fbpx

อนาคตใหม่ เดินหน้าตะลุยรับฟังปัญหาประมงภาคตะวันออก

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการเดินทางไปรับฟังปัญหาภาคการประมงและที่เกี่ยวข้องมาแล้วในหลายพื้นที่ ทั้งประมงพาณิชย์  ประมงพื้นบ้าน พบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ทำอาชีพนี้ จนคิดว่าในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องลงมือทำอะไรบางอย่างได้แล้ว 

 

 

พระราชกำหนดประมง 2558 ซึ่งแก้ไขในปี 2560 นั้น เกิดจากการที่รัฐบาลบังคับใช้มาตรฐาน IUU  โดยที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม ซึ่งในความเป็นจริงมาตรฐานนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการประมงที่ยั่งยืน   พรรคอนาคตใหม่ก็เห็นว่าจำเป็น แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือเรื่องการบังคับใช้ ดังนั้นจึงมารับฟังความคิดเห็น   เพื่อรวบรวมไปประมวลผล จะได้ทำการผลักดันให้เกิดข้อเสนอแก้ปัญหาประมงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อที่จะฟื้นฟูการประมงกลับมา เพราะถ้าเดินหน้าอย่างนี้ต่อไปภาคประมงอาจล่มสลาย 

พรรคอนาคตใหม่ยินดีที่จะเดินทางรับฟังปัญหาในหลากหลายพื้นที่ เพราะแต่ละแห่งมีรายละเอียดที่แตกต่างกันแม้เรื่องหลักๆ อาจเหมือนกัน  อย่างในภาคใต้ที่เพิ่งรับฟังมา นอกจากการทำประมงแล้ว ก็ยังมีเรื่องของนักท่องเที่ยวอีกด้วย สิ่งที่ชาวประมงภาคใต้คิดต่อยอดอาชีพ คือทำอย่างไรที่เรือลำหนึ่งจะทำได้ทั้งประมงและท่องเที่ยว  เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากขอ คือขอให้เล่าทุกรายละเอียด ทุกปัญหาและความต้องการ เพื่อจะได้นำไปประมวลผล และสรุปออกมาเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับชุมชนหรือท้องถิ่นนั้นๆ 

 

 

สำหรับ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ  กล่าวว่าปัญหาเกี่ยวกับประมงเป็นเรื่องที่พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญอยู่แล้ว และได้จัดเวทีมาหลายครั้งทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง  ปัญหาของพี่น้องประมงทุกคนไม่ได้เป็นเพียงแค่คะแนนเสียงให้ใครได้เข้าสภา หรือไม่ได้เป็นแค่ปัญหาในพื้นที่เท่านั้น แต่นับเป็นปัญหาร่วมกันของประชาชน ของสังคมไทย และพรรคการเมืองมีหน้าที่นำเรื่องนี้ไปทำให้ปรากฏอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น   นี่คือพันธกิจของพรรคอนาคตใหม่ เลือกตั้งเสร็จแล้วเราจะทำหน้าที่นี้ต่อไป ไม่ใช่ไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วจบแค่นั้น งานในสภาผู้แทนราษฎรก็ส่วนหนึ่ง งานที่พรรคจะเดินหน้าสร้างพรรค รับฟังปัญหาต่างๆ ก็อีกส่วนหนึ่ง เราจะทำให้พรรคอนาคตใหม่มีชีวิตตลอดเวลาทั้งในและนอกสภา ไม่ใช่เฉพาะช่วงหาเสียง 

 

 

สำหรับปัญหาพี่น้องประมง พรรคอนาคตใหม่ยืนยันเสมอว่าไม่ได้ต่อต้านมาตรการ IUU  และก็เชื่อว่าพี่น้องชาวประมงเองก็ไม่ได้ต่อต้าน ต่างเห็นร่วมกันว่าเป็นมาตรการที่รักษาสิ่งแวดล้อม  พร้อมเรื่องแรงงาน สร้างมาตรฐานการประมงอย่างยั่งยืน เพียงแต่ที่ไม่เห็นด้วยคือ มาตรการที่ คสช. นำมาใช้ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกกฎหมายโดยที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม อัตราโทษสูงเกินไปไม่สมควรแก่เหตุ ระบบขอใบอนุญาตกระจัดกระจายหลายหน่วยงาน  และไม่มีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านให้พี่น้องประมงได้ปรับตัว เป็นต้น พรรคมีความตั้งใจว่า หลังการรับฟังปัญหาแล้ว ภายใน 1-2 เดือนนี้จะมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมเพื่อจะนำไปผลักดันต่อไป 

 

“ปัญหาจากเวทีแบบนี้เราจะเอาไปผลักดัน ส.ส. ให้เอาไปพูดในสภา  เราจะพยายามทำอย่างสุดความสามารถ จะใช้ทุกศักยภาพที่มี ทั้ง ส.ส. ในสภา ทั้งงานรับฟังปัญหากับภาคประชาชน เพื่อแก้ปัญหานี้ โดยยึดหลักความสมดุลร่วมกันทั้งประมงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้าน ทั้งอนุรักษ์ธรมชาติ อนุรักษ์ชายฝั่ง และชีวิตความเป็นอยู่ชาวประมง  ทั้งเรื่องการต่อสู้การค้าระหว่างประเทศ และการรักษาชีวิตพี่น้องประมงในประเทศ เป็นต้น

ทางออกต้องเป็นแบบนี้ ไม่ใช่เทไปข้างใดข้างหนึ่งเหมือน 5 ปีที่ผ่านมาในยุค คสช. ดังนั้น ไม่ว่ามีเสียงเท่าไหร่ในสภา จะอยู่ในบทบาทใด ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เราสามารถทำงานได้ตลอดเวลา เสียงไม่ใช่ข้อจำกัด การเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านไม่ใช่ข้อจำกัด เวทีแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ”

ปิยบุตรกล่าว

 

ศักดินัย นุ่มหนู ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดตราด ซึ่งบอกว่าตนเป็นคนตราดโดยกำเนิด  ได้รับรู้รับฟังปัญหาของพี่น้องชาวประมงมาโดยตลอด ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสพูดคุยกับพี่น้องชาวประมงโดยตรง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ชาวประมงไม่สามารถออกเรือทำมาหากินได้อย่างเป็นปกติ เกิดภาวะหนี้สิน สิ้นเนื้อประดาตัว หลายครอบครัวถูกคุมขัง ถูกปรับเป็นจำนวนมากจากมาตรการของภาครัฐ  บางคนถูกปรับจนหมดตัวและถูกยึดเรือด้วย ตามมาด้วยหนี้สินอีกมากมาย

 

 

เหตุผลที่หยิบยกประเด็นพี่น้องชาวประมงมานำเสนอเป็นลำดับแรก  เพราะชาวประมงจำนวนมากไม่อาจใช้ชีวิตต่อไปได้อีก หัวหน้าครอบครัวติดคุก ครอบครัวล่มสลาย  ถ้ามองในเชิงความเป็นมนุษย์ ปัญหาของชาวประมงควรต้องได้รับการเยียวยาอย่างเร่งด่วน การบังคับใช้กฏหมายทันทีอย่างเข้มงวดโดยไม่มีช่วงระยะของการเปลี่ยนผ่านผ่อนปรน  หรือบังคับใช้กฎหมายโดยไม่สนใจผลที่ตามมา เป็นสิ่งที่ต้องกลับมาทบทวนให้มากและหาทางแก้ไขโดยเร็ว

 

“เจตนาของการจัดเวทีนี้คือต้องการหาข้อตกลงร่วมกันระหว่างพี่น้องชาวประมงและหน่วยงานภาครัฐทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ว่าจะทำการประมงแบบใดที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐเองไม่ลำบากใจ  และชาวประมงก็สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องระแวงว่าจะถูกจับเมื่อไหร่ เพราะตอนนี้ เรือประมงกว่า 70% ในจังหวัดตราดไม่สามารถทำการประมงได้ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจทั้งจังหวั

ในฐานะที่เป็น ส.ส. หากไม่เป็นกระบอกเสียงให้ชาวประมง ไม่นำประเด็นปัญหานี้เข้าไปในสภา ก็ไม่สามารถพูดได้ว่าเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน”

ศักดินัยกล่าว

 

นอกจากนี้ ศักดินัยยังได้ขอบคุณสมาคมประมง  สมาคมประมงพื้นบ้าน จังหวัดตราด ตลอดจนพี่น้องประมงใน 5 จังหวัด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และตราด ที่มาร่วมงานครั้งนี้ รวมถึงยังได้รับความร่วมมือมาร่วมงานจากภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก

 

กิจกรรมรับฟังปัญหาครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2562 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค พร้อมด้วย ส.ส. ของพรรคในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส. เขต 1 จันทบุรี จารึก ศรีอ่อน ส.ส.เขต 2 จันทบุรี ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส. เขต 3 จันทบุรี จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส. เขต 4 ฉะเชิงเทรา กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส. เขต 7 ชลบุรี และ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ได้แก่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ คารม พลพรกลาง และ เบญจา แสงจันทร์ ร่วมเวทีเสวนาทางออกประมงไทย 

เสวนาครั้งนี้ ศักดินัย นุ่มหนู ส.ส. อนาคตใหม่ เขต 1 ตราด ร่วมกับชาวประมงภาคตะวันออก จัดขึ้น โดยมีวิเชียร ทรัพย์เจริญ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด (อบจ.ตราด) ในฐานะเจ้าบ้านให้การต้อนรับ