fbpx

(คลิป) “ศิริกัญญา” ชี้ โฟกัสแค่ “จีดีพี” อาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผิดพลาด

บันทึกการแถลงข่าว จับตาสภาวะเศรษฐกิจไทย กรณี 'จีดีพี' ไม่เป็นไปตามเป้า

"ศิริกัญญา" ชี้ โฟกัสแค่ "จีดีพี" อาจออกมาตรการกระตุ้น ศก.ผิดพลาด – เผยค่าบาทแข็ง "เอสเอ็มอี" กระทบหนัก แนะสร้างเครื่องมือประกันความเสี่ยง – ยินดีหาก รบ.จะหยิบยืมนโยบาย "อนาคตใหม่" ไปใช้.จีดีพีพลาดเป้า หรือ จีดีพีเป้าที่พลาด.เมื่อวันที่ 12 กรกฏาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ และผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย พรรคอนาคตใหม่ แถลงกรณีสภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยภายหลังจากที่หลายสำนัก อาทิ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ลดเป้าอัตราเติบโตจีดีพีปีนี้ เหลือ 2.9 – 3.3% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ทุกคนเห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงชะลอตัว โดยระบุว่า การดูแค่เป้าหมายจีดีพีพลาดเป้า อาจจะเป็นเป้าที่พลาด เพราะตัวเลขจีดีพีเป็นตัวเลขภาพรวม ที่อาจจะไม่ได้สะท้อนความเป็นอยู่จริงของประชาชน ถ้าเราไปดูในรายละเอียด จีดีพีที่โต 2.8% ในไตรมาส 1 ที่ว่าแย่แล้วนั้น ไม่ได้สะท้อนว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น รายได้เกษตรกรโตต่ำกว่านั้น ชาวนารายได้ลดลง 5% ชาวไร่อ้อยรายได้ลด 27% ชาวสวนปาล์มรายได้ลดลงประมาณ 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า รายได้ของแรงงานไม่โตเลย ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ค่าแรงขั้นต่ำของปี 2562 ยังไม่ได้ประกาศ หลังจากล่าช้ามาแล้ว 3 เดือน แต่ส่วนหนี้ครัวเรือนนั้นโตเร็วกว่าทุกตัวเพิ่มขึ้น 6.5% ในไตรมาส 1.มาตรการจะพลาดถ้าใช้แค่จีดีพีเป็นเครื่องชี้วัด.“มาตรการกระตุ้นอาจจะพลาด ถ้าโฟกัสแค่จีดีพี เวลาที่รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้เกิดการบริโภคภาคเอกชน กลุ่มเป้าหมายที่อยากให้ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นใคร ที่ผ่านมาได้มีการประเมินผลกระทบหรือไม่ เช่น มาตรการช็อปช่วยชาติ ที่กระตุ้นไปที่ชนชั้นกลาง เกิดผลกระทบไปยังภาคส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะรากหญ้าหรือไม่ อย่างไร การกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนก็เช่นกัน ถ้าเราดูแค่ตัวเลขสุดท้าย เราก็อาจจะกระตุ้นการลงทุนในธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ละเลย SME ที่กำลังมีปัญหา NPL เพิ่มขึ้น และมีอัตรา NPL สูงสุดเมื่อเทียบกับภาคเศรษฐกิจอื่นๆ และที่สำคัญคือการส่งออกที่เป็นสัดส่วนสูงสุดในจีดีพี ถ้าเราอยากกระตุ้นให้ส่งออกกลับมาดี เราอาจเลือกมาตรการอย่างการทำให้ค่าเงินบาทอ่อน” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว.ค่าเงินบาทแข็งขึ้นจากปัจจัยระยะสั้น.น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่มองว่าปัจจุบันค่าเงินบาทแข็งเร็วเกินไป แข็งค่าเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในภูมิภาค และสูงสุดในรอบ 6 ปี แต่ค่าเงินบาทแข็งเนื่องจากเงินร้อนหรือ Hot Money จากต่างประเทศเพื่อพักเงินก่อนส่งต่อไปยังประเทศอื่น ไม่ได้เป็นเพราะเศรษฐกิจในประเทศมีความเข้มแข็ง มาตรการที่ควรออกมาควรเป็นการจัดการไม่ให้เกิดการผันผวนมากจนเกินไป ผู้ที่เสียประโยชน์จากการที่ค่าเงินบาทแข็ง ส่วนใหญ่จะเป็นภาคส่งออก แต่อย่างไรก็ดีภาคส่งออกเป็นภาคที่มีความกระจุกตัวสูง 50 บริษัทส่งออกรายใหญ่สุด มีส่วนแบ่งมูลค่าการส่งออกสูงถึง 40% บริษัทขนาดใหญ่น่าจะมีศักยภาพที่จะรับมือได้ แต่สำหรับ SME ที่ส่งออกน่าจะได้รับผลกระทบมากสุด ข้อเสนอคือต้องทำให้ SME เข้าถึงเครื่องมือในการประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนในต้นทุนต่ำ และมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น อีกภาคเศรษฐกิจที่มีการพูดถึงว่าจะได้รับผลกระทบคือภาคท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% ในเดือนพ.ค. 62 ซึ่งยังต้องไปดูว่าการที่ภาคท่องเที่ยวชะลอตัวนั้นเป็นปัญหาของค่าเงินหรือไม่ การแก้ปัญหาในระยะสั้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวสามารถทำได้ด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การลดค่าธรรมเนียมวีซ่าหรือการขยายระยะเวลาพำนัก เป็นต้น”.คนได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็งเสียงไม่ดังพอ.“ในภาวะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าเช่นนี้ ก็มีคนที่ได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน เช่น ประชาชนซื้อของนำเข้ามาในราคาถูกที่ถูกลง และยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับภาคเอกชนที่จะเพิ่มการลงทุน เนื่องจากราคาเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่นำเข้าก็จะมีราคาถูกลงเช่นเดียวกัน รัฐบาลควรให้ความสนับสนุน แต่อย่างไรก็ดี ก็มีความเห็นใจภาคเอกชนที่อาจจะยังไม่กล้าตัดสินใจลงทุนในช่วงนี้ เพราะเห็นว่า 100 วันแล้วรัฐบาลยังจัดตั้งไม่เสร็จ หรือถึงจัดตั้งก็มีเสถียรภาพน้อยมาก” ศิริกัญญากล่าวยินดีให้รัฐบาลหยิบนโยบายพรรคอนาคตใหม่ไปใช้ได้.นอกจากนี้ ศิริกัญญา กล่าวว่านโยบายของพรรคอนาคตใหม่เป็นที่สาธารณะอยู่แล้ว พร้อมยินดีให้ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีนำไปใช้ได้ นอกจากนี้ พรรคอนาคตใหม่จะนำเสนอนโยบายของพรรคผ่านการอภิปรายในสภาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติ ทั้งนี้ น.ส.ศิริกัญญา เชื่อว่า ครม. ทีมเศรษฐกิจชุดนี้ ซึ่งเป็นหน้าเดิมส่วนใหญ่ จะสร้างความเชื่อมั่นได้เท่าๆ กับ 5 ปีที่ผ่านมา ยกเว้นกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งต้องรอดูผลงานต่อไป#อนาคตใหม่ #ศิริกัญญา #จับตาเศรษฐกิจ

พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年7月12日周五

 

จีดีพีพลาดเป้า หรือ จีดีพีเป้าที่พลาด

12 กรกฏาคม 2562 ที่พรรคอนาคตใหม่ ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ  และผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย พรรคอนาคตใหม่ แถลงกรณีสภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยภายหลังจากที่หลายสำนัก อาทิ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3  สถาบัน หรือ กกร. ลดเป้าอัตราเติบโตจีดีพีปีนี้ เหลือ 2.9 – 3.3% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ทุกคนเห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงชะลอตัว

โดยระบุว่า การดูแค่เป้าหมายจีดีพีพลาดเป้า อาจจะเป็นเป้าที่พลาด เพราะตัวเลขจีดีพีเป็นตัวเลขภาพรวม  ที่อาจจะไม่ได้สะท้อนความเป็นอยู่จริงของประชาชน ถ้าเราไปดูในรายละเอียด จีดีพีที่โต 2.8% ในไตรมาส 1 ที่ว่าแย่แล้วนั้น ไม่ได้สะท้อนว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น รายได้เกษตรกรโตต่ำกว่านั้น ชาวนารายได้ลดลง 5% ชาวไร่อ้อยรายได้ลด 27% ชาวสวนปาล์มรายได้ลดลงประมาณ 10%  จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า รายได้ของแรงงานไม่โตเลย ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ค่าแรงขั้นต่ำของปี 2562 ยังไม่ได้ประกาศ หลังจากล่าช้ามาแล้ว 3 เดือน แต่ส่วนที่โตเร็วที่สุดในไตรมาส 1 นี้ คือหนี้ครัวเรือนนั้นโตเพิ่มขึ้นถึง 6.5%  

 

มาตรการจะพลาดถ้าใช้แค่จีดีพีเป็นเครื่องชี้วัด

 

“มาตรการกระตุ้นอาจจะพลาด ถ้าโฟกัสแค่จีดีพี เวลาที่รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีการต่างๆ  เพื่อให้เกิดการบริโภคภาคเอกชน กลุ่มเป้าหมายที่อยากให้ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นใคร ที่ผ่านมาได้มีการประเมินผลกระทบหรือไม่ เช่น มาตรการช็อปช่วยชาติ ที่กระตุ้นไปที่ชนชั้นกลาง  เกิดผลกระทบไปยังภาคส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะรากหญ้าหรือไม่ อย่างไร

การกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนก็เช่นกัน ถ้าเราดูแค่ตัวเลขสุดท้าย เราก็อาจจะกระตุ้นการลงทุนในธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ละเลย SME ที่กำลังมีปัญหา NPL เพิ่มขึ้น และมีอัตรา NPL สูงสุดเมื่อเทียบกับภาคเศรษฐกิจอื่นๆ และที่สำคัญคือการส่งออกที่เป็นสัดส่วนสูงสุดในจีดีพี  ถ้าเราอยากกระตุ้นให้ส่งออกกลับมาดี เราอาจเลือกมาตรการอย่างการทำให้ค่าเงินบาทอ่อน”

ศิริกัญญา กล่าว

 

ค่าเงินบาทแข็งขึ้นจากปัจจัยระยะสั้น

ศิริกัญญา ยีงเสริมด้วยว่า ในมุมมองพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันค่าเงินบาทแข็งเร็วเกินไป  แข็งค่าเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในภูมิภาค และสูงสุดในรอบ 6 ปี แต่ค่าเงินบาทแข็งเนื่องจากเงินร้อนหรือ Hot  Money จากต่างประเทศเพื่อพักเงินก่อนส่งต่อไปยังประเทศอื่น ไม่ได้เป็นเพราะเศรษฐกิจในประเทศมีความเข้มแข็ง  มาตรการที่ควรออกมาควรเป็นการจัดการไม่ให้เกิดการผันผวนมากจนเกินไป 

ผู้ที่เสียประโยชน์จากการที่ค่าเงินบาทแข็ง ส่วนใหญ่จะเป็นภาคส่งออก  แต่อย่างไรก็ดีภาคส่งออกเป็นภาคที่มีความกระจุกตัวสูง 50 บริษัทส่งออกรายใหญ่สุด มีส่วนแบ่งมูลค่าการส่งออกสูงถึง 40% บริษัทขนาดใหญ่น่าจะมีศักยภาพที่จะรับมือได้ แต่สำหรับ SME ที่ส่งออกน่าจะได้รับผลกระทบมากสุด ข้อเสนอคือต้องทำให้ SME เข้าถึงเครื่องมือในการประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนในต้นทุนต่ำ และมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น

อีกภาคเศรษฐกิจที่มีการพูดถึงว่าจะได้รับผลกระทบคือภาคท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเพียง 0.7%  ในเดือนพฤษภาคม 2562 ซึ่งยังต้องไปดูว่าการที่ภาคท่องเที่ยวชะลอตัวนั้นเป็นปัญหาของค่าเงินหรือไม่ การแก้ปัญหาในระยะสั้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวสามารถทำได้ด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การลดค่าธรรมเนียมวีซ่าหรือการขยายระยะเวลาพำนัก เป็นต้น”

 

คนได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็งเสียงไม่ดังพอ

 

“ในภาวะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าเช่นนี้ ก็มีคนที่ได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน เช่น  ประชาชนซื้อของนำเข้ามาในราคาถูกที่ถูกลง และยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับภาคเอกชนที่จะเพิ่มการลงทุน เนื่องจากราคาเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่นำเข้าก็จะมีราคาถูกลงเช่นเดียวกัน รัฐบาลควรให้ความสนับสนุน  แต่อย่างไรก็ดี ก็มีความเห็นใจภาคเอกชนที่อาจจะยังไม่กล้าตัดสินใจลงทุนในช่วงนี้ เพราะเห็นว่า 100 วันแล้วรัฐบาลยังจัดตั้งไม่เสร็จ หรือถึงจัดตั้งก็มีเสถียรภาพน้อยมาก”

ศิริกัญญากล่าว

 

ยินดีให้รัฐบาลหยิบนโยบายพรรคอนาคตใหม่ไปใช้ได้

 

นอกจากนี้ ศิริกัญญา กล่าวว่า นโยบายของพรรคอนาคตใหม่เป็นสาธารณะอยู่แล้ว  พร้อมยินดีให้ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีนำไปใช้ได้ นอกจากนี้ พรรคอนาคตใหม่จะนำเสนอนโยบายของพรรคผ่านการอภิปรายในสภาอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติ ทั้งนี้ ศิริกัญญา เชื่อว่า ทีมเศรษฐกิจของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ซึ่งเป็นหน้าเดิมส่วนใหญ่ จะสร้างความเชื่อมั่นได้เท่าๆ กับ 5 ปีที่ผ่านมา ยกเว้นกระทรวงพาณิชย์  และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งต้องรอดูผลงานต่อไป

 

#อนาคตใหม่ #ศิริกัญญา #จับตาเศรษฐกิจ