นโยบายด้านสวัสดิการและแรงงาน

นโยบายด้านสวัสดิการและแรงงาน

นโยบายด้านสวัสดิการและแรงงาน

พรรคอนาคตใหม่ตระหนักถึงความจำเป็นในการผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่การสร้างรัฐสวัสดิการที่ถ้วนหน้า ครบวงจร เพื่อดูแลทุกช่วงชีวิตในฐานะสิทธิของประชาชนทุกคน เพื่อเป็นหลักประกันในการใช้ชีวิต มีอิสระในการเลือกเส้นทางชีวิตโดยไม่ถูกจำกัดด้วยฐานะทางเศรษฐกิจของชาติกำเนิด สิทธิสวัสดิการถ้วนหน้ามุ่งสร้างให้เกิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หลุดพ้นจากระบบอุปถัมภ์และลดค่าความเป็นมนุษย์ และทำให้ประชาชนมีสิทธิในการเลื่อนลำดับชั้นทางสังคมอย่างเต็มที่ การสร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจรนี้มุ่งหวังให้ความเหลื่อมล้ำในสังคมน้อยลง สร้างความหมายในชีวิตของประชาชน และก่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ได้ประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมมากที่สุด

พรรคมีนโยบายการเพิ่มศักยภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่ และลดปัญหาความยากจนของครัวเรือนจากการเลี้ยงดูเยาวชนคนรุ่นใหม่ในประเทศ โดยมุ่งปรับการสนับสนุนการเลี้ยงดูเด็กและเยาวชนจากการพิสูจน์ความจนเพื่อรับสิทธิให้กลายเป็นสิทธิถ้วนหน้า ในอัตราที่ใกล้เคียงกับเส้นความยากจนสมบูรณ์สำหรับประชาชนทุกคน เพื่อป้องกันไม่ให้ครอบครัวแบกรับภาระเยาวชนคนรุ่นใหม่จนขาดเสรีภาพและความสร้างสรรค์ในระบบเศรษฐกิจ และเป็นสวัสดิการที่ประชาชนรับโดยตรงที่ผ่านการพิสูจน์สิทธิและระบบราชการน้อยที่สุด นอกจากนี้พรรคยังเล็งเห็นว่าภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสำหรับประชาชนในครัวเรือนส่วนหนึ่งมาจากการขาดโอกาสในการศึกษาในทุกระดับ พร้อมกับหนี้สินที่เกิดกับครอบครัวระหว่างเรียน พรรคจึงเร่งปรับให้ค่าใช้จ่ายการศึกษาหลังการศึกษาภาคบังคับอยู่ในอัตราที่เหมาะสมต่อการเข้าถึงของประชาชนทั่วไปและสร้างกลไกการสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับปัจเจกชนในการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย เพื่อให้มีหนี้สินทั้งจากการกู้ยืมเพื่อการศึกษา และหนี้สินครัวเรือนจากค่าใช้จ่ายการศึกษาของบุตรหลานน้อยที่สุด

สำหรับประชาชนในวัยแรงงาน ประเทศไทยมีแรงงานนอกระบบอยู่ถึงประมาณร้อยละเจ็ดสิบของกำลังแรงงาน และส่วนมากใช้ชีวิตด้วยความยากจนไม่มีเงินออม ไม่มีสิทธิบำนาญรวมถึงการประกันรายได้ยามว่างงาน ทางพรรคมุ่งพัฒนากลไกการสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยด้วยมาตรการการกระจายภาษีที่ก้าวหน้าเพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยให้สามารถใช้ชีวิตอัตราที่ไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจนของสหประชาชาติ นอกจากนี้ยังมุ่งปฏิรูประบบประกันสังคมสำหรับแรงงานนอกระบบ ให้ผู้ประกันตนในฐานะแรงงานนอกระบบและการผลักดันมาตรการบำนาญแห่งชาติสำหรับประชาชนคนไทยทุกคนให้ได้รับบำนาญ สามารถได้รับเงินบำนาญที่เพียงพอต่อการเกษียณอายุอย่างมีคุณภาพ พร้อมกับการขยายสิทธิและพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ใกล้เคียงกับสวัสดิการของกลุ่มข้าราชการและมุ่งหวังให้คนไทยได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลที่ไม่มีค่าใช้จ่าย มีคุณภาพ มาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ

สวัสดิการสำหรับผู้มีความต้องการเฉพาะไม่ว่าจะเป็น ผู้พิการทางกายภาพ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือผู้มีความต้องการด้านการรักษาในโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงและต้องรักษาต่อเนื่อง จะถูกคำนึงในฐานะสิทธิและศักดิ์ศรีของมนุษย์มากกว่าต้นทุนค่าใช้จ่าย โดยพรรคมุ่งพยายามผลักดันให้การรักษาพยาบาล การใช้พื้นที่สาธารณะ การเข้าถึงแหล่งทุน รับการศึกษา ฝึกอาชีพ เป็นสิ่งพื้นฐานสำหรับทุกกลุ่มความต้องการ พร้อมทั้งกำจัดการเลือกปฏิบัติในการรับเข้าทำงาน การเข้าถึงแหล่งทุน การประกอบอาชีพ และการกำหนดรายได้ เพื่อให้มนุษย์ทุกคนคงอยู่ในสังคมอย่างสมศักดิ์ศรีและไม่ถูกทอดทิ้ง

ทั้งนี้เพื่อให้มาตรการสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร มีความยั่งยืน พรรคมุ่งเน้นการผลักดันเปลี่ยนแปลงในประเด็นด้านกฎหมาย และสถาบันทางการเมืองและสังคมที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย การปรับเปลี่ยนชั่วโมงการทำงานในกฎหมายแรงงานให้ไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยมีอัตราค่าตอบแทนจากการทำงานเพียงพอต่อการเลี้ยงดูสามชีวิต การขยายสิทธิวันลาพักร้อนโดยได้รับค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน การเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอัตโนมัติอย่างน้อยตามอัตราเงินเฟ้อที่ประกาศโดยธนาคารแห่งประเทศไทย เช่นเดียวกับสิทธิการลาคลอด การเลี้ยงดูบุตรโดยได้รับค่าจ้างในระยะเวลาที่เป็นมิตรกับผู้ใช้แรงงานมากขึ้น และรับอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 ว่าด้วย เสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกัน และฉบับที่ 98 ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักแห่งสิทธิในการรวมตัวกันและการเจรจาต่อรอง พรรคอนาคตใหม่สนับสนุนการจัดตั้งสภาสวัสดิการและแรงงานในระดับท้องถิ่นเพื่อทำงานพัฒนาสวัสดิการของประชาชนอย่างเป็นอิสระ ตลอดจนสะท้อนภาพรวมเกี่ยวกับสวัสดิการของประชาชน เช่นเดียวกันกับที่กลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่มีองค์กรในลักษณะหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม

ในท้ายสุดการเกิดขึ้นของรัฐสวัสดิการจำเป็นต้องเกิดควบคู่กับการกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำผ่านมาตรการภาษี ไม่ว่าจะเป็นภาษีมรดก ภาษีการถือครองที่ดินปริมาณสูง ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนงบประมาณด้านการสงเคราะห์ต่างๆ รวมสู่นโยบายรัฐสวัสดิการ เพื่อสร้างชีวิตที่สมบูรณ์ของประชาชน ที่มีความมั่นคง ศักดิ์ศรี เสรีภาพ และเป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง