fbpx

(คลิป) “อนาคตใหม่” แถลงข่าวชู “ELC” กิจกรรมนอกสภาระยะยาว

บันทึกการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ พรรคอนาคตใหม่ 1 กรกฎาคม 2562

“อนาคตใหม่” แถลงข่าวชู “อีแอลซี” กิจกรรมนอกสภาระยะยาว “ช่อ” เผยตั้งคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ตรวจสอบการคุกคาม ปชช. “เสธโหน่ง – ผู้การฯแมว -สารวัตรเพียว” ร่วมเกาะติด ด้าน “สุรเชษฐ์” ชวนจับตา “ต่ออายุสัมปทานทางด่วน”เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวประจำสัปดาห์ในหลายประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงานทั้งในและนอกสภาของพรรคอนาคตใหม่ โดยประเด็นแรก นางสาวพรรณิการ์ได้รายงานถึงกิจกรรมนอกสภาที่เกิดขึ้นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การจัดเวทีเพื่อรวบรวมปัญหาความคิดเห็นของประชาชน โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัวโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Life Corridor – ELC) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อเป็นโครงการคู่ขนานไปกับโครงการ EEC ของภาครัฐ ซึ่งมีการขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2558 และเต็มไปด้วยข้อวิจารณ์มากมายนางสาวพรรณิการ์ย้ำว่า พรรคอนาคตใหม่ไม่มีนโยบายขัดขวางการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด แต่การพัฒนาไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่บนการเอาคุณภาพชีวิตของประชาชนเข้าแลก พรรคอนาคตใหม่จึงเสนอกรอบความคิดระเบียงชีวิตภาคตะวันออก คู่ขนานไปกับนโยบายของรัฐ เพื่อแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานคุณภาพชีวิตของประชาชนและการมีส่วนร่วมเป็นไปได้ โดยภายในงานเมื่อวานนี้ มีการจัดฟอรั่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงนโนบายใน 6 ประเด็นที่ภาคประชาชนเป็นผู้เรียกร้องต้องการให้มีการแก้ปัญหา เช่นปัญหาประมง การจัดการน้ำ การจัดการขยะ สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ และปัญหาสัตว์ป่าบุกรุกพืชไร่ โดยมีตัวแทนจากพรรคอนาคตใหม่ทั้งที่เป็น ส.ส. คณะทำงาน และภาคประชาชนเข้าร่วม“เวทีนี้ จะไม่ใช่แค่เวทีแลกเปลี่ยนเชิงนโยบาย แต่สิ่งต่างๆที่รวบรวมมาได้วันนี้จะนำไปสู่การขับเคลื่อนในระดับนโยบานของพรรคทั้งสองระดับ ได้แก่ในระดับชาติ ผ่านกลไก ส.ส. 81 คนในสภาผู้แทนราษฎร และที่สำคัญคือการเมืองท้องถิ่น โดยสิ่งที่รวบรวมมาได้จะนำไปสู่นโยบายในการลงเลือกตั้งท้องถิ่นในภาคตะวันออก ในฐานะที่เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของพรรค ELC จะเป็นเวทีที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อระหว่างประชาชนในพื้นที่ ภาคประชาสังคม กับพรรคอนาคตใหม่ในการจัดทำนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบที่ไม่ใช่แค่ทุนใหญ่ได้ประโยชน์ แต่เป็นการพัฒนาบนรากฐานของผลประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน” นางสาวพรรณิการ์กล่าวต่อมา นางสาวพรรณิการ์ ได้กล่าวถึงวาระการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ที่จะเกิดขึ้นในวันพุธ-พฤหัสบดีที่จะถึงนี้ โดยวาระแรกคือวาระเร่งด่วนเกี่ยวกับราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำ ซึ่งจะเป็นการอภิปรายต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ และจะนำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาประเด็นปัญหาดังกล่าว ซึ่งมี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 6 คนร่วมเป็นสมาชิกด้วย โดยพรรคอนาคตใหม่จะมีการแถลงแนวทางการทำงานขับเคลื่อนในประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง เมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา นอกจากนี้ ยังมีญัตติเร่งด่วนที่เดี่ยวข้องกับเกษตรกรอีกประเด็น ในเรื่องของโครงการผันน้ำโขงชีมูล ซึ่ง ส.ส.ภาคอีสานของพรรคอนาคตใหม่จะเป็นผู้ร่วมอภิปราย และยังมีญัตติด่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบผลกระทบจากคำสั่ง คสช. โดยคาดหวังว่าจะรำไปสู่การพิจารณายกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ผลที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและสิทธิพลเมืองของประชาชน ซึ่งได้รับการบรรจุเป็นวาระการประชุมในวันพุธนี้ด้วย แม้หลายคนจะมองเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว แต่พรรคอนาคตใหม่ขอย้ำว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ยังคงส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน การคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยรัฐเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะต้องไม่ถูกปล่อยปะละเลยให้เกิดขึ้นต่อไปอีกเด็ดขาดนอกจากนี้ ยังมีวาระการอภิปรายถึงโครงการสัมปทานขนาดใหญ่ของรัฐ นั่นคือประเด็นการต่อขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนมูลค่ากว่า 430,000 ล้านบาท โดยนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงษ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและที่ปรึกษาด้านนโยบายคมนาคมพรรคอนาคตใหม่ ร่วมอภิปราย ทั้งนี้ นายสุรเชษฐ์ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่าประเด็นเร่งด่วนของเรื่องนี้ คือมีความพยายามนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาอนุมัติในที่ประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งตนต้องขอให้ภาคประชาขนและสื่อมวลชนร่วมกันจับตามอง ว่าจะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันพรุ่งนี้หรือไม่ เรื่องนี้เกิดจากค่าโง่ในกรณีพิพาทระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทยกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) 4,300 ล้านบาทที่เกิดขึ้นในอดีต แต่ในการพิจารณาของ ครม.ที่กำลังจะเกิดขึ้น มีความพยายามที่จะพ่วงอีกสองก้อนใหญ่เข้าไป คือการสร้างทางด่วนใหม่และการเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาทอีกกรณีหนึ่งซึ่งมูลค่ายังไม่เป็นที่แน่ชัด ซึ่งจะมีการขยายจากค่าโง่ 4,300 ล้านบาทให้กลายเป็นค่าแกล้งโง่ 430,000 ล้านบาท จุดนี้พรรคอนาคตใหม่ต้องการให้หยุดการพิจารณาอนุมัติไว้ก่อน เพื่อให้สภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเข้าไปตรวจสอบก่อน และขอให้ประชาชนร่วมกันกดดันอย่าเพิ่งใหมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้“จุดยืนของพรรคอนาคตใหม่เป็นที่ชัดเจน ว่าสัญญานี้มีเงื่อนงำ จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบก่อน และทางพรรคอนาคตใหม่จะสนับสนุนญัตตินี้ที่เสนอมาโดยพรรคฝ่ายรัฐบาล ที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบในรายละเอียด ซึ่งญัตตินี้มีความแปลกแต่ดี คือมีการเสนอให้เข้าไปตรวจสอบการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีของรัฐบาล คสช. โดยมาจากคนที่ยกมือสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังดีตรงที่ญัตตินี้จะผ่านแน่นอน หากไม่มีการกลับลำจากผู้เสนอญัตติ เพราะเป็นการเสนอมาจากฝ่ายรัฐบาล และเราพร้อมที่จะสนับสนุน ไม่ได้ค้านทุกเรื่อง เราพร้อมที่จะสนับสนุนการตรวจสอบจากภาครัฐในทุกเรื่อง” นายสุรเชษฐ์ กล่าว จากนั้น นางสาวพรรณิการ์ แถลงปิดท้ายในประเด็นการทำร้ายนักกิจกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงกรณีของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” ที่ได้รับการจับตาจากทั้งในและต่างประเทศ โดยล่าสุดได้มีการออกแถลงการณ์ประณามและเรียกร้องให้รัฐบาลไทยคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนโดย FORSEA ซึ่งเป็นองค์กรนักเคลื่อนไหวระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของสถานะและการได้รับการยอมรับของรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ประเทศไทยผ่านรัฐบาล คสช.ที่ไม่ได้รับการยอมรับจากต่างชาติมา 5 ปี พฤติกรรมในการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนมีส่วนอย่างมากที่รัฐบาลต่างชาติและองค์กรระหว่างประเทศระดับโลก จะพิจารณาว่าสถานะของรัฐบาลไทยควรได้รับการยอมรับในระดับไหน ส่วนกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่านี่คือเรื่องของการทวงหนี้หรือไม่ ตนอยากให้ย้อนกลับไปดูภาพใหญ่ในรอบ 18 เดือนก่อนถึงการเลือกตั้ง มีการทำร้ายร่างกายคุกคามนักเคลื่อนนไหวถึง 15 ครั้ง มากที่สุดคือในกรณีของนายเอกชัย หงส์กังวาน ตามมาด้วยกรณีของนายสิรวิชญ์ รวมถึงถ้าย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ยังมีกรณีที่นายสิรวิชญ์เคยถูกชายแต่งกายคล้ายทหารอุ้มไปจากหน้าประตูมหาวิทยาลัย นำไปข่มขู่ไม่ให้เคลื่อนไหวอีกก่อนถูกปล่อยตัวออกมา“จ่านิวรวมถึงนักกิจกรรมหลายหลายคนในประเทศไทย ไม่ได้เพิ่งถูกคุกคามครั้งนี้เป็นครั้งแรกหรือในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเป็นครั้งแรก นี่เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และถ้าไปดูพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งจะเห็นได้ชัดว่าเป็นพฤติกรรมที่มืออาชีพ เป็นพฤติการณ์ที่จะทำกับใคร บุคคลที่เป็นนักกิจกรรมมีต้นทุนทางสังคมต่ำเหล่านี้ เป็นบุคคลที่ถูกกระทำทำร้ายโดยยังไม่มีใครต้องรับผิด” นางสาวพรรณิการ์ กล่าวนางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่มีความกังวลต่อประเด็นนี้อย่างมาก และต้องการร่วมขับเคลื่อนความคืบหน้าในการสืบสวน โดยขอให้ประชาชนร่วมกันส่งหลักฐานต่างๆมาที่พรรคอนาคตใหม่ เพื่อดำเนินการติดตามความคืบหน้า สำหรับประชาชนที่มีข้อมูลพยานหลักฐาน แต่ไม่กล้าที่จะดำเนินการด้วยตนเอง ด้วยความหวาดกลัวหรือไม่ทราบขั้นตอน โดยพรรคอนาคตใหม่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ในสภาอย่างเต็มที่ และจะมีการตั้งกระทู้และคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามกรณีการคุกคามนักเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วย ในการนี้ พรรคอนาคตใหม่ยังได้จัดตั้งคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนของพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมาได้แก่ พล.ท. พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรค,นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางสาวอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ,พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายณัฐวุฒิ บัวประทุม,ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถึงนางสาวพรรณิการ์ วานิช ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนของนักกิจกรรม ตำรวจ ทหาร และทนายความ เพื่อติดตามกรณีการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งกรณีที่ได้เกิดขึ้นมา และกรณีอื่นๆที่มีการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งที่ผ่านมาและจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตด้วย#อนาคตใหม่ #แถลงข่าวประจำสัปดาห์

พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年7月1日周一

 

1 กรกฎาคม 2562 ที่พรรคอนาคตใหม่ พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวประจำสัปดาห์ในหลายประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงานทั้งในและนอกสภาของพรรคอนาคตใหม่ 

ประเด็นแรก พรรณิการ์ ได้รายงานถึงกิจกรรมนอกสภาที่เกิดขึ้นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การจัดเวทีเพื่อรวบรวมปัญหาความคิดเห็นของประชาชน โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัว อีแอลซี โครงการระเบียงชีวิตภาคตะวันออก (Eastern Life Corridor – ELC) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา โครงการนี้ตั้งใจให้เป็นโครงการคู่ขนานไปกับ EEC ของภาครัฐ  ซึ่งมีการขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2558 และเต็มไปด้วยข้อถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย

โฆษกพรรคอนาคตใหม่ย้ำว่า พรรคไม่มีนโยบายขัดขวางการพัฒนาเศรษฐกิจ  โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเหนือกรุงเทพฯ แต่การพัฒนาไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่บนการเอาคุณภาพชีวิตของประชาชนเข้าแลก   พรรคอนาคตใหม่จึงเสนอกรอบความคิดระเบียงชีวิต (Life) ภาคตะวันออก คู่ขนานไปกับระเบียงเศรษฐกิจ (Economic) นโยบายของรัฐ  เพื่อแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานคุณภาพชีวิตของประชาชนและการมีส่วนร่วมเป็นไปได้ โดยภายในงานเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีการจัดวงเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงนโนบายใน  6 ประเด็นที่ภาคประชาชนเป็นผู้เรียกร้องต้องการให้มีการแก้ปัญหา เช่นปัญหาประมง การจัดการน้ำ การจัดการขยะ สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ และปัญหาสัตว์ป่าบุกรุกพืชไร่ โดยมีตัวแทนจากพรรคอนาคตใหม่ทั้งที่เป็น ส.ส. คณะทำงาน และภาคประชาชนเข้าร่วม

 

“เวทีนี้ จะไม่ใช่แค่เวทีแลกเปลี่ยนเชิงนโยบาย แต่สิ่งต่างๆ  ที่รวบรวมมาได้วันนี้จะนำไปสู่การขับเคลื่อนนโยบายของพรรคทั้งสองระดับ ได้แก่ในระดับชาติ ผ่านกลไก ส.ส. 81 คนในสภาผู้แทนราษฎร และที่สำคัญคือการเมืองท้องถิ่น  โดยสิ่งที่รวบรวมมาได้จะนำไปสู่นโยบายในการลงเลือกตั้งท้องถิ่นในภาคตะวันออก ในฐานะที่เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของพรรคด้วย  

ELC จะเป็นเวทีที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อระหว่างประชาชนในพื้นที่ ภาคประชาสังคมกับพรรคอนาคตใหม่  ในการจัดทำนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบที่ไม่ใช่แค่ทุนใหญ่ได้ประโยชน์  แต่เป็นการพัฒนาบนรากฐานของผลประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน” 

 

พรรณิการ์ยังได้กล่าวถึงวาระการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ที่จะเกิดขึ้นในวันพุธ-พฤหัสบดี ที่ 3-4 กรกฎาคม 2562 โดยวาระแรกคือวาระเร่งด่วนเกี่ยวกับราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ  ซึ่งจะเป็นการอภิปรายต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ อันจะนำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาประเด็นปัญหาดังกล่าว และมี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 6 คนร่วมเป็นสมาชิกด้วย ทั้งนี้  พรรคอนาคตใหม่จะมีการแถลงแนวทางการทำงานขับเคลื่อนในประเด็นดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง เมื่อการตั้งคณะกรรมาธิการเสร็จสิ้นเรียบร้อย 

นอกจากนี้ ยังมีญัตติเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องและมีความสำคัญกับเกษตรกรเป็นอย่างมาก นั่นคือเรื่องของโครงการผันน้ำโขงชีมูล ซึ่ง ส.ส. ภาคอีสานของพรรคอนาคตใหม่จะเป็นผู้ร่วมอภิปราย  

กับอีกหนึ่งญัตติด่วน คือเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบผลกระทบจากคำสั่ง คสช.  โดยคาดหวังว่าจะนำไปสู่การพิจารณายกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและสิทธิพลเมืองของประชาชน แม้หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว   แต่พรรคอนาคตใหม่ขอย้ำว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ยังคงส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน การคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยรัฐเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะต้องไม่ถูกปล่อยปะละเลย ทั้งต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด

 

นอกจากนี้ ยังมีวาระการอภิปรายถึงโครงการสัมปทานขนาดใหญ่ของรัฐ  นั่นคือประเด็นการต่อขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนมูลค่ากว่า 430,000 ล้านบาท โดย สุรเชษฐ์ ประวีณวงษ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและที่ปรึกษาด้านนโยบายคมนาคมพรรคอนาคตใหม่ร่วมอภิปราย ทั้งนี้ สุรเชษฐ์ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนด้วย โดยระบุว่าประเด็นเร่งด่วนของเรื่องนี้  คือมีความพยายามนำประเด็นเข้าพิจารณาอนุมัติในที่ประชุม ครม.ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งตนต้องขอให้ภาคประชาขนและสื่อมวลชนร่วมกันจับตามอง ว่าจะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจริงหรือไม่ เรื่องนี้เกิดจากค่าโง่ 4,300 ล้านบาทในกรณีพิพาทระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทยกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) ที่เกิดขึ้นในอดีต แต่ในการพิจารณาของ ครม.ที่กำลังจะเกิดขึ้น  มีความพยายามที่จะพ่วงอีกสองก้อนใหญ่เข้าไปด้วย คือการสร้างทางด่วนใหม่และการเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาทอีกกรณีหนึ่งซึ่งมูลค่ายังไม่เป็นที่แน่ชัด ซึ่งอาจมีการขยายค่าโง่ 4,300 ล้านบาทให้กลายเป็นค่า (แกล้ง) โง่ 430,000 ล้านบาท จุดนี้พรรคอนาคตใหม่ต้องการให้หยุดการพิจารณาอนุมัติไว้ชั่วคราว เพื่อให้สภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเข้าไปตรวจสอบก่อน และขอให้ประชาชนร่วมกันกดดันอย่าเพิ่งให้มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม. ตามวันที่กำหนดไว้เดิม

 

“จุดยืนของพรรคอนาคตใหม่เป็นที่ชัดเจน ว่าสัญญานี้มีเงื่อนงำ จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบก่อน  และทางพรรคอนาคตใหม่จะสนับสนุนญัตตินี้ที่เสนอมาโดยพรรคฝ่ายรัฐบาล ที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบในรายละเอียด ซึ่งญัตตินี้มีความแปลกแต่ดี  คือมีการเสนอให้เข้าไปตรวจสอบการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีของรัฐบาล คสช. โดยมาจากคนที่ยกมือสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังดีตรงที่ญัตตินี้จะผ่านแน่นอน หากไม่มีการกลับลำจากผู้เสนอญัตติ  เพราะเป็นการเสนอมาจากฝ่ายรัฐบาล และเราพร้อมที่จะสนับสนุน ไม่ได้ค้านทุกเรื่อง เราพร้อมที่จะสนับสนุนการตรวจสอบจากภาครัฐในทุกเรื่อง”

สุรเชษฐ์ กล่าว 

 

จากนั้น พรรณิการ์ แถลงปิดท้ายในประเด็นการทำร้ายนักกิจกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงกรณีของ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” ที่ได้รับการจับตาจากทั้งในและต่างประเทศ  โดยล่าสุดได้มีการออกแถลงการณ์ประณามและเรียกร้องให้รัฐบาลไทยคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนโดย FORSEA ซึ่งเป็นองค์กรนักเคลื่อนไหวระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของสถานะและการได้รับการยอมรับของรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ประเทศไทยผ่านรัฐบาล คสช. ที่ไม่ได้รับการยอมรับจากต่างชาติมาแล้ว 5 ปี

พฤติกรรมในการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนมีส่วนอย่างมากที่รัฐบาลต่างชาติและองค์กรระหว่างประเทศระดับโลก จะพิจารณาว่าสถานะของรัฐบาลไทยควรได้รับการยอมรับในระดับไหน  ส่วนกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่านี่คือเรื่องของการทวงหนี้หรือไม่ ตนอยากให้ย้อนกลับไปดูภาพใหญ่ในรอบ 18 เดือนก่อนถึงการเลือกตั้ง มีการทำร้ายร่างกายคุกคามนักเคลื่อนนไหวถึง 15 ครั้ง มากที่สุดคือในกรณีของ เอกชัย หงส์กังวาน ตามมาด้วยกรณีของ สิรวิชญ์ รวมถึงถ้าย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น ยังมีกรณีที่ สิรวิชญ์ เคยถูกชายแต่งกายคล้ายทหารอุ้มไปจากหน้าประตูมหาวิทยาลัย  นำไปข่มขู่ไม่ให้เคลื่อนไหวอีกก่อนถูกปล่อยตัวออกมา

 

“จ่านิวรวมถึงนักกิจกรรมหลายๆ คนในประเทศไทย  ไม่ได้เพิ่งถูกคุกคามครั้งนี้เป็นครั้งแรก หรือในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเป็นครั้งแรก นี่เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ  และถ้าไปดูพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งจะเห็นได้ชัดว่าเป็นพฤติกรรมของมืออาชีพ เป็นพฤติการณ์ที่จะทำกับใคร บุคคลที่เป็นนักกิจกรรมมีต้นทุนทางสังคมต่ำเหล่านี้ เป็นบุคคลที่ถูกกระทำทำร้ายโดยยังไม่มีใครต้องรับผิด”

พรรณิการ์ กล่าว

 

โฆษกพรรคอนาคตใหม่ยังแสดงความกังวลต่อประเด็นนี้เป็นอย่างมาก  และแสดงความต้องการของพรรค ในการร่วมขับเคลื่อนความคืบหน้าของการสืบสวน สำหรับประชาชนที่มีข้อมูลพยานหลักฐาน แต่ไม่กล้าที่จะดำเนินการด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นด้วยความหวาดกลัวหรือไม่ทราบขั้นตอน   ก็ขอให้ได้ร่วมกันส่งหลักฐานต่างๆ มาที่พรรค เพื่อใช้ดำเนินการต่อ โดยพรรคอนาคตใหม่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ในสภาอย่างเต็มที่ และจะมีการตั้งกระทู้และคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามกรณีการคุกคามนักเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป 

พรรคอนาคตใหม่ยังได้จัดตั้งคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนของพรรค ประกอบด้วย พล.ท. พงศกร รอดชมภู ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และ รองหัวหน้าพรรค,รังสิมันต์ โรม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ, พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ, พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์  ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ, ณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ, พรรณิการ์ วานิช ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค จะเห็นได้ว่าคณะทำงานประกอบไปด้วยตัวแทนหลากหลาย ทั้ง นักกิจกรรม ตำรวจ ทหาร ทนายความ อดีตสื่อมวลชน ฯลฯ เพื่อติดตามกรณีการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งที่ได้เกิดขึ้นแล้ว และที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคตด้วย 

 

#อนาคตใหม่ #แถลงข่าวประจำสัปดาห์