฐสภาอยู่นั้น สมาชิกของ g0v ได้ทำหน้าที่เป็นฝ่ายสนับสนุนทางเทคโนโลยี มีการติดตั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในพื้นที่การชุมนุมในรัฐสภา เพื่อสื่อสารกับภายนอก และ มีการถ่ายทอดสดผ่าน live stream จากภายในอาคารรัฐสภา การพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่อยู่ในอาคารรัฐสภา สามารถสั่งซื้อของกิน ของใช้ได้ ซึ่งทำให้กลุ่ม g0v และสมาชิกของกลุ่ม ได้รับการต้อนรับและ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับภาคประชาสังคมอื่น ๆ ที่เคลื่อนไหวในช่วง Sunflower movement หลังจากเหตุการณ์ Sunflower movement ชุมชน Civic Tech โดย g0v ได้มีการเติมโตขึ้นไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะกิจกรรม hackathon ที่จัดอย่างต่อเนื่องทุกเดือน ซึ่งทำให้เกิดพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความรู้กันในกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สนใจประเด็นสังคม รวมทั้งกลุ่มภาคประชาสังคมอื่นๆ ประเทศไทย Civic Tech ในประเทศไทย ยังเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ และคำว่า Civic Tech ยังไม่ได้รับการสร้างความเข้าใจมากนัก ซึ่งต่างจาก Gov Tech ที่มีการริเริ่มจากภาครัฐ และเริ่มมีการเผยแพร่ในหมู่ผู้สนใจนวัตกรรมและสตาร์ทอัพ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาคประชาสังคม ที่สนใจทำงานในเรื่องนี้ในประเทศไทย  ได้ทำกิจกรรมที่สามารถเรียกว่าเป็นการส่งเสริม Civic Tech โดยสนับสนุนและผลักดันให้ภาครัฐมีการจัดทำ Open Data เพื่อสร้างความโปร่งใส และเป็นการสร้างนวัตกรรมทางสังคม รวมทั้งจัด hackathon เพื่อสร้างการใช้งาน Open Data ในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความโปร่งใสภาครัฐ การพัฒนาเมือง การเกษตร การจัดการภัยพิบัติ สาธารณสุข

บทเรียนจาก “ถ้ำหลวง” โอกาสในวิกฤต สู่อนาคต นวัตกรรมช่วยชีวิตมนุษย์

ต้องขอแสดงความยินดี กับน้องๆ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอคาเดมี ที่ได้ออกมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย และจะได้กลับบ้าน ไปอยู่กับครอบครัวที่เฝ้ารอคอยกว่า 17 วัน ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ และ ชื่นชมจากใจจริง สำหรับทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจากรัฐบาล เอกชน รวมทั้งอาสาสมัคร ทั้งของไทยและนานาชาติ ที่ได้ทุ่มแรงกาย แรงใจ ทำให้ภารกิจนี้สำเร็จอย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการเสียสละของ จ.อ.สมาน กุนัน ที่มาเป็นอาสาสมัครร่วมปฏิบัติการร่วมกับหน่วยซีล เป็นตัวอย่างของสปิริตแห่งการช่วยเหลือผู้อื่นที่ยิ่งใหญ่ ภารกิจกู้ภัยระดับโลก ณ ถ้ำหลวงครั้งนี้ นอกจากเรื่องราววีรกรรมความกล้าหาญแล้ว ยังมีบทเรียนในแง่มุมของนวัตกรรม ที่น่าจะนำมาต่อยอด ไม่ควรหยุดแค่ภารกิจครั้งนี้ ในแง่มุมนวัตกรรม เหตุการณ์ถ้ำหลวงครั้งนี้ ได้ดึงเจ้าพ่อนวัตกรรมระดับโลก เจ้าของบริษัทเทคโนโลยี spaceX และรถยนต์ไฟฟ้า Tesla อย่าง “อีลอน มัสก์” มาร่วมคิดช่วยเหลือด้วยตัวเอง จนออกมาเป็นนวัตกรรม “แคปซูลดำน้ำ”​ ขนาดเล็ก ซึ่งสร้างจากชิ้นส่วนท่อเชื้อเพลิงจรวด ที่ใช้เวลาพัฒนาเพียง 2 วันและนำมาส่งมอบให้ด้วยตัวเอง แม้ว่าจะมีข้อถกเถียงว่า “แคปซูลดำน้ำ”​ ของอีลอน จะเหมาะสมกับภารกิจถ้ำหลวงหรือไม่ แต่อุปกรณ์นี้มีประโยชน์แน่ๆ ในอนาคต โดยประเทศไทยควรอาสา ช่วย อีลอน มัสก์ ทดสอบและพัฒนาเครื่องมือนี้ร่วมกับทีมงานของเขา เพื่อทำให้ต้นแบบนี้มีความสมบูรณ์ขึ้นตามกระบวนการพัฒนาต้นแบบนวัตกรรม และสามารถนำไปใช้กับเหตุการณ์ที่อุปกรณ์แบบนี้จะเป็นประโยชน์ ในที่ต่างๆ ทั่วโลก ผลพลอยได้จากเรื่องนี้ อาจนำไปสู่ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ พลังงานทดแทน หรือ เทคโนโลยีล้ำยุคอื่นๆ ในเครือข่ายของ “อีลอน มัสก์” ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากวาระเหตุการณ์พิเศษครั้งนี้ ไม่แน่ใจว่าช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วงที่ได้พบกับ อีลอน มัสก์ นอกจากบอกว่าให้ประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่สอง ชวนมาลงทุนในอีอีซี และ บอกว่าจากที่คุยกันเขา (อีลอน มัสก์) ก็รักผม นั้น นายกรัฐมนตรีของไทยได้เห็นโอกาสที่จะสานสัมพันธ์กับ เจ้าของเทคโนโลยีล้ำยุคผู้นี้แค่ไหน จากเจ้าพ่อเทคโนโลยีระดับโลก มาถึงเจ้าของเทคโนโลยีท้องถิ่น อย่าง “ทีมเครื่องสูบน้ำซิ่งพญานาค” จาก อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และ จ.นครปฐม เป็นเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 360 แรงม้า เป็นกำลังหลักทำให้ระดับน้ำในถ้ำหลวงลดลง จนกระทั้งสามารถทำภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตได้อย่างปลอดภัย สิ่งที่น่าแปลกคือ หน่วยราชการไทย ไม่มีเครื่องสูบน้ำ ประสิทธิภาพสูงที่คิดขึ้นเองในท้องถิ่นแบบนี้ใช้งานเลย หากทีมเครื่องสูบน้ำซิ่งพญานาค ไม่นำมาช่วยเหลือทีมหมูป่า เราก็คงไม่รู้ว่าในท้องถิ่น มีเทคโนโลยีที่สามารถจะเป็นกำลังสำคัญ ในการช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งเรื่องชลประทาน และ ปัญหาอุทกภัย ที่ผ่านมา ทีมเครื่องสูบน้ำต้องทำงานหารายได้จากการรับจ้างสูบน้ำเข้านา ได้ค่าเช่าเครื่องวันละ 10,000 – 15,000 บาท แบบนี้แล้ว จะเอาทุนที่ไหนมาพัฒนาต่อยอด หรือทำตลาดในวงกว้างหรือระดับนานาชาติ เรื่องนี้เป็นปัญหาคลาสสิคของนวัตกรรมไทยมาตลอด คือคิดอะไรขึ้นมาได้ ต้องหาทางทำให้เป็นธุรกิจเอง และที่สำคัญ ตลาดใหญ่อย่างราชการ ก็ยากที่จะสนใจซื้อนวัตกรรมของคนไทยไปใช้งาน เพราะติดเรื่องต้องเขียน TOR แบบที่บริษัทใหญ่ๆ เท่านั้นถึงจะผ่านการพิจารณา นอกจากนวัตกรรมด้านสิ่งประดิษฐ์แล้ว การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ก็มีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการครั้งนี้ เทคโนโลยีการสำรวจระยะใกล้อย่าง Remote Sensing มีบทาทตั้งแต่วันแรกๆ เพื่อให้ทีมช่วยเหลือมีข้อมูลทางกายภาพ ของถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน และ ดอยผาหมี โดยที่นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมากคือ แผนที่ 3D ของภูเขาและถ้ำ ทำให้ทีมงาน และสื่อมีภาพจำลอง และโมเดล ไว้สำหรับวางแผนและรายงานข่าว เหตุการณ์ถ้ำหลวงในครั้งนี้ทำให้เรารู้จัก เทคโนโลยีเลเซอร์สแกน ที่สามารถทำรูป 3 มิติภายในถ้ำที่มืดมิดได้ อีกเรื่องที่อยากจะกล่าวถึงคือ เทคโนโลยีในการรายงานข่าวของสื่อ ขณะที่สื่อไทยส่วนหนึ่งออกจะหนักไปในแนว ดราม่า และ ปาฏิหาริย์ แต่สื่อต่างประเทศแสดงให้เห็นถึงการสื่อข่าว ด้วยข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นอินโฟกราฟิก ระบบถ้ำที่ซับซ้อน 3D แอนิเมชั่น อันที่จริง ในบ้านเราเองก็มีอินโฟกราฟิกดีไซน์ และแอนิเมเตอร์เก่งๆ อยู่ไม่ใช่น้อย ซึ่งจะดีมากถ้าสื่อไทยจะริเริ่มการทำงานแบบวารสารศาสตร์เชิงข้อมูล (data journalism) นำไปสู่การนำเสนอข่าวในมิติใหม่ๆ ที่สร้างความเป็นเหตุเป็นผลให้กับสังคมมากขึ้น เหตุการณ์กู้ภัยระดับโลกครั้งนี้ ได้สร้างบทเรียน องค์ความรู้ และ โอกาสที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับประเทศไทย หากสามารถต่อยอดจากเรื่องที่เกิดขึ้น และเปิดมุมมองต่อเหตุการณ์ในหลากหลายมิติ การฟื้นฟูถ้ำหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก เป็นเรื่องที่คิดได้แน่ๆ แต่หากพลิกมุมมองสักนิด เรื่องนี้อาจพาประเทศเราพัฒนาแบบก้าวกระโดดได้อย่างแน่นอน

ดาวเทียมแบบไหนที่ไทยต้องการ

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏข่าวกระทรวงกลาโหมไทย มีแนวคิดด้านยุทธศาสตร์อวกาศ โดยการจัดหาระบบเครือข่ายดาวเทียมที่เรียกว่า ดาวเทียมไธอา : THEIA จำนวน 112 ดวง มูลค่า 2,850 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ หรือ ประมาณ 91,200 ล้านบาทไทย (ไม่รวมค่าจัดส่งสู่อวกาศ)

ยุโรปเริ่มใช้มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล GDPR แล้ว

วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ สหภาพยุโรปจะเริ่มใช้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ GDPR ซึ่งย่อมาจาก General Data Protection Reguration ซึ่งเป็นกฎหมายที่บังคับใช้กับทุกหน่วยงาน ที่ทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กับพลเมืองของสหภาพยุโรป