fbpx

ค่ายเยาวชนผู้ไม่ยอมจำนน : พื้นที่การเรียนรู้ ความฝัน ความหวัง และอุดมการณ์

 

เมื่อวันที่ 15-17 พ.ย. ที่ผ่านมาฝ่ายการศึกษาและพัฒนา พรรคอนาคตใหม่ได้จัดกิจกรรม Future Youth Camp ค่ายเยาวชนผู้ไม่ยอมจำนน ภาคอีสาน ใต้แนวคิด “เพราะความหลากหลายคือพื้นฐานของประชาธิปไตย” เราจัดกิจกรรม กินนอน และเรียนรู้ความแตกต่างหลากหลายกับชาวบ้านตลอดทั้ง 3 วัน 2 คืน ที่ชุมชนชาวภูไท บ้านโคกโก่ง จ.กาฬสินธุ์ มีผู้เข้าร่วมในครั้งนี้มีเยาวชนกว่า 30 คนอายุตั้งแต่ 15-25 ปี ในหลายจังหวัดทั่วภาคอีสานมาเข้าร่วมกิจกรรมของเรา

 

 

สำหรับการจัดค่ายเยาวชนผู้ไม่ยอมจำนนครั้งนี้เราตั้งใจจัดขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ถกเถียงแลกเปลี่ยนด้วยเหตุผลอย่างสร้างสรรค์ ชวนตั้งคำถามกับสิ่งที่ดูเหมือนว่าเป็นปกติในสังคม เปิดพื้นที่ให้กับความเป็นไปได้ใหม่ จินตนาการใหม่ให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ถูกกดทับจากโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองซึ่งจำกัดความคิดและความหลากหลายให้คิดอยู่ในกรอบที่ “รัฐอนุญาต” ให้คิดได้เท่านั้น ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ ความสงสัย การตั้งคำถามและความกล้าแสดงออกถูกทำลายลงไปและการคิดนอกกรอบคิดนอกขนบคิดไปไกลกว่าที่รัฐอนุญาตกลายเป็นสิ่งต้องห้ามในสังคมไทยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขอบปัญหาสำคัญในการเมืองไทยตลอดทศวรรษที่ผ่านมาที่มุ่งทำลายและกำจัดคนที่คิดต่างจาก “รัฐ”

สรวิศ บุญถึง ผู้อำนวยการค่าย ได้กล่าวถึงที่มาของแนวคิดหลักในการจัดค่ายครั้งนี้คือ “เพราะความหลากหลายคือพื้นฐานของประชาธิปไตย” เกิดขึ้นมาจากที่พรรคอนาคตใหม่เชื่อว่าต้องยึดมั่นเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนอันเป็นพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย และสิ่งหนึ่งที่อยู่ภายใต้หลักการนี้ก็คือการโอบรับความหลากหลายที่จะช่วยให้สังคมไทย เรามองว่าความแตกต่างหลากหลายทางความคิดของคนในสังคม การเชื่อในอุดมการณ์ การนับถือศาสนา มีรสนิยมทางเพศ มีวัฒนธรรมย่อยของผู้คนในสังคมที่ไม่เหมือนกันเป็นคือสิ่งปกติในสังคมประชาธิปไตย เราเชื่อว่าความหลากหลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการก่อร่างสร้างประชาธิปไตยที่เปิดพื้นที่ให้คนกลุ่มต่างๆ ได้แสดงซึ่งอัตลักษณ์ ความคิด ความเชื่อ และความฝันของตนได้โดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ กีดกันและมุ่งทำลาย

 

 

ในการออกแบบค่ายและกระบวนการเรียนรู้เราให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้และวัฒนธรรมที่มีความเป็นประชาธิปไตย แต่เดิมผู้สอนเป็นผู้ผูกขาดความรู้ว่าถูกต้องที่สุด ดีที่สุดซึ่งมีลักษณะเป็นอำนาจนิยมทำให้ผู้เรียนไม่มีส่วนร่วม ไม่กล้าตั้งคำถาม ไม่กล้าคิดนอกกรอบและมักสอนให้เราเชื่อและจำนนต่อคำสั่งของผู้มีอำนาจเสมอ ทางฝ่ายศึกษาและพัฒนา พรรคอนาคตใหม่จึงต้องการเปลี่ยนนิยามความหมายของพื้นที่การเรียนรู้และจัดวางความสัมพันธ์เชิงอำนาจเสียใหม่ให้เท่าเทียม เสมอภาค โอบรับความหลากหลาย เป็นประชาธิปไตยและไม่ยอมจำนน เรานำการออกแบบพื้นที่การเรียนรู้โดยใช้แนวคิด Active Learning เข้ามาออกแบบกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการเรียนรู้ ความรู้จึงเกิดจากการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เรียนด้วยกันเอง เปลี่ยนบทบาทผู้สอนจาก “ครู” เป็น “ผู้อำนวยการเรียนรู้” (Facilitator) เพื่ออำนวยการเรียนรู้ กระตุ้น ท้าทายความคิดให้สงสัยและตั้งคำถามอยู่เสมอ ค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ จินตนาการใหม่ๆ อยู่เสมอ ส่งเสริมให้ทุกคนถกเถียง แลกเปลี่ยนและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสร้างสรรค์พร้อมๆ กับการสร้างให้พื้นที่การเรียนรู้นี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้ พื้นที่การเรียนรู้เช่นนี้ที่มีพื้นฐานจากวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ทุกคนเคารพ ความแตกต่างหลากหลาย เคารพสิทธิเสรีภาพ อดทนอดกลั้นต่อความแตกต่าง เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเชิดชูสิทธิมนุษยชน ฉะนั้นทุกคนในพื้นที่การเรียนรู้นี้จึงมีความเสมอภาคกันในทุกๆ ด้านซึ่งเป็นคุณค่าหลักที่พรรคอนาคตใหม่ยึดมั่น นอกจากนี้เรายังใช้แนวคิด Problem-based Learning และ Game-based Learning ออกแบบการเรียนรู้เพื่อเชื่อมองค์ความรู้และประสบการณ์ผ่านกิจกรรมและเกมส์ที่สนุก ชวนคิด และอัดเน้นเป็นด้วยสาระ

 

 

เกือบทุกกิจกรรมที่ทางฝ่ายศึกษาและพัฒนาได้ออกแบบมาเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมได้สงสัยตั้งคำถามเพื่อแสดงความไม่ยอมจำนนของเขาเอง และเรียนรู้ความหลากหลายเป็นพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตยอย่างไร อย่างน้อยที่สุดผู้เข้าร่วมจะเกิดความสงสัยและตั้งคำถามกับสิ่งที่เขาเจออยู่ในชีวิตประจำวันซึ่งบางคนอาจจะเจออยู่แล้วในชีวิตประจำวันแต่ไม่เคยสังเกตหรือตั้งคำถามและให้ทุกคนช่วยเกลาความคิดออกมา เพราะการตั้งคำถามเป็นพื้นฐานของการพัฒนา ถ้าเราไม่เริ่มตั้งคำถาม เราก็คงไม่มีความคิดที่อยากพัฒนา เราเพียงหวังว่าเยาวชนผู้ไม่ยอมจำนนจะร่วมกันตั้งคำถามและร่วมกันหาคำตอบช่วยกันหาข้อตกลงร่วมกันให้ออกมาเป็นฉันทามติร่วมกันว่าสังคมเราควรที่จะเดินหน้าไปอย่างไร หรือถ้าความคิดออกมาไม่ตรงกันเราจะมีวิธีแสดงความคิดเห็นของเราอย่างไรเพื่อให้เพื่อนในกลุ่มหรือในสังคมเขาเข้าใจอย่างที่เราจะสื่อออกมาโดยไม่นำไปสู่การสร้างความเกลียดชังกันในสังคม

กิจกรรมในวันแรกค่ายผู้ไม่ยอมจำนนนอกจากการทำความรู้จักเพื่อนร่วมค่ายแล้วเรายังจัดกิจกรรมที่ชวนทุกคนไปสำรวจความเป็นไทยที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีว่าอะไรคือไทยหรือไม่ไทย เรามองว่าความเป็นไทยที่เป็นอยู่นั้นทำให้เรามองไม่เห็นความหลากหลายทำให้เกิดการแบ่งเขาแบ่งเรา สร้างความเกลียดชังและสร้างศัตรูขึ้นมาบางครั้งเป็นคนเพื่อนร่วมชาติของเราเองเพียงเพราะ เรานับถือ เราคิด เราเชื่อแตกต่างกันอาจนำไปสู่ความรุนแรง การปราบปราม กำจัดความหลากหลายในสังคมกิจกรรมนี้ชี้ชวนให้นิยามความเป็นไทยที่ประกอบสร้างขึ้นมาจากความหลากหลายของกลุ่มคน เชื้อชาติ และหลากหลายวัฒนธรรม ที่ทุกกลุ่ม ทุกความเชื่อ ทุกความฝันที่ได้แสดงออกในสิ่งที่พวกเขาต้องการได้อย่างเท่าเทียม เสมอภาคกันในสังคมโดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ความเป็นไทยอีกมุมมองคือสิ่งที่คนไทยยึดมั่นยึดถือโดยที่ไม่กดทับความคิดที่แตกต่างหลากหลาย ความคิดสร้างสรรค์ และสามารถอยู่ร่วมกับสากลได้ นอกจากนี้ในช่วงบ่ายของวันเราได้ชวนพวกเขาสัมผัสอารมณ์และความรู้สึกของการถูกตีตราจากคนในสังคมเพราะเราแตกต่างกันที่หน้าตา รูปลักษณ์ ความเชื่อ รสนิยม ศาสนา ไม่มีใครควรถูกตีตราจากสังคมเพราะความแตกต่างหลากหลาย จากนั้นเราได้พาพวกเขาไปสัมผัสโครงสร้างอำนาจแบบเผด็จการและการไร้ซึ่งสิทธิ เสรีภาพเหนือเนื้อตัวและร่างกายผ่านกิจกรรม Land Lord พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดของผู้ร่วมค่ายที่แสดงให้เห็นถึงความใฝ่ฝันและความต้องการสังคมที่เป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ ในช่วงค่ำเราเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวภูไทอย่างเข้มข้นจากพ่อๆ แม่ๆ ชาวภูไทที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่ในสังคมไทยที่ไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

 

 

กิจกรรมในวันที่สองของค่ายเราได้รับเกียรติจากสมชัย ภัทรธนานันท์ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสาตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มาบรรยายประวัติศาสตร์การเมืองภาคอีสาน สนุกสนาน เต็มไปด้วยคำถามคุณภาพจากเพื่อนร่วมค่ายทำอาจารย์ตั้งตัวไม่ทันกันเลยทีเดียว ในช่วงบ่ายเราจัดกิจกรรม Workshop เรื่อง Photo Essay และ Storytelling พร้อมให้โจทย์ที่ท้าทายและฝึกคิดในสิ่งที่เราไม่คุ้นเคยในการทำกิจกรรมลงพื้นที่เรียนรู้ความหลากหลายในพื้นที่โดยให้เล่าเรื่องราวในหัวข้อ “เพราะความหลากหลายคือพื้นฐานของประชาธิปไตย” ผ่านภาพถ่ายของแต่ละกลุ่มและวัฒนธรรมการทำงานที่เป็นประชาธิปไตย ท่านสามารถตามเข้าไปดูผลงานของพวกเขาได้ใน #FutureYouthCamp แต่ะภาพทรงพลังและสื่อความหมายถึงความหลากหลายและประชาธิปไตยได้เป็นอย่างดี ช่วงค่ำเรากลับมานำเสนอ เรียนรู้และช่วยกันสะท้อน ตีความภาพถ่ายของแต่ละกลุ่มที่สื่อถึงความหลากหลายและประชาธิปไตยเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงความสนุกทักษะการเล่าเรื่องจากการถ่ายภาพ การลงพื้นที่เข้ากับเนื้อหาสาระทางวิชาการที่ลงตัวเลยทีเดียว

 

 

” ฉันดีใจที่ได้ปักธงเพราะมันแสดงถึงว่าฉันเป็นคนไทย “

 

กิจกรรมในวันที่สามวันสุดท้ายของเราเริ่มต้นด้วยกิจกรรม Pool Party ที่ชวนเราเรียนรู้เรื่องพื้นฐานทางการเมือง การเจรจาต่อรอง และการจัดสรรทรัพยากรที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำและความแตกต่างของกลุ่มคนที่ถือของทรัพยากรต่างกันในสังคม กิจกรรมต่อไป Avenger เพื่อนร่วมค่ายของเราออกค้นหาอุปกรณ์เพื่อสร้างนวัตกรรมกู้โลกจากอุกาบาตเราได้เห็นถึงความเป็นไปใหม่ๆ จินตนาการใหม่ๆ ภายใต้บรรยายกาศที่สิ้นหวัง ถ้าเราเชื่อมั่นว่าเป็นไปได้ทุกอย่างยอมเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ในช่วงบ่ายเรากลับมาทำกิจกรรม The Moon เป็นกิจกรรมที่สร้างปวดหัวให้กับเหล่าผู้ไม่ยอมจำนนภาคอีสาน เพราะเราเปิดให้ทุกคนถกเถียงกันด้วยเหตุผลว่าเราต้องการนำสิ่งของใดติดตัวไปหลังจากที่ยานอวกาศเกิดมีปัญหา ทำให้เห็นว่าการถกเถียงกันด้วยเหตุผลและอดทนอดกลั้นต่อความคิดของผู้อื่น และเปิดพื้นที่ให้แตกต่างหลากหลายสามารถนำไปสู่แสวงหาฉันทามติร่วมกันของคนในสังคมได้อย่างสันติเป็นประชาธิปไตย เราจบกิจกรรมในค่ายด้วยกิจกรรมต้นไม้ประชาธิปไตย เราส่งต้นไม้แห่งความฝัน ความหวัง และอุดมการณ์ที่เราอยากเห็นมันลงหลักปักฐานลงในสังคมไทย เป็นสังคมที่เป็นประชาธิปไตย สังคมที่โอบรับความหลากหลาย สังคมที่เคารพสิทธิมนุษยชน สังคมที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง สังคมที่เปิดพื้นที่ให้กับคนรุ่นใหม่ สังคมที่ทุกคนได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยออกแบบอนาคตร่วมกัน ให้เหล่าผู้ไม่ยอมจำนนภาคอีสานกลับไปปลูกและทำให้หยั่งรากลึกในสังคมไทยต่อไป

 

ตลอดทั้ง 3 วัน 2 คืนในค่ายผู้ไม่ยอมจำนนเราได้ชวนตั้งคำถาม ท้าทายความเชื่อ ฝึกคิดในสิ่งที่ไม่คุ้นชิน เปิดพื้นที่การเรียนรู้ ที่มีความเป็นประชาธิปไตย เคารพในความแตกต่างหลากหลายทำให้เห็นว่าความหลากหลายเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นในการก่อร่างสร้างประชาธิปไตยนำมาซึ่งความเข้าใจในเรื่องสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มองคนเท่ากัน การเคารพในสิทธิเสรีภาพ ภายในค่ายเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เสียงหัวเราะ ซึมซับวัฒนธรรมประชาธิปไตย และความรู้ที่อัดแน่นที่แทรกไปในทุกกิจกรรมของค่าย  ค่ายเยาวชนผู้ไม่ยอมจำนนจึงเป็นเพียงพื้นที่ปลดปล่อยศักยภาพ ความคิด ความหวัง ความฝัน และอุดมการณ์ของคนรุ่นใหม่ที่ถูกกดทับให้เห็นถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ ภายใต้บรรยากาศที่สิ้นหวัง เราหวังว่าเหล่าผู้ไม่ยอมจำนนจะกลับไปด้วยความหวังว่าสังคมไทยจะดีกว่านี้ได้ ถ้าสังคมไทยเปิดพื้นที่ให้กับทุกความหลากหลายได้มีพื้นที่ในการแสดงออกซึ่งอัตลักษณ์และวัฒนธรรมโดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวไกลของเหล่าผู้ไม่ยอมจำนนค่ายเยาวชนผู้ไม่ยอมจำนนภาคอีสานในสังคมที่ไม่ปกติที่จะปลูกและหยั่งรากต้นไม้ประชาธิปไตยลงในสังคมไทย ตราบใดที่เรายังมีความหวัง สังคมที่เราใฝ่ฝันถึงยังคงเป็นไปได้เสมอ ขอเพียงจงสงสัย กล้าที่จะคิด ตั้งคำถามต่อสิ่งที่ไม่ยุติธรรมทั้งปวง เพราะพวกคุณคือ เยาวชนผู้ไม่ยอมจำนน! เยาวชนผู้เป็นกำลังหลักในการพัฒนาของชาติ ร่วมเดินไปสู่อนาคตใหม่ด้วยกัน

 

หลังจบค่ายในครั้งนี้ทางฝ่ายการศึกษาและพัฒนาเรายังมีภารกิจที่จะจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ต่อไป ภารกิจหลักฝ่ายศึกษาและพัฒนาคือ การทำงานทางความคิดเพื่อให้วัฒนธรรมประชาธิปไตยลงหลักปักฐานในสังคมไทย เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่เป็นที่ดีกว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากเราไร้ซึ่งความหลากหลาย ไม่มีเสรีภาพในการแสดงออกและจำกัดจินตนาการทำให้เรามองไม่เห็น “ความเป็นไปได้” ใหม่ๆ ทำให้เราจำนนต่ออำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ อีกภารกิจที่สำคัญมากของฝ่ายเราคือ การพัฒนาพรรค การสร้างพรรคที่เข้มแข็งสมาชิกพรรคยึดโยงกันด้วยอุดมการณ์มากกว่าตัวบุคคล เพื่อสร้างพรรคให้มีความเป็นสถาบัน ที่สำคัญเราต้องการให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการส้รางและออกแบบความฝันที่พวกเราอยากเห็นและลงมือทำให้มันเป็นจริง เป็นพรรคที่สมาชิกเป็นเจ้าของพรรคจริงๆ ส่วนกิจกรรมต่อไปของฝ่ายจะเป็นกิจกรรมอะไรนั้นขอให้ทุกท่านโปรดติดตามข้อมูลข่าวสารทุกช่องทางของพวกเราต่อไป…