fbpx

กระเหี้ยนกระหือรือยุบอนาคตใหม่! เผยเอกสารลับ กกต. หลุด “คดีเงินกู้พรรค”

 

ก่อนหน้านี้ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้ออกมาเปิดประเด็นการข้ามขั้นตอนทางกฎหมายในการดำเนินคดีกับพรรคอนาคตใหม่คดีนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นเขาพูดในฐานะผู้ที่ถูกกล่าวหาที่ กกต. ไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญที่ข้ามขั้นตอน ไม่มีการไต่สวนและแจ้งข้อกล่าวหาในชั้น กกต. ตามที่กฎหมายกำหนด

แต่ในวันนี้ เอกสาร “ลับ” ของ กกต. เปิดเผยขั้นตอนการดำเนินการในชั้น กกต. อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง แต่ก็ยิ่งยืนยันผูกมัด กกต. ว่า “ลัดขั้นตอน-ทำผิดกฎหมาย-กระเหี้ยนกระหือรือ”

เพราะเมื่อ กกต. รับคำร้องจากศรีสุวรรณ จรรยา และสุรวัชร สังขฤกษ์ ว่าอนาคตใหม่ทำผิดมาตรา 66 ที่กล่าวหาว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงินนั้น ถือเป็นการบริจาคเงินมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทต่อปี อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 66 ตามกฎหมายพรรคการเมือง (โดยโทษคือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนพรรคการเมืองอาจโดนปรับไม่เกิน 1 ล้านบาทและถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาร 5 ปี แต่สังเกตให้ดีว่าไม่มีโทษ “ยุบพรรค”)

หลังจากนั้น กกต.ได้ให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 13 รับหน้าที่ดำเนินการต่อ แต่เมื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนทั้งหมดแล้ว “มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ เห็นควรยกคำร้อง” โดยเจ้าหน้าที่ กกต. หลายคนให้เหตุผลตรงกันว่า แม้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจากธนาธรจริง ทว่าการกู้ยืมไม่ใช่รายได้ แต่เป็นหนี้สิน และพรรคการเมืองก็สามารถกู้เงินได้ตามกฎหมาย โดยอดีตที่ผ่านมา ก็มีพรรคการเมืองทำเช่นนี้หลายพรรค

และเมื่อคณะแรกยกร้อง ไม่เอาผิดอนาคตใหม่แล้ว เรื่องทั้งหมดควรจบแค่นี้ แต่ กกต. ยังไม่จบ เพราะได้มีการส่งสำนวนการสืบสวนของสำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย สำนวนที่ 18 โดยคณะนี้ก็เหมือนคณะที่แล้ว สำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยออกมาก็ “เห็นควรยกคำร้อง” ด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง เช่นเดียวกันกับคณะก่อน

แต่ กกต. ก็ยังไม่จบอีก ได้สั่งตั้งให้คณะอนุกรรมการวินิฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งพิจารณาอีก โดยอ้างว่าเพื่อให้การพิจารณาสำนวนของ กกต. “เป็นไปอย่างรอบคอบ” โดยในการพิจารณาครั้งนี้ คณะอนุฯ มีเสียง 3 ต่อ 2 ว่าอนาคตใหม่กู้เงินเป็นการทำผิดมาตรา 66 ตามที่มีผู้ร้องเข้ามา จึงเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งตัดสิทธิ์เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาร 5 ปี และริบเงินส่วนที่เกินกว่า 10 ล้านบาทให้เป็นของแผ่นดิน

ที่เล่าข้างต้นมาก็ว่าแย่แล้ว แต่เมื่อนำข้อเสนอของคณะอนุฯ ไปพิจารณา กกต. คณะใหญ่กลับมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่าทำผิดมาตรา 62,66 และ 72 และศาลรัฐธรรมนุญก็รับคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ของ กกต. ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ ตรงนี้จะพบว่ามีมาตรา 72 เพิ่มเข้ามาจาไหนก็ไม่ทราบ แต่คงเป็นเพราะมาตรา 72 มีโทษถึง “ยุบพรรค” โดยมาตรา 72 กล่าวไว้ว่าห้ามมิให้พรรคการเมืองรับเงินโดยรู้หรือควรรู้ว่าได้มาไม่ชอบด้วยกฎหมา

แต่ตรงนี้คือ ปัญหาที่ว่า กกต. อยู่ๆ ไม่สามารถเพิ่มข้อกล่าวหาว่าผิดมาตรา 72 เพิ่มขึ้นได้ เพราะตามกฎหมาย จะต้องดำเนินการไต่สวนและแจ้งข้อกล่าวหาใหม่ทั้งหมด เรียกได้ว่าต้องเริ่มต้นกระบวนการใหม่ทั้งหมด แต่ตรงนี้ กกต. กลับลัดกฎหมายไป รวมถึงยังใช้สำนวนการไต่สวนของคณะก่อนหน้านี้ที่ทำมาตรา 66 มาเอาผิดในมาตรา 72 ด้วย ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายว่าด้วยขั้นตอนการดำเนินการของ กกต. เช่นกัน

เอกสารลับที่หลุดออกมาสู่สาธารณชนนั้น ถ้าเป็นความจริง กกต. ก็มีอาจมีความผิดกฎหมายอาญา มาตรา 157 ที่ใช้อำนาจ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยปิยบุตรเปิดเผยว่าตนจะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเปิดกระบวนการไต่สวนและเรียกพยานเอกสารชุดนี้ทั้งหมดเข้าพิจารณาในชั้นศาลรัฐธรรมนูญด้วย เพื่อจะได้รู้ว่า กกต. ทำผิดขั้นตอนจริงหรือไม่ ซึ่งขณะนี้เราไปฟ้องศาลอาญาแผนกคดีทุกจริตประพฤติมิชอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากพิสูจน์แล้วว่า กกต. มีเจตนากลั่นแกล้งพรรคอนาคตใหม่จริง โทษคือติดคุก

ดังนั้น อยากถาม กกต. ดังๆ ว่า “ท่านยังมียางอายอยู่หรือไม่???

ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสำนักงาน กกต. เราขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ยังยืนอยู่ข้างความถูกต้องแม้ว่าการยืนหยัดพูดความจริงนั้นอาจต้องทำให้เราเดือดร้อนแค่ไหนก็ตาม และเราขอเชิญชวนให้ท่าน ออกมาพูดความจริงว่าท่านถูกกดดันอะไรบ้าง มีความอึดอัดอะไรบ้าง เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบความจริงอันทุเรศทุรังนี้เสียที…

(ส่วนผู้ที่ติดตามอ่านข่าวสารท่านใด สนใจอ่านเอกสาร “ลับ” ของ กกต. ที่หลุดออกมาแบบไม่มีเซนเซอร์นั้น สามารถอ่านได้ที่ หลุดเอกสารลับกกตฟันอนาคตใหม่ )