fbpx

ลุยสู้ศึกเลือกตั้งซ่อม เขต 5 นครปฐม เชื่อเป็น “โดมิโน” เปลี่ยนขั้วรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำได้

“ปิยบุตร-พรรณิการ์” บุกสามพราน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562 ที่ จังหวัดนครปฐม ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ​พรรคอนาคตใหม่ และพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ อาทิ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์, ธีรัจชัย พันธุมาศ และทองแดง เบ็ญจะปัก ส.ส.เขต 1 สมุทรสาคร ร่วมประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งซ่อมใน เขต 5 จังหวัดนครปฐม​ สืบเนื่องจาก จุมพิตา จันทรขจร อดีต ส.ส. เขต 5 นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ลาออก เนื่องจากประสบอุบัติเหตุ ต้องพักรักษาตัว ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ทั้งนี้ นายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร สามีของจุมพิตา ได้รับเลือกเป็นว่าที่ผู้สมัครในนามพรรคอนาคตใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรคอนาคตใหม่และ ส.ส. ได้ร่วมกันชี้แจงสาเหตุของการลาออก รวมถึงกรณีจุมพิตาและผู้ช่วย ส.ส. ยังไม่ได้เคยรับค่าตอบแทนประจำตำแหน่งแม้แต่เดือนเดียว ทั้งนี้ ภายหลังการลาออกของจุมพิตา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 45 วัน ซึ่งคาดว่าวันเลือกตั้งใหม่นี้จะเป็นวันอาทิตย์​ที่ 20 ตุลาคม​ นี้ ชี้เป็น ‘โดมิโน’ตัวแรกเปลี่ยนขั้วรัฐบาล

พรรณิการ์กล่าวว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พี่น้องเขต 5 อ.สามพราน ได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสต​ร์ขึ้นมา นั่นคือการที่ผู้สมัครที่ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล​และไม่ได้ใช้เงินในการหาเสียง ได้รับชัยชนะ ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวสามพรานอย่างล้นหลาม และในการเลือกตั้งใหม่นี้ พรรคอนาคตใหม่อยากจะขอแรงพี่น้องชาวสามพราน ออกมาแสดงพลังร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์​ และเชื่อมั่นพรรคอนาคตใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการเลือกตั้งนี้มีความสำคัญมาก เพราะสถานการณ์​ปัจจุบัน ​รัฐบาลอยู่ในช่วงเสียงปริ่มน้ำ ซึ่ง 1 เสียงของพี่น้องชาวสามพราน สามารถเปลี่ยนขั้วรัฐบาลได้ และถือเป็นโดมิโนตัวแรก ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองไทย ทำให้รัฐบาลกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และ 1 เสียงของพี่น้องชาวสามพราน สามารถโค่นรัฐบาลประยุทธ์​ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหาเสียงของพรรคอนาคตใหม่ในวันนี้แบ่งออกเป็น 2 สาย โดยสายแรกนำโดยพรรณิการ์ ขึ้นรถแห่จากตลาดพันล้าน ไปจนถึงบิ๊กซีอ้อมใหญ่ จากนั้นเดินเท้าพบปะประชาชนในพื้นที่ ส่วนสายที่ 2 นำโดยไพรัฎฐโชติ จันทรขจร ว่าที่ผู้สมัคร เขต 5 นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ขึ้นรถแห่จากตลาดพันล้าน เคลื่อนขบวนไปยังพุทธมณฑล​สาย 5 และหมู่บ้านเอื้ออาทร​ หลังจากนั้นได้เดินเท้าพบปะประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

————

ชี้ “ไพรัฎฐโชติก์” สานต่ออุดมการภรรยา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรค และผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ร่วมจัดรายการ “เดินหน้าอนาคตใหม่” และกล่าวถึงความสำคัญของการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จังหวัดนครปฐม โดยชัยธวัชระบุว่าไพรัฎฐโชติก์ ซึ่งเป็นสามีของจุมพิตา เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา ทั้งคู่มาร่วมกับพรรคอนาคตใหม่ในการสร้างพรรคตั้งแต่ต้น เมื่อถึงช่วงหาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น แทบไม่มีคนเสนอตัวลงสมัครเลย เนื่องจากนครปฐมเป็นเขตฐานนักการเมืองเก่าที่มีอิทธิพลครองพื้นที่ยาวนาน ตอนนั้นไม่มีใครคิดว่าจะสามารถเอาชนะได้ จุมพิตาจึงอาสา จนได้คะแนนเสียงมาถึง 34,164 คะแนน แต่เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ที่ทำให้จุมพิตาไม่สามารถเข้าสภาได้ ไพรัฎฐโชติก์จึงได้อาสาสานต่อเจตนารมณ์ที่ทั้งสองคนได้ทำร่วมกันไว้

“ชัยชนะพรรคอนาคตใหม่ในเขต 3 และเขต 5 จ.นครปฐม ที่ผ่านมา เป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองใหม่ เดิมไม่มีใครเชื่อว่าการทำการเมืองโดยไม่ใช้เงินซื้อเสียง ในเขตอิทธิพลของนักการเมืองเก่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่าการเมืองแบบนี้เป็นไปได้ การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เราจึงอยากให้ชาวสามพรานออกมาแสดงพลังอีกครั้งหนึ่ง ว่าการเมืองแบบนี้เป็นไปได้ ที่สำคัญต้องมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะคราวนี้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลก็แพ้ไม่ได้ แน่นอนว่าฝ่ายนั้นก็จะทุ่มเทสรรพกำลังเต็มที่เพื่อทวงเก้าอี้กลับมา คราวที่แล้วเราชนะ 34,000 คะแนน แต่คราวนี้เราอาจจะต้องชนะให้ถึง 50,000 คะแนนขึ้นไป” ชัยธวัช กล่าว

————

ผอ.เลือกตั้งอนาคตใหม่วิเคราะห์ผลเปลี่ยนขั้ว

ชัยธวัชกล่าวอีกว่า สมการทางการเมืองตอนนี้ รัฐบาลมี ส.ส. 254 คน ฝ่ายค้านมี 246 คน แต่เข้าสภาจริงๆ แค่ 244 คน ธนาธรถูกสั่งไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่และจุมพิตาป่วย และล่าสุดหลังพรรคเล็กออกมาเป็นฝ่ายค้านอิสระ ส่งผลให้ฝ่ายค้านมี 246 คน ส่วนฝ่ายรัฐบาลจากเดิมมี 254 คนก็จะเหลือ 252 และถ้าเราไม่นับประธานและรองประธาน 2 ท่าน ที่ตามธรรมเนียมแล้วต้องงดออกเสียงตอนโหวต ก็จะเหลือเสียงในสภาของ ส.ส. 249 คน

“หากนับกรณีไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส. เขต 2 กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ รวมถึงกรณีที่ ป.ป.ช. ได้มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดในคดีทุจริตการสร้างสนามฟุตซอลที่โคราช ซึ่งผู้ที่ถูกชี้มูลความผิดมี ส.ส. พรรคพลังประชารัฐเกี่ยวข้อง 3 คน และกรณีนี้ เมื่อ ป.ป.ช. ส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และหากศาลฎีกาฯ ประทับรับฟ้อง ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ แม้ยังไม่สิ้นสภาพ ส.ส. แต่เข้าไปโหวตในสภาไม่ได้ จะสิ้นสภาพความเป็น ส.ส. ต่อเมื่อศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาเท่านั้น ทำให้จากเดิมที่ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลมีที่นั่ง 249 คน ก็จะเหลือ 245 คน ดังนั้น การเลือกตั้งซ่อมเขต 5 นครปฐมจะเป็นโดมิโนตัวแรกที่จะเปลี่ยนสมการทางการเมืองอย่างมีนัยยะสำคัญ” ชัยธวัชกล่าว

————

“ธนาธร” ลั่นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังไม่จบ

ขณะที่ธนาธรระบุว่า การเลือกตั้งซ่อมนครปฐมเขต 5 มีความหมายและส่งผลอย่างยิ่งต่อทิศทางอนาคตของประเทศและเส้นทางประชาธิปไตย ครั้งนี้ชาวสามพรานมีโอกาสกำหนดอนาคตของประเทศ เพราะรัฐบาลปัจจุบันเสียงปริ่มน้ำมาก เพียงไม่กี่ที่นั่งก็อาจจะเปลี่ยนน้ำหนักของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้ หนึ่งเสียงในนครปฐมอาจชี้ขาดให้กับรัฐบาลหรือประชาธิปไตยได้ จึงอยากให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิให้มากๆ เพื่อแสดงพลังว่าพวกเราพอแล้วกับการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังไม่จบ ยังมีช่องทางที่จะเปลี่ยนรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีอย่างสันติในสภาผู้แทนราษฎรได้ โดยเริ่มต้นที่นครปฐมเขต 5 ชาวสามพรานมีโอกาสในการกำหนดอนาคตประเทศไทย เพราะฉะนั้นพี่น้องที่รักประชาธิปไตย อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากเห็นสังคมที่เป็นธรรม ต้องร่วมกันรณรงค์ผลักดัน ว่าพอได้แล้วกับการสืบทอดอำนาจ กับการเมืองที่ไม่เห็นหัวประชาชน