fbpx

โรงเรียนที่ดีและฟรีจริงเกิดได้ ด้วยพลังองค์กรปกครองท้องถิ่น

ช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์ ทีมอนาคตใหม่ ครูจุ๊ย กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ช่อ พรรณิการ์ วานิช และจารุวรรณ ศรัณย์เกตุ ไปเยือนจังหวัดกระบี่ เพื่อเรียนรู้ความสำเร็จของกระบี่ที่อาจไม่ค่อยมีใครรับรู้ นั่นก็คือการจัดการการศึกษาโดยทัองถิ่น ทีมอนาคตใหม่ได้ไปเยือนโรงเรียนบ้านไสไทย ที่จัดการเรียนการสอนแบบสอดรับกับท้องถิ่น เช่น การเรียนภาษาอังกฤษ  “ทฤษฎีคนขับเรือหางยาว” หรือการให้เด็กออกไปสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่หาดสัปดาห์ละครั้ง เพื่อฝึกภาษาอังกฤษให้ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เหมือนคนขับเรือหางยาวที่พูดอังกฤษได้เพราะต้องต้อนรับลูกค้าฝรั่งเสมอ

นอกจากนี้เรายังได้ไปเยี่ยมโรงเรียนบ้านช่องพลี โรงเรียนแห่งแรกในกระบี่ที่โอนย้ายจากส่วนกลาง  (สพฐ.) ไปอยู่ใต้การบริหารจัดการขององค์กรปกครองท้องถิ่น อบต.อ่าวนาง ใช้เวลาเพียง 12 ปี เพิ่มเด็กจาก 100 เป็น 700 คน และพัฒนาโรงเรียนให้ทันสมัยและมีสาธารณูปโภคครบครันไม่แพ้เอกชน ที่สำคัญคือสามารถให้การศึกษาฟรีกับเด็กได้เกือบ 100% ลดภาระผู้ปกครองไปได้มาก เพราะใช้งบรายหัวที่กระทรวงศึกษาฯ จัดสรร เสริมด้วยงบประมาณจากท้องถิ่น ทำลายมายาคติที่ว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นจัดการศึกษาไม่ได้ดี เพราะไม่รู้ ไม่เชี่ยวชาญเท่ากระทรวงศึกษาฯ

“ผมจะไม่ให้คนที่อยู่ห่างออกไปเป็นพันกิโลเมตรมากำหนดว่าเด็กโรงเรียนผมต้องรู้อะไร เด็กผมยังอ่านไม่ออก ผมก็ต้องสอนภาษาไทยก่อน”

ผอ.กฤษณ์ โชติมุข ผู้บริหารโรงเรียนบ้านช่องพลี ยอมรับว่าเด็กในโรงเรียนต่างจังหวัดแบบที่นี่ จบ ป.6  แล้วยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ถึง 60% เพราะฉะนั้น ผอ.จึงตัดสินใจเน้นการเรียนการสอนภาษาไทย วิชาพื้นฐานที่จะเปิดให้เด็กไปศึกษาหาความรู้ต่อยอดในแขนงอื่น ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดของส่วนกลาง ที่ต้องการให้เด็กเรียนหลากหลายกลุ่มสาระในเวลาเดียวกัน จนเด็กจำนวนมากตามไม่ทัน

ผอ.กฤษณ์ยอมรับว่า ปัญหาใหญ่ของการศึกษาไทย คือครูไม่รู้จักวิธีการสอน รู้แต่หลักวิชาการที่อาจไม่ได้เอามาใช้เลยในการสอนระดับประถมศึกษา และปัญหาที่ใหญ่กว่า คือการจัดการการศึกษาที่รวบอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง ทำให้การเรียนไม่ตอบสนองต่อความต้องการในท้องถิ่น อาชีพที่ท้องถิ่นต้องการ และการจ้างงาน ของบก็ล่าช้าอุ้ยอ้าย ไม่มีประสิทธิภาพ

ผอ. ซึ่งเคยอยู่ทั้งในโรงเรียนระบบ สพฐ. และโรงเรียนที่บริหารโดยองค์กรปกครองท้องถิ่น ตั้งข้อสังเกตว่าโรงเรียนที่อยู่ในการดูแลของ สพฐ. ไม่เห็นใจประชาชน เพราะข้าราชการดูแล ข้าราชการเป็นใหญ่ ผู้ปกครองและเด็กเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชา แต่โรงเรียนที่ดูแลโดย อปท. ซึ่งก็คือดูแลโดยนักการเมืองที่ต้องรับใช้ประชาชน โรงเรียน ครู เจ้าหน้าที่ จึงต้องเอาใจใส่ดูแลประชาชนเช่นกัน

และเมื่อใดที่โรงเรียนตั้งอยู่บนรากฐานประชาธิปไตย รับใช้ประชาชน เมื่อนั้นการออกแบบการศึกษาก็จะตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นได้ นำไปสู่อนาคตที่ประชาชนกำหนดการพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง

 

#ทีมอนาคตใหม่ #พรรคอนาคตใหม่