fbpx

6 ข้อสังเกตกรณีการตรวจสอบสมาชิกภาพ ส.ส. ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

 

ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กเพจ เมื่อวันที่ 22 พฤาภาคม 2562 ชี้แจงข้อสังเกตต่อกรณีตรวจสอบสมาชิกภาพ ส.ส. ของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

มีรายละเอียดทั้งหมด 6 ข้อ ดังต่อไปนี้
… 

ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติเสนอคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 และมีกระแสข่าวตามมาว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ในวันที่ 23 พฤษภาคมนั้น ผมมีข้อสังเกต 6 ประการ มาให้พิจารณากัน

 

1. Timeline เหตุการณ์กรณีคำร้อง “วี-ลัค มีเดีย”

25 มีนาคม 2562

นายศรีสุวรรณ จรรยาร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ตรวจสอบลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.ของนายธนาธร ต่อมา สำนักงานกกต.ได้สั่งรับไว้เป็นเรื่องร้องเรียน และที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติตั้งคณะกรรมการช่วยตรวจสอบสำนวนเพื่อดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวน

22 เมษายน 2562

เวลา 13.45 น. นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธร ได้รับหนังสือโดยส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ EMS เลขที่ EU977112025TH กำหนดให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะกรรมการของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ไปให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการช่วยตรวจสอบสำนวน ในวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 10.30 นาฬิกา ส่วนนายธนาธร ไม่ได้รับหนังสือให้ไปชี้แจงแต่อย่างใด

23 เมษายน 2562

คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายธนาธร

30 เมษายน 2562

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่เข้าชี้แจงกับคณะกรรมการไต่สวน กกต. พร้อมคำให้การและเอกสารพยานหลักฐานรวม 28 รายการ และคณะกรรมการไต่สวนให้นายธนาธรส่งเอกสารคำให้การเพิ่มเติมได้อีก

7 พฤษภาคม 2562

นายธนาธรยื่นคำให้การเพิ่มเติมแก่คณะกรรมการไต่สวน ในประเด็นเรื่อง การตั้งข้อกล่าวหาของ กกต. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

8 พฤษภาคม 2562

คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคอนาคตใหม่ 50 คน โดยยังมีรายชื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นลำดับที่ 1

16 พฤษภาคม 2562

คณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ว่าสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 (4) หรือไม่

 

 

ตาม Timeline นี้ หมายความว่า

นับตั้งแต่มีบุคคลไปร้องเรียนต่อ กกต.จนถึงวันที่ กกต. เสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาเพียง 53 วัน !!!

ในขณะที่กรณีของนายดอน ปรมัตถ์วินัย ซึ่งเป็นเรื่องการตรวจสอบลักษณะต้องห้าม จากการถือหุ้นสื่อเช่นเดียวกันนั้น พบว่า มีบุคคลไปร้องต่อ กกต. ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 กกต. เสนอคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 รวมแล้ว กกต.ใช้เวลาพิจารณาถึง 389 วัน !!!

นับตั้งแต่ กกต.เรียกนายธนาธรไปไต่สวน จนถึงวันที่ กกต. เสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาเพียง 16 วัน !!!

ทั้งๆ ที่นายธนาธรได้ยื่นพยานหลักฐานรวม 28 รายการ เอกสารหลายพันแผ่น และคณะกรรมการไต่สวนของ กกต.อนุญาตให้นายธนาธรทำคำให้การเพิ่มเติมได้อีก

 

2. การดำเนินการของ กกต. น่าจะขัดต่อหลักการฟังความสองฝ่ายและหลักความเสมอภาคระหว่างคู่กรณี

การสืบสวนสอบสวนในกรณีนี้ มีข้อเท็จจริงจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่า ดำเนินการโดยไม่เปิดโอกาสให้นายธนาธรได้ชี้แจงแสดงพยานหลักฐานอย่างเต็มที่จนน่าจะขัดกับหลักการฟังความสองฝ่ายและหลักความเสมอภาคระหว่างคู่กรณี ดังนี้

1.) กกต.และคณะกรรมการช่วยตรวจสอบไม่เคยเรียกให้นายธนาธรได้เข้าไปชี้แจง แต่กลับตั้งข้อหานายธนาธร โดยพิจารณาจากเอกสารร้องเรียนของกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดรวบรวมมาจากข่าวที่นำเสนอโดยสำนักข่าวแห่งหนึ่ง

2.) คณะกรรมการช่วยตรวจสอบมีหนังสือแจ้งนางสมพร โดยได้รับหนังสือโดยส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ EMS เลขที่ EU977112025TH เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2562 เวลา 13.45 น. โดยให้นางสมพร ในฐานะกรรมการของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ไปให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการช่วยตรวจสอบ ในวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 10.30 น. การเรียกไปชี้แจงเช่นนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้โดยแน่แท้

3.) มีข่าวว่ากรรมการช่วยตรวจสอบท่านหนึ่งลาออกเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการไม่เปิดโอกาสให้นายธนาธรและผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง

4.) ในบันทึกการแจ้งและรับทราบข้อกล่าวหาของ กกต.ที่มีต่อนายธนาธร ระบุเพียงว่า “…จากการตรวจสอบสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ที่บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ส่งไว้ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าซึ่งเป็นเอกสารราชการ พบว่าท่านเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ จำนวน 675,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้นตั้งแต่ 1350001 ถึง 2025000 ดังนั้น ท่านจึงเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ  จึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 42 (3)” ตามข้อกล่าวหานี้ ย่อมหมายความว่า กกต.พิจารณาจากแบบ บอจ.5 แล้วก็วินิจฉัยลงไปทันทีว่านายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้น ทั้งๆ ที่ หากพิจารณาตาม ป.พ.พ.มาตรา 1129 และแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ย่อมยืนยันได้ว่านายธนาธรได้โอนหุ้นมีผลสมบูรณ์ทางกฎหมายตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562

จึงน่าขบคิดต่อไปว่า ถ้าเพียงแต่ กกต.พิจารณาอย่างรอบด้าน ศึกษาข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน และเปิดโอกาสให้นายธนาธรและผู้เกี่ยวข้องไปชี้แจงโดยไม่พิจารณาแต่เพียงคำร้องเรียนของบุคคลกลุ่มหนึ่งที่รวบรวมมาจากข่าว กกต.ก็อาจไม่จำเป็นที่ต้องตั้งข้อกล่าวหาเลย การ “ฟันธง” ลงไปเลยว่านายธนาธรเป็น “เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ” โดยดูจากแบบ บอจ.5 เท่านั้น นับเป็นการวินิจฉัยที่ผิด ขัดกับ ป.พ.พ.มาตรา 1129 และแนวคำพิพากษาศาลฎีกาทั้งหมด

5.) นายธนาธรมีโอกาสเข้าไปชี้แจงต่อคณะกรรมการไต่สวนเพียงครั้งเดียวในวันที่ 30 เมษายน พร้อมได้ยื่นเอกสารคำให้การและพยานหลักฐานประกอบรวม 28 รายการ นอกจากนี้ นายธนาธรยังได้ยื่นคำให้การเพิ่มเติมอีกในวันที่ 7 พฤษภาคม แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการไต่สวน และ กกต. กลับใช้เวลาเพียง 16 วันในการพิจารณาคำให้การและพยานหลักฐานทั้งหมด และมีมติเสนอคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

 

3. ตรวจสอบลักษณะต้องห้ามของ “ผู้สมัคร ส.ส.” หรือ “ส.ส.” กันแน่?

ตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 61 การตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ สามารถกระทำได้ตั้งแต่วันสมัครรับเลือกตั้งจนถึงวันก่อนวันเลือกตั้ง ดังนั้น วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562 จึงเป็นวันสุดท้าย เมื่อพ้นวันที่ 23 มีนาคมไปแล้ว กกต.ย่อมไม่สามารถตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้อีก กกต.ไม่มีอำนาจอื่นใดที่จะสั่งการเป็นอย่างอื่นใดในกรณีของนายธนาธรได้นอกจากการสั่งยกคำร้อง แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งยังคงดำเนินกระบวนการไต่สวนเกินไปกว่าขอบอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายได้ให้ไว้ กรณีนี้ นับได้ว่า กกต.ดำเนินการไปโดยปราศจากอำนาจโดยแท้ สุ่มเสี่ยงที่จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.ป.คณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69

เมื่อ กกต.ดึงดันดำเนินการไต่สวนกรณีนายธนาธรต่อไป พร้อมกับประกาศผลให้นายธนาธรได้เป็น ส.ส.เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม และเสนอคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธรในวันที่ 16 พฤษภาคม ก็เกิดปัญหาต้องพิจารณาตามมาว่าระหว่างวันที่ 8 พฤษภาคม – 16 พฤษภาคม กกต.ดำเนินการไต่สวนนายธนาธรในสถานะอะไร? ตรวจสอบนายธนาธรในสถานะผู้สมัคร ส.ส. หรือ ส.ส. ?

หากตรวจสอบนายธนาธรในสถานะผู้สมัคร ส.ส. กกต.ก็ไม่มีอำนาจกระทำแล้ว เพราะ นอกจากจะพ้นเวลาการตรวจสอบลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.ไปแล้ว นายธนาธรก็มีสถานะเป็น ส.ส.แล้วด้วย

หากตรวจสอบนายธนาธรในสถานะ ส.ส. ก็ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามได้ในข้อเท็จจริงที่ปรากฏตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่เริ่มต้นสมาชิกภาพของ ส.ส. ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ปัญหาที่ยุ่งอีรุงตุงนังทุกวันนี้ ก็เพราะ กกต. ไม่มีอำนาจมาแต่แรก แต่กลับไม่ยอมยกคำร้อง จึงต้องใช้ช่องทางต่างๆ ปะปนกันไปหมด ส่งผลให้ไม่สอดคล้องกันตลอดสาย

 

4. การโอนหุ้น “วี-ลัค มีเดีย” มีผลสมบูรณ์ทางกฎหมายตั้งแต่ 8 มกราคม 2562

นายธนาธรได้เข้าถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จำนวน 675,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้น ตั้งแต่ 1350001 ถึง 2025000 เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558 และถือครองหุ้นเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 นายธนาธรได้ดำเนินการโอนหุ้นดังกล่าวทั้งหมดให้แก่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท โดยทำเป็นหนังสือตราสารโอนหุ้น ระหว่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้โอน กับนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้รับโอน ฉบับลงวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 โดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคน พร้อมนี้ ผู้โอนและผู้รับโอน กับพยานทั้งสองคน ได้ลงลายมือชื่อในตราสารโอนหุ้นดังกล่าวต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง (ทนายความโนตารี)

การโอนหุ้นทั้งหมดของนายธนาธรให้แก่นางสมพร จึงมีผลสมบูรณ์ตามนัยมาตรา 1129 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และในวันเดียวกัน นางสมพร ได้ชำระเงินค่าหุ้นให้แก่นายธนาธรด้วยเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาถนนบางนา-ตราด (เซ็นทรัลซิตี้) ขีดคร่อมผู้ถือ (A/C PAYEE ONLY) เลขที่เช็ค H11309959 ฉบับลงวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 สั่งจ่าย “คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เป็นเงินจำนวน 6,750,000 บาท

การโอนหุ้นดังกล่าว ได้มีการจดแจ้งการโอนและรับโอนหุ้นลงในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ในวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 แล้ว

อนึ่ง การจดแจ้งการโอนหุ้นลงใน “ทะเบียนผู้ถือหุ้น” ตามมาตรา 1129 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น “ทะเบียนผู้ถือหุ้น” เป็นสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นซึ่งบริษัทจัดทำและเก็บรักษาไว้ที่บริษัทตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกา อาทิ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5873/2543 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2537

โดยเหตุที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1141 กำหนดบทสันนิษฐานว่าข้อความในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้องเป็นจริง การโอนหุ้นทั้งหมดของนายธนาธรให้แก่นางสมพร จึงมีผลผูกพันบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัดและบุคคลภายนอกตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป

นายธนาธรไม่ได้ถือหุ้น “วี-ลัค มีเดีย” ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562

นายธนาธรไม่ได้เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ในวันรับสมัครเลือกตั้ง

นายธนาธรจึงไม่มีลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.

ในประเด็นนี้ สามารถดูรายละเอียดการแถลงข่าวของผมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=8KsY-izAVY8

 

5. ขั้นตอนการพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 กกต. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 แล้ว หน่วยงานธุรการของศาลต้องส่งเรื่องให้ “คณะตุลาการ” (ซึ่งทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองคำร้องในศาลรัฐธรรมนูญ) ภายใน 2 วันนับแต่วันที่หน่วยธุรการของศาลได้รับคำร้องจาก กกต. และเมื่อคณะตุลาการได้รับคำร้องแล้ว ภายใน 15 วันก็ต้องมีคำสั่งว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาต่อไปหรือไม่ หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามกระแสข่าวที่ว่า ในวันนี้ 23 พฤษภาคม 2562 คณะตุลาการจะมีคำสั่งจริง ผลย่อมออกได้ 2 กรณี คือ

กรณีที่ 1 ไม่รับคำร้อง

คณะตุลาการจะต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ (องค์คณะตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป) พิจารณาว่าจะรับคำร้องหรือไม่ โดยมีระยะเวลาพิจารณาอีก 5 วัน

กรณีที่ 2 รับคำร้อง

ในกรณีที่คณะตุลาการมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา โดยเหตุที่คดีนี้เป็นคดีที่มีคู่กรณี ศาลจะส่งสำเนาคำร้องให้แก่นายธนาธร ผู้ถูกร้อง และมีคำสั่งแจ้งให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับแต่ได้รับคำสั่ง

หากกรณีเป็นเช่นนี้ นายธนาธรก็จะได้รับคำสั่งศาลในวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 และจะครบกำหนดระยะเวลายื่นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในวันที่ 8 มิถุนายน 2562 แต่เนื่องจากตรงกับวันหยุด วันสุดท้ายแห่งระยะเวลาจึงเป็นวันที่ 10 มิถุนายน 2562

ต่อกรณีที่ว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งรับคำร้องแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญอาจมีคำสั่งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง หรือไม่นั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้วางบรรทัดฐานไว้ในคดีของนายดอน ปรมัตถ์วินัยไว้ว่า “ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้อง คำชี้แจงของผู้ถูกร้อง และเอกสารประกอบแล้ว ในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏมูลเหตุที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวมหรือการบริหารราชการแผ่นดินแต่ประการใด กรณียังไม่มีเหตุอันควรสงสัยที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนตามบทบัญญัติดังกล่าวและโดยที่คดียังมีปัญหาข้อเท็จจริงที่คู่กรณีตั้งประเด็นโต้แย้งกันอยู่จึงกำหนดให้มีการนัดไต่สวนพยาน 3 ปากโดยกำหนดนัดวันไต่สวน ในวันที่อังคารที่ 25 กันยายน 2561 เวลา 10.00 นาฬิกา” (ข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ข่าวที่ 11/2561 วันพุธที่ 29 สิงหาคม 2561)

นอกจากนี้ ในคดีนายดอน ศาลรัฐธรรมนูญได้วางบรรทัดฐานสำคัญไว้อีกด้วยว่า การที่ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวตามมาตรา 82 วรรคสองหรือไม่ ก็ต่อเมื่อผู้ถูกร้องได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว (ข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ข่าวที่ 9/2561 วันพุธที่ 25 กรกฎาคม 2561)

กล่าวโดยสรุป หากเดินตามบรรทัดฐานของคำวินิจฉัยที่ 5/2561 (คดีนายดอน) แล้ว จึงไม่มีทางที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้นายธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ลงชั่วคราวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง ได้ในวันที่ 23 พฤษภาคม นี้

นอกจากนี้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 115 กำหนดไว้ว่า ก่อนเข้ารับหน้าที่ ส.ส.ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถ้า ส.ส.ยังไม่ปฏิญาณตน ย่อมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แม้นายธนาธรจะมีสถานะเป็น ส.ส. แล้ว แต่เมื่อยังไม่ได้ปฏิญาณตน นายธนาธรก็ยังปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ไม่ได้ เมื่อยังปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ไม่ได้ จึงไม่มีหน้าที่ของ ส.ส. ให้ต้องหยุดปฏิบัติ ดังนั้น ในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่อาจมีคำสั่งให้นายธนาธรหยุดการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ได้

กระบวนการต่อไปหลังจากวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 ก็คือ นายธนาธรจะได้รับสำเนาคำร้องและคำสั่งแจ้งให้ทำคำชี้แจงภายใน 15 วันนับแต่ได้รับคำสั่ง ซึ่งหากเทียบเคียงกับคดีนายดอนแล้ว พบว่า ศาลอนุญาตให้นายดอนได้ขยายระยะเวลาทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาออกไปอีก 45 วัน ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานที่ดีในการที่ศาลรัฐธรรมนูญให้สิทธิคู่ความในคดีได้ต่อสู้โต้แย้งอย่างเต็มที่ อันเป็นรากฐานสำคัญของหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความ

หากนำกระบวนพิจารณาในคดีนายดอนทั้งหมดมาพิจารณาเปรียบเทียบกับกรณีของนายธนาธรแล้ว หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้อง กว่าศาลจะมีคำสั่งว่าจะให้นายธนาธรหยุดการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.เป็นการชั่วคราวหรือไม่ ก็ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน และหลังจากนั้นอีกประมาณ 2 เดือน ศาลรัฐธรรมนูญจึงนัดฟังคำวินิจฉัย

 

6. คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในคดีนายดอน ปรมัตถ์วินัย

ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 5/2561 กรณีการถือหุ้นสื่อของคู่สมรสของนายดอน ปรมัตถ์วินัย มีประเด็นพิจารณาว่า คู่สมรสของนายดอนต้องโอนหุ้นภายใน 30 วันนับแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า การที่คู่สมรสของนายดอนได้ทำหนังสือสัญญาโอนหุ้นฉบับลงวันที่ 27 เมษายน 2560 และหนังสือสัญญาโอนหุ้นฉบับลงวันที่ 30 เมษายน 2560 ให้แก่บุตรของนายดอน รับฟังได้ว่า คู่สมรสของนายดอนได้โอนหุ้นให้แก่บุคคลอื่นโดยชอบแล้ว ตามมาตรา 1129 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

หากศาลรัฐธรรมนูญใช้บรรทัดฐานแบบเดียวกันกับคดีนายดอน ศาลก็ต้องยกคำร้องกรณีนายธนาธรเช่นเดียวกัน