fbpx

“กมธ.กฎหมายฯ” เชิญ “จักรทิพย์” “สมบัติ” แจงมาตรฐานต่อกิจกรรม “วิ่ง ไล่ ลุง”

 

เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่รัฐสภา (เกียกกาย) รังสิมันต์ โรม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะ โฆษกกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน แถลงข่าวการประชุม กมธ. โดยตอนหนึ่งระบุว่า ก่อนนี้ในสภาผู้แทนราษฎรมีการยื่นญัตติขอตั้ง กมธ. วิสามัญศึกษาผลกระทบจากการใช้คำสั่ง ตาม ม.44 และประกาศคำสั่้ง คสช. ซึ่งผลคือญัตตินี้ตกไป แต่อย่างไรก็ตาม ทาง กมธ. กฎหมายฯ จึงได้มีการประชุมและพิจารณากันจนมีมติตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศคำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจหัวหน้า คสช. ตาม ม.44 ตลอดจนประกาศและคำสั่งของคณะปฏิวัติอื่นๆ โดยตั้งเป็นคณะทำงาน เนื่องจากโควต้าการตั้งอนุฯ กมธ. นั้นเต็มแล้ว และเมื่อผลการศึกษาเป็นอย่างไรจะนำมาพิจารณาดำเนินการต่อไป

รังสิมันต์ กล่าวว่า อีกกรณีหนึ่งคือ กิจกรรมวิ่งไล่ลุง ซึ่งจากการติดตามและรับทราบจากสื่อมวลชน ปรากฏว่ามีการคุกคามประชาชน นักศึกษาทั่วประเทศ ในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดนครพนม จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดพะเยา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น ซึ่ง กมธ. กฎหมายฯ เห็นว่า เมื่อมีเหตุแบบนี้ จะต้องมีการสอบสวน ซักถาม ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่สามารถตามดูครอบคลุมทุกจังหวัดได้ จึงมีมติว่าจะเชิญมาสอบถามเรื่องนี้ใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดพะเยา กับ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นกรณีที่นักศึกษา ม.วลัยลักษณ์ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดกิจกรรมในพื้นที่มหาวิทยาลัย

 

 

“สำหรับบุคคลที่เราจะเชิญมาชี้แจงมีอยู่ 3 ท่าน คือ 1) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด เป็นผู้กำหนดนโยบาย เพราะสิ่งหนึ่งที่ กมธ. สงสัยคือว่า ทำไมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดจึงแตกต่างกัน เลยอยากเชิญท่านมาซักถาม 2) อธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ มีข้อสงสัยว่า ทำไมนักศึกษาจึงไม่สามารถใช้สิทธิของตน ซึ่งเป็นเรื่องไม่กระทบกระเทือนความมั่นคง ในพื้นที่่มหาวิทยาลัยนั้นได้ และ 3) ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองพะเยา ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายสูงสุดในท้องที่นั้น กมธ. จะเชิญมาชี้แจงในการพิจารณาต่อไป”

รังสิมันต์ กล่าว