fbpx

ธนาธรบรรยายที่อังกฤษ ย้ำความสำคัญของรัฐสภาและรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคและศิษย์เก่าวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (London School of Economics and Political Science หรือ LSE) ได้รับเชิญไปร่วมบรรยายสาธารณะในหัวข้อ “ประเทศไทยหลังเลือกตั้ง: มองไปสู่อนาคต”

 

 

งานดังกล่าวมีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนหลายร้อยคนจนเต็มห้องประชุม  โดยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและประชาชนชาวไทย ซึ่งบางส่วนเดินทางมาจากหลายประเทศในยุโรป เช่น  ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงเมืองต่างๆ ในสหราชอาณาจักร เพื่อมาร่วมงานบรรยายสาธารณะครั้งนี้โดยเฉพาะ

ในการบรรยายครั้งนี้ พรรณิการ์ได้กล่าวถึงรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจของ คสช. ไม่ว่าจะเป็นการให้ ส.ว. ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของ คสช. ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี รวมถึงการที่ กกต. เลือกใช้สูตรคำนวณจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งทำให้จำนวน ส.ส.  ของแต่ละพรรคเปลี่ยนไปมาก และเพิ่มบทบาทของ ส.ว. แต่งตั้งในการเลือกนายกรัฐมนตรี จึงไม่อาจกล่าวได้เลยว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามกติกาประชาธิปไตยที่เป็นกลาง

 

นอกจากนี้ ยังมีสถานการณ์น่ากังวลเกี่ยวกับการเมืองไทยอีก 3 ประการ 

ประการแรก คือการทำร้ายนักกิจกรรมทางการเมืองซ้ำซากหลายครั้ง และกระทำอย่างอุกอาจ กลางวันแสกๆ  โดยทางการไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ 

ประการที่สอง คือ การใช้ข่าวปลอม วาทะสร้างความเกลียดชัง การบิดเบือนข้อมูล  ทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคฝ่ายค้าน โดยผ่านโซเชียลมีเดียรวมถึงสื่อกระแสหลักบางสำนัก 

ประการสุดท้าย คือการใช้คดีความในการสกัดกั้นพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่  ซึ่งมีคดีความและข้อร้องเรียนต่างๆ ต่อพรรคและแกนนำพรรคถึง 22 คดี ทั้งที่ก่อตั้งพรรคมาเพียง 1 ปี โดยคดีความส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง

 

 

โฆษกพรรคแสดงความกังวลถึงการใช้ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน รวมถึงวาทะเกลียดชัง  ว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป สังคมไทยจะยิ่งแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย นำไปสู่ความรุนแรงได้ในอนาคต

จึงอยากขอให้ประชาชนเสพสื่ออย่างมีวิจารณญาณ ตอบโต้ข่าวปลอมด้วยข้อเท็จจริง และอย่าโต้วาทะเกลียดชังด้วยวาทะเกลียดชัง เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลาย  และเมื่อประชาชนเกลียดชังแบ่งแยกกัน ผู้ที่ได้ประโยชน์ก็คือผู้มีอำนาจไม่กี่คนเท่านั้น

 

 

ด้านหัวหน้าพรรค กล่าวถึงการทำงานของพรรคอนาคตใหม่หลังเลือกตั้ง โดยยืนยันว่าแม้จะอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน แต่พรรคอนาคตใหม่ก็จะทำงานเต็มที่เพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ  ที่หาเสียงไว้ให้เป็นจริง รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชนด้วย

โดยการเลือกตั้งท้องถิ่นว่าเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ที่อนาคตใหม่ต้องการทำให้สำเร็จ เพื่อผลักดันการกระจายอำนาจและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงในระดับท้องถิ่นโดยไม่ต้องรอให้ได้เป็นรัฐบาล นอกจากนี้พรรคยังต้องการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำการเมืองท้องถิ่นจากการใช้เครือข่ายอุปถัมภ์เป็นหลัก ให้เป็นการแข่งขันเชิงนโยบายวิสัยทัศน์ นโยบาย และอุดมการณ์ทางการเมือง

 

 

หัวหน้าพรรคกล่าวย้ำว่า  พรรคอนาคตใหม่เชื่อว่าการสร้างการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยควรทำผ่านรัฐสภา  เป็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่แต่ค่อยเป็นค่อยไป เพราะนี่คือทางเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศได้อย่างสันติและยั่งยืน รวมถึงให้ทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

การแก้รัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้อาจต้องใช้เวลาหลายปี ไม่เหมือนการทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญแล้วเขียนใหม่ทันที  ทว่าหากเราต้องการได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน ได้การเปลี่ยนแปลงที่มาจากประชาชนและเป็นของประชาชน ก็ต้องเดินไปแนวทางนี้ ไม่มีทางลัดอื่น