fbpx

(Infographic) สวัสดีวันกองทัพไทย

นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยในปี 2475 ประเทศไทยมีรัฐประหารมาแล้ว 13 ครั้ง กบฏ 11 ครั้ง นั่นทำให้ประเทศไทยอยู่ในยุคที่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบได้แค่ 10 ปี! 

มาถึงวันนี้ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการปกครองภายใต้ระบอบทหารไม่สามารถทำให้ประชาธิปไตยงอกงามได้ เพราะทุกครั้งที่เกิดรัฐประหาร กองทัพเป็นฝ่ายที่ได้ประโยชน์

เพื่อยุติวงจรรัฐประหาร เปลี่ยนให้กองทัพเป็นทหารอาชีพ และนำกองทัพออกจากการเมือง พรรคอนาคตใหม่ชวนทุกคนมาทำความเข้าใจ 8 มาตรการสร้างกองทัพในระบอบประชาธิปไตย

 

1. กองทัพต้องอยู่ใต้รัฐบาลพลเรือน

พรรคอนาคตใหม่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบังคับบัญชาจากระบบผู้บัญชาการเหล่าทัพ มาเป็นระบบเสนาธิการร่วม 

ซึ่งประกอบด้วยเสนาธิการทหารจากเหล่าทัพต่างๆ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน  เพื่อให้กระบวนการตัดสินใจต้องยึดโยงกับรัฐบาลพลเรือน และมีความรับผิดรับชอบต่อรัฐสภา ทำให้ทหารไม่สามารถเคลื่อนย้ายกำลังพลได้เองโดยพลการ

 

2. ซื้อรถถัง เรือดำน้ำ ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้

พรรคอนาคตใหม่จะปฏิรูปกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ของกองทัพ ให้เป็นไปตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การซื้ออาวุธใช้ระบบเปิด มีความโปร่งใส  ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบราคาและสเป็คของสินค้า โดยมีมาตรฐานเทียบเท่านานาอารยประเทศ

 

3. ลดนายพล

พรรคอนาคตใหม่จะลดขนาดกองทัพให้เล็กลง 40% ด้วยการลดอัตรากำลังพลลงจาก 330,000 นาย เหลือ 170,000 นาย แต่พัฒนาให้มีคุณภาพและทันสมัยขึ้น

ลดอัตรานายพลลงเหลือ 1 ใน 4 จากอัตรานายพล 1,600 นาย เหลือ 400 นาย โดยอิงโครงสร้างนายพลของสหรัฐอเมริกา (สหรัฐฯ มีกำลังพลกว่า 1,000,000 นาย แต่มีนายพลไม่ถึง 1,000 นาย)

การลดขนาดกองทัพ จะทำให้มีงบประมาณเพิ่ม 50,000 ล้านบาท ไปสร้างรัฐสวัสดิการเพื่อประชาชน

 

4. ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

พรรคอนาคตใหม่จะยกเลิกระบบเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนมาใช้ระบบอาสาสมัคร ยกเว้นในภาวะสงคราม โดยมีสัญญาจ้าง 5 ปี เพื่อจะได้ฝึกเป็นทหารอาชีพ ได้ค่าตอบแทนสูงและสวัสดิการที่เป็นธรรม เช่น มีทุนการศึกษา ปลดออกไปแล้วมีเงินทุนสำหรับการประกอบอาชีพ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน และได้รับการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน

 

5. เสริมงบวิจัยทางทหาร

ปัจจุบันงบการวิจัยของกองทัพอยู่ที่ 0.5% ของงบประมาณทั้งหมด พรรคอนาคตใหม่จะส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี โดยจะนำงบมาจากการบริหารสินทรัพย์กองทัพให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ที่ดินในเมือง คลื่นวิทยุโทรทัศน์ โทรศัพท์ และกิจกรรมกีฬาต่างๆ ซึ่งจะถูกนำมาบริหารโดยกระทรวงกลาโหมอย่างโปร่งใส

พัฒนากองทัพให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และความคล่องตัว เน้นการรบที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง แทนการใช้กำลังพลขนาดใหญ่

 

6. ยุติระบบอุปถัมภ์ในกองทัพ

พรรคอนาคตใหม่จะปรับระบบการโยกย้ายทหาร เป็นการโยกย้ายด้วยระบบความรู้ความสามารถ คือ พิจารณาผ่านประวัติการทำงานในหน้าที่ และสมรรถนะ เปลี่ยนจากสัญญาจ้างงานตลอดชีพเป็นสัญญา 5 ปี และต้องมีการทดสอบสมรรถนะเสมอ 

ผู้บังคับบัญชามีอำนาจแต่งตั้งลงไปได้เพียง 2 ชั้น เช่น ผู้บังคับการกรม จะได้สิทธิ์เลือกรองผู้บังคับการกรมและผู้บังคับกองพันที่รู้ใจและเข้าขากัน มิใช่ถูกแต่งตั้งมาจาก ระบบ

การแต่งตั้งนายพลต้องผ่านระบบเสนาธิการร่วม ให้รัฐสภาเป็นผู้แต่งตั้งและกำกับดูแล

 

7. บอร์ดรัฐวิสาหกิจ

พรรคอนาคตใหม่จะถอดทหารออกจากบอร์ดรัฐวิสาหกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง  และถอดทหารออกจากคณะกรรมการนโยบายระดับชาติที่เป็นการแทรกแซงการเมืองการปกครอง

*จากรายงานข่าวบีบีซีไทย วันที่ 5 มิถุนายน 2559 พบว่า ในยุค คสช.  รายชื่อทหารเข้ามานั่งในบอร์ดรัฐวิสาหกิจ มีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 42 คน ใน 24 แห่ง เป็น 80 คน ใน 40 แห่ง

 

8. ให้อำนาจประชาชน หยุดรัฐประหาร

พรรคอนาคตใหม่จะผลักดันให้มีการบัญญัติในกฎหมายว่า ให้ประชาชนมีสิทธิ์ฟ้องเอาผิดคณะรัฐประหารฐานกบฏได้ และศาลต้องพิจารณาคดีกบฏให้เสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง

 

#พรรคอนาคตใหม่ #ปฏิรูปกองทัพ
(ติดตามนโยบายปฏิรูปกองทัพฉบับเต็มได้ที่ http://bit.ly/2Hk3D2R )