fbpx

ปักธงประชาธิปไตย – ปิยบุตร แสงกนกกุล

ปักธงประชาธิปไตย

ปิยบุตร แสงกนกกุล

ส่วนหนึ่งจากงานแถลงนโยบายพรรคอนาคตใหม่ เปิดวิสัยทัศน์ เปลี่ยนอนาคต 16 ธันวาคม 2561 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


8 พฤศจิกายน 2490 ผิน ชุณหะวัณ รัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ 2489
29 พฤศจิกายน 2494 ป. พิบูลสงคราม ก่อรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ 2492

16 กันยายน 2500 สฤษดิ์ ธนะรัชต์ รัฐประหารยึดอำนาจจาก จอมพล ป.

20 ตุลาคม 2501 สฤษดิ์ ธนะรัชต์ และพวก ก่อรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ 2495

17 พฤศจิกายน 2514 ถนอม กิตติขจร และพวก ก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจ รัฐประหารตนเองเพื่อฉีกรัฐธรรมนูญ 2511

6 ตุลาคม 2519 สงัด ชลออยู่ และพวก ก่อรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ 2517

20 ตุลาคม 2520 สงัด ชลออยู่ ก่อรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ 2519

23 กุมภาพันธ์ 2534 สุนทร คงสมพงษ์ ในชื่อของ รสช. ก่อรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ 2521

19 กันยายน 2549 สนธิ บุญยรัตกลิน และพวก ในชื่อของ คปค. ก่อรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ 2540

และ 22 พฤษภาคม 2557 ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพวก ในชื่อของ คสช. ก่อรัฐประหารและฉีกรัฐธรรมนูญ 2550

ทั้งหมดเป็นนายพลอยู่ในกองทัพทั้งสิ้น ทำไมประเทศไทยจึงตกอยู่ในวงจรรัฐประหารเช่นนี้ ทำไมเราไม่สามารถพัฒนาประชาธิปไตยต่อไปได้ และสุดท้าย ประชาชนอยู่ตรงไหนของประชาธิปไตยไทย

ทุกท่านครับ

ประชาธิปไตยมาจากคำว่า ประชา+อธิปไตย หมายถึงประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุด

ประชาธิปไตยคือชัยชนะของยุคสมัย นับตั้งแต่นี้ อำนาจสูงสุดไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง อำนาจสูงสุดไม่ได้เป็นของคณะใดคณะหนึ่ง แต่อำนาจสูงสุดเป็นของคนทุกๆ คนที่รวมตัวกันในชื่อของ ประชาชน

 

เมื่อประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดแล้ว การตัดสินใจในทางการมือง การตัดสินใจในทางสาธารณะ ประชาชนจะเป็นผู้ทรงอำนาจตัดสินใจ ผ่านการแสดงออกทางการเลือกตั้ง การออกเสียงประชามติ การเข้าไปมีส่วนร่วมในทางการเมือง การใช้เสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของตนเอง เมื่อไรก็ตามที่ประชาชนได้กลายเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุด และได้แสดงออกซึ่งเจตจำนงของตนเองผ่านวิธีการต่างๆ ที่ผมพูดเมื่อสักครู่แล้ว ชนชั้นนำอนุรักษ์นิยมไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อประชาชนเดินเข้าคูหากากบาทเลือกตั้ง ชนชั้นนำอนุรักษ์นิยมไม่สามารถควบคุมผลการเลือกตั้งได้ตามที่เขาต้องการ เมื่อประชาชนเดินเข้าคูหาออกเสียงลงประชามติ ชนชั้นนำอนุรักษ์นิยมไม่สามารถควบคุมผลการออกเสียงประชามติได้

แต่ถ้าเขายังอยากจะควบคุม เขาจะทำอย่างไรครับ

ชนชั้นนำอนุรักษ์นิยมต้องสร้างสถาบันการเมืองต่างๆ ขึ้นมา เพื่อมาเหนี่ยวรั้งการตัดสินใจของประชาชน เราพบเห็นตั้งแต่วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง เราพบเห็นองค์กรอิสระที่มาจากการแต่งตั้ง เราพบเห็นองค์กรตุลาการ ทั้งหมดนี้เข้ามาใช้อำนาจในนามของการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว องค์กรเหล่านี้ต้องการเข้ามาเหนี่ยวรั้งการตัดสินใจของประชาชน

เท่านั้นยังไม่พอครับ

ชนชั้นอนุรักษ์นิยมต่างๆ จำเป็นที่จะต้องบั่นทอนบอนไซอำนาจของประชาชนลง พวกเขาต้องพยายามลดทอนความชอบธรรมของการเลือกตั้งลง พวกเขาต้องพยายามลดทอนการตัดสินใจของประชาชนลง ด้วยการทำให้การเลือกตั้งเป็นเรื่องสกปรก การเมืองเป็นเรื่องสกปรก มีแต่ความรุนแรง มีแต่ความขัดแย้ง นักการเมืองมีแต่พวกคนไม่ดีทั้งนั้น การทำลายการเมือง การทำลายนักการเมือง การกล่าวหาว่านักการเมืองเป็นคนเลวทั้งหมดนั้น ไม่มีวันที่จะช่วยอะไรเราได้ แน่นอนที่สุด การเมืองและนักการเมืองมีทั้งดีและเลวผสมปนเปไป แต่การที่คุณกล่าวอ้างว่าการเมืองและนักการเมืองเลวทั้งหมด ก็ไม่มีวันที่จะช่วยพัฒนาประชาธิปไตยของไทยได้

ในท้ายที่สุดครับ ไม่มีอะไรขวางกงล้อประวัติศาสตร์ได้ พัฒนาการของประชาธิปไตยเดินรุดหน้าต่อไป เมื่อประชาชนตื่นรู้มากขึ้น อะไรก็หยุดยั้งเจตจำนงของประชาชนไม่ได้

ชนชั้นนำอนุรักษ์นิยมจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากเขาต้องการจะหยุดยั้งการตัดสินใจของประชาชน หยุดยั้งพัฒนาการของประชาธิปไตยที่เราก่อร่างสร้างตัวมา หากเขาจำเป็นจะต้องหยุดยั้ง ใช้ทุกวิถีทางแล้วหยุดยั้งไม่ได้ อาวุธสุดท้ายที่เขาเลือกใช้คือ การรัฐประหาร

เราคุ้นชินกับวงจรอุบาทว์ ผมเชื่อว่าทุกท่านในห้องนี้ผ่านการศึกษา ผ่านการดูข่าวสารบ้านเมือง ย่อมเคยได้ยินคำว่า วงจรอุบาทว์ อยากจะให้ทุกท่านดูแผนภาพนี้ครับ

วงจรอุบาทว์ที่เราบอกว่ามีการเลือกตั้ง เสร็จแล้วเข้าสภา เกิดความขัดแย้งวุ่นวาย นักการเมืองขี้โกง คอร์รัปชั่น บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ ถึงทางตัน ต้องกวักมือเรียกทหารออกมารัฐประหารเพื่อแก้วิกฤต และก็จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เสร็จแล้วก็กลับไปเลือกตั้ง เลือกตั้งเสร็จเหมือนเดิม ขัดแย้งวุ่นวาย ไปรัฐประหาร ไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่ กลับไปเลือกตั้งใหม่ วนเวียนอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเราเชื่อว่านี่คือวงจรอุบาทว์ของการเมืองไทย

ทุกท่านครับ

ผมอยากเชิญชวนให้ทุกท่านมาดู ลองย้อนกลับไปดูในทางประวัติศาสตร์ แล้วสุดท้ายลองมาพิจารณาดูซิว่า ไอ้วงจรอุบาทว์แบบนี้ จริงๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่

เอาเข้าจริงแล้วมันคืออันนี้ครับ

มันคือพัฒนาการของประชาธิปไตยที่กำลังเดินหน้าไปได้ เมื่อกำลังเดินหน้าไปได้ ชนชั้นนำอนุรักษ์นิยมควบคุมไม่อยู่ ประเมินแล้วว่าชักจะปล่อยไปไกลเกินตัว เกินกว่าที่ตัวเองจะคาดเดาได้ สุดท้ายก็จะเกิดการฉีกรัฐธรรมนูญ รัฐประหารเพื่อหยุดยั้งประชาธิปไตย แล้วก็กลับมาเขียนกติกาใหม่ให้พวกตัวเองได้กลับมาควบคุมอำนาจในทางการเมืองอีก แล้วก็ค่อยๆ ทยอยปล่อย พอทยอยปล่อย เมื่อปล่อยแล้ว พัฒนาประชาธิปไตยกำลังเดินหน้า ควบคุมไม่อยู่อีกแล้วครับ ใช้หนทางเดิม คือรัฐประหารเพื่อหยุดยั้งพัฒนาการของประชาธิปไตยแล้วก็ค่อยๆ ปล่อย แล้วคุมไม่อยู่ ก็กลับมาเป็นแบบเดิมอีก

ผมเชื่อเหลือเกินว่า พวกเราถูกฝัง ถูกทำให้เชื่อว่าวงจรอุบาทว์คือ - - ด้านขวามือสุดของผม แต่เอาเข้าจริงๆ มันคือเรื่องนี้ครับ

รัฐประหารในประเทศนี้ที่เกิดซ้ำซาก ไม่ได้มาจากประชาชนโง่ ไม่ได้มาจากประชาชนไม่รู้จักประชาธิปไตย ไม่ได้มาจากนักการเมืองโง่ นักการเมืองไม่ดีมีแต่คอร์รัปชั่น ไม่ได้มาจากนักการเมืองสกปรก แต่รัฐประหารทุกครั้งเกิดขึ้นเพราะประชาชนฉลาดเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้

พรรคอนาคตใหม่ เรามีนโยบายที่จะยุติวงจรอุบาทว์ที่แท้จริงแบบนี้ เรามีนโยบายในชื่อว่า ‘ปักธงประชาธิปไตย’ ล้างมรดกรัฐประหาร

สามเรื่องใหญ่ๆ ครับ

เรื่องแรก ล้างมรดกบาปที่คณะรัฐประหารก่อไว้ให้กับเรา

เรื่องที่สอง เอาสิทธิและเสรีภาพของประชาชนกลับคืนมาให้ได้อีกครั้งหนึ่ง

และเรื่องสุดท้าย ต้องป้องกันไม่ให้คนหน้าตาแบบนี้กลับมารัฐประหารอีก

เราจะทำยังไงครับ?

เรื่องแรกครับ การจัดการมรดกบาปของคณะรัฐประหาร

ตลอด 5 ปี - - เข้าสู่ปีที่ห้าแล้วนะครับ ที่คณะ คสช. ปกครองประเทศมา พวกเขาเหล่านี้ได้ออกประกาศคำสั่ง คสช. จำนวนมากแล้วก็เสกให้มันเป็นกฎหมาย ประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. เหล่านี้ ไม่ได้มีส่วนร่วมใดๆ ของประชาชนเลย คนไม่กี่คนตัดสินใจแล้วก็ออกมา หนำซ้ำยังไม่พอครับ ยังใช้เวทย์มนต์กลคาถาเสกให้ประกาศคำสั่งเหล่านี้ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถูกต้องชั่วกัลปาวสาน

ถ้าหากมีชาติหน้าจริง คำสั่ง คสช. ประกาศ คสช. เหล่านี้ไม่ไ้ด้ถูกต้องเฉพาะในชาตินี้นะครับ มันยันไปชาติหน้าด้วย

ดังนั้นพรรคอนาคตใหม่ ถ้าเราเข้าไปมีอำนาจเมื่อไหร่ เราจะจัดการเอาประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. เหล่านี้มาทบทวนใหม่ทั้งหมด ประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. ฉบับใดที่มีเนื้อหาเป็นเรื่องการบริหารราชการประจำวันและมีกลุ่มบุคคลที่สุจริตและได้ประโยชน์ไปเรียบร้อยแล้ว เนื้อหายังพอจะใช้งานได้ ก็ให้ใช้ต่อไป แต่เปลี่ยนรูปให้่เป็นพระราชบัญญัติ เปลี่ยนรูปให้เป็นกฎหมายลำดับรอง เปลี่ยนรูปให้เป็นกฎหมายแบบอารยประเทศเขา ไม่ใช่เป็นปืนที่ไปห่อหุ้มประกาศหรือคำสั่ง

ในส่วนของประกาศและคำสั่ง คสช. ที่มีเนื้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน มีเนื้อหาที่อยุติธรรมอย่างยิ่ง มีเนื้อหาที่มีเป้าประสงค์จะจัดการศัตรูทางการเมือง จัดการคนที่มาต่อต้านเผด็จการทหาร เหล่านี้จะต้องถูกยกเลิกทันที ถูกยกเลิกเท่านั้นยังไม่พอ คนบริสุทธิ์ที่เสียหาย จากการใช้อำนาจของ คสช. ต้องได้รับการเยียวยาด้วยครับ

ประการถัดไปครับ รัฐธรรมนูญ 2560 มีมาตราสุดท้าย เลขของมันคือมาตรา 279

รัฐธรรมนูญมาตรานี้บอกไว้ว่าอะไรครับ ถ้าท่านไปอ่านดูอาจจะอ่านแล้วก็งง มันเขียนอะไรไว้ก็ไม่รู้ ยาวไปหมด แต่ผมสรุปให้ท่านฟังง่ายๆ คือว่า เขาบอกว่าการใช้อำนาจของ คสช. ทั้งหลายทั้งปวง ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ถูกต้องชั่วกัลปาวสาน

รัฐธรรมนูญมาตรา 279 ส่งผลให้ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญพร้อมกัน 2 ฉบับ

ฉบับที่ 1 คือรัฐธรรมนูญแบบปกติทุกๆ มาตรา ซึ่งเอาไว้ใช้กับคนแบบพวกเรา ใช้กับพรรคการเมือง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เขามีรัฐธรรมนูญระบบพิเศษอีกอันหนึ่งครับ นั่นก็คือมาตราสุดท้ายที่บอกว่า ประกาศ คำสั่ง คสช. ทั้งหลายที่เคยออกมาตาม ม.44 หรือเคยใช้อำนาจออกมาทั้งหลาย ถูกต้องเสมอ นั่นใช้กับคนของพวกเขา นั่นหมายความว่าประกาศคำสั่ง คสช. อยู่เหนือรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ สภาวการณ์แบบนี้ทำให้ หลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญไม่เป็นจริง

ดังนั้นพรรคอนาคตใหม่จะเข้าไปจัดการยกเลิกมาตราสุดท้ายของรัฐธรรมนูญ ฟื้นให้รัฐธรรมนูญได้กลับมาเป็นกฎหมายสูงสุดจริงๆ ไม่ใช่การใช้อำนาจของคนเหล่านี้ถูกยกเว้นไว้อยู่เสมอ

ต่อไปครับ เรามียุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูป

เนื้อหาอ่านดูแล้วก็ ดูเข้าที แต่ถูกผลิตขึ้นมาโดยที่ไม่ได้มีส่วนร่วมของประชาชนเลย ใจความสำคัญของแผนปฏิรูปหรือแผนยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาหรอกครับ แต่มันอยู่ที่เขาต้องการให้มันมาเป็นกลไกโซ่ตรวนที่ล็อกรัฐบาลจากการเลือกตั้ง หากรัฐบาลจากการเลือกตั้งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับ คสช. ท่านอาจจะถูกเล่นงานได้เสมอว่าท่านไม่ทำตามแผนยุทธศาสตร์หรือแผนปฏิรูป แต่ถ้ารัฐบาลเป็นพวกเดียวกับ คสช. ที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. ท่านทำอะไรก็จะถูกต้องตามแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปเสมอ ดังนั้นแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูป ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาข้างใน มันอยู่ที่การออกแบบกลไกที่จะมาล็อกคอรัฐบาลจากการเลือกตั้งชุดหน้าต่างหาก

เรื่องถัดไป สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.

รัฐธรรมนูญ 57 เขียนเอาไว้ว่าให้ สนช. เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย พวกเราก็นั่งคิด ผมไปเลือกคุณตอนไหน สนช. พวกเราไม่ได้เลือกนะครับ แต่หัวหน้า คสช. คัดมากับมือ แล้วออกกฎหมายในสภา ออกแต่ละฉบับ ใช้เวลารวดเร็ว เสียงฝ่ายค้านก็ไม่มี โหวตกี่ทีเสียงฝ่ายค้านศูนย์ งดออกเสียงสาม คือประธานและรองประธาน ที่เหลือโหวตเห็นด้วยหมด อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ใช้เวลาพริบตาเดียวเสร็จหมด กฎหมายเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอะไรต่างๆ เสร็จหมดภายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ

ดังนั้นถ้าพรรคอนาคตใหม่เข้าไปมีอำนาจ เราจะเอาพระราชบัญญัติต่างๆ เหล่านี้กลับมาพิจารณาทบทวนดูว่ากฎหมายฉบับไหนมีเนื้อหาที่ไม่ดี มีเนื้อหาที่ต้องไปฟังการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนให้มากกว่านี้ เราจะกลับไปทบทวนใหม่

ยังมีมรดกบาปของ คสช. ที่ทิ้งเอาไว้อีกครับ นั่นก็คือ คดีความ

นับตั้งแต่ คสช. ขึ้นครองอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มีพี่น้องประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตยจำนวนมาก ถูกโซ่ตรวนล็อกเอาไว้ที่ขาในชื่อของคดีความเต็มไปหมด พวกเขาเหล่านี้คือผู้ที่รักชาติ รักประชาธิปไตย ที่เห็นว่าการรัฐประหารไม่ถูกต้อง เห็นว่าเผด็จการทหารที่มาปกครองประเทศไม่ถูกต้อง จึงออกมาประท้วง วิพากษ์วิจารณ์ คัดค้านในสิ่งที่ คสช. ทำ แต่ผลที่เขาได้รับนั่นคือคดีความ พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าคนกลุ่มนี้คือนักโทษของระบอบ คสช. ต้องปลดเปลื้องให้เขาครับ

ทำไมเราจะทำไม่ได้ครับ

ในเมื่อคณะรัฐประหารที่ใช้ชื่อ คสช. เข้ามายึดอำนาจ ทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 113 ในฐานกบฎ มีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต แต่แล้วยึดอำนาจเสร็จก็ตั้งตนเป็นกฎหมาย เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเอง ในขณะที่คนเหล่านี้ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ พี่น้องประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่กลับถูกคนที่ทำผิดกฎหมายสูงสุดคนที่ 1 มาตั้งข้อหาดำเนินคดีความ

ในเมื่อคนทำผิดกฎหมายคนที่ 1 และผิดกฎหมายสูงสุดของประเทศด้วย ยังนิรโทษกรรมพวกตัวเองได้ แล้วทำไมเสียงของประชาชนทั้งหมด จะนิรโทษกรรมให้กับนักโทษของระบอบ คสช. ไม่ได้ครับ

มรดกบาปประการสุดท้ายครับ รัฐธรรมนูญ  2560

รัฐธรรมนูญ  2560 ทุกท่านคงทราบกันดีว่า ทั้งที่มา ทั้งกระบวนการยกร่าง ทั้งเนื้อหา ไม่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยเลย

รัฐธรรมนูญ 2560 ผ่านการออกเสียงประชามติก็จริง แต่การออกเสียงประชามติที่ว่านั้น ไม่ได้มาตรฐานตามหลักสากล ฝ่ายที่สนับสนุนให้รับรัฐธรรมนูญรณรงค์ได้อย่างเต็มที่ ฝ่ายที่ต่อต้านไม่ให้รับรัฐธรรมนูญรณรงค์เมื่อไหร่ โดนคดี ติดคุก ถูกดำเนินคดี ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล เท่านั้นยังไม่พอ รัฐธรรมนูญที่ผ่านการออกเสียงประชามติมาแล้วนั้น เมื่อใช้ไป สุดท้ายก็ยังมีห้อยอำนาจพิเศษ คือมาตรา 44 เอาไว้อยู่อีก ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยเหลืออยู่เลย

รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดของประเทศที่สถาปนาขึ้นโดยประชาชน เพื่อกำหนดหลักการว่าเราจะปกครองกันในระบอบการปกครองแบบใด เราจะจัดวางความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเมืองต่างๆ อย่างไร เราจะประกันสิทธิและเสรีภาพให้แก่ประชาชนอย่างไร ด้วยเนื้อหาสำคัญของรัฐธรรมนูญเช่นนี้ ทำให้รัฐธรรมนูญจำเป็นที่จะต้องออกมาโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อหาฉันทามติทำมาเป็นรัฐธรรมนูญให้ได้

รัฐธรรมนูญจะมีคุณค่า มีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่อยู่ที่เขียนเอาไว้ว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด แต่รัฐธรรมนูญต้องทำให้พี่น้องประชาชนชาวไทยรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของร่วมกันจริงๆ ถ้าเขาเป็นเจ้าของร่วมกัน ใครก็ตามก็ฉีกไม่ได้ครับ ดังนั้นรัฐธรรมนูญในฝันคือรัฐธรรมนูญที่ผ่านฉันทามติจากพี่น้องประชาชน มีส่วนร่วมอย่างมหาศาลจริงๆ ให้เขารู้สึกว่ามีเจ้าของจริงๆ

เต่เราลองมาดูสิครับ รัฐธรรมนูญ 4 ฉบับหลังของเรา

รัฐธรรมนูญ 2549, 2550, 2557 และ 2560 ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้เลย รัฐธรรมนูญ 4 ฉบับหลังของไทยเป็นรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาในลักษณะแก้แค้น เอาคืน คือคุณเป็นปฏิกิริยาต่อสภาพการณ์การเมืองก่อนหน้านั้น

รัฐธรรมนูญ 4 ฉบับหลังของเราเป็นรัฐธรรมนูญที่ทำให้วัตถุประสงค์การรัฐประหารปี 49 และปี 57 บรรลุผล มันไม่ใช่รัฐธรรมนูญของคนทุกๆ คน หากเราจะหาฉันทามติร่วมกันของคนทั้งประเทศได้ จำเป็นต้องเปิดทางให้ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าเราจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อเพิ่มเติมบทบัญญัติว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับขึ้นมา โดยให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา เสร็จแล้วนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง การจะไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ตามแนวทางของพรรคอนาคตใหม่ จะต้องผ่านประชามติ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มบทบัญญัติการทำรัฐธรรมนูญใหม่เข้าไปก่อน และประชามติครั้งที่ 2 คือการนำรัฐธรรมนูญใหม่ที่จัดทำเรียบร้อยแล้ว เอาไปให้ประชาชนให้ความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง ทั้งหมดนี้คือเรื่องการจัดการมรดกบาปของคณะรัฐประหาร

เรื่องต่อไปครับ เราต้องทวงคืนเอาสิทธิเสรีภาพกลับคืนมาเป็นของประชาชนให้ได้

อย่างที่ผมเรียนไปเมื่อสักครู่ว่าประชาธิปไตยคืออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ประชาชนจะตัดสินใจในทางการเมือง ตัดสินใจในทางนโยบายได้ จะตัดสินใจได้ว่าจะเลือกใครไม่เลือกใคร จะสนับสนุนใคร ไม่สนับสนุนใคร จะเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องใด ทั้งหลายทั้งปวงนี้จำเป็นต้องมีข้อมูลข่าวสาร จำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยนอภิปราย ดังนั้นเสรีภาพที่สำคัญที่สุดและเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย นั่นคือเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น

พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ดังนั้นบรรดากฎหมายใดๆ ก็ตามที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้เสรีภาพในการแสดงออก พรรคอนาคตใหม่จะเข้าไปทบทวนแก้ไข ปรับปรุง

ทุกวันนี้ท่านคงเห็นกันดีว่ามีการใช้กฎหมายมาปิดปากไม่ให้คนแสดงความคิดเห็นผ่านการฟ้องหมิ่นประมาท หรือใช้กฎหมายคอมพิวเตอร์  เรื่องแบบนี้จะต้องยกเลิกไป

ประเทศที่อารยะแล้วจะต้องไม่มีคนติดคุกเพียงเพราะการพูดและการเขียน

กฎหมายความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เขาออกแบบขึ้นมาเพื่อป้องกันการทำลายระบบข้อมูลต่างๆ ในระบบคอมพิวเตอร์ พวกแฮกเกอร์ต่างๆ แต่ทุกวันนี้เราเอากฎหมายความผิดคอมพิวเตอร์มาใช้เพื่อปิดปากไม่ให้คนแสดงเสรีภาพผ่านเครือข่ายทางคอมพิวเตอร์ ถ้าพรรคอนาคตใหม่เข้าไปมีอำนาจจะต้องจัดการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ทันที

เช่นเดียวกับการชุมนุมสาธารณะ ซึ่งทุกวันนี้จะใช้เสรีภาพในการชุมนุมก็จะมีอุปสรรคขัดขวางเต็มไปหมด เราสามารถให้พื้นที่กับพี่น้องปรชาชนในการใช้เสรีภาพในการชุมนุมสาธารณะได้พร้อมๆ ไปกับการรักษาความสงบเรียบร้อยได้ด้วย

ยังมีชุดกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงอีกครับ ที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชน

พรรคอนาคตใหม่จะเข้าไปทำกฎหมายความมั่นคงต่างๆ ให้รัฐสามารถบริหารราชการในยามวิกฤต ในยามฉุกเฉินได้ พร้อมๆ กับคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคล พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ปี 2457

ทุกท่านฟังไม่ผิดครับ เลข พ.ศ. คือ 2457 ตราขึ้นมาแล้ว 104 ปี และยังใช้อยู่ในปัจจุบัน

เราจำเป็นที่จะต้องแก้ไขกฎหมายฉับบนี้ ที่ผ่านมากองทัพใช้กฎอัยการศึกเป็นเครื่องมือในการยึดอำนาจ เมื่อยึดอำนาจวันแรกปุ๊บจะประกาศกฎอัยการศึกทันที พรรคอนาคตใหม่จะแก้ไขพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ให้อำนาจการประกาศกฎอัยการศึกเป็นของรัฐบาล นายพลคนใดที่ประกาศกฎอัยการศึกโดยพลการมีความผิดอาญา และสุ่มเสี่ยงว่าจะเข้าข่ายฐานกบฎด้วย เช่นเดียวกัน นายทหารท่านใดที่ทราบว่าผู้บังคับบัญชาตนเองเตรียมจะประกาศกฎอัยการศึกโดยพลการ โดยไม่ถามรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก่อน นั่นแสดงให้เห็นว่าคุณเข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการกระทำความผิดด้วย การใช้อำนาจตามกฎหมาย ตามกฎอัยการศึกจะต้องถูกตรวจสอบและอยู่ภายใต้ระบบความรับผิด ถ้าไปละเมิดใคร ก็ต้องจ่ายค่าเสียหาย ไม่ใช่เปิดโอกาสให้ยิงคนตาย ตีหัวกบาลคนได้ฟรีๆ

พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี 48 ให้อำนาจรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้

เราจะแก้ไขให้เคร่งครัดมากกว่าเดิมครับ ถ้าประกาศ 7 วัน รัฐบาลประกาศไปก่อน แต่ถ้าเกิน 7 วันเมื่อไหร่ หากจะยังคงสถานการณ์ฉุกเฉินเอาไว้ต่อ ต้องกลับมาให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ และเมื่อเลยพ้น 30 วันไปแล้ว หากยังคงประกาศเอาไว้อยู่ เราจะกำหนดให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถร้องไปที่ศาลปกครอง เพื่อให้ศาลปกครองมาตรวจสอบว่า ณ เวลานั้นยังมีสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่อีกหรือไม่ มิใช่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเอาไว้แล้วแช่ไว้อย่างนั้นทั้งปีทั้งชาติ เราต้องมีโอกาสทบทวนอยู่เสมอ ฉุกเฉินอะไรครับ 10 กว่าปีติดต่อกันที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบด้วย เราสามารถบริหารราชการแผ่นดินในยามวิกฤตได้พร้อมๆ กับคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และการใช้อำนาจจากพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้จะต้องถูกตรวจสอบได้โดยศาลปกครองเช่นเดียวกัน

เรื่องสิทธิมนุษยชนไม่ได้อยู่แค่ในประเทศเท่านั้นนะครับ ยังอยู่ในเรื่องระหว่างประเทศด้วย

ประเทศไทยเราเคยเป็นหมายเลขหนึ่งของเรื่องสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคอาเซียน แต่นับตั้งแต่รัฐประหาร 49 ต่อเนื่อง 57 อันดับเรื่องสิทธิมนุษยชนของไทยในอาเซียนตกต่ำลงมาก พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าถ้าเราได้เข้าไปเป็นรัฐบาล เราจะนำพาประเทศไทยให้กลับไปเป็นหัวหน้าในอาเซียน เป็นผู้นำของอาเซียนในเรื่องสิทธิมนุษยชน

เรื่องสุดท้ายครับ เราจัดการมรดกบาปของคณะรัฐประหารไปแล้วเราเอาสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชนกลับมาแล้ว เราจะป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีก

ทำได้อย่างไรครับ

รัฐประหารเกิดขึ้นโดยกองทัพใช่ไหมครับ เมื่อสักครุ่นี้ พลโทพงศกรได้อธิบายเรื่องปฏิรูปกองทัพไปแล้ว การปฏิรูปกองทัพเป็นหัวใจสำคัญ ถ้าเราปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับประชาธิปไตยได้ เราก็จะป้องกันรัฐประหารได้ ผมเห็นไปไกลเพิ่มมากกว่านั้นด้วย นายทหารชั้นผู้น้อยนับตั้งแต่นี้ จำเป็นจะต้องรับรองสิทธิและหน้าที่ลงไปในรัฐธรรมนูญว่า นายทหารชั้นผู้น้อยมีสิทธิและหน้าที่ในการปฏิเสธคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่สั่งให้ไปละเมิดกฎหมาย หรือสั่งให้ไปละเมิดสิทธิมนุษยชน

ยกตัวอย่างเช่นผู้บังคับบัญชาสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเอากองพลอันหนึ่งไปยึดสถานีวิทยุและโทรทัศน์เพื่อเตรียมยึดอำนาจ นายทหารก็ต้องรู้อยู่แล้วว่านี่คือการรัฐประหาร เขามีสิทธิและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่จะปฏิเสธไม่ทำตามคำสั่งนั้น

รัฐประหารเพียงกองทัพอย่างเดียวไม่มีวันสำเร็จครับ ถ้าหากปราศจากซึ่งการรับรองไว้ในคำพิพากษาโดยองค์กรตุลาการ ที่ผ่านมาเมื่อรัฐประหารทีไร คดีไปถึงศาล ศาลจะตัดสินว่า เมื่อยึดอำนาจสำเร็จแล้วเป็นรัฏฐาธิปัตย์

เราต้องยุติความคิดแบบนี้

ศาลจะต้องเป็นศาลที่พิทักษ์ประชาธิปไตย ศาลเป็นส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย ศาลยืนหยัดอยู่ได้เพราะระบอบประชาธิปไตย ศาลจะต้องไม่ใช่ศาลพิทักษ์รัฐประหาร ที่ผ่านมาเวลารัฐประหารยึดอำนาจ จะมีกลุ่มบุคคลผู้รักชาติและประชาธิปไตยไปฟ้องศาล ว่าคณะรัฐประหารนั้นทำความผิดฐานกบฎตาม ป. อาญามาตรา 113 ศาลก็จะตัดสินว่าพวกเราที่ไปฟ้องศาลกันนั้น ไม่ใช่ผู้เสียหาย ยกฟ้อง หรือหากเราไปเริ่มจากตำรวจ อัยการ จนไปถึงศาล ศาลรับฟ้องไป กว่าศาลจะรับฟ้อง วันนั้นก็มีการนิรโทษกรรมเกิดขึ้นแล้ว ศาลก็จะยกฟ้องอีกอยู่ดี

วิธีนี้จะแก้ยังไงครับ

พรรคอนาคตใหม่เสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ในความผิดฐานกบฏ กำหนดลงไปให้ชัดเจนเลยว่าบุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหลายในประเทศนี้คือผู้เสียหายในความผิดฐานกบฏ

และเมื่อมีคนไปฟ้องศาลในเรื่องนี้แล้ว ศาลจะต้องพิจารณาคดีนี้อย่างจำเป็นเร่งด่วน ฉุกเฉิน ภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าทำแบบนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่า ศาลจะเตะออกบอกว่าคุณไม่ใช่ผู้เสียหายไม่ได้ ขณะเดียวกันคณะรัฐประหารจะรีบนิรโทษกรรมตัวเองก็ไม่ทัน เมื่อยึดอำนาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ วิ่งไปฟ้องศาลทันที ศาลจะต้องรับและจะต้องตัดสินภายใน 24 ชั่วโมง

เรื่องต่อไปครับ

เราจะลงนามให้สัตยาบรรณในธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ

ศาลอาญาระหว่างประเทศเกิดขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้รัฐละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อคนของตนเองอย่างร้ายกาจและรุนแรง จากนั้นก็ใช้วัฒนธรรมแบบพ้นผิด นิรโทษกรรมให้ตัวเอง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้กลไกระหว่างประเทศเข้ามาช่วย

ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าเรามีศาลอาญาระหว่างประเทศเป็นเกราะคุ้มกัน อย่างน้อยที่สุด หากใครจะละเมิดสิทธิมนุษยชน ยิงคนตายเป็นผักเป็นปลา คุณต้องมีความยับยั้งชั่งใจ ทุกวันนี้ความยับยั้งชั่งใจไม่เกิดขึ้นเพราะรู้ว่าทำแล้วไม่ผิด ถ้าทำแล้วผิดเขาจะหยุดทันที

สุดท้ายครับ พรรคอนาคตใหม่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่และเอาไปออกเสียงประชามติเพื่อเพิ่มบทบัญญัติพิเศษขึ้นมา ในชื่อของการลบล้างผลพวงรัฐประหาร เราจะประกาศให้การรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ไม่เคยเกิดขึ้น เป็นโมฆะ ดังนั้นบรรดากฎหมายต่างๆ ที่นิรโทษกรรมเป็นโมฆะ เมื่อเป็นโมฆะแล้ว การดำเนินคดีต่อผู้ก่อการรัฐประหารย่อมทำได้ทันที

นี่ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันนะครับ ประเทศที่เจอรัฐประหารบ่อยๆ เขาใช้วิธีนี้จัดการ เสร็จแล้วก็ไม่มีรัฐประหารอีกแล้ว ยกตัวอย่างเช่น กรีซ ตุรกี หรือฝรั่งเศส เขาใช้วิธีการนี้แล้วก็ไม่มีการรัฐประหารกลับมาอีก เรายังจะต้องเขียนลงไปในรัฐธรรมนูญอีกว่า ประชาชนและปวงชนชาวไทยมีสิทธิและหน้าที่ในการต่อต้านการยึดอำนาจ การรัฐประหาร การฉีกรัฐธรรมนูญ ด้วยวิธีการใดๆ ก็ได้

เราจะต้องเขียนลงไปอีกว่า หากวันใดก็ตามที่คณะรัฐประหารขโมยเอาอำนาจสูงสุดของประชาชนไป แล้ววันหนึ่งอำนาจสูงสุดกลับมาเป็นของประชาชนอีกครั้ง จะต้องดำเนินคดีผู้ก่อการรัฐประหารทันทีโดยไม่มีอายุความ

ทั้งหมดที่ผมพูดมานี้จะทำได้อย่างไรครับ

หลายท่านก็จะบอกว่าเราจะทำได้อย่างไร นโยบายแบบนี้

ข้อแรกครับ

พรรคอนาคตใหม่จำเป็นต้องมีเสียงในสภาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เพื่อไปผลักดันนโยบาย ลบล้างมรดกบาปรัฐประหาร ปักธงประชาธิปไตย

เสียงมากเท่าไหร่ก็ยังไม่พอครับ ต่อให้พรรคอนาคตใหม่มีเสียงถล่มทลายมหาศาล หากผลักดันนโยบายเหล่านี้ขึ้นไป อาจจะโดนกองทัพยึดอำนาจทันทีเลยก็ได้ หรืออาจจะโดนศาลขัดขวาง โดนองค์กรอิสระขัดขวางก็ได้

ดังนั้นเสียงในสภาอย่างเดียวไม่พอครับ

พรรคอนาคตใหม่จำเป็นต้องรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมไทยตระหนักว่า ไม่เอาอีกแล้วกับวงจรรัฐประหาร เราจะใช้โอกาสใช้ทุกช่องทาง ในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทำงานทางความคิดให้สังคมไทยเห็นว่า พอกันทีกับวงจรอุบาทว์รัฐประหารเพื่อหยุดยั้งประชาธิปไตย

พรรคอนาคตใหม่ขอประกาศ ณ ที่นี้ว่า

หลังจากมีการเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562 วงเล็บถ้ามี ว่าหลังจากเลือกตั้งเมื่อไหร่ เราจะเดินหน้ารณรงค์ผลักดัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 ทันที มีเสียงในสภาครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเมื่อไหร่ เสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญได้เมื่อไหร่ เสนอทันที

เราจะรณรงค์กับภาคประชาสังคม กับเครือข่ายวิชาการ กับพี่น้องประชาชนด้วย เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เสียงในสภาอย่างเดียวไม่พอกับการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราจำเป็นต้องได้ฉันทามติจากทั้งสังคมด้วย ว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จริงๆ

ทุกท่านครับ หลายท่านที่อยู่ในห้องนี้

คนที่เกิดปี 2490 ท่านเจอรัฐประหารมาแล้ว 10 ครั้ง

คนที่เกิดปี 2500 ท่านเจอรัฐประหารมาแล้ว 8 ครั้ง

คนที่เกิดปี 2510 ท่านเจอรัฐประหารมาแล้ว 6 ครั้ง

คนที่เกิดปี 2520 ท่านเจอรัฐประหารมาแล้ว 4 ครั้ง

คนที่เกิดปี 2530 ท่านเจอรัฐประหารมาแล้ว 3 ครั้ง

คนที่เกิดปี 2540 ท่านเจอรัฐประหารมาแล้ว 2 ครั้ง

ทุกท่านในห้องนี้ใช้ชีวิตเวียนวนอยู่กับการรัฐประหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมเกิดปี 2522 ช่วงที่ผมเกิดและเติบโตมาพอจะรู้ความในทางการเมืองได้ บ้านเมืองในเวลานั้นเขาเรียกกันว่าปกครองแบบประชาธิปไตยครึ่งใบ นั่นหมายถึงมีการเลือกตั้ง เลือกตั้งกันไป เลือกตั้งไปเถอะ พรรคไหนจะชนะไม่รู้ เสร็จแล้วก็จะเชิญพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี

ไอ้ระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบที่ว่านั้น คืออยู่กับรัฐธรรมนูลปี 2521 ซึ่งให้วุฒิสภามาจากการแต่งตั้ง แล้วเราก็เห็นวุฒิสภาเป็นนายทหาร เป็นข้าราชการประจำเต็มสภา ปีนี้ครับ 2561 เราอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ 2560 ลอกแบบมา รับแรงบันดาลใจมาจากรัฐธรรมนูญ 2521 ปีนี้ผมอายุ 39 แล้วนะครับ เขากำลังพาผมกลับไปตอนที่ผมเพิ่งเกิด รัฐประหารปี 57 วันเดียว ครองอำนาจต่อมา ออกรัฐธรรมนูญ 60 มา กำลังจะเอาประเทศกลับไปเป็นเหมือนเมื่อ 40 ปีก่อน คือเขาจะเอาการเมืองไทยกลับไปเป็นให้เหมือนปี 21 สี่สิบปีที่แล้ว แล้วก็เขียนเอาไว้ให้มันแก้ไขยากๆ แล้วจะมียุทธศาสตร์ชาติอะไรกันอีก 20 ปี

รัฐประหาร 1 ครั้งครั้งนี้เอาการเมืองไทย เอาประชาธิปไตยไทยถอยไป 40 ปี แล้วบอกให้ใช้ไปอีก 20 ปี

รวมแล้วเบ็ดเสร็จ 4 ปียึดมา เอาเราไป 60 ปี

คนร่างรัฐธรรมนูญปี 2534 คือคุณมีชัย ฤชุพันธ์ุ  เมื่อร่างเสร็จแล้วใช้ไปสักพักหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์พฤษภา 2535 ไม่รู้จะบังเอิญหรืออะไรก็ตามแต่ คนร่างรัฐธรรมนูญ 2560 คือคุณมีชัย ฤชุพันธ์ุ คนเดียวกัน

23 กุมภาพันธ์ 2534 ผมอายุ 11 ปี 4 เดือน ผมเจอรัฐประหารครั้งแรกในชีวิตนำโดยคณะที่ชื่อว่า รสช. หัวหน้าคณะคือ พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ณ วันนี้ ปี 2561 ผมอายุ 39 ปี เรามีผู้บัญชาการทหารบกชื่อ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ซึ่งเป็นลูกชายของ พลเอกสุนทร คงสมพงษ์

ทุกท่านครับ มันถึงเวลาแล้วใช่ไหมครับ ที่ควรจะต้องพอกันทีกับไอ้วงจรรัฐประหารซ้ำซากเวียนไปเวียนมา

เลขปี พ.ศ. เดินขึ้นหน้าไปเท่าไหร่ เหมือนเท้าที่เราก้าว สเต็ปต่อสเต็ปขึ้นหน้าไปตามปี พ.ศ. แต่เอาเข้าจริงเรากำลังเดินถอยหลัง เหมือนท่าเต้น มูน วอล์คเกอร์ ของ ไมเคิล แจ๊คสัน คือคุณเดินไปแต่ปี พ.ศ. แต่ความคิด สังคม การเมืองไทยมันถูกดึงกลับ เราจะอยู่กันแบบนี้ เราจะให้ลูกหลานของเราอยู่กันแบบนี้หรือครับ

เรื่องที่เกิดขึ้นมาโดยตลอดเวลานี้ คือสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในสังคมไทย พวกเราอยู่กันจนคุ้นชิน จนคิดว่าไอ้สิ่งผิดปกติอย่างนี้มันเป็นเรื่องปกติ แต่จริงๆ แล้วมันผิดปกตินะครับ รัฐประหาร การยึดอำนาจ การฉีกรัฐธรรมนูญโดยกองทัพ เป็นสิ่งแปลกปลอมในระบอบประชาธิปไตย ต้องกำจัดออกไปครับ

คนที่เกิดปี 2490 จะต้องไม่เจอรัฐประหารครั้งที่ 11 ในชีวิตเขา

คนที่เกิดปี 2500 จะต้องไม่เจอรัฐประหารครั้งที่ 9 ในชีวิตเขา

คนที่เกิดปี 2510 จะต้องไม่เจอรัฐประหารครั้งที่ 7 ในชีวิตเขา

คนที่เกิดปี 2520 จะต้องไม่เจอรัฐประหารครั้งที่ 5 ในชีวิตเขา

คนที่เกิดปี 2530 จะต้องไม่เจอรัฐประหารครั้งที่ 4 ในชีวิตเขา

คนที่เกิดปี 2540 จะต้องไม่เจอรัฐประหารครั้งที่ 3 ในชีวิตเขา

คนไทยทุกๆ คนจะต้องไม่เจอรัฐประหารยึดอำนาจเพื่อหยุดยั้งประชาธิปไตยอีกแล้วครับ

ผมอยากให้พวกเราทุกคนตระหนักไว้ว่า สิ่งที่พรรคอนาคตใหม่กำลังผลักดัน แก้ไข เปลี่ยนแปลงในเรื่องเหล่านี้ คือการคืนความปกติให้กับสังคมไทย พอกันทีกับการคืนความสุขแบบจอมปลอมให้กับสังคมไทย นี่คือการคืนความปกติให้กับสังคมไทย เอาบ้านเมืองกลับมาเป็นประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง แล้วพัฒนาเจริญเติบโต ก้าวหน้า รุดหน้าไปด้วยกัน

พรรคอนาคตใหม่ เราอาสาเป็นกองหน้าประชาธิปไตย เราอาสาเป้นกองหน้าประชาธิปไตยตัวจริงที่จะเข้าไปยุติวงจรรัฐประหาร

และปักธงประชาธิปไตยให้กับสังคมไทยครับ

ขอบคุณครับ