เกี่ยวกับเราวิสัยทัศน์

วิสัยทัศน์

ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมาประเทศไทยวนเวียนอยู่ในความขัดแย้งทางการเมืองอย่างร้าวลึก กองทัพฉวยโอกาสเข้าครองอํานาจอยู่เสมอในยามที่บ้านเมืองมีวิกฤต ทำการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉลี่ยแทบจะทุกๆ 4 ปี ผู้คนต่างตกอยู่ในความรู้สึกหดหู่ สิ้นหวัง ไร้ทางออก การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดไม่เคยถูกปล่อยให้เติบโต

ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีพลังใหม่เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยให้กลับคืนมาอีกครั้ง นําพาประเทศไทยก้าวพ้นจากห้วงภาวะวิกฤติ นี่คือเหตุผลที่ทำให้เกิด "พรรคอนาคตใหม่" เพื่อสร้างประชาธิปไตยในประเทศ เพื่อเปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ และเพื่อปรับภูมิทัศน์การเมืองไทยให้ดีขึ้น

"พรรคอนาคตใหม่"  ยึดหลัก 3 ประการในการทำงาน

ประการที่ 1. เป็นพรรคการเมืองที่มุ่งทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์

พรรคอนาคตใหม่จะมุ่งนําเสนอนโยบายก้าวหน้า กระจายอํานาจ ทลายการผูกขาดทางเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงทุน ทรัพยากร และสวัสดิการ โดยนโยบายของพรรค จะเกิดจาก

  1. การวิเคราะห์วิจัยทางวิชาการ
  2. การมีส่วนร่วมของประชาชน เข้ารับฟังปัญหาในแต่ละพื้นที่
  3. การศึกษาเปรียบเทียบตัวแบบจากหลายประเทศ

ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง พรรคอนาคตใหม่มองพรรคการเมืองอื่นเป็นคู่แข่ง ไม่ใช่ศัตรูทางการเมือง โดยเรามุ่งที่จะเอาชนะใจประชาชนด้วยนโยบาย ไม่ใช่การทำลายล้างกันอย่างไม่เลือกวิธีการ

ประการที่ 2. เป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นเจ้าของ

พรรคอนาคตใหม่ มีสมาชิกทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยแสดงออกผ่านการมีส่วนร่วมของสมาชิกทั้งในแง่การระดมทุน และการตัดสินใจ ทั้งนี้ ในส่วนของการระดมทุนจากสมาชิกและผู้สนับสนุน เราจะเดินทางไปทั่วประเทศ จัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ

เมื่อเงินของพรรคมาจากคนทุกคน ความสัมพันธ์ระหว่างพรรค กรรมการบริหารพรรค กับสมาชิกพรรค จึงไม่ตั้งอยู่บนฐานของ “ผู้ให้–ผู้รับ” หรือ “เจ้านาย–ลูกน้อง” แต่ทุกคนต่างเป็นหุ้นส่วน หรือเป็นเจ้าของ

ผู้บริหารพรรคเพียงไม่กี่คนไม่อาจกําหนดความเป็นไปของพรรคได้ ไม่อาจกําหนดตัวผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ได้ตามอําเภอใจ และที่สำคัญคือ เงินที่ได้จากการระดมทุน รายรับ รายจ่าย จะถูกนํามาเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อสร้างความโปร่งใสและ เปิดโอกาสให้สังคมตรวจสอบได้

เมื่อสมาชิกทุกคนร่วมเป็นเจ้าของพรรคร่วมกันแล้ว พวกเขาก็ย่อมมีอํานาจในการตัดสินใจ มีส่วนร่วมในการกําหนดทิศทางของพรรค ตามการออกแบบโครงสร้างและการดําเนินการที่อยู่บนพื้นฐานของหลักการประชาธิปไตย การมีส่วนร่วม และการกระจายอํานาจ

ประการที่ 3. เป็นพรรคการเมืองที่มุ่งทำงานการเมืองระยะยาว

พรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่พรรคการเมืองเฉพาะกิจที่มุ่งหมายทำงานเฉพาะการเลือกตั้งเป็นครั้งๆ แน่นอนว่า การเลือกตั้งเป็นพื้นที่สําคัญในการรณรงค์ทางการเมือง เป็นกลไกสําคัญในการทำให้พรรคการเมืองได้เข้าสู่อํานาจรัฐเพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดผล แต่การเลือกตั้งไม่ใช่ทั้งหมดของการเมือง

เราจะเป็นพรรคการเมืองที่มีชีวิตตลอดเวลา ไม่ใช่จะขยันหรือกระตือรือร้นทำงานเฉพาะในช่วงฤดูกาลเลือกตั้งเท่านั้น แต่เป็นการทำงานต่อเนื่องไม่มีวันหยุด

เมื่อมีการเลือกตั้ง พรรคอนาคตใหม่จะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งครบทุกเขต จะทำงานรณรงค์ทางการเมืองอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อเข้าไปมีอํานาจแล้วใช้อํานาจนั้นในการเปลี่ยนแปลงประเทศ เราต้องการมีอํานาจ ไม่ใช่เพื่อมีอํานาจ แต่จําเป็นต้องมีอํานาจ เพื่อคืนอํานาจให้ถึงมือประชาชน

เมื่อเลือกตั้งแล้ว สมาชิกที่เป็นผู้แทน สมาชิกที่เป็นรัฐมนตรี ก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนไป ส่วนพรรคอนาคตใหม่ต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเราจะจัดหลักสูตร “ตลาดวิชา” เพื่อเผยแพร่ความรู้และหลักการประชาธิปไตย เราจะจัดงานศิลปวัฒนธรรมเพื่อเปิดพื้นที่ให้กับศิลปินทุกแขนงได้แสดงออก

เราจะสร้างที่ทำการพรรคที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อทุกคน มีพื้นที่สําหรับการใช้สอยร่วมกัน จัดกิจกรรมให้กับเยาวชน นิสิต นักศึกษา ได้เข้ามาพบปะพูดคุยกัน

พรรคอนาคตใหม่จะไม่ใช่ “กระดานหก” ที่ถีบให้สมาชิกไปดํารงตําแหน่งต่าง ๆ เท่านั้น แต่จะเป็นหน่วยทางการเมืองที่ทำงานทางการเมืองตามอุดมการณ์ ผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง  ปักธงความคิดก้าวหน้าให้แก่สังคม นอกจากพรรคการเมืองแล้ว พรรคอนาคตใหม่จะก่อตั้งมูลนิธิและวิสาหกิจเพื่อสังคม ทำงานคู่ขนานกันไป

  1. พรรคการเมือง
  2. มูลนิธิ
  3. วิสาหกิจเพื่อสังคม

มูลนิธิจะทำงานอย่างอิสระ  สนับสนุนกิจกรรมของเยาวชนคนรุ่นใหม่ จัดหลักสูตรการศึกษาให้ความรู้และพัฒนาประชาธิปไตย สนับสนุนการค้นคว้าและวิจัยทางวิชาการ สนับสนุนงานศิลปะและวัฒนธรรม ในแง่นี้มูลนิธิจึงเปรียบเสมือน “คลังสมอง” ผลิตความรู้และนโยบาย สร้างคนที่ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เป็นฟันเฟืองสําคัญในการทำงานทางความคิด

ด้านวิสาหกิจเพื่อสังคมจะเป็นองค์กรที่ใช้ทดลองนโยบายที่พรรคอนาคตใหม่คิดขึ้น ในช่วงที่ยังไม่มีอำนาจในรัฐบาล สามารถนํามาทดลองปฏิบัติได้ผ่านวิสาหกิจเพื่อสังคม ในแง่นี้ วิสาหกิจเพื่อสังคมจึงเปรียบเสมือน “ห้องทดลองทางนโยบาย” ของพรรค นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่สร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายในพื้นที่ ให้สมาชิกในเครือข่ายต่างๆได้เข้ามีส่วนร่วมในการทำงาน ความสัมพันธ์ระหว่างพรรค ผู้สมัครในนามพรรค และประชาชนในพื้นที่ จะไม่ได้ผูกพันกันด้วยระบบอุปถัมภ์แบบ “พวงหรีด เงินทำบุญ งานบวช งานศพ หรือ งานแต่งงาน” แต่เราจะผูกพันกันด้วยความเป็นหุ้นส่วน ความเป็นเพื่อนที่ทำงานด้วยกันผ่านวิสาหกิจเพื่อสังคม

ทั้งหมดนี้คือแนวทางของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งการดําเนินการตามแนวทางนี้จะทำให้พรรคอนาคตใหม่สามารถ “ปักธง” และ “ชิงพื้นที่” เพื่อเปลี่ยนภูมิทัศน์การเมืองไทยได้ ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องร่วมมือกันยุติ “ทศวรรษที่สูญหาย”

..ได้เวลาเดินหน้าสู่ “อนาคตใหม่”