ทลายเศรษฐกิจผูกขาด – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ทลายเศรษฐกิจผูกขาด

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ส่วนหนึ่งจากงานแถลงนโยบายพรรคอนาคตใหม่ เปิดวิสัยทัศน์ เปลี่ยนอนาคต 16 ธันวาคม 2561 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


ก่อนอื่นเรามาดูเสาต้นแรก การทำลายทุนผูกขาดในประเทศไทย

ทุกท่านครับ

ผมแปลกใจอย่างยิ่งว่าทำไมคนไทยถึงทนอยู่กันได้ในสังคมที่เราปล่อยให้มีทุนผูกขาดกลุ่มหนึ่ง ที่ปิดโอกาสการค้าการขายของบริษัทเล็กๆ พ่อค้าแม่ขายทั่วไป เราปล่อยอยู่อย่างนี้ได้ยังไงมานานขนาดนี้ ที่เอาทรัพยากรของคนทั้งประเทศ ทั้งหมด ไปทำให้เกิดความมั่งคั่งเฉพาะเพียงคนกลุ่มเล็กๆ เพียงกลุ่มเดียว

ไม่ต้องอะไรมาก เมื่อวานอ่านหนังสือพิมพ์เจอข่าวอะไรครับ รถไฟเชื่อมสนามบินประมูลกัน เอาอีกแล้ว ไม่ใช่ประมูลรถไฟนะครับ

ถ้าท่านดูเนื้อหาของการประมูลครั้งนี้ดีๆ ประมูลรถไฟพ่วงด้วยอะไรครับ? ที่ดินที่ใหญ่ที่สุดกลางกรุงเทพฯ ผืนสุดท้าย ที่ดินรถไฟมักกะสัน 150 ไร่ พ่วงอยู่ในสัญญานี้ด้วย

กลุ่มอภิสิทธิ์ชนที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในประเทศไทย ประกอบไปด้วยพันธมิตรกลุ่มทุนผูกขาด ข้าราชการชั้นสูง นายทหาร และพรรคการเมืองบางพรรค อภิสิทธิ์ชนกลุ่มนี้ต้องการจะดึงประเทศไทยไว้ไม่ให้ไปข้างหน้า รักษาโครงสร้างเศรษฐกิจแบบนี้เพื่อที่พวกเขาจะได้ผลประโยชน์อีกนานเท่านาน

พรรคอนาคตใหม่เสนอ 4 นโยบายที่จะทำลายทุนผูกขาดในประเทศไทย

อันดับที่ 1 การผูกขาดที่เกิดจากสัมปทานต่างๆ ของรัฐ

ไม่ว่าจะเป็น ทีวี วิทยุ ดิวตี้ฟรี สัญญาสัมปทาน บริการสาธารณะต่างๆ ถ้าอนาคตใหม่เข้าไปมีอำนาจ เราจะจัดการประมูลให้โปร่งใส เราจะเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการรายใหม่ให้เข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาด

ผมยกตัวอย่างสัมปทานดิวตี้ฟรีในสนามบิน สัมปทานฉบับนี้กำลังจะหมดสัญญาลงในเดือนกันยายน 2563 ถ้าอนาคตใหม่มีอำนาจในขณะนั้น สิ่งที่พวกเราจะทำก็คือ เบรกสัญญาที่ให้บริษัทบริษัทเดียว เป็นหลายๆ บล็อก แล้วเปิดโอกาสให้บริษทขนาดกลาง บริษัทขนาดเล็กเข้ามามีส่วนร่วมในการประมูลด้วย

ข้อที่ 2 กลุ่มทุนบางกลุ่มไม่ได้ผูกขาดด้วยสัญญาสัมปทาน แต่ผูกขาดความมั่งคั่งด้วยการดำรงอยู่ของกฎหมายบางฉบับที่เอื้อให้เกิดการผูกขาด ที่กีดกันการแข่งขันทางการค้า

ผมยกตัวอย่างในอุตสาหกรรมเหล้าและเบียร์ เริ่มจากเบียร์ก่อน

ทุกท่านทราบไหมครับ ในกฎหมายระบุไว้ถ้าท่านจะผลิตเบียร์ขายในที่สาธารณะได้ กำลังการผลิตขั้นต่ำอยู่ที่ 10 ล้านลิตร / ปี ทุกท่านลองคิดดูสิครับ ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง จะสามารถผลิตเบียร์ขายได้ไหม? ถ้ากำลังผลิตขั้นต่ำตามกฎหมายอยู่ที่ 10 ล้านลิตร / ปี เบียร์ที่เรากินกันอยู่ที่ขวดละ 0.5 ลิตรบ้าง 0.625 ลิตรบ้าง ต้องผลิตกันปีละ 10 กว่าล้านขวด ใครจะมีศักยภาพที่จะผลิตและขายได้

เหล้าขาวล่ะ?

เหล้าขาวเป็นเหล้าที่คนส่วนใหญ่ในประเทศดื่มกัน คนที่รายได้น้อยจะดื่มเหล้าขาว และเหล้าขาวนี่นะครับ ถ้า 40 ดีกรีตามตลาดทุกวันนี้ 55 บาท 60 บาท บวกลบนิดหน่อยอยู่ในประมาณนี้

ท่านรู้ไหมครับค่าภาษีอากรเหล้าขาวเท่าไหร่ - - อยู่ที่ 40 บาท / ขวด สมมุติว่าผมจะผลิตเหล้าขาวพันขวด โรงสุราชุมชน ผมต้องเตรียมเงินไว้ 40,000 ก่อน สี่หมื่นบาทเพื่อไปซื้ออากรแสตมป์ จ่ายภาษีเอามาแปะ แต่ขนาดมูลค่าที่ผมจะสร้างจริงๆ อยู่ที่ 15 บาทเองนะครับ

จาก 40 ไป 55 บาท มูลค่าที่เราพูดถึง มูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนจริงๆ 15 บาท ประกอบด้วยอะไรบ้าง ค่าแรง ค่าวัตถุดิบ ค่าขวด ค่าขนส่ง อยู่ใน 15 บาทนี้ แต่ภาษีที่จะต้องจ่ายคือ 40 บาท - - ใครจะไปผลิตได้ คุณต้องมีเงินทุนหมุนเวียนมหาศาลเท่าไหร่ที่จะทำให้การผลิตสุราชุมชนเป็นไปได้

กฎหมายพวกนี้มีเจตจำนงที่แน่วแน่ แก้ได้ทันที ไม่มีอะไรยากเลยนะครับในการแก้กฎหมายที่เอื้อให้เกิดการผูกขาดเหล่านี้

ข้อที่ 3 การเข้าถึงแหล่งทุนต้องถูกปลดปล่อย คนจำนวนมากในสังคมไทยเข้าไม่ถึงแหล่งทุนที่ดี ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการผูกขาดในการเข้าถึงแหล่งทุนมากที่สุดในโลก ผ่านการชี้วัดด้วยจำนวนธนาคาร ประเทศไทยเรามีจำนวน 10  กว่าธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ในระบบ ทุกธนาคารมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด อนาคตใหม่จะเปิดใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารเพิ่มขึ้นโดยมีเงื่อนไขว่า ธนาคารใหม่นี้จะต้องมีสำนักงานใหญ่อยู่ต่างจังหวัด

ผมต้องการเห็นธนาคารในเชียงใหม่ ผมต้องการเห็นธนาคารในอุดรธานี ผมต้องการเห็นธนาคารในภูเก็ต

การเอาธนาคารไปต่างจังหวัดจะสอดรับกับที่อาจารย์ปิยบุตรพูดไป คือการกระจายอำนาจ ท้องถิ่นจะมีทุนของตัวเองในการพัฒนาท้องถิ่น ท้องถิ่นจะเกิดการจ้างงานธนาคาร ซึ่งเป็นงานที่มีคุณภาพ และเปิดโอกาสให้นักธุรกิจท้องถิ่นเข้าถึงแหล่งทุนได้

ทุกท่านครับ การจัดอันดับเศรษฐี 50 ตระกูลในประเทศไทยโดยนิตยสารฟอร์บส์ ไม่มีตระกูลไหนเลยที่ไม่ได้มาจากกรุงเทพฯ 50 ตระกูลที่มีความมั่งคั่งที่สุดในประเทศไทย มีฐานธุรกิจอยู่ที่กรุงเทพฯ ทั้งนั้น ทำไมเราไม่มีนักธุรกิจภูธรติดอันดับบ้าง ทำไม? และคำตอบหนึ่งในนั้นคือการเข้าถึงแหล่งทุน ไม่มีสำหรับนักธุรกิจภูธร

ข้อที่ 4 อนาคตใหม่จะบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าให้จริงจัง ประเทศไทยเรามีกฎหมายที่เขียนขึ้นมาเพื่อป้องกันการฮั้วราคา เพื่อป้องกันการใช้มาตรการทางการตลาดต่างๆ กีดกันคู่แข่งรายใหม่ แต่ไม่เคยถูกบังคับใช้จริงจังสักครั้งเดียว ตั้งแต่เขียนกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา และคำตอบของมันง่ายๆ ก็คือ กลุ่มอภิสิทธิ์ชนที่เป็นทุนผูกขาดมีอำนาจเหนือข้าราชการและการเมือง การบังคับใช้กฎหมายนี้จึงไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากพวกเราคือกลุ่มคนที่ไม่ใช่พวกเขา

เมื่อเรามีอำนาจ เราพร้อมจะบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้

ทุกท่านครับ และนั่นก็คือ นโยบายทำลายการผูกขาดในประเทศไทย

หลายคนอาจจะถามผมว่า อ้าว แล้วประเทศไทยไม่ต้องการกลุ่มทุนขนาดใหญ่เหรอ?

ผมบอกว่า ไม่ใช่ เราต้องการกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แต่เราไม่ต้องการกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่ผูกขาดแล้วหากินบนฐานภาษีของประชาชน เราต้องการทุนใหญ่ที่เป็นธง ที่เป็นแถวหน้า ที่ไปแย่งชิงส่วนแบ่งจากตลาดโลก ไปแย่งชิงมูลค่าเพิ่มจากตลาดโลก ทุนอย่างนี้เขาเรียกว่าทุนก้าวหน้า ไม่ใช่ทุนที่ล้าหลังมาหามูลค่าเพิ่มกับประชาชน มาหามูลค่าเพิ่มกับตลาดภายในประเทศ ตลาดในประเทศถอยลงมาซะ ไม่ต้องทำ เปิดพื้นที่ให้กับกิจการขนาดกลาง กิจการขนาดเล็กทำ สร้าง supply chain (ห่วงโซ่อุปทาน คือ กระบวนการที่ทำให้เกิดสินค้า) ที่เข้มแข็ง เมื่อกิจการขนาดเล็ก ขนาดกลางเข้มแข็ง ก็จะส่งผลให้กิจการทุนขนาดใหญ่ก้าวออกไปแข่งขันในโลกได้

เราไม่ได้รังเกียจทุนขนาดใหญ่ แต่เรารังเกียจทุนขนาดใหญ่ที่หากินกับประชาชน

ทุกท่านครับ

ผมฝากไว้ หยุดเชิดชูพวกเขาซะ กลุ่มทุนผูกขาดในประเทศไทย เพราะพวกเขาเป็นกลุ่มเดียวกับอภิสิทธิ์ชนที่ผูกขาดทั้งอำนาจทางการเมืองและอำนาจทางเศรษฐกิจ เรียกร้องให้พวกเขาปรับตัว หยุดการผูกขาด เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศเติบโตขึ้นมา

และนั่นคือนโยบายทลายเศรษฐกิจผูกขาดของอนาคตใหม่ครับ

ขอบคุณครับ