fbpx

ยุติระบบราชการรวมศูนย์ – ปิยบุตร แสงกนกกุล

 

ยุติระบบราชการรวมศูนย์

ปิยบุตร แสงกนกกุล

ส่วนหนึ่งจากงานแถลงนโยบายพรรคอนาคตใหม่ เปิดวิสัยทัศน์ เปลี่ยนอนาคต 16 ธันวาคม 2561 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


การกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นจะต้องประกอบด้วยหลักการอยู่ 5 ข้อ

หลักการข้อที่ 1 คือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้งของคนในท้องถิ่นนั้น
2 เรื่องของงาน ท้องถิ่นจะต้องมีอำนาจในการจัดทำบริการสาธารณะในท้องถิ่นของตัวเอง
3 เงิน ท้องถิ่นจะต้องมีงบประมาณ มีรายได้ มีความเป็นอิสระในการบริหารงบประมาณของตนเอง
4 คน ท้องถิ่นจะต้องมีบุคลากร มีความอิสระในการบริหารบุคลากรของตนเอง
และสุดท้ายข้อที่ 5 คือการกำกับดูแลโดยราชการส่วนกลาง

ราชการส่วนกลางมีอำนาจในการกำกับดูแลให้การทำงานของท้องถิ่นนั้นเป็นไปตามกฎหมาย
ทั้งหมดคือองค์ประกอบ 5 ข้อของการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น

ทุกท่านครับ

ประเทศไทยเราเริ่มต้นกระจายอำนาจอย่างจริงจังต่อเนื่อง เมื่อตอนมีรัฐธรรมนูญ 2540 หลังจากนั้นก็มีกฎหมาย แผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจออกมาเมื่อปี 42 แต่การกระจายอำนาจนั้นสะดุดหยุดลงเมื่อเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 หลังจากนั้นการกระจายอำนาจถูกดึงถอยหลังกลับเข้าคลองเมื่อมีรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

ทุกวันนี้ถ้าเราลองย้อนกลับไปดูหลักการ 5 ข้อที่ผมพูดไป ท้องถิ่นเราไม่มีการเลือกตั้งมาหลายปีแล้ว ความเป็นอิสระในท้องถิ่น เรื่องงบประมาณ เรื่องรายได้ ท้องถิ่นก็มีรายได้ไม่เพียงพอ เรามีอัตราการโอนบุคลากรไปให้ท้องถิ่นในอัตราที่น้อยมาก เทียบอัตราราชการส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นแล้ว ท้องถิ่นได้ไปน้อยมาก ในเรื่องของอำนาจ ความเป็นอิสระในการบริหาร ทำบริการสาธารณะในพื้นที่ตนเองก็พบว่ายังถูกราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคแทรกแซงอยู่ตลอดเวลา ทั้งหลายทั้งปวงนี้เป็นปัญหาเรื่องของระบบรัฐราชการรวมศูนย์ในประเทศไทย

พรรคอนาคตใหม่มีนโยบายที่จะผลักดัน ที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง ยุติระบบรัฐราชการรวมศูนย์และกระจายอำนาจ กระจายงาน กระจายเงิน และกระจายคน ดังต่อไปนี้

เรื่องที่ 1 คือการจัดการกฎหมายของ คสช. ที่ขัดขวางการกระจายอำนาจ

ตั้งแต่ คสช. ยึดอำนาจเมื่อปี 2557 คสช. ได้ออกประกาศคำสั่งจำนวน 19 ฉบับที่เป็นอุปสรรคต่อการกระจายอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลดผู้บริหารท้องถิ่นออก การปลดสมาชิกสภาท้องถิ่นออก โดยอำนาจของคนเพียงคนเดียว นั่นก็คือหัวหน้าของ คสช. และยังให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนที่มีอำนาจประเมินว่าการบริหารท้องถิ่นที่ใด สำเร็จหรือไม่สำเร็จแทนที่จะให้พี่น้องประชาชนในท้องถิ่นนั้นเป็นคนประเมินผลงานผ่านการเลือกตั้ง แต่กลับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประเมิน ดังนั้นบรรดากฎหมายที่เป็นอุปสรรคตjอการกระจายอำนาจทั้งหมดนี้ พรรคอนาคตใหม่ ถ้าเข้าไปมีอำนาจเมื่อไหร่ จะยกเลิกทั้งหมดทันที

ข้อที่ 2  เราจะสถาปนาหลักการกระจายอำนาจเข้าไปไว้ในรัฐธรรมนูญ

แน่นอนครับ รัฐธรรมนูญตั้งแต่ 40, 50 และ 60 มีหมวดว่าด้วยการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่เราจะไปให้ไกลกว่าปี 40 ปี 50 และปี 60 เริ่มต้นจากเราจะบัญญัติรับรองเอาไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ประเทศไทยนั้นเป็นราชอาณาจักร เป็นรัฐเดี่ยว อันแบ่งแยกมิได้ และมีโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินแบบกระจายอำนาจ  ความสำคัญของเรื่องนี้อยู่ตรงไหนครับ ถ้าหากเราบัญญัติว่าโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทยเป็นแบบกระจายอำนาจแล้ว นั่นหมายความว่าบรรดากฎหมายทั้งหลายทั้งปวงที่ขัดกับการกระจายอำนาจ การใช้อำนาจรัฐใดที่ขัดกับการกระจายอำนาจ ย่อมขัดต่อรัฐธรรมนูญและจะสิ้นพ้นไป นอกจากเรื่องนี้แล้ว เรายังมุ่งไปในเรื่องของอำนาจการบริหารของท้องถิ่นด้วย ที่ผ่านมาอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทยเกิดจากอะไรครับ เกิดจาก 2 ข้อใหญ่ๆ หนึ่ง กฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบัญญัติเอาไว้ว่าให้มีอำนาจเท่าไหร่ เช่น เทศบาลมีอำนาจอะไร อบจ. มีอำนาจอะไร อบต. มีอำนาจอะไร หรือวิธีที่สอง เขียนเอาไว้ในกฎหมายแผนขั้นตอนการกระจายอำนาจแล้วก็ให้คณะกรรมการการกระจายอำนาจและรัฐบาลทยอยโอนภารกิจไปให้กับส่วนท้องถิ่น การทำแบบนี้นั่นหมายความว่าในสายตาของรัฐไทย อำนาจในการจัดการบริการสาธารณะเป็นของส่วนกลาง แล้วอยากจะโอน อยากจะถ่ายโอนอะไร จะกระจายอะไรไปให้ท้องถิ่น ค่อยๆ ทำไป

พรรคอนาคตใหม่เสนอการมองมิติการกระจายอำนาจแบบใหม่ เราจะพลิกกลับ มองว่าอำนาจการจัดการบริการสาธารณะนั้น อยู่ที่ท้องถิ่นเป็นหลัก ด้วยการสถาปนาหลักการนี้เข้าไปในรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่า อำนาจจัดทำบริการสาธารณะในพื้นที่ใด ให้เป็นของท้องถิ่น เว้นแต่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น นั่นหมายความว่าอำนาจอยู่ที่ท้องถิ่นเป็นหลัก

การทำแบบนี้ นี่คือการกระจายอำนาจแบบ Big Bang คือเราพลิกกลับตาลปัตร ท้องถิ่นเป็นหลัก ส่วนกลางเป็นข้อยกเว้น จากเดิมเรามองว่าส่วนกลางเป็นหลักแล้วค่อยยกเว้นโอนไปให้กับท้องถิ่นทีละเรื่อง

ข้อที่ 3 ครับ นโยบายข้อที่สามของเราเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

ท่านทราบไหมครับว่ารัฐธรรมนูญ 2560 มีการวางยาเอาไว้อยู่ 1 มาตรา บอกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ อาจจะมีที่มาโดยไม่ใช่มาจากการเลือกตั้งก็ได้ นัยยะนี้หมายความว่าอะไร หมายความว่า กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษในปัจจุบัน หรือในอนาคตเราอาจจะมี เชียงใหม่มหานคร อาจจะมีแม่สอด อาจจะมีสมุย อาจจะมีภูเก็ต มีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ถ้าว่ากันตามรัฐธรรมนูญ 60 ที่มา อาจจะมาจากการแต่งตั้งของกระทรวงมหาดไทยก็ได้ อาจจะมาจากการแต่งตั้งของนายกรัฐมนตรีก็ได้ หรือเขาจะเอาผู้ว่าราชการจังหวัดไปตามคุมก็ได้ ดังนั้นจำเป็นจะต้องจัดการปัญหาเหล่านี้ ยืนยันว่าการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกประเภทเป็นเรื่องบังคับเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ

นอกจากนั้นแล้วการเลือกตั้งผู้บริหารส่วนท้องถิ่น เราจะเสนอให้มีการแก้ไขที่มาของผู้บริหารท้องถิ่นขนาดใหญ่ ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงให้หมด และใช้ระบบการเลือกตั้งแบบเสียงข้างมาก เด็ดขาด 2 รอบ เพื่อให้ผู้บริหารคนนั้นมีเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งจริงๆ จะได้เป็น strong executive (ฝ่ายบริหารท้องถิ่นเข้มแข็ง) บริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนสภาท้องถิ่น สมาชิกสภาเราจะให้ใช้ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วน เพราะเป็นระบบที่สะท้อนคะแนนเสียงทุกคะแนนมากที่สุด

ประการที่ 4 นโยบายข้อที่สี่ของเราเกี่ยวกับเรื่องอำนาจซ้ำซ้อนระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น

การกระจายอำนาจที่ผ่านมา 20 กว่าปี เราทยอยโอนภารกิจไปให้กับท้องถิ่น แต่ในทางปฏิบัติพบว่าท้องถิ่นอยากจะใช้อำนาจทำภารกิจในเรื่องใด กลับมีอุปสรรค ต้องถามไถ่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเสมอ นั่นก็เพราะว่าเรามีกฎหมายเฉพาะเรื่องเฉพาะราวครับ เต็มไปหมดเลย ที่ยังให้อำนาจอนุมัติ อนุญาต กับส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เมื่อคุณโอนภารกิจให้กับเขาไปแล้วต้องให้ไปให้หมด ไม่ใช่ยังมีกฎอื่นๆ ขวางเอาไว้อยู่

พรรคอนาคตใหม่จะเข้าไปจัดการยกเลิกกฎหมายเหล่านี้ทิ้งให้หมด

ข้อที่ 5 ครับ เกี่ยวเนื่องกับการยกระดับพื้นที่บางพื้นที่ให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ

เราปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ ประเทศไทยอันกว้างใหญ่ไพศาล พื้นที่หลายพื้นที่มีความแตกต่างหลากหลายกัน บางพื้นที่มีความพิเศษเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจ บางพื้นที่มีความพิเศษเฉพาะในเรื่องวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ บางพื้นที่มีความเฉพาะพิเศษในเรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องเหล่านี้จะต้องพัฒนาต่อไปให้เขาแปลงกายเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เหมือนที่กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาทำ สมุยเราจะมี แม่สอด เขตเศรษฐกิจพิเศษ เราจะทำให้เป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ

นโยบายข้อถัดไปครับ คือเรื่องเกี่ยวกับรายได้

ทุกวันนี้กฎหมายบังคับว่าให้แบ่งรายได้ระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่นอยู่ที่ 70:30 อยู่ที่ 65:35 แต่ว่าทำได้กันอยู่ที่ 70:30

พรรคอนาคตใหม่เสนอว่าถ้าคุณต้องการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ต้องกระจายงบไปด้วย เราจะทำให้การแบ่งรายได้ระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นเป็น 50:50 นอกจากนั้นแล้ว เราจะแบ่งสรรสัดส่วนภาษีเสียใหม่ ทุกวันนี้ท้องถิ่นมีรายได้จากภาษีตัวเล็กๆ เช่น ภาษีโรงเรือน ภาษีป้าย เราจะหาฐานภาษีตัวใหม่ๆ ให้กับท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น เราจะแบ่งสัดส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ท้องถิ่น เราจะแบ่งสัดส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่นมากขึ้น แล้วใช้วิธีการจัดเก็บแบบกลับพลิกด้านจากเดิม ทุกทีเก็บปุ๊บ เอาเก็บเข้าส่วนกลาง ส่วนกลางแบ่งท้องถิ่น ต่อไปเราจะให้ท้องถิ่นเก็บ ท้องถิ่นเอาของตัวเองไปก่อน แล้วค่อยโอนกลับเข้าส่วนกลาง นอกจากนั้นแล้วยังมีเรื่องค่าธรรมเนียม ท้องถิ่นควรจะมีรายได้เพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถ การเก็บขยะ การสร้างโรงละครมหรสพ การสร้างสนามกีฬา รายได้เหล่านี้ต้องให้ท้องถิ่นเอามาใช้พัฒนาท้องถิ่นของเขาเอง

ทุกท่านทราบไหมครับ คนในท้องถิ่นจะอยากจ่ายภาษีถ้าเขารู้ว่าจ่ายภาษีอันนี้แล้วเอาไปพัฒนาท้องถิ่นเขา แต่ถ้าทุกวันนี้คนเชียงใหม่จ่ายภาษี แล้วสุดท้ายมาได้รถไฟฟ้าที่กรุงเทพฯ  คนเชียงใหม่ก็จะไม่อยากจ่ายภาษี นี่เป็นเรื่องปกติของคน แต่ถ้าเขารู้ว่าเขาจ่ายภาษีเมื่อไหร่ เอาไปพัฒนาท้องถิ่นเขา แรงกระตุ้น แรงจูงใจในการจ่ายภาษีมันจะมีมากขึ้น 

นโยบายข้อถัดไปของเราครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการการกำกับดูแล

วันนี้ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคมีอำนาจในการกำกับดูแลท้องถิ่นอยู่ เพราะเราเป็นรัฐเดี่ยว ไม่ใช่สหพันธรัฐ แต่การกำกับดูแลนั้น ตามหลักการจะต้องทำเท่าที่จำเป็น ไม่กระทบกับความเป็นอิสระของท้องถิ่น  แต่ในทางปฏิบัติทุกท่านทราบไหมครับ เรามีกฎกระทรวงมหาดไทย เรามีประกาศภายใน หนังสือเวียนภายในของกระทรวงมหาดไทยเต็มไปหมเด ยังคงให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด ให้อำนาจนายอำเภอ ไปแทรกแซงการทำงานของท้องถิ่นอยู่

พรรคอนาคตใหม่จะเข้าไปจัดการยกเลิกบรรดากฎเหล่านี้ทิ้งให้หมด  ให้ท้องถิ่นมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง นอกจากนั้นแล้ว ทุกวันนี้เวลาสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นมีมติใด มีข้อบัญญัติใดออกมา ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถยับยั้งได้ เราจะเสนอให้อำนาจการยับยั้งเหล่านี้หมดไป แต่ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้วิธีการนี้แทนครับ ถ้าหากคุณเห็นว่ามติใด ข้อบัญญัติใดไม่ชอบด้วยกฎหมาย คุณยับยั้งไม่ได้ แต่ให้คุณเป็นคนไปฟ้องศาลปกครอง เพื่อขอเพิกถอนเอา  การทำแบบนี้น่าจะหมายความว่าท้องถิ่นมีความเป็นอิสระในการงานมากยิ่งขึ้น อำนาจกำกับดูแลเท่าที่จำเป็นของส่วนกลางก็ยังคงมีอยู่

สุดท้ายครับ เมื่อเรากระจายอกนาจให้ท้องถิ่นแล้ว เราต้องมีระบบตรวจสอบท้องถิ่นด้วย ผมยืนยันว่าระบบการตรวจสอบท้องถิ่นโดยใช้องค์กรอิสระอย่างที่เป็นอยู่แบบเดิม ไม่ว่าจะในรูปของ ปปช. หรือ สตง. อย่างเดียวไม่เพียงพอหรอกครับ เราจำเป็นจะต้องใช้วิธีการอื่นด้วย

อนาคตใหม่มีนโยบาย Open Government หรือรัฐเปิดเผย เราไม่ใช่ใช้เฉพาะกับส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่นก็ต้องใช้ด้วยเช่นเดียวกัน  เราจะเปิดข้อมูลของท้องถิ่นออกไปให้หมด เพื่อให้คนในท้องถิ่นได้ตรวจสอบ

นอกจากนั้นแล้ว คนในท้องถิ่นเองสามารถตั้งสภาพลเมืองท้องถิ่นนั้นขึ้นมา เราจะแบ่งกลุ่มเป็นอาชีพ ส่วนต่างๆ ความหลากหลาย ให้ครอบคลุมประชากรในท้องถิ่น แล้วทำให้เป็นสภาพลเมืองของท้องถิ่น  สลับกันเข้ามาเป็นทุกๆ 2 ปี เวียนกันออก เพื่อจะคอยมาตรวจสอบการใช้อำนาจของท้องถิ่น เราปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นไปได้เสมอที่ผู้บริหารท้องถิ่นและสภาท้องถิ่นอาจจะเป็นพวกเดียวกัน เพราะงั้นจึงจำเป็นต้องมีสภาพลเมืองของท้องถิ่นอีกอันหนึ่ง คอยตรวจสอบถ่วงดุล

นอกจากนั้นแล้วยังมีกระบวนการมาตรการถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งทุกวันนี้เรามีใช้ แต่ในทางปฏิบัติกลับถอดถอนไม่สำเร็จเลย ต้องทำเรื่องนี้ให้สำเร็จให้จงได้

ผมเรียนทุกท่านอย่างนี้ครับ

ไม่มีประเทศไหนในการปกครองระบอบประชาธิปไตย หากต้องการสร้างรถไฟฟ้าสักเส้นหนึ่งในเมือง แต่ต้องไปถามส่วนกลางทุกครั้ง ไม่มีประเทศประชาธิปไตยที่ไหนในโลกใบนี้ที่อยากจะสร้างถนนสักเส้นหนึ่งในท้องที่ของเขา ต้องไปถามส่วนกลาง อยากจะจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ของเขา อยากจะจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่ของเขา ต้องไปถามส่วนกลางทุกครั้ง

พรรคอนาคตใหม่เล็งเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ เราเดินทางมาหลายพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ เราพบว่าในท้องถิ่นของประเทศไทยมีศักยภาพมหาศาล เพียงแต่ถูกโครงสร้างรัฐไทยและราชการรวมศูนย์กดทับเอาไว้ พรรคอนาคตใหม่มีพันธกิจที่สำคัญจะไปยกโครงสร้างที่กดทับท้องถิ่นไทยออกไปให้หมด เพราะเราเชื่อว่าศักยภาพท้องถิ่น คือศักยภาพประเทศไทย

ปลดปล่อยศักยภาพท้องถิ่นไทย เท่ากับปลดปล่อยศักยภาพประเทศไทยครับ

ขอบคุณครับ