fbpx

4 เรื่องสอบตก 4 เรื่องสอบซ่อม ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กรณีน้ำท่วมอุบลฯ

 

พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, รังสิมันต์ โรม และพรรณิการ์ วานิช ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปพื้นที่น้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อให้กำลังใจ และนำของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับชาวบ้านผู้ประสบภัยทั้งในเขตตัวเมืองและอำเภอวารินชําราบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูงและหนักที่สุด การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่พยายามทำความเข้าใจผู้ประสบภัยอย่างแท้จริง โดยที่จะได้รับฟังเสียงสะท้อนปัญหาต่างๆ ของชาวบ้านอย่างใกล้ชิด

การที่ได้เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย จังหวัดอุบลราชธานีในครั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่สรุปได้ว่ารัฐบาลมีเรื่องสอบตก 4 เรื่อง และมีเรื่องที่รอว่ารัฐบาลจะสอบซ่อมผ่านหรือไม่อีก 4 เรื่อง

เรื่องที่รัฐบาลสอบตก คือ :

  1. เป็นการสอบตกที่กระทบกับประชาชน โดยเฉพาะ จังหวัดอุบลราชธานี คือ “ขาดการเตือนภัยพิบัติที่ชัดเจน” และรวมศูนย์เป็นระบบที่ชัดเจน ขนาดที่มีการคาดการณ์แล้วว่า น้ำจะมาถึง จังหวัดอุบลราชธานีภายใน 2 อาทิตย์ หลังจากที่ จังหวัดมหาสารคาม และ จังหวัดร้อยเอ็ดท่วม แต่ชาวบ้านในพื้นที่ไม่สามารถเก็บข้าวของได้ทัน เนื่องจากการแจ้งจากหน่วยงานรัฐ ไม่ได้แจ้งอย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจน
  2. “การขาดการช่วยเหลือที่กระจายอำนาจ” ทำให้การช่วยล่าช้า เราเห็นการช่วยเหลือจากเอกชนมากกว่ารัฐบาล พรรคอนาคตใหม่เห็นว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต้องมาจากรัฐบาลเป็นหลัก รัฐบาลรวมศูนย์ในสิ่งที่ไม่ควรรวมศูนย์ และการกระจายในสิ่งที่ไม่ควรกระจาย อย่างเช่นการสื่อสาร การเตือนภัยที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ในภาวะภัยพิบัติไม่ควรให้ประชาชนผู้ประสบภัย รอคอยความช่วยเหลือเป็นเวลาหลายวัน
  3. “ขาดการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว” ที่ผ่านมาเราทราบกันดีว่าการบริหารจัดการน้ำ อยู่ในหลายกรม หลายกระทรวง ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขนาดตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ที่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน รวมศูนย์การจัดการน้ำอยู่ที่เดียว กลับกลายเป็นว่า น้ำท่วม จ.อุบลฯ ในครั้งนี้ เป็นข้อพิสูจน์ว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ไม่สามารถจัดการทรัพยากรในระยะยาว เพื่อป้องกันภัยน้ำท่วมหรือภัยแล้งได้เลย
  4. “การบริหารจัดการขวัญกำลังใจของประชาชน” แน่นอนว่านายกฯ ไม่สามารถอยู่กับคนทุกคนได้ แต่ประชาชนผู้ประสบภัยไม่ได้รับการใส่ใจจากผู้นำประเทศมากพอ และรัฐบาลต้องให้ความชัดเจนว่าจะเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างไรอย่างไร

ส่วนเรื่องที่รัฐบาลต้องสอบซ่อมอีก 4 เรื่องคือ :

  1. “เยียวยาฟื้นฟูหลังน้ำลด” ขณะที่ จังหัวดอุบลราชธานี น้ำยังคงท่วมอยู่ แต่มีหลายจังหวัดที่น้ำลดแล้วอย่าง จังหวัดร้อยเอ็ดและมหาสารคาม รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนที่จะเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างไร
  2. “การส่งความช่วยเหลือพื้นที่น้ำขังในระยะยาว” จังหวัดอุบลราชธานี น้ำท่วมอย่างน้อย 1 เดือนแน่นอน ในภาวะที่น้ำท่วมระยะยาวแบบนี้ โรคระบาดจะตามมา การขาดแคลนน้ำดื่ม อาหาร ยารักษาโรค ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น รัฐบาลมีแนวทางที่จะส่งความช่วยเหลือเหล่านี้อย่างไร
  3. “การวางแผนบริหารจัดการน้ำและการวางผังเมืองใหม่ในระยะยาวเพื่อป้องกันน้ำท่วม” เพราะนี่คือสิ่งที่ประชาชนเฝ้ารอ บางพื้นที่ใน จังหวัดอุบลราชธานี ที่เคยท่วมแค่หัวเข่า ในวันนี้ ท่วมสูง 2-3 เมตร ในพื้นที่ที่ไม่เคยท่วมเลย กลับท่วมสูงถึง 1 เมตร เพราะมีการถมที่หลายแห่ง การขยายเมืองขวางทางน้ำทำให้ทิศทางน้ำเปลี่ยน สิ่งเหล่านี้คือการวางผังเมืองและการบริหารจัดการในระยะยาว
  4. “ยังไม่พ้นฤดูมรสุม” เพราะฤดูมรสุมจะจบในช่วงประมาณเดือนตุลาคม แต่ขณะนี้คือช่วงกลางเดือน กันยายน หมายความว่า พื้นที่ที่น้ำท่วมและลดไปแล้ว มีสิทธิที่จะท่วมซ้ำได้อีก อย่าง จังหวัดอุบลราชธานี ที่น้ำยังท่วมอยู่ มีโอกาสที่น้ำจะท่วมสูงขึ้น พื้นที่ที่น้ำยังไม่ท่วม มีสิทธิที่น้ำจะท่วมได้ รัฐบาลต้องสอบซ่อมเรื่องการเตือนภัยพิบัติที่ชัดเจนและแม่นยำ ทำอย่างไร การประชาสัมพันธ์ให้คำแนะนำกับประชาชนในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ ที่จะไม่ทำให้ย้ายศูนย์อพยพไปมาที่หนีน้ำหลายต่อหลายครั้ง