fbpx

อนาคตใหม่ เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. กลุ่มชาติพันธุ์ และนโยบายพลเมืองชาติพันธุ์

 

ช่วงครึ่งหลังของเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้เดินทางไปยังศูนย์ท่องเที่ยวบ้านแม่กลางหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่  เพื่อแถลงนโยบายพลเมืองชาติพันธุ์ และเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์

ปิยบุตรโพสต์ในเฟซบุ๊กเพจของตนเองเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562

มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

พรรคอนาคตใหม่ยึดมั่นใน “ปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของบุคคลที่เป็นชนกลุ่มน้อยทาง สัญชาติ ชาติพันธุ์ ศาสนา และภาษา 1992” (Declaration on the Rights of Persons Belonging to National or Ethnic, Religious and Linguistic Minorities of the UN General Assembly 1992) ซึ่งยืนยันว่า “บุคคลที่เป็นสมาชิกภาพของชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา ภาษาและวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อย  มีสิทธิอันชอบธรรมในการดำรงสภาพวัฒนธรรมของพวกเขา ดำเนินการและปฏิบัติกิจทางศาสนาหรือความเชื่อ สามารถใช้ภาษาจำเพาะทั้งในสถานที่ส่วนตัวและสาธารณะอย่างมีอิสระโดยไม่ถูกแทรกแซงหรือบิดเบือนจากผู้อื่นหรือกลุ่มอื่นๆ หากการกระทำไม่ไปลิดรอนสิทธิผู้อื่น หรือขัดแย้งกับเงื่อนไขภายใต้รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหลักอื่นๆ” ประกอบกับอุดมการณ์หลักของพรรคที่เคารพความแตกต่างหลากหลาย ความเสมอภาค และการไม่เลือกปฏิบัติ

 

 

ด้วยเหตุนี้เอง พรรคอนาคตใหม่จึงให้ความคัญกับกลุ่มชาติพันธุ์  ทั้งแนวทางการปฏิบัติภายในพรรคและนโยบายพรรค

พรรคอนาคตใหม่มี “คณะกรรมการเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์”  ประกอบไปด้วยกรรมการที่มาจากการเลือกของสมาชิกพรรคที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์  มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจกรรมสร้างเครือข่ายกับกลุ่มชาติพันธุ์ รับฟังปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์  นำเสนอนโยบายและข้อเสนอต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนร่วมพิจารณาเสนอชื่อบุคคลไปดำรงตำแหน่งต่างๆ ในสัดส่วนของกลุ่มชาติพันธุ์

พรรคอนาคตใหม่มีผู้สมัคร ส.ส.ที่เป็นตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ

ในส่วนของผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ต้องมีตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างน้อย 3 คน  โดยต้องมีคนหนึ่งอยู่ในลำดับที่ 21-25 เพื่อรับประกันว่าอย่างน้อยที่สุดพรรคอนาคตใหม่ต้องมีตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์เข้าสภาผู้แทนราษฎร

 

 

พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับกลุ่มชาติพันธุ์ มิใช่เพราะต้องการคะแนนเสียงจากกลุ่มชาติพันธุ์  หรือสร้างภาพลักษณ์ให้กับพรรค แต่เราต้องการมี “ผู้แทนราษฎร” ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างแท้จริง เพื่ออภิปรายในสภา เป็นปากเสียงของพลเมืองชาติพันธ์ุ  เสนอและออกกฎหมายสร้างความเป็นธรรมและความเท่าเทียมแก่พี่น้องพลเมืองชาติพันธุ์ 

 

พรรคอนาคตใหม่มีนโยบายเฉพาะเรื่องพลเมืองชาติพันธุ์ ได้แก่

 

  1. การจัดตั้งสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย

พรรคอนาคตใหม่จะเสนอให้มีการออกกฎหมายจัดตั้งสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยโดยภารกิจหลักของสภาชาติพันธุ์ คือ

– เสริมสร้างกระบวนการแสดงออกอย่างมีส่วนร่วมโดยตรง ซึ่งอัตลักษณ์ของเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา ผิวสี และวัฒนธรรม ในฐานะส่วนหนึ่งที่ประกอบขึ้นเป็นพลเมืองของรัฐและสังคมพหุนิยมอย่างทั่วด้าน ภายใต้เงื่อนไขและบริบททางการเมือง กฎหมาย สังคม และเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นและส่งเสริมในชาติอย่างบูรณาการ เพื่อลดความตึงเครียดทางชาติพันธุ์และชุมชนอย่างมีพลวัตร บนพื้นฐานของสังคมพหุนิยมร่วมกันแก้ไขความขัดแย้งโดยไม่อาศัยความรุนแรง

– กำหนดแนวทางร่วมทางนโยบายที่ดินทำกินเพื่อการเกษตร รวมทั้งสิทธิประโยชน์ร่วมจากทรัพยากร ได้ผืนดินที่เหมาะสมและยืดหยุ่น

– เสนอแนะและติดตามเรื่องสิทธิของความเป็นพลเมือง และสวัสดิการให้กับพลเมืองชาติพันธุ์ 

 

  1. ปัญหาที่ดินทับซ้อนกับป่าและอุทยาน

– ระงับข้อพิพาท และการดำเนินคดีความระหว่างรัฐและชุมชนเรื่องที่ดินทับซ้อน ลงชั่วคราว เพื่อตกลงเจรจาจัดการกันใหม่

– สะสางกฎหมาย – ขีดเส้นป่าใหม่ สำรวจแนวเขตพื้นที่ป่าใหม่ ยกร่างกฎหมายป่าไม้ที่มีความซ้ำซ้อน แก้ปัญหาเรื่องแผนที่ที่ทับซ้อน ให้มีแผนที่เดียว

– ในกรณีที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำ หรือพื้นที่อนุรักษ์ ให้สร้างโมเดลการบริหารจัดการที่ดินร่วมกันระหว่างชุมชน หน่วยงานรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ โดยมีเงื่อนไขในการอนุรักษ์ และห้ามบุกรุกเพิ่ม รับรองสิทธิชุมชน

– จัดสรรที่ดินทำกิน และออกเอกสารสิทธิ์ให้เกษตรกร ในพื้นที่ที่หมดสภาพป่าแล้ว เมื่อขีดเส้นป่าใหม่  ก็ควรนำพื้นที่ที่ไม่เหลือสภาพเป็นป่า กลายเป็นเมืองไปแล้ว นำมาจัดสรร และออกโฉนดให้กับชาวบ้านที่ครอบครองที่ดินอยู่แล้ว  หรือจัดสรรเป็นพื้นที่ที่สามารถใช้ร่วมกันได้และออกเป็นโฉนดชุมชน

 

  1. การกำหนดเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมเพื่อพลเมืองชาติพันธุ์

เขตวัฒนธรรมพิเศษครอบคลุมพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยหรือพื้นที่ตั้งของชุมชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นความเป็นกลุ่มชุมชน พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยนั้นมีความหมายมากกว่า “บ้าน” และ “ครอบครัว” แต่ครอบคลุมไปถึงความเป็น “ชุมชน” ซึ่งมีภาษา ขนบประเพณี คุณค่าและกติการ่วมกัน เขตคุ้มครองวัฒนธรรมจะสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและความเข้มแข็งให้ชุมชน หากเป็นพื้นที่ที่มีการโต้แย้งเรื่องสิทธิ ควรจะมีการตรวจสอบ พิสูจน์ และคุ้มครองสิทธิโดยคำนึงถึงวัฒนธรรมชุมชน ซึ่ง “เอกสารสิทธิ์” ไม่ควรจะเป็นหลักฐานเดียวที่ใช้ในการพิจารณาเรื่องสิทธิในที่ดินและที่อยู่อาศัยของชุมชนชาติพันธุ์

เขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมครอบคลุมพื้นที่ทำมาหากิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ แนวคิดนี้สนับสนุนการดำรงชีพที่มีรากฐานอยู่บนความรู้ความเชี่ยวชาญของกลุ่มชาติพันธุ์ และยังเน้นการคุ้มครองพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือพื้นที่ทางจิตวิญญาณ ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ และเป็นรากฐานของกติกาเพื่อความเคารพในธรรมชาติ และเคารพในสิทธิของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน 

 

  1. การเข้าถึงสวัสดิการของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

– เร่งรัดการตรวจสอบ และยืนยันสิทธิ์พลเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์และบุคคลไร้สถานะในสังคมไทย

– จัดสรรงบประมาณ และตัวแทนในการขับเคลื่อน ให้กลไกการเข้าถึงสิทธิได้ง่าย ถ้วนหน้า และทั่วถึง

– แปลภาษาชนเผ่าในข้อมูลที่เกี่ยวกับสวัสดิการของรัฐ และบริการสาธารณะอื่นๆ  มีรูปภาพหรือสัญลักษณ์ประกอบตัวอักษร

– ให้พลเมืองชาติพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงสวัสดิการอย่างเท่าเทียมกับพลเมืองคนอื่น  โดยต้องอำนวยความสะดวกเป็นพิเศษตามสภาพพื้นที่ทางภูมิศาสตร์

 

พรรคอนาคตใหม่มีตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์ ลงสมัคร ส.ส. ดังนี้

– ชินกร แก้ววิทยาคม (ลาหู่และลั้ว) ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดเชียงราย เขต 2

– สุนทร มารีการุณย์กิจ (กะเหรี่ยง) ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ เขต 9

– อนุพันธ์ หาญประดับทอง (กะเหรี่ยง) ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดแม่ฮ่องสอน

– ยุทธนา มดแดง (กะเหรี่ยง) ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดอุทัยธานี เขต 2

– อภิสิทธิ์ สายธารอิสระ (กะเหรี่ยง) ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดตาก เขต 3

– ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ (ม้ง) ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ

– มานพ คีรีภูวดล (กะเหรี่ยง) ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ

– ปรีชา ปัญญาเยาว์ (ไทใหญ่) ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ