fbpx

ข้าพเจ้าจะไม่ทรยศต่อประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดโดยเด็ดขาด

 

ว่าที่ ส.ส. “อนาคตใหม่” ลงนามสัตยาบัน ประกาศ 5 ข้อ “ยุติสืบทอดอำนาจ-ลบล้างผลพวงรัฐประหาร -ปฏิรูปกองทัพ-ยึดอุดมการณ์พรรค-เดินหน้าทวงคืนอำนาจให้ประชาชน” 

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ จังหวัดชลบุรี พรรคอนาคตใหม่จัดสัมมนาว่าที่ ส.ส.ของพรรค   โดยตลอดทั้งวันมีกิจกรรมที่น่าสนใจได้แก่ การกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย” โดย อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา  และอดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้นมีการอธิบายไทม์ไลน์การเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร การเตรียมตัวเป็น ส.ส. และข้อควรปฏิบัติ และสิ่งที่ต้องทำตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกำหนด จากนั้นในช่วงบ่ายมีกิจกรรมแบ่งกลุ่มเวิร์กช็อปในหัวข้อ “ต้องการทำอะไรเมื่อได้เป็น ส.ส.” ก่อนที่ในช่วงเย็น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อทั้งหมด ลงนามคำประกาศสัตยาบันร่วมกันสำหรับการเตรียมตัวทำงานในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

 

 

ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การจะมี ส.ส. ได้เพราะมีประชาชน  มีระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น ว่าที่ ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่ทุกคน ต้องตระหนักว่า ถ้าอำนาจสูงสุดไม่เป็นของประชาชนก็จะไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนี่เป็นตำแหน่งเดียวที่ใช้อำนาจรัฐโดยมีที่มาจากการเลือกของประชาชน ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ   นั้นมาจากการแต่งตั้ง จึงขอให้ภาคภูมิใจในการเข้ามาใช้อำนาจนิติบัญญัติแทนประชาชน ทั้งนี้ ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา เรามีความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง ผู้คนจำนวนมากสิ้นหวังกับการเมือง สิ้นหวังกับระบบรัฐสภา ดังนั้น 6.3 ล้านเสียงที่พรรคอนาคตใหม่ได้มา เป็นคะแนนของความหวังจากประชาชนที่อยากเห็นเราไปทำงานให้ อยากเห็นเราเดินหน้าการเมืองแบบใหม่  อยากเห็นเราเป็น ส.ส.ที่แตกต่างจากในอดีต นี่คือเสียงที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเมื่อเราได้รับอาณัตินี้มาแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไปสร้างการเมืองที่ดีขึ้นตามนโยบายที่เคยให้ไว้ ไม่ว่าจะเป็น การยุติสืบทอดอำนาจของ คสช. ปฏิรูปกองทัพ ลบล้างผลพวงรัฐประหาร จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ฯลฯ นี่คือพันธสัญญาที่ให้ไว้และเราจะไม่มีวันทรยศพี่น้องประชาชน

 

“กรณีเรื่องของงูเห่า เรายืนยันว่าไม่มีงูเห่าสีส้มอย่างแน่นอน เพราะพรรคอนาคตใหม่เรารวมกันด้วยอุดมการณ์ ด้วยความเชื่อมั่นแบบเดียวกัน และผมเองเชื่อมั่นว่า ว่าที่ ส.ส.ของพรรคทั้งหมดนั้น ตระหนักร่วมกันดีถึงการที่เรามีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั่วประเทศ มีสมาชิกของพรรคทั่วประเทศ ช่วยเหลือและทำงานมาด้วยกันอย่างหนัก และเพื่อให้นี่เป็นมิติใหม่ทางการเมือง ผมขอเชิญทุกท่านลงชื่อในคำประกาศสัตยาบัน ซึ่งแม้ไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย แต่จะเป็นหมุดหมายใหม่ว่า เราเริ่มต้นทำงานการเมืองด้วยอุดมการณ์ ด้วยความหวัง และเราจะไม่ทรยศพี่น้องประชาชนที่ให้ความไว้วางใจเรา”

ปิยบุตร กล่าว

 

ส่วน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ว่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ตอนนี้มีราคาตลาด ตามที่เป็นข่าวแล้ว 10 ล้านขึ้นไป เงินจำนวนนี้อาจจะเอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับหลายคน และมีน้อยคนนักจะเคยเห็นเงินสดจำนวนนี้  ซึ่งถ้าเรารับไปย่อมทำให้ชีวิตดีขึ้นแน่ แต่คำถามที่อยากชวนทุกท่านถามตนเองก็คือ เรามารวมกันที่นี่เพราะอยากมีอนาคตดีขึ้นของเราเพียงคนเดียวเท่านั้นหรือเปล่า หรือเข้ามาเพราะว่าอยากให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศดีขึ้น คือ อนาคตที่ลูกหลานของทุกคนได้เรียนฟรีในโรงเรียนที่มีคุณภาพ อนาคตที่ทุกคนมีรัฐสวัสดิการที่ดีที่อนุญาตให้คนได้ลองผิดลองถูกในการใช้ชีวิต อนาคตที่บริการภาครัฐมีมาตรฐานเท่าเทียมกับสากลและถูกออกแบบเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ อนาคตที่คนต่างจังหวัดมีทางเลือกมากกว่างานภาคการเกษตร อนาคตที่คนรวยขึ้นได้เพราะความสามารถไม่ใช่เอาเปรียบผู้อื่น อนาคตที่ประเทศนี้ไม่ต้องเจอะเจอรัฐประหารอีก ขอถามว่าอนาคตแบบนี้มีค่าพอจะไขว่คว้าหรือพอจะเสี่ยงชีวิตเพื่อมันหรือไม่

 

 

“คุณมีทางเลือกที่จะหยิบเงินจำนวน 10 ล้านนั้นแล้วหันหลังให้เพื่อนเราในห้องนี้และจากไป  หรือปฏิเสธมันแล้วนั่งอยู่กับเราทุกคนในห้องนี้ เพื่อร่วมกันยืนยันว่า อนาคตที่เราอยากเห็น คือ สิ่งที่เราจะร่วมกันสร้างขึ้นมาผ่านพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง ผ่านพรรคการเมืองที่ยึดโยงกับสมาชิก  ยึดโยงกับประชาชน นั่นคือพรรคที่เราอยากให้พรรคอนาคตใหม่เป็น และเราจะพาพรรคไปถึงจุดนั้นด้วยกัน ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญอย่างนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยืนยันจุดยืนของพรรคให้มั่นคงแข็งแรง เราจะไม่ยอมให้ก้าวแรกของพรรคอนาคตใหม่ในสภาผู้แทนราษฎรต้องเสื่อมเสีย แปดเปื้อน ผมจึงขอเรียกร้องให้ทุกคนร่วมลงสัตยาบันร่วมกัน”

ธนาธรเน้น

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น ธนาธร ได้อ่านคำประกาศสัตยาบันของสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ที่เป็น ส.ส. ซึ่งระบุว่า ด้วยข้าพเจ้าตามรายชื่อท้ายคำประกาศนี้ เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่  และได้รับการเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่้วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2562 ขอให้สัตย์ปฏิญาณในการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

  1. จะสนับสนุนและผลักดันบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามมติของพรรคอนาคตใหม่  และจะไม่เสนอชื่อหรือให้ความเห็นชอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเด็ดขาด เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  2. จะสนับสนุนและผลักดันการลบล้างผลพวงรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  3. จะสนับสนุนและผลักดันให้มีการปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย
  4. จะยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ทุกประการ
  5. จะต่อสู้ร่วมกันจนกว่าจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

 

 

“ข้าพเจ้าซึ่งลงนามตามรายชื่อท้ายคำประกาศนี้ ขอประกาศว่า คำประกาศนี้เป็นไปตามมโนสำนึกของข้าพเจ้าที่มีอุดมการณ์ร่วมกันกับพรรคอนาคตใหม่ และข้าพเจ้าจะยึดมั่นปฏิบัติคำสัตย์ปฏิญาณนี้ ซึ่งเป็นนโยบายที่ข้าพเจ้าได้หาเสียงไว้กับประชาชน และส่งผลให้ประชาชนได้มอบความไว้วางใจเลือกตั้งข้าพเจ้าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้น ข้าพเจ้าจะไม่ทรยศต่อประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดโดยเด็ดขาด”

คำประกาศสัตยาบัน ระบุ

 

ซึ่งในตอนท้ายมีการลงชื่อของผู้ที่คาดว่าจะได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมด โดยให้แต่ละคนได้เก็บไว้กับตัวคนละ 1 ชุด ท่ามกลางผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ทั้งแบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ รวมถึงเจ้าหน้าที่พรรคอนาคใหม่ รวมแล้วกว่า 500 คน ร่วมเป็นสักขีพยาน