fbpx

(คลิป) และนี่คือ “ระเบียงชีวิตภาคตะวันออก”

ระเบียงชีวิตภาคตะวันออก

[ และนี่คือ “ระเบียงชีวิตภาคตะวันออก” ].ปฏิเสธไม่ได้ว่าการพัฒนา คือตัวแปรหนึ่งในการสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้แก่ประเทศ.แต่เราเคยตั้งคำถามลงไปลึกกว่าตัวเลขเหล่านั้นหรือไม่ ว่าภายใต้แม็ดเงินมหาศาลเหล่านั้น ใครเป็นคนที่ได้รับส่วนแบ่งเยอะที่สุด.การพัฒนาที่ผ่านมาของภาคตะวันออก นิคมอุตสาหกรรมสารพัด โครงการสารพัน ตั้งแต่มาบตาพุดมาจนถึง Eastern Seaboard ทำเม็ดเงินจำนวนมหาศาลให้แก่ภาค จนเป็นภาคที่รวบที่สุดในประเทศไทยเมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ แต่ถ้ามว่าคนตะวันออกกี่คนกันเชียว ที่ร่ำรวยขึ้นมาจากการพัฒนาเหล่านั้น.หรือมันคือการรวบมลภาวะ รวบโรครุมเร้า รวยสารพิษจากความไม่รับผิดชอบของรัฐและทุน การสูญเสียที่ดินทำกินเพื่อหลีกทางให้กับทุนใหญ่จากกรุงเทพและต่างชาติ และคนจนก็ยังจนเหมือนเดิม.นี่คือโจทย์ที่นำมาสู่การคิดโครงการ “ระเบียงชีวิตภาคตะวันออก” (Eastern Life Corridor – ELC) ของพรรคอนาคตใหม่ ขึ้นมาคู่ขนานกับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor – EEC) ที่กำลังจะกลายเป็นโครงการพัฒนาขนาดใหญ่อีกโครงการหนึ่งบนพื้นี่ภาคตะวันออกนี้.พรรคอนาคตใหม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการพัฒนาและการสร้างอุตสาหกรรมที่ทันสมัย สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยขึ้นมาในประเทศไทย แต่นั่นต้องไม่เกิดจากการเอาชีวิตของคนธรรมดาไปแลกมา แล้วเอาไปประเคนให้กลุ่มทุนใหญ่โดยไม่ถามไถ่ว่าพวกเขาต้องการอะไรกันแน่.หรือพูดง่ายๆ เราต้องการการพัฒนาที่เห็นหัวประชาชน และให้ประชาชน ท้องถิ่น ชุมชน เป็นศูนย์กลางในการชี้นิ้วบอก ว่าอยากให้เกิดการพัฒนาอะไร รูปแบบไหน อยากมีอุตสาหกรรมด้านไหนที่สอดคล้องกับชีวิตของประชาชน ไม่ใช่รัฐราชการรวมศูนย์จากกรุงเทพฯ.เพราะสำหรับเรา “เศรษฐกิจ” ต้องสร้างความมั่งคั่งให้กับทุกคน ไม่ใช่กับเฉพาะบางคน และต้องคืน “ชีวิต” ให้กับท้องถิ่น ให้ต่างจังหวัดหัวเมืองทั้งใหญ่และเล็ก ได้กลับมามีชีวิตชีวา คึกครื้นไปด้วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทุกคนมีส่วนร่วม ยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนอย่างแท้จริง.เพราะการพัฒนานั้น ไม่ใช่การใช้รัฐและทุนเป็นศูนย์กลาง แต่ต้องยึดเอาคุณภาพชีวิตประชาชน เป็นจุดศูนย์กลางการพัฒนา.และนี่คือ “ระเบียงชีวิตภาคตะวันออก” (Easter Life Corridor : ELC)

พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年7月8日周一

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการพัฒนา คือตัวแปรหนึ่งในการสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้แก่ประเทศ

แต่เราเคยตั้งคำถามลงไปลึกกว่าตัวเลขเหล่านั้นหรือไม่ ว่าภายใต้แม็ดเงินที่ดูเหมือนไหลมาเทมาขนาดนั้น ใครเป็นคนที่ได้รับส่วนแบ่งมากที่สุด

การพัฒนาที่ผ่านมาของภาคตะวันออก นิคมอุตสาหกรรมสารพัด โครงการสารพัน ตั้งแต่มาบตาพุดมาจนถึง Eastern Seaboard ทำรายได้ก้อนอภิมหาศาลให้ทั้งภูมิภาคนั้น  จนได้ชื่อว่าเป็นภาคที่รวยที่สุดในประเทศไทยเมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ แต่ถามว่าคนตะวันออกจริงๆ กี่คนกันเชียว ที่ร่ำรวยขึ้นมาจากการพัฒนาเหล่านั้น

หรือมันคือการรวยมลภาวะ รวยโรครุมเร้า รวยสารพิษจากความไม่รับผิดชอบของรัฐและทุน  การสูญเสียที่ดินทำกินเพื่อหลีกทางให้กับทุนใหญ่จากกรุงเทพและต่างชาติ ส่วนคนจนก็ยังจนเหมือนเดิม

นี่คือโจทย์ที่นำมาสู่การคิดโครงการ “ระเบียงชีวิตภาคตะวันออก” (Eastern Life Corridor – ELC) ของพรรคอนาคตใหม่ ขึ้นมาคู่ขนานกับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor – EEC) ที่กำลังจะกลายเป็นโครงการพัฒนาขนาดใหญ่อีกโครงการหนึ่งบนพื้นที่ที่เคยทำเงินอย่างเหลือเกินแห่งนี้

พรรคอนาคตใหม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการพัฒนาและการสร้างอุตสาหกรรมก้าวหน้า   สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยขึ้นมาในประเทศไทย แต่นั่นต้องไม่ใช่การพัฒนาโดยเอาชีวิตของคนธรรมดาไปแลกมา  แล้วเอาไปประเคนให้กลุ่มทุนใหญ่โดยไม่ถามไถ่ว่าพวกเขาต้องการอะไรกันแน่

หรือพูดง่ายๆ เราต้องการการพัฒนาที่เห็นหัวประชาชน และให้ประชาชน ท้องถิ่น ชุมชน  เป็นศูนย์กลางในการชี้นิ้วบอก ว่าอยากให้เกิดการพัฒนาอะไร รูปแบบไหน อยากมีอุตสาหกรรมด้านไหนที่สอดคล้องกับชีวิตของประชาชน ไม่ใช่รัฐราชการรวมศูนย์จากกรุงเทพ

เพราะสำหรับเรา “เศรษฐกิจ” ต้องสร้างความมั่งคั่งให้กับทุกคน ไม่ใช่กับเฉพาะบางคน และต้องคืน “ชีวิต” ให้กับท้องถิ่น ให้ต่างจังหวัดหัวเมืองทั้งใหญ่และเล็ก ได้กลับมามีชีวิตชีวา  ครึกครื้นไปด้วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทุกคนมีส่วนร่วม ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทุกคนอย่างแท้จริง

เพราะการพัฒนานั้น ไม่ใช่การใช้รัฐและทุนเป็นศูนย์กลาง แต่ต้องยึดเอาคุณภาพชีวิตประชาชน  เป็นจุดศูนย์กลางการพัฒนา

 

และนี่คือ “ระเบียงชีวิตภาคตะวันออก” (Easter Life Corridor : ELC)