โอบรับความหลากหลาย – ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์

โอบรับความหลากหลาย

ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์

ส่วนหนึ่งจากงานแถลงนโยบายพรรคอนาคตใหม่ เปิดวิสัยทัศน์ เปลี่ยนอนาคต 16 ธันวาคม 2561 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


สวัสดีทุกท่านนะคะ

จากคลิปที่ทุกท่านได้ชมไปเมื่อสักครู่ ทุกท่านเห็นอะไรคะ?

เราจะเห็นการแสดงออกของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ผ่านทั้งเสียงเพลง ดนตรี ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ แต่คนในคลิปทั้งหมดต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเรากำลังมีปัญหา ปัญหาเรื่องเสรีภาพทางความคิด การที่เราจะมีเสรีภาพทางความคิดและสามารถแสดงออกอย่างอิสระในประเทศนี้มันยังทำไม่ได้

และปัญหามันคืออะไรคะ?

ปัญหาคือ รัฐไทยไม่เคยสอนให้คนเท่ากันเลย

ดิฉันจะขอยกตัวอย่างว่ารัฐไทยสอนวิธีคิดแบบไหนให้กับเด็กๆ ลองยกตัวอย่างง่ายๆ ทุกคนเคยผ่านการเรียน การศึกษาไทยมาแล้ว จำวิชาศิลปะได้ไหมคะ วิชาศิลปะกอล์ฟจำได้เลยนะคะว่า คุณครูเอาส้มลูกนึงมาวางให้เราและก็บอกนักเรียนว่าให้ทุกคนวาดให้เหมือนที่สุด ใครวาดส้มได้เหมือนที่สุด คนนั้นจะได้ 10 คะแนนเต็ม

ซึ่งกอล์ฟคิดว่า ถ้ามีนักเรียนคนหนึ่งวาดส้มที่มีเปลือกเป็นทุเรียนเขาจะได้คะแนนเท่าไหร่ และเขาจะได้มีโอกาสมายืนหน้าชั้น มาอธิบายว่าความคิดและจินตนาการของเขาเป็นอย่างไรหรือเปล่า เด็กคนนั้นมีจินตนาการว่าในอนาคตน่าจะมีการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างทุเรียนกับส้มเพื่อให้ได้ส้มรสทุเรียน หรือทุเรียนรสส้ม แต่จินตนาการของเด็กเหล่านั้นถูกฆ่าตัดตอน

ถูกฆ่าตัดตอนด้วยคำที่ครูบอกว่าต้องวาดให้เหมือนเท่านั้น ห้ามมีข้อสงสัยหรือข้อโต้แย้งใดๆ เด็ดขาด

การที่เด็กโดนปลูกฝังแบบนี้ ทำให้เด็กโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ถูกไหมคะ ทั้งๆ ที่ประโยชน์ของวิชาศิลปะหรืองานศิลปะทุกแขนง ศิลปะมีประโยชน์คือมุ่งเน้นที่จะสะท้อนให้เห็นความหลากหลายของมนุษย์ สะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์มีความแตกต่างกัน สะท้อนให้เห็นว่าคนเราควรจะยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น เพราะเรา หนึ่งร้อย หนึ่งล้าน เจ็ดสิบล้านคน ไม่มีใครหน้าตาเหมือนกัน แล้วจะบังคับให้เราคิดเหมือนกันทุกคนได้ยังไงคะ

ประเทศเราไม่เคยสอนให้คนเท่ากัน การศึกษาไทยไม่เคยสอนให้คนเท่ากัน การศึกษาไทยสอนให้เหยียดกันเอง เหยียดคนที่แตกต่างจากเรา

กอล์ฟเป็นกะเทย สังคมไทยทุกวันนี้ยังไม่นับกะเทยเป็นคนคนหนึ่งในสังคมเลย กะเทยคนหนึ่งจะไปเกณฑ์ทหาร ทุกท่านอาจจะไม่รู้ ว่าการกะเทยคนหนึ่งจะไปเกณฑ์ทหารต้องไปพบจิตแพทย์ก่อน เพื่อให้จิตแพทย์รับรองว่าเราเป็นกะเทย ตลกไหมคะ อันนี้คือประเทศไทยที่เป็นอยู่ปัจจุบันด้วยนะคะ ไม่ใช่อดีต

การที่คนรักเพศเดียวกัน มีความรักที่สวยงามแล้วอยากจะแต่งงานกัน รัฐไทยก็ดูจะใจดี อยากจะออก พรบ. คู่ชีวิตมาให้ แต่หารู้ไม่ว่าการออก พรบ. คู่ชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้นนี่ มันยิ่งทำให้คนที่มีความหลากหลายทางเพศ รู้สึกแปลกและแตกต่าง และแบ่งแยกจากสังคมไปอีก ทั้งที่การแก้กฎหมายนั้นง่ายมาก แก้กฎหมายแต่งงานที่มีอยู่ จากการแต่งงานระหว่างเพศชายกับเพศหญิง เป็นการแต่งงานระหว่างบุคคลกับบุคคล โดยไม่ต้องสนใจว่าบุคคลจะมีรสนิยมทางเพศแบบไหน มีเพศอะไร จริงๆ ง่ายแค่นี้เราก็ทำให้ทุกคนเท่ากันได้แล้ว

แต่รัฐไทยไม่ทำค่ะ

ดูตัวอย่างง่ายๆ ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายไม่ว่าจะแต่งงานแล้วหรือยังไม่แต่ง ผู้ชายมีคำนำหน้าว่า นาย อบ่างเดียวเท่านั้น แต่ผู้หญิง ถ้ายังไม่ได้เเต่งงานเป็น นางสาว เมื่อแต่งงานแล้วเป็น นาง โดนประกาศให้โลกนี้รู้ว่า มีผัวแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นนางแล้วคุณต้องห้ามแรด ห้ามร่าน นี่คือแค่คนปกติทั่วไป ไม่ต้องพูดถึงคนพิการในประเทศนี้ หาที่ยืนไม่ได้ ไม่ว่าจะมีกี่ขาก็ตาม หางานทำก็ไม่ได้

คนที่มีเชื้อ เอช ไอ วี ก็โดนรังเกียจจากสังคมมากกว่าคนที่เป็นโรคอื่น ถ้าคนเขารู้ว่าเป็นโรคนี้ ก็ไม่มีสิทธิ์ได้ทำงานอีกเหมือนกัน ไหนจะเด็กที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ เด็กไร้สัญชาติที่เกิดขึ้นมากมาย ก็ไม่มีบัตรประชาชนรองรับ ไม่มีใบที่จะรองรับสิทธิขั้นพื้นฐานที่เกิดเป็นมนุษย์ที่เกิดมาอยู่บนโลกนี้ ไหนจะคนที่ติดคุกอยู่ ก็ถูกตราหน้าว่าเป็นคนบาป ไร้สิทธิเสรีภาพไปตลอดชีวิต

และถ้าเรามีความคิดทางการเมืองที่แตกต่างกันล่ะคะ?

เราก็พร้อมจะฆ่ากันตายกลางเมืองเลยค่ะ

ประเทศไทยเราสอนกันมาแบบนี้จริงๆ เราสอนให้คนไม่ยอมรับความจริง สอนให้คนไม่ยอมรับความแตกต่าง สอนให้คนไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น สอนให้คนไม่ยอมรับสิ่งที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ เราสอนให้คนเหยียดกันเอง แล้วพอเกิดสงครามการเมืองขึ้น ก็จะมีคนดีเข้ามาบอกว่า ปรองดองค่ะปรองดอง อยู่ๆ มาบอกให้รักกัน ปรองดองกัน

ตอแหลค่ะ

คนไม่รู้จักหน้าค่าตากัน คุณไม่รู้จักฉัน ฉันไม่รู้จักคุณ มีทัศนคติแตกต่างกันทางการเมือง แล้วจะมาให้รักกัน ปรองดองกัน มันเป็นไปไม่ได้นะคะ แต่สิ่งที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันได้ก็คือความเข้าใจ การทำความเข้าใจว่า เราอยู่ร่วมกันในสังคม เราอยู่ร่วมกันด้วยความแตกต่างทางความคิด แน่นอน เพราะฉะนั้นเมื่อเราเรียนรู้ว่าเราต้องอยู่กันด้วยความเข้าใจ เราต้องเคารพความคิดของคนอื่น ให้เหมือนกับที่เราเคารพความคิดของตัวเอง

เราต้องโอบรับความหลากหลายให้เข้ามาในหัวใจ ไม่ต้องขอให้มารักกัน ขอให้เข้าใจกันก็พอ

ดังนั้นนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ของเรา จึงมุ่งเน้นให้สังคมไทยก้าวไปสู่การอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจและความเท่าเทียม

เราจะแบ่งนโยบายออกเป็น 2 ขาใหญ่ๆ เพื่อรับรองสิทธิความเป็นมนุษย์ที่เท่ากัน แล้วเปิดพื้นที่เสรีภาพให้เห็นความแตกต่างทางวัฒนธรรม

ขาแรก เป็นนโยบายสร้างความเสมอภาคทางสังคม เราจะยืนยันสิทธิขั้นพื้นฐานสำหรับการใช้ชีวิตของทุกคน เราจะออกแบบสังคมใหม่ ไม่ว่าคุณจะมีเพศอะไร มีรสนิยมทางเพศแบบไหน ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ คุณจะเป็นเด็ก เป็นวัยรุ่น เป็นผู้ใหญ่ เชื้อชาติไหน มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอย่างไร เป็นคนเจ็บป่วยไม่ว่าแบบไหน เป็นคนพิการไม่ว่าอวัยวะส่วนใดของร่างกายก็ตาม เป็นหญิงตั้งครรภ์ เป็นคนอ้วน เป็นคนผอม เป็นคนชรา เราจะออกแบบสังคมให้ทุกชีวิตใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียมกัน

สิ่งที่เราจะทำ เรียกว่า Universal Design คือการสร้างสังคมให้เอื้อการใช้ชีวิตอย่างมีอิสระและเท่าเทียม เราจะบูรณาการหน่วยงานรัฐและเอกชนให้ร่วมกันสร้างมาตรฐานการออกแบบเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำไปปฏิบัติ และออกกฎหมายว่าด้วยการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก และสภาพแวดล้อมที่ทุกคนเข้าถึง ปรับปรุงกฎหมายที่เลือกปฏิบัติ กฎหมายผู้สูงอายุ กฎหมายคนพิการ พรบ. ควบคุมอาคาร วางแผนปรับปรุงพื้นที่นอกอาคาร ปรับเปลี่ยนการก่อสร้างสาธารณะ และกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการออกแบบ อุดหนุนงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ ปรับการขนส่งสาธารณะ ทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานและบริการ กำหนดมาตรฐานในการออกแบบ การใช้เทคโนโลยีและสื่อสารให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกคน โดยเฉพาะ คนพิการ บกเลิกการตรวจเลือด HIV ก่อนหรือระหว่างการทำงานหรือเรียนหนังสือ เพราะจริงๆ แล้วการติดเชื้อ เอช ไอ วี ก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นโรคอื่นๆ

การแต่งงานที่เท่าเทียม เราจะแก้กฎหมายจากการแต่งงานระหว่างเพศชายกับเพศหญิง เป็นการแต่งงานระหว่างบุคคลกับบุคคล โดยไม่ต้องสนใจว่าบุคคลนั้นมีเพศอะไร หรือมีรสนิยมทางเพศแบบไหนก็ตาม เราจะแต่งงานกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ขาที่สอง เป็นขานโยบายวัฒนธรรมหลากหลาย สร้างไทยเท่าทันโลก เปิดพื้นที่เสรีภาพทางความคิดเพื่อสะท้อนวัฒนธรรมอันหลากหลาย

อย่างแรกเลยถ้าพรรคอนาคตใหม่ได้เป็นรัฐบาล เราจะแก้กฎหมาย แก้ พรบ. แก้นโยบายที่ปิดกั้นเสรีภาพทางการแสดงออกและการสร้างสรรค์ อย่างเช่น ยกตัวอย่าง พรบ. ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ จริงๆ แล้ว พรบ. นี้ถูกตั้งขึ้นมา ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเสรีภาพทางการแสดงออกของคนในสังคม ในการที่เราจะมีเสรีภาพพูดเรื่องอะไรก็ได้ในสังคม แต่ พรบ. ฉบับนี้ลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของคนไทย คนที่มีอำนาจมักจะคิดแทนคนไทย ประชาชนไทยเสมอว่า เราโง่ ประชาชนคิดเองไม่เป็น

เพราะฉะนั้นถ้าพรรคเราได้เข้าไปเป็นรัฐบาล ความคิดแบบนี้จะหมดไป คนไทยทุกคนจะมีสิทธิและเสรีภาพ ในการเลือกเสพ เลือกดู ได้ด้วยตัวเอง

เราจะจัดตั้งกองทุนสนับสนุนผลิตผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ จริงๆ รัฐบาลที่ผ่านๆ มาก็มีการให้ทุน แต่ทุนที่ให้มันไม่คัฟเวอร์ ไม่สามารถครอบคลุมการสร้างได้ทั้งหมด และเมื่องานสร้างศิลปะออกมาแล้วก็ถูกปล่อยทิ้งปล่อยขว้าง ไม่ได้ถูกนำมาต่อยอด หรือนำเสนอสู่สายตาประชาชน เพราะฉะนั้นเราจะตั้งงบประมาณที่ให้ทุนสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดผลงานศิลปะ และเปิดพื้นที่ให้มีการเผยแพร่ผลงานสู่สายตาประชาชน เพื่อให้คนไทยทุกคน ให้ประชาชนทุกคนได้รับรู้ ได้เห็นคุณค่า และได้เห็นประโยชน์ของงานศิลปะร่วมกัน โดยการโร้ดโชว์ทั่วประเทศ เปิดโรงละคร เปิดโรงหนัง เพื่อให้คนได้มีพื้นที่มาแสดงงานทางวัฒนธรรม เพื่อให้เราได้ศึกษาความแตกต่างของแต่ละคนในวัฒนธรรม เพราะว่าเราต้องอยู่ร่วมกันด้วยความแตกต่าง

เพราะฉะนั้น ถ้าพรรคอนาคตใหม่ของเราได้เข้าไปเป็นรัฐบาล เราก็จะได้ใช้ชีวิตความเป็นอยู่ที่มีความเสมอภาค เท่าเทียมกัน มีเสรีภาพทางความคิด มีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมอันหลากหลายซึ่งกันและกัน

และเราจะอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ค่ะ

อนาคตของเรา เราสร้างได้

มาสร้างอนาคตใหม่ด้วยกัน