fbpx

เปรียบเทียบหมัดต่อหมัด ความเร็วการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี-ส.ส.

บางส่วนจากการแถลงข่าวของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2562 ถึงการเปรียบเทียบความรวดเร็ว-ล่าช้า และการเลือกปฏิบัติจากกรณีการถือหุ้น  

กรณีหุ้นของดอน ปรมัตถ์วินัย และ 4 รัฐมนตรีในรัฐบาล คสช. กกต.ใช้เวลา 386 วัน และ 355 วัน ในการดำเนินการ ก่อนจะส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลใช้เวลาอีก 70 และ 75 วัน กว่าจะพิจารณารับคำร้องจาก กกต.

เมื่อเทียบกับกรณี ธนาธร กกต.ใช้เวลาเพียง 51 วัน ในการดำเนินการก่อนส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ  และศาลใช้เวลาเพียง 7 วันเท่านั้นก่อนพิจารณารับคำร้อง

จึงถือว่ากรณีธนาธรเป็นกรณีที่ กกต.  และศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับคดีที่คล้ายคลึงกันในช่วงก่อนหน้านี้

 

“นี่คือระยะเวลาการทำงานของ กกต. ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนที่สุด

ถ้าเทียบกันก็กรณีคุณดอนกับ 4 รัฐมนตรี คสช. ขึ้นรถไฟชั้นสาม กะฉึก กะฉัก ไปนะ

ส่วนกรณีธนาธร เหมือนนั่งรถไฟความเร็วสูง วิ่งเร็วปรื๊ดเลย” 

 

“และที่สำคัญที่สุด เมื่อรับคำร้องมาแล้ว ศาลไม่ได้สั่งให้ดอนและ 4 รัฐมนตรีรัฐบาล คสช. หยุดปฏิบัติหน้าที่  แต่ธนาธรกลายเป็นกรณีแรกที่ถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ตามรัฐธรรมนูญ ม.82

โดยศาลให้เหตุผลว่า “การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้องอาจก่อให้เกิดปัญหาข้อกฎหายและการคัดค้านโต้แย้ง เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานสำคัญของที่ประชุมสภาฯ ได้”

 

“แต่ๆๆ! ทางด้าน 27 ส.ส. พลังประชารัฐกำลังขอคุ้มครองชั่วคราว (ทั้งที่ไม่มีกลไกในกฎหมายใดๆ  อนุญาตให้ทำได้) กลับอ้างเหตุผลว่า “ของเรามันจะเกิดปัญหาทางลบยิ่งกว่า คือรัฐบาลจะไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายได้เพราะขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา  จึงจะไปเทียบกับกรณีของธนาธรไม่ได้”

 

ฟังดูแล้วช่างย้อนแย้งกันดี

ก็คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร มาตรฐานเดียวกันหรือไม่

เวลาก็ล่วงผ่านมาแล้ว 9 วัน เกินบรรทัดฐานกรณีธนาธรมาแล้ว 2 วัน แต่ก็รอติดตามกันต่อไป ว่าศาลจะรับคำร้องวันไหน และมีคำสั่งให้ 41 ส.ส. หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

 

ชมคลิปการแถลงข่าวแบบเต็มๆ ได้ที่ 

แถลงข่าว กรณีมาตราฐานการตัดสินคดี ส.ส. ถือหุ้นสื่อ โดย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่

พรรคอนาคตใหม่ – Future Forward Party 发布于 2019年6月20日周四