fbpx

“อนาคตใหม่” ปูพรมจัดกิจกรรมทั่วประเทศวันรัฐธรรมนูญ

 

 

“ธนาธร” ร่วมวิ่งร้อยเอ็ด – โดนปรับเครื่องเสียง 200

เมื่อวานนี้ วันรัฐธรรมนูญ วันที่ 10 ธันวาคม ที่สวนสาธาณะบึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย คารม พลพรกลาง ,สุรวาท ทองบุ, ทวีศักดิ์ ทักษิณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และคณะทำงานพรรคอนาคตใหม่ ร่วมกิจกรรม “วิ่งเพื่อประชาธิปไตย” ท่ามกลางประชาชนชาวร้อยเอ็ด และจังหวัดใกล้เคียงร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงก่อนเริ่มวิ่ง เกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อยเมื่อตำรวจได้เข้ามาชี้แจงและให้ยุติการใช้เครื่องขยายเสียงในพื้นที่บึงพลาญชัย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ทั้งนี้ ได้มีการทำหนังสือขออนุญาตและแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและได้รับอนุญาตแล้ว แต่ทว่าสุดท้ายเพิ่งจะมีหนังสือตอบกลับมาเรื่องไม่ให้ใช้พื้นที่วันก่อนซึ่งกระชั้นชิดมาก ตำรวจต้องดำเนินคดีกับผู้จัดกิจกรรม ตามความผิด พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 โทษปรับ 2 กรรม กรรมละ 100 บาท คือ 1. ใช้เครื่องขยายเสียงก่อนธนาธรมาถึง และ 2.ธนาธรใช้เครื่องขยายเสียงพูดคุยกับประชาชน รวมค่าปรับ 200 บาท เสียค่าปรับลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

 

 

ชี้คน “อีสาน” ตื่นตัวรัฐธรรมนูญ -หลักฐานอนุสารีย์ยืนยัน

ในการพูดคุยกับประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม “วิ่งเพื่อประชาธิปไตย” ธนาธรกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้เมื่อ 87 ปีที่แล้ว เรามีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร แต่กระนั้น วันนี้ประชาชนยังสงสัยว่า ตกลงเราปกครองประเทศด้วยระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ หรือระบอบเผด็จการครึ่งใบ หรือระบอบประชาธิปไตยแบบลุงๆ สถานที่ที่เรามารวมกันอยู่นี้คือบึงพลาญชัย มีอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญตั้งอยู่ ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ว่า ในภาคอีสานมีอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะที่ สุรินทร์ บุรีรัมย์ มหาสารคาม ขอนแก่น รวมถึงร้อยเอ็ด ซึ่งคนอีสานควรภูมิใจว่า คือกลุ่มคนแรกๆ ที่ร่วมต่อสู้ให้มีประชาธิปไตยเกิดขึ้นในประเทศนี้ ดังจะเห็นได้ว่า อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญในภาคอีสานซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปี 2477- 2479 นั้น มีมาก่อนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่กรุงเทพฯ และที่สำคัญคือ สร้างขึ้นโดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐราชการส่วนกลางแต่อย่างใด หากแต่เป็นการระดมทุนโดยพี่น้องประชาชน พ่อค้าคหบดี ผู้แทนราษฎร นี่แสดงถึงความตื่นตัวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แสดงถึงความก้าวหน้าของคนในภาคอีสาน ซึ่งในช่วงที่เริ่มอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญนั้น เป็นบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง คือยุคสมัยใหม่ที่สว่างไสว ยุคสมัยใหม่ที่ประชาชนมีความหวังว่าอนาคตของเขาจะดีกว่าที่เป็นอยู่

 

 

“รัฐธรรมนูญ” จุดเปลี่ยนความสัมพันธ์ประชาชนกับรัฐ

“การมีรัฐธรรมนูญ ได้เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับรัฐ ซึ่งก่อนนี้ จะมีก็แต่ไพร่กับนายเท่านั้น ไม่เคยมีประชาชนมาก่อน ดังนั้น การเฉลิมฉลองเนื่องในวันรัฐธรรมนูญก็เพราะเป็นวันที่ให้กำเนิดพลเมืองขึ้นในสังคม และเริ่มเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่ นั่นคือ เปลี่ยนจากเชื่อในเรื่องภูติผีปีศาจมาเป็นเชื่อในเรื่องของเหตุผล จากเชื่อในธรรมชาติเปลี่ยนมาเป็นเชื่อในวิทยาศาสตร์ จากคิดว่าชีวิตเป็นของเจ้านายเปลี่ยนมาเป็น ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพมีความคิดเป็นของตัวเอง อำนาจจารีตกลายเป็นอำนาจของประชาชน ฐานันดรกลายเป็นความเท่าเทียมเสมอภาค สิ่งเหล่านี้มาพร้อมกับรัฐธรรมนูญ มาพร้อมความคลี่คลายลงของสถาบันทางการเมืองแบบดั้งเดิม ดังนั้น นี่คือการเฉลิมฉลองให้กับรัฐธรรมนูญที่รับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชน” ธนาธรกล่าว

 

 

ปลุกยุติระบอบกดขี่- รัฐธรรมนูญ’60 ไม่เห็นหัวประชาชน

ธนาธรกล่าวอีกว่า ถึงวันนี้ ประเทศไทยมีการรัฐประหารมาแล้ว 13 ครั้ง มีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับ ถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับประชาธิปไตย เกิดอะไรขึ้นกับรัฐธรรนูญในประเทศนี้ ซึ่งควรต้องคงไว้ในหลักการพื้นฐานที่สุดอย่างคนทุกคนเท่าเทียมกัน เสมอภาคกัน และเป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน แต่กลับมีกลุ่มนายทหารเข้ามายึดอำนาจเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งแล้วเขียนรัฐธรรมนูญใหม่โดยที่ไม่ใส่ใจประชาชน นั่นก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ซึ่งมีจุดประสงค์สำคัญคือ เพื่อให้ตนเองได้ครองอำนาจต่อไป และวันนี้ปัญหาก็คือ อำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชนยังอยู่กับเรา ยกตัวอย่างชัดเจนที่สุดก็คือ ส.ว. 250 คน ที่ประชาชนไม่ได้เป็นคนเลือก หรือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ องค์กรอิสระต่างๆ ที่ประชาชนไม่เคยได้เลือกเลย ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ผู้ถูกกดขี่อย่างเราจะต้องลุกขึ้นมาและบอกว่าเราไม่ยอมอีกแล้ว การรัฐประหารยึดอำนาจประชาชนต้องไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก วันนี้จะเห็นว่ากลุ่มคณะรัฐประหารสืบทอดอำนาจอยู่เหนือกฎหมาย ทำอะไรก็ไม่ผิด ทำได้ทุกอย่างตามใจ ดังนั้น เราต้องแสดงพลังของพี่น้องประชาชนให้เห็นว่า เราจะไม่ทนกับระบอบที่กดขี่แบบนี้ ลูกหลานเราเติบโตมาจะต้องไม่เจอรัฐประหารอีก

 

 

ย้ำต้องไม่ลืมอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ – ปกป้องจิตวิญญาณผู้มาก่อน

“วันนี้ เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง พวกเขาต้องการให้เราลืม 10 ธันวาคม พวกเขาต้องการให้เราลืมรัฐธรรมนูญ พวกต้องการให้เราลืมอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญในภาคอีสานหลายๆ พื้นที่ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว พวกเขาไม่เคยทำนุบำรุงอนุสาวรีย์เหล่านี้ พวกเขาไม่เคยสอนลูกหลานเราให้ตระหนักถึงความสำคัญของอนุสาวรีย์ในภาคอีสานเหล่านี้ ดังเช่นในปี 2557 อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญหรืออนุสาวรีย์ประชาธิปไตยใน จ.บุรีรัมย์ เพิ่งจะถูกทุบทิ้งไปเพื่อสร้างไฟจราจรดิจิทัล พวกเขาไม่ให้ความสำคัญ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราประชาชน ที่จะปกป้องความสำคัญของอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ ปกป้องจิตวิญญาณของผู้ที่มาก่อนพวกเรา เขาทำให้เราลืมอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ เป็นหน้าที่เราที่จะต้องสอนลูกหลานให้จำอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญเหล่านี้ไว้ เพื่อให้เราตระหนักตลอดเวลาว่า อำนาจสูงสุดในประเทศนี้เป็นของประชาชน วันนี้ มาเฉลิมฉลองด้วยการวิ่งร่วมกัน เป็นสัญญาณบอกพวกเขาว่า อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน”

 

 

 

“เผด็จการจงพินาศฯ ดังลั่น “บึงพลาญชัย”

จากนั้นธนาธร รวมถึง ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ สมาชิกพรรค คณะทำงานจังหวัด และประชาชนที่ให้การสนับสนุนพรรค ร่วมกันวิ่งรอบบึงพลาญชัย โดยมีเสียงตะโกน “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ อนาคตใหม่สู้ๆ ธนาธรสู้ๆ” เป็นระยะ ท่ามกลางประชาชนที่มาออกกำลังกายในสวนสาธารณะดังกล่าวให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

 

 

ขยับกิจกรรมรณรงค์ “รัฐธรรมนูญ” ทั่วประเทศ

นอกจากนี้พรรคอนาคตใหม่และเครือข่ายร่วมจัดกิจกรรมเนื่องในวันรัฐธรรมนูญอีกหลายในจังหวัด ทั้งวงเสวนาในประเด็นรัฐธรรมนูญ เศรษฐกิจ การเมือง ประชาธิปไตย และกิจกรรมวิ่ง-เดินรณรงค์ในหลายพื้นที่ เช่น จ.พิษณุโลก ชาวอนาคตใหม่ในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดภาคเหนือตอนล่างใกล้เคียง นำโดย ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส. จังหวัดพิษณุโลกพรรคอนาคตใหม่ และเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ร่วมจัดกิจกรรม “วิ่งรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย สู่การสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญใหม่” ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ (เรือนแพ) อ.เมืองพิษณุโลก

ในส่วนของภาคเหนือตอนบน ที่จังหวัดน่าน ได้มีการจัดเสวนาและกิจกรรมอาสา วิ่ง เดินเก็บขยะเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการเสวนาที่ร้านคาเฟ่สุดกองดี อ.ภูเพียง ในช่วงบ่าย ก่อนร่วมกันออกวิ่ง-เดินเก็บขยะไปตามลานสาธารณะบ้านท่าล้อ อ.ภูเพียง ในช่วงเย็น

 

 

ใต้จัดเวทีรัฐธรรมนูญ-ปากท้อง คึกคัก

ในขณะที่ภาคใต้ พรรคอนาคตใหม่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร และนครศรีธรรมราช ร่วมกันจัดเวทีเสวนา “รัฐธรรมนูญกับปัญหาปากท้อง” ที่สะพานนริส ต.ตลาด อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีตัวแทนจากทั้งภาคการเมือง ภาคประชาสังคม และกลุ่มปัญหาต่างๆ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุยอย่างคับคั่ง ก่อนร่วมกันอ่านแถลงการณ์เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับที่จังหวัดภูเก็ต ในช่วงบ่ายได้มีการตั้งวงเสวนา “รัฐธรรมนูญกับปัญหาปากท้อง” ที่อ่างเก็บน้ำคลองกระทะ ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมพูดคุยประเด็นปัญหาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะมีการวิ่งรณรงค์เนื่องในวันรัฐธรรมนูญในช่วงเย็นของวันเดียวกัน

 

 

“ปิยบุตร” บรรยาย ม.ขอนแก่น

นอกจากนี้ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ บรรยาย “รัฐธรรมนูญกับปัญหาสิทธิมนุษยชน” ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น และ ยังมีกิจกรรมครบรอบ 1 ปีการเปิดสำนักงานพรรคอนาคตใหม่อุดรธานี ซึ่งพรรณิการ์ วานิช โฆษก และ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเดินรณรงค์เนื่องในวันรัฐธรรมนูญที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ อ.เมืองอุดรธานี ด้วย