เศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อประชาชน – พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์

 

เศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อประชาชน

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์

ส่วนหนึ่งจากงานแถลงนโยบายพรรคอนาคตใหม่ เปิดวิสัยทัศน์ เปลี่ยนอนาคต 16 ธันวาคม 2561 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


ชาวอนาคตใหม่ทุกท่านครับ

ผมเป็นคนหนึ่งที่เดินทางไปประเทศจีนค่อนข้างบ่อย เมื่อประมาณต้นปีที่แล้วผมไปแมคโดนัลด์สาขาหนึ่งที่เมืองจีน หลังจากที่ผมสั่งอาหารเสร็จผมก็หยิบเงินหยวนขึ้นมาเพื่อจ่ายให้กับพนักงานหญิง เมื่อเธอเห็นเงินผม เธอก็พูดออกมาด้วยเสียงอันดังว่า

"ทำไมผมถึงจ่ายเงินสด"

ทำไมผมถึงไม่จ่ายด้วย Wechat (Wechat Pay แอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการใช้จ่ายแทนเงินสดหรือบัตรเครดิต แพร่หลายมากในประเทศจีน) ผมก็ตอบไปว่าผมไม่มี วีแชท เธอก็ยิ่งเสียงดังขึ้นไปอีกว่า “คุณจะไม่มีวีแชทได้ยังไง” ผมก็เลยบอกว่าผมไม่ใช่คนจีน ผมเป็นคนต่างชาติ เธอก็เลยอึ้งไปนิดหนึ่ง แล้วเธอก็หันหลังไปตะโกนเรียกผู้จัดการ บอกให้เอากุญแจมาไขเปิดลิ้นชักเครื่องเก็บเงิน เพื่อทอนเงินหยวนให้ผม

แปลว่าอะไรครับ แปลว่าเธอแทบจะไม่ได้ใช้เงินสดในการทอนเงินให้กับลูกค้าเลย

ทุกวันนี้โลกเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เทคโนโลยีใหม่ๆ มีบทบาทต่อเศรษฐกิจ สังคม และการดำเนินชีวิตของพวกเราทุกคน ดังนั้นเรา ประเทศไทย จะต้องเตรียมพร้อมในการรับมือความเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ด้าน ในเมืองไทยเองก็มีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงให้เราเห็นอยู่แล้ว ธนาคารปิดสาขาลงไปแล้วนะครับ 300 สาขา นิตยสารหรือแมกกาซีน 30 กว่าฉบับปิดตัวลงไปแล้ว รวมถึงเม็ดเงินโฆษณาที่มีให้กับสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ลดลง 50% เมื่อเทียบกับ 5 ปีที่แล้ว

พรรคอนาคตใหม่เล็งเห็นถึงปัญหานี้ เราอยากจะอาสาเข้ามา เรามีนโยบายอยู่ 3 แนวทางเพื่อที่จะปรับศักยภาพของประเทศไทย เพื่อสร้างความพร้อมที่จะเข้าสู่สังคมและเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะเราเชื่อว่า

ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน หรือการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาด้านเทคโนโลยี จะไม่เกิดประโยชน์ขึ้นเลย ถ้าประโยชน์เหล่านั้นไม่เกิดกับประชาชน

 

นโยบายที่ 1 เราจะเอาข้อมูลทั้งหมดที่เป็นของทุกกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานต่างๆ ของรัฐเข้ามาเชื่อมโยง เชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกันให้เป็นฐานข้อมูลเดียว

เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถแชร์ ใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้แก่กันและกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ คือการจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐรวดเร็วยิ่งขึ้น ให้บริการกับประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

ผมยกตัวอย่างอย่างนี้นะครับ ในด้านสาธารณสุข ภาพที่ทุกท่านเห็นตอนนี้อาจจะคุ้นตากัน ทุกวันนี้เวลาที่เราไปใช้บริการโรงพยาบาลของรัฐ เราจำเป็นที่จะต้องไปแต่เช้า เช้ามืด เพื่อไปจองคิว แต่กว่าที่เราจะได้พบแพทย์อาจจะเป็น 9 โมง 10 โมงไปแล้ว ด้วยเทคโนโลยีที่เรามีในปัจจุบัน เราสามารถที่จะสร้างระบบจองคิวออนไลน์ เพื่อที่ประชาชนจะได้ไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาเสียเวลารออยู่ที่โรงพยาบาล

นอกจากนั้น พรรคอนาคตใหม่ อยากจะทำให้ประวัติการรักษา ข้อมูลของผู้ป่วย เป็นของผู้ป่วย ไม่ใช่โรงพยาบาล นั่นหมายความว่าเมื่อท่านต้องการจะย้ายการรักษาไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ผู้ป่วยควรที่จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลหรือโอนถ่ายข้อมูลของตนเองไปยังโรงพยาบาลแห่งใหม่แบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนั่นจะช่วยให้เวลาเราไปใช้บริการในโรงพยาบาลแห่งใหม่จะรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งผมบอกว่า พรรคอนาคตใหม่ทำได้ครับ

ในด้านคมนาคม เราต้องเอาข้อมูลระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ที่เป็นของภาครัฐก็ดี หรือเอกชนก็ดี รวมเข้าด้วยกันทั้งหมดให้เป็นฐานข้อมูลเดียว บวกกับเทคโนโลยีที่เรียกว่า IOT (Internet of Things) เราจะสามารถมีแอพพลิเคชั่นที่จะบอกประชาชนได้ว่า เวลาจะเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง ท่านควรจะเดินทางด้วยวิธีการไหน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ เครื่องบิน รวมเข้ากับข้อมูลทางด้านภูมิอากาศ เราจะสามารถบอกได้ว่าที่ที่เราจะไปมีฝนตกไหม น้ำท่วมหรือเปล่า ควรจะเลือกเดินทางแบบไหน หรือเอาข้อมูลการจอดรถเข้าไปรวมอยู่ด้วยกันในแอพพลิเคชั่นเดียว สมมุติว่าท่านต้องเดินทางไปติดต่อราชการที่สถานที่ราชการแห่งหนึ่ง ระบบจะบอกท่านได้ว่ามีที่จอดรถเพียงพอหรือเปล่า ท่านจะต้องไปจอดรถที่ไหน สิ่งที่ผมพูดมานี้เขามีใช้กันแล้วในหลายๆ ประเทศทางยุโรป

และอีกครั้งหนึ่งครับ อนาคตใหม่ทำได้ครับ

ตัวอย่างต่อไปคือการให้บริการของภาครัฐ ทุกท่านเคยไหม แต่ผมเคย ไปติดต่อราชการแต่เอาเอกสารไปไม่ครบ โดนไล่กลับครับ ต้องกลับไปเตรียมเอกสารแล้วไปใหม่อีกรอบหนึ่ง หรือเป็นเรื่องที่ผมเคยได้ยินมาซึ่งเป็นเรื่องจริง คนพิการจะไปใช้บริการ แต่ไม่ได้นำบัตรคนพิการไป ไม่สามารถรับบริการได้ครับ ต้องกลับบ้านไปเอาบัตรคนพิการมา

พรรคอนาคตใหม่ ต้องการผลักดันให้เกิดเทคโนโลยีที่เรียกว่า Single Digital ID เทคโนโลยีนี้จะสามารถทำให้เรายืนยันตัวตน ยืนยันสิทธิของเรา แบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านสมาร์ทโฟนนี่ละครับ เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว เราจะไม่ต้องมานั่งกรอกเอกสาร ใบคำร้อง ฟอร์มต่างๆ ทางราชการ อีกต่อไปตลอดชีวิต

ผมบอกว่า ชีวิตของเรามันสั้นเกินไปที่จะมานั่งกรอกเอกสารยาวๆ ด้วยเทคโนโลยีนี้ เราจะสามารถใช้บริการของรัฐแบบออนไลน์ได้ คิดตามผมนะครับ

ถ้าท่านจะแจ้งความ ไม่ต้องไปที่สถานีตำรวจครับ ทำบนมือถือนี่ละครับ เพราะท่านสามารถยืนยันตัวตนได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นลายนิ้วมือ การสแกนใบหน้า พาสเวิร์ด ว่าท่านเป็นใคร ท่านมีสิทธิอะไร มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวท่าน ท่านก็แจ้งความออนไลน์ได้เลย

อีกครั้งครับ พรรคอนาคตใหม่ ทำได้ครับ

นโยบายที่ 2 คือการส่งเสริมอุตสาหกรรมไอทีภายในประเทศ และยกระดับไปสู่ต่างประเทศ

ความเดิมจากนโยบายที่ 1 หลังจากที่เราสามารถจะรวบรวมข้อมูลของรัฐทั้งหมดเข้าด้วยกัน เราจะเปิดเผยหรือที่เรียกว่า โอเพ่น เดต้า ให้ผู้ประกอบการ SME ของไทยด้านเทคโนโลยี นำข้อมูลเหล่านี้ไปต่อยอดทางธุรกิจ ไปสร้างสรรค์ ไปพัฒนา ให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ โปรแกรมใหม่ๆ ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมไอทีทางตรง

ส่วนภาครัฐทำอะไรครับ ภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนโดยการเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการไทย

นอกจากนั้นรัฐจะพาอุตสาหกรรมเหล่านี้ยกระดับไปสู่ต่างประเทศได้อย่างไร?

ก็คือ ผ่านการเจรจารัฐต่อรัฐ หรือที่เราเรียกว่า G to G รัฐไทยสามารถที่จะนำผู้ประกอบการไปพบปะ จะเป็นนักลงทุนก็ดี หรือรัฐบาลต่างชาติก็ดี เพื่อที่จะได้เกิดเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไปก็คือ การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถทำธุรกิจได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น โดยการแก้ไขข้อกฎหมาย ข้อบังคับ ที่เป็นอุปสรรค สิ่งนี้หลายรัฐบาลพูดมาแต่ไม่มีใครทำจริง คืออกกฎหมายใหม่ๆ ที่จะเสริมและดึงดูดให้ชาวต่างชาติที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีเข้ามาทำงานในประเทศไทย ผมไม่ได้พูดถึงบริษัทข้ามชาติ แต่ผมกำลังพูดถึงบุคคลต่างชาติที่มีองค์ความรู้ เราควรจะมีกฎหมาย เป็นต้นว่าลดหย่อนเรื่องของการทำวีซ่าทำงานให้ง่ายดายขึ้น สะดวกยิ่งขึ้น ก็จะดึงดูดคนเหล่านี้ให้เข้ามาทำงานกับบริษัทคนไทย

นโยบายที่ 3 คือการเตรียมความพร้อมให้กับคนไทยเพื่อที่จะเข้าสู่โลกดิจิทัล

  1. เพิ่มหลักสูตรด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับโรงเรียนสายสามัญ และสายอาชีวะ เพื่อจะให้มีนักเรียนและบุคลากรรุ่นใหม่ป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมไอที
  2. เปิดโรงเรียนสายอาชีพ เน้นภาคปฏิบัติจริง เน้นทำจริง เพื่อจะให้ประชาชนทั่วไปที่อยู่ในวัยทำงานแล้ว จบการศึกษาไปแล้ว ได้กลับมาสู่ระบบการศึกษา เพิ่มพูนทักษะด้านเทคโนโลยี ด้านดิจิทัล เพื่อให้เขาเหล่านี้ได้มีโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองเป็นผู้ประกอบการ SME รายใหม่ๆ ในด้านนี้ได้
  3. สุดท้ายคือการฝึกฝนข้าราชการไทยให้มีทักษะในด้านดิจิทัลมากขึ้น ให้มีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับกับรัฐบาลใหม่ ที่อนาคตใหม่จะปรับปรุงขึ้นมาครับ

ทั้งหมดคือ 3 นโยบายที่ พรรคอนาคตใหม่ ต้องการผลักดันและทำให้เกิดขึ้นจริง เพื่อพัฒนาชีวิตของประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เพื่อคนไทยที่เท่าเทียมกัน และเพื่อประเทศไทยที่เท่าทันโลก

ขอบคุณครับ