fbpx

การเมืองแห่งความหวัง การเมืองแห่งอนาคตใหม่

ส่วนหนึ่งจากงานครบรอบ 1 ปีพรรคอนาคตใหม่
Walk With Me Talk With Me

หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
8 มิถุนายน 2562
โดย ปิยบุตร แสงกนกกุล

สวัสดีชาวอนาคตใหม่ทุกคนครับ

มากันล้นหลามอีกเช่นเคยนะครับ วันนี้เราจัดงานครบรอบ 1 ปีของการเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ ถามกันตรงๆ ตรงนี้ครับว่า มีใครในหอประชุมแห่งนี้ได้เข้าไปร่วมประชุมกับเรา ได้เข้าไปเป็นสักขีพยานการประชุมใหญ่ครั้งแรกของเรา เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมปีที่แล้วครับ ยกมือสูงๆ ให้ดูหน่อยครับ – – มีหลายคนนะฮะ

ในห้องประชุมนี้ มีใครไปอยู่ในยิมเนซียมวันที่เราเปิดการปราศรัยใหญ่ วันที่ 22 มีนาคม และในหอประชุมแห่งนี้มีใครบ้างครับที่มาร่วมงานพรรคอนาคตใหม่ครั้งแรกครับ – – นี่ละครับ สิ่งนี้ละครับที่เราต้องการ คือเราต้องการคนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ชาวอนาคตใหม่ทุกท่านครับ

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมปีที่แล้ว ที่ยิมเนเซียมของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พวกเราได้จัดประชุมใหญ่ขึ้น และผมก็เป็นคนปราศรัยหนึ่งคนในนั้น ถ้าท่านจำกันได้ การปราศรัยครั้งนั้น ผมได้ยกบางช่วงบางตอนของนวนิยาย ชื่อ เมืองที่มองไม่เห็น (แปลจาก Le Città Invisibili) เขียนโดย อิตาโล คัลวีโน (Italo Calvino) ท่อนนั้นขออนุญาตอ่านทบทวนให้ท่านได้ฟังกันอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ

ท่อนนั้นบอกเอาไว้ว่า “นรกของคนเป็น หากมีสักขุม ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่เป็นสิ่งที่อยู่ตรงนี้แล้ว เป็นนรกที่เราอาศัยอยู่ทุกวี่วัน เราสร้างมันขึ้นมาขณะอยู่ด้วยกัน มีหนทาง 2 หนทางที่จะไม่เป็นทุกข์เพราะมัน หนทางหนึ่งนั้นง่ายสำหรับคนทั่วไป คือยอมรับนรกและกลายเป็นส่วนหนึ่งของนรก จนมองมันไม่เห็นอีกต่อไป หนทางที่สอง เสี่ยงอันตราย ต้องตั้งใจและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา คือพยายามแยกให้ออกว่า ใครหรือสิ่งใดในใจกลางนรกที่ไม่ใช่นรก แล้วทำให้มันอยู่ยืนนาน และให้พื้นที่แก่มัน”

ชาวอนาคตใหม่ทุกท่านครับ พวกเราชาวอนาคตใหม่ เราเลือกหนทางที่สอง หนทางที่สองคือหนทางที่เราตัดสินใจจะอยู่ในนรกแห่งนี้ต่อไป แต่เราจะไม่ยอมให้นรกกลืนกินพวกเรา และไม่ยอมถูกกลืนกินจนเป็นส่วนหนึ่งในนรก แต่เราจะเปลี่ยนแปลงมัน เราจะคัดแยกคัดสรรส่วนที่ไม่ใช่นรก แล้วผลักดันมันขึ้นมา ให้มันมาควบคุมนรกให้ได้

ทุกท่านครับ การที่เราตัดสินใจอยู่ในนรกแล้วหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงนรกนี้ให้ได้นั้น

นี่คือการเมืองแห่งความหวัง นี่คือการเมืองแห่งอนาคต

ด้วยความหวังทำให้เรามั่นใจว่าเราจะอยู่ในนรกแห่งนี้แล้วไม่ถูกมันกลืนกิน ด้วยความหวังทำให้เรามั่นใจว่าพวกเราชาวอนาคตใหม่มีศักยภาพที่จะกำหนดอนาคตใหม่ของเราด้วยตัวพวกเราเอง

ทบทวนความทรงจำกันสักนิดหนึ่งครับ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้น เติบโตขึ้นมา พร้อมๆ กับความคิดเห็น ความเชื่อของคนจำนวนมากว่า “เป็นไปไม่ได้”
เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่จะสร้างพรรคการเมืองขึ้นมาภายใต้ระบอบเผด็จการ คสช. ที่ยังครองเมืองอยู่ เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะสร้างพรรคการเมืองในฝันที่เจ้าของทุกคนคือสมาชิกร่วมกัน ไม่ใช่กลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มทุน หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นสมาชิกที่เป็นเจ้าของร่วมกัน เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะสร้างพรรคการเมือง ที่ตั้งหน้าตั้งตารณรงค์หาเสียงอย่างสร้างสรรค์ ที่ส่งผู้สมัคร ส.ส. โดยเป็นคนหน้าใหม่ทั้งหมด โดยเป็นคนที่ไม่ได้มาจากตระกูลการเมือง โดยเป็นคนที่ไม่เคยมีใครเป็นอดีต ส.ส. มาก่อน เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ที่คุณจะหาเสียงรณรงค์โดยใช้งบประมาณอย่างจำกัด โดยให้ผู้สมัครเดินหน้าเข้าหาประชาชน เคาะประตูบ้าน เข้าไปให้ถึงใจกลางหัวใจของประชาชนให้ได้ เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะรณรงค์หาเสียงโดยไม่มีหัวคะแนนในมือ เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะมี ส.ส. ได้โดยไม่ดึงอดีต ส.ส. เข้ามาในพรรคเลย เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่คุณจะทำพรรคการเมือง ออกแบบนโยบายมาโดยคิดถึงเรื่องโครงสร้างภาพใหญ่เป็นหลักมากกว่าการตลาดการเมือง แต่ท้ายที่สุดแล้ว หนึ่งปีผ่านไป พรรคอนาคตใหม่ เราได้พิสูจน์แล้วว่า

“เป็นไปได้”

เป็นไปได้ตรงไหนครับ

ณ ปัจจุบันนี้ เรามีสมาชิกพรรคครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ 54,112 คน แล้วดูท่าวันนี้จะเพิ่มอีก เพราะเมื่อกี้แอบไปสังเกตการณ์ดู มีคนต่อแถวสมัครสมาชิกเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นอีกแล้ว

หนึ่งปีที่ผ่านมา พรรคอนาคตใหม่ตั้งสาขา 6 สาขา และมีตัวแทนประจำพรรค ตัวแทนประจำจังหวัด 71 แห่ง พูดง่ายๆ ก็คือใน 77 จังหวัด มีศูนย์ประสานงานของพรรคอนาคตใหม่ มีตัวแทนของพรรคอนาคตใหม่ที่บริหารพื้นที่ในแต่ละจังหวัดครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย เราจัดกิจกรรมระดมทุนหลายครั้ง เราผลิตสินค้าออกมาขายเป็นของที่ระลึก ขายเพื่อระดมทุนเข้าพรรค 50 รายการแล้วตอนนี้ เราสร้างพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา 1 ปี อยู่กับความเป็นไปไม่ได้ แต่เราพิสูจน์แล้วว่า เป็นไปได้

1 ปีผ่านไป ลงเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 มีนา ปรากฏว่าได้มา 6,330,000 คะแนน คิดคำนวณเป็น ส.ส. สัดส่วนที่พึงมีอยู่ที่ 89 คน แต่บังเอิญสูตรคำนวณอันแสนประหลาดพิสดารขโมยของเราไปจนเหลือ 81 คน และท้ายที่สุดครับ 1 ปีผ่านไป เราเสนอหัวหน้าพรรค นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เข้าไปชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสภาผู้แทนราษฎร แม้วันนี้จะพ่ายแพ้ นายกรัฐมนตรีที่เกิดขึ้น สุดท้ายก็จะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งการสืบทอดอำนาจ ได้ ส.ว. มาช่วยเขา เขาได้พรรคการเมืองจำนวนหนึ่งที่ผิดคำพูดกับประชาชนมาช่วยเขาให้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เป็นนายกฯ ของมติมหาชนทั่วประเทศไทยแล้ว

นี่คือหนึ่งปีที่ผ่านมา ที่เราพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่เชื่อกันว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าลงมือทำอย่างตั้งใจแน่วแน่ มันเป็นไปได้เสมอครับ

ทุกท่านครับ ช่วงหนึ่งเดือนก่อนการเลือกตั้ง หนึ่งเดือนก่อนวันที่ 24 มีนาคม ทุกท่านเริ่มกลับมามีความหวัง ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้กฎกติกาจะบิดเบี้ยวอย่างไร แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอดอำนาจอย่างไร แต่อย่างน้อยการเลือกตั้งก็คงเปรียบเสมือนหน้าต่างบานเล็กๆ ให้เราได้ปีนออกไปจากห้องมืดที่อยู่มา 5 ปีบ้าง อย่างน้อยการเลือกตั้ง 24 มีนาคมมันอาจจะเป็นแสงสว่างเล็กๆ น้อยๆ ที่จุดติดขึ้นมา

แต่แล้ว ทุกท่านครับ เลือกตั้งผ่านไป วันที่ 24 มีนาคมผ่านไป คนก็เริ่มคิดว่าสุดท้ายความหวังอาจจะสิ้นสุดลงก็ได้ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าทุกท่านตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทุกท่านตั้งข้อสงสัยว่าการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้โปร่งใสและเป็นธรรมจริงหรือไม่ ทุกท่านเริ่มตั้งข้อสงสัยว่า เอ๊ะ กฎกติกาการเลือกตั้งที่ออกแบบมานี่ สุดท้ายมันสนองถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนจริงหรือไม่ หรือสุดท้ายมันถูกบิดผันไป เรารอกันมาเกือบ 2 เดือน ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการถึงจะออก เรารอกันมาเกือบ 2 เดือนกว่าๆ ถึงจะรู้ว่าใครจะตั้งรัฐบาลกับใคร และจนกระทั่งมาถึงเมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ทุกคนก็เริ่มกลับมาสิ้นหวังอีกแล้ว เริ่มคิดว่าสุดท้ายแล้วประเทศนี้ไปไหนต่อไม่ได้ วนกลับมาที่เดิมเหมือนเมื่อ 22 พฤษภา 57 ทุกคนเริ่มคิดว่าสุดท้ายก็ได้แค่นี้ สุดท้ายคุณก็ได้นายกรัฐมนตรีคนเดิมที่มาจากรัฐประหารแล้วใช้การเลือกตั้งชุบตัวเองกลายไปเป็นนายก “จากการเลือกตั้ง” ทุกคนเริ่มคิดว่าสุดท้ายไอ้การเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคม มันกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้เขาเปลี่ยนจากนายกในชุดทหาร กลายมาเป็นนายกที่ใส่เสื้อสูท เราเริ่มคิดกันว่าถ้าแบบนี้หนีไปประเทศอื่นดีมั้ย เราเริ่มกลับมาคิดกันอีกแล้วว่าถ้าแบบนี้ไปหาคู่สมรสเป็นคนต่างประเทศแล้วหนีไปอยู่ประเทศอื่นดีมั้ย เราเริ่มคิดกันว่า เฮ้ย การเมืองก็ได้เท่านี้แหละ อย่าไปสนใจมันเลย เรากลับไปทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำ เรียนหนังสือ ทำงาน “อยู่เป็น” แบบเดิมดีกว่า เราเริ่มคิดกันว่ายกประเทศนี้ให้เขาไปเถอะ เอาตัวให้รอดไปวันๆ

แต่ทุกท่านครับ ถ้าท่านรู้สึกแบบนี้ขึ้นมาเมื่อไหร่ละก็ ผมเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมถูมือแล้วอมยิ้มที่มุมปากทุกวัน

ความสิ้นหวังเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราจะกลายเป็นอาหารอันโอชะของระบอบรัฐประหารที่กำลังจะสืบทอดอำนาจอยู่อย่างทุกวันนี้

ดังนั้นทุกท่านครับ อย่าให้ความสิ้นหวังบังเกิดขึ้น เราต้องกลับมามีความหวังให้ได้ เราต้องสร้างความหวังหล่อเลี้ยงชะโลมจิตใจของเราเอาไว้ให้ได้ทุกวัน

พรรคอนาคตใหม่จะทำอะไรต่อไป เราจะต่อสู้ในทางการเมือง ทั้งในสภาผู้แทนราษฎร และนอกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาผู้แทนก็ดี นอกสภาผู้แทนก็ดี ทั้งหมดนี้คือเส้นทางการเมืองแห่งความหวัง เส้นทางการเมืองแห่งอนาคตใหม่

ในสภาผู้แทนราษฎร – – บังเอิญว่าเขายังให้ผมเข้าสภาอยู่ ดังนั้นผมจะทำหน้าที่พร้อมๆ กับผู้แทนราษฎรของพรรคอนาคตใหม่ที่ทุกท่านเลือกกันเข้ามา จะปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนราษฎรให้เป็นผู้แทนของราษฎรตัวจริงเสียงจริง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติ เป็นองค์กรเดียวที่ใช้อำนาจรัฐแล้วมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ดังนั้นคนที่ได้เป็นผู้แทนราษฎรจำเป็นต้องสำนึกตลอดเวลาว่า เราขึ้นมาได้เพราะประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกเรามา การได้เป็นผู้แทนราษฎรไม่ใช่อยากจะเข้าไปมีอำนาจ ไม่ใช่อยากจะได้สายสะพายแล้วมาถ่ายรูปติดฝาบ้าน ไม่ใช่อยากจะได้ยศถาบรรดาศักดิ์เพื่อเอาไปเบ่งใส่กัน แต่การได้เป็นผู้แทนราษฎรคือการเข้าไปใช้อำนาจแทนราษฎรทั้งประเทศเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย

งานในสภาผู้แทนฯ เราจะทำอะไรครับ เราจะสร้างงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ในสภา เราจะเข้าประชุมสม่ำเสมอ เราจะอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีแซะ ไม่มีตอด ไม่เสียสมาธิกับเรื่องประท้วงไร้สาระบนเวที แต่เราต้องการพูดแทนประชาชนในสภา

เดี๋ยวพรรคอนาคตใหม่จะเข้าไปคัดเลือกคณะกรรมาธิการตามสัดส่วนที่เราจะได้รับโดยพิจารณาถึงนโยบายของพรรคที่ได้หาเสียงเอาไว้ เราจะเลือกคณะกรรมาธิการที่สามารถผลักดันความคิด ผลักดันนโยบายต่างๆ ของเราได้ แล้วเราจะทำให้คณะกรรมาธิการไม่ใช่คณะที่ ส.ส. เข้าไปนั่งเซ็นเอาเบี้ยประชุมแล้วกลับบ้าน – – ไม่ใช่ แต่ ส.ส. ผู้แทนของพรรคอนาคตใหม่ที่อยู่ในคณะกรรมาธิการจะต้องเข้าประชุม และบันทึก เขียน เล่า ให้กับราษฎรของเราซึ่งเราเป็นตัวแทนของเขาให้เขาได้รับรู้รับทราบว่ากำลังทำอะไรอยู่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละพื้นที่ ก็จะมีการบันทึกเก็บเอาไว้ว่า ณ วันนี้เขาทำอะไร พี่น้องประชาชนในพื้นที่เรียกร้องอะไรเข้ามา เขาไปติดต่อประสานส่วนราชการต่างๆ อย่างไร

งานในสภาผู้แทนราษฎรยังมีอะไรอีกครับ

เราเตรียมตรวจสอบรัฐบาลสืบทอดอำนาจชุดนี้อย่างขยันขันแข็ง ที่ท่านเห็นกันในการอภิปรายเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา นั่นเรียกว่าน้ำจิ้ม นั่นเรียกว่าออเดิร์ฟ เดี๋ยวอาหารจานหลักจะตามมาเป็นชุด เป็นชุด เป็นชุด มีจังหวะมื่อไหร่ โอกาสเหมาะๆ เมื่อไหร่ เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที

การตั้งกระทู้ถาม ส.ส.ของเราในพื้นที่ต่างๆ จะรับเรื่องราวที่ประชาชนประสบพบเจอมา แล้วไปตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎรอย่างสร้างสรรค์ เครื่องไม้เครื่องมือที่สำคัญอีกอันหนึ่งของผู้แทนราษฎรคือการตรากฎหมายครับ พรรคอนาคตใหม่ตอนนี้ได้มา 81 ที่นั่ง แปดสิบเอ็ดที่นั่งทำอะไรได้เยอะแยะเต็มไปหมด เราเสนอร่างพระราชบัญญัติได้ด้วยเสียงของ ส.ส. ของเราพรรคเดียว ดังนั้นครับ เราจะผลักดันพระราชบัญญัติต่างๆ ที่เดินตามแนวนโยบายของพรรคที่หาเสียงเอาไว้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ไม่ว่าจะเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับทลายทุนผูกขาดของอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการกระจายอำนาจ และร่างกฎหมายอีกมากมายเต็มไปหมดที่เราจะพยายามผลักดัน

ชาวอนาคตใหม่ที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้อาจจะคิดในใจว่า แล้วพรรคอนาคตใหม่มี 81 เสียง ยกมือผ่านมันต้องเกินครึ่งไม่ใช่หรือ แล้วออกไปจะผ่านมั้ย เดี๋ยวก็เจอวุฒิสภาที่เป็นผู้แทนของ คสช. 250 คนจะทำยังไง ก็ไม่ผ่านอีกใช่มั้ย โดนสกัดขัดขวางกันเต็มไปหมด ก็ไปเจอศาลรัฐธรรมนูญขัดขวางอีก ใช่หรือไม่

คำตอบของเราก็คือ เมื่อไรก็ตามที่คุณได้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เมื่อนั้น ส.ส. อนาคตใหม่จะได้ลุกขึ้นยืนอภิปรายถึงเหตุผลความจำเป็นที่เราต้องแก้กฎหมาย ที่เราต้องเสนอกฎหมาย และนั่นหมายความว่า เรากำลังเอามติมหาชนที่อยู่ข้างนอกสภา แปลงให้กลายเป็นมติมหาชนเข้าไปอยู่ในสภา

เสียงของประชาชนที่อยู่ข้างนอก จะกลายเป็นเสียงที่ไปปรากฏในสภาผู้แทนราษฎร ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า Institutionalisation คุณทำเสียงที่อยู่ในท้องถนนทั้งหมด ให้กลายเป็นเสียงที่เข้าไปเปล่งดังๆ ในสภา แล้วสักวันมันจะปรากฏให้เกิดขึ้นได้จริง

สำคัญอีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านจำเหตุการณ์วันที่ 5 มิถุนายนได้มั้ย ผมสำรวจโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม เขาว่ากันว่าติดตามการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนั้นทุกๆ แพลตฟอร์ม 7,000,000 กว่าคนทั่วประเทศไทย นี่คือความกระตือรือร้นตื่นตัวในทางการเมืองของประชาชนไทยเต็มที่ แต่เมื่อถึงช่วงลงมติให้ความเห็นชอบ ทุกคนก็เริ่มสิ้นหวัง ทุกคนก็เริ่มโมโหโกรธา บางคนทำอะไรไม่ได้เอาไม้ไปเคาะๆ หน้าจอโทรทัศน์ บางคนทำอะไรไม่ได้ ก่นด่าวิจารณ์ ระบายแสดงออกในโซเชียลมีเดีย เสียงประชาชนถล่มทลาย ทุกๆ โพลล์ของโซเชียลมีเดีย ให้ธนาธร 95% ขึ้นหมด แต่ในสภากลับกลายเป็นอีกแบบหนึ่ง ผมมั่นใจว่าแข่งกันตัวต่อตัวตอนนี้แล้วเอาไปเลือกตั้งเป็นป๊อปปูลาร์โหวตทั้งประเทศ ธนาธรกินขาดลอยลำแน่นอน แต่ด้วยกลไกรัฐธรรมนูญพิสดารแบบนี้ทำให้พวกท่านรู้สึกว่า เฮ้ย มันอะไรกันเนี่ย สุดท้ายผู้แทนที่ท่านเลือกไป สุดท้ายผู้แทนราษฎรที่คนอื่นๆ เลือกไป เอาเข้าจริงไม่สามารถสนองตอบความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง สุดท้ายเขาไม่ได้ฟังเสียงประชาชน แต่สุดท้ายเขาฟังเสียงหัวใจของผลประโยชน์ของแต่ละคนกันเอง สภาพการณ์มันเลยออกมาเป็นแบบนี้ครับ

แล้วเราจะทำอย่างไรครับ?

พรรคอนาคตใหม่ยืนยันครับ สัปดาห์หน้าผมจะแถลงข่าวเปิดร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เอาแก้ไขเรื่องง่ายๆ เบาๆ ก่อน สองเรื่องเท่านั้น อยากจะแก้ทั้งฉบับ แต่งวดนี้เอา 2 เรื่องเบาๆ ก่อน

  1. ยกเลิกมาตรา 279 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน สองเจ็ดเก้าคือมาตราที่รับรอง เสกให้บรรดาประกาศคำสั่งและการใช้อำนาจของ คสช. นั้น ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญชั่วกัลปาวสาน ตั้งแต่ชาตินี้ยันชาติหน้า ดังนั้นเราจะเข้าไปยกเลิกอันนี้
  2. ท่านเห็นแล้วใช่ไหมครับว่า การเลือกตั้ง ลงมติให้ความเห็นชอบไว้วางใจนายกรัฐมนตรีครั้งนี้มันพิสดาร เพราะท่านมี ส.ว. 250 คนที่เป็นผู้แทนของ คสช. เข้าไปนั่งอยู่ด้วย  แล้วลงมติกันแบบเปรี๊ยะๆๆ ไม่มีผิดพลาดเลย ครบถ้วนทุกคน 249 คน เว้น 1 คนคือประธานวุฒิฯ งดออกเสียง แถวตรงจัดระเบียบดีมากครบถ้วนหมด ดังนั้นครับ เราจะเสนอแก้ไขเพิ่มเติม แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยการไปยกเลิกมาตรา 272 ที่ให้ ส.ว. มาเลือกนายกรัฐมนตรี

บางท่านบอก อุ๊ย อาจารย์พูดแบบนี้ขอเปิดรัฐธรรมนูญดูหน่อย พอเปิดแล้วก็บอกผมเอามาขายฝันอีกแล้ว เป็นไปไม่ได้แน่ๆ


ขั้นแรกครับ ส.ส. ที่จะเข้าชื่อเสนอได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องมี 100 คนขึ้นไป ตอนนี้ ส.ส. ของพรรคเราทั้งพรรคมีอยู่ที่ 81 ดังนั้นพรรคเราพรรคเดียวเสนอไม่ได้ ถ้าท่านอยากให้พรรคเราพรรคเดียวเสนอแก้รัฐธรรมนูญได้ง่ายๆ สบายๆ งวดหน้าขอสัก 300 เสียงได้มั้ยครับ

เอ้า ในเมื่องวดนี้ได้มา 81 ก็ทำเท่าที่ได้ ดังนั้นเดี๋ยวพรรคอนาคตใหม่จะต้องไปประสานงานกับพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน ว่ามาช่วยกันลง แล้วช่วยกันเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อจะจัดการมาตรา 279 และมาตรา 272

สุดท้ายท่านอาจจะบอกว่า นี่อาจารย์ก็ฝันอีกนั่นแหละ เป็นไปไม่ได้ เพราะการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องขอเสียงของ ส.ว. ด้วย จะต้องขอเสียงของฝ่ายค้าน 20% ซึ่งก็คือเราอยู่แล้ว ไอ้เสียง ส.ว. นี่จะทำยังไงครับ ท่านก็เห็นผลงานเขาแล้วเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน เป็นไปได้ยากแน่ๆ แต่อย่างที่ผมบอกครับ เมื่อไรก็ตามที่เราเอาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องนี้เข้าสู่สภาผู้แทนได้ เมื่อนั้น ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่และพรรคอื่นๆ ที่ร่วมอุดมการณ์กันอีก 7 พรรคทั้งหมดจะมีโอกาสอภิปรายเรื่องพวกนี้ในสภา แล้วพี่น้องอีก 7 ล้าน 8 ล้าน 10 ล้าน ก็อย่าลืมดูการอภิปรายแบบนั้นอีก แล้วก็ส่งสัญญาณออกไป ในเมื่อทุกท่านวันนี้ท่านเปล่ง voice ของท่าน แต่เขาทำให้ voice ของท่านเป็น voiceless ไม่มีเสียง ท่านต้องเปล่งออกไปเรื่อยๆ เปล่งออกไปเรื่อยๆ เปล่งออกไปทุกวัน จะขอแก้รัฐธรรมนูญ 279, 272 เอา ส.ว. ออกไปจากการเลือกนายกรัฐมนตรี นี่ก็เป็นกระบวนการเอาเสียงประชาชนให้ไปปรากฏอยู่ในรัฐสภา

นี่คืองานการเมืองในสภาของเราครับ

งานการเมืองนอกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอนาคตใหม่ ก็บังเอิญที่เขาไม่อนุญาตให้ธนาธรเข้าสภา ดังนั้นคุณธนาธรจะเป็นหัวเรือใหญ่ของเราในการผลักดันประเด็นต่างๆ อยู่นอกสภาผู้แทนราษฎร

นอกสภาเราจะทำอะไร?

อย่างที่ผมพูดไว้หลายครั้งหลายหนว่าพรรคอนาคตใหม่ต้องการเป็นพรรคการเมืองที่มีชีวิตทุกวัน ไม่ใช่มีชีวิตเฉพาะฤดูกาลของการเลือกตั้ง เลือกตั้งเสร็จแปลงร่างไปเป็นพรรครัฐบาล แปลงร่างไปเป็นพรรคสภา เราไม่ต้องการแบบนั้น ดังนั้นพรรคอนาคตใหม่จึงจะทำกิจกรรมทางการเมืองรณรงค์กับพี่น้องประชาชนต่อเนื่องทุกวันไม่มีวันหยุด เราจะเดินสายไปพบปะกับพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ ไปรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ไปรณรงค์รับสมัครสมาชิกทั่วประเทศ ระดมทุนขายสินค้าที่ระลึกกระจายออกไปทั่วประเทศ ให้ชาวอนาคตใหม่และประชาชนคนไทยคิดขึ้นได้ว่า การเมืองอยู่กับเราทุกวัน เราทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์สนุกสนานได้โดยไม่ต้องกังวลต่อความเสี่ยงภัยอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น กิจกรรมต่างๆ จะเกิดขึ้นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Future Is Now อนาคตใหม่เริ่มได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น Future Forum ที่เราจะจะจัดวงนโยบายรับฟังประเด็นปัญหาเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นงาน Future Fest ที่จะจัดกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม เชิญเยาวชนคนหนุ่มสาว เชิญคนวัยกลางคน วัยสูงอายุ ทุกคนได้เข้ามาแชร์ศิลปวัฒนธรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์สารคดีที่สนับสนุนประชาธิปไตย เราก็จะจัด เราจะจัดกิจกรรมเหล่านี้เต็มไปหมด ไม่เพียงเฉพาะในแง่การจัดกิจกรรมเชิงพื้นที่เท่านั้น เราจะมีรายการเผยแพร่ทางเพจของพรรค เผยแพร่ทางสื่อสารโซเชียลมีเดียของพรรค ตอนนี้เริ่มไปแล้ว ทุกท่านคงติดตามกันอยู่ นั่นก็คือรายการตลาดวิชาอนาคตใหม่ เราเชื่อว่าความรู้ทุกคนต้องเข้าถึงได้ ความรู้ไม่ควรถูกผูกขาดไว้เฉพาะนักวิชาการหรือเฉพาะในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ความรู้ต้องเป็นตลาดวิชาให้ทุกๆ คนเข้าถึงได้ นี่คือวัตถุประสงค์ของการเกิดรายการ ตลาดวิชาอนาคตใหม่ เรายังมีรายการ ประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์ เพื่อที่จะบอกว่าระบอบประชาธิปไตยทุกวันนี้ยังไม่สมบูรณ์ แม้กระทั่งพรรคของเราเองก็ยังไม่สมบูรณ์ จะเอาเรื่องราวเหล่านี้มาเล่าให้พี่น้องประชาชนฟัง และยังมีรายการพิเศษต่างๆ อีกเต็มไปหมด ขอให้ทุกท่านติดตามชม

นี่คืองานการเมืองนอกสภา

ที่สำคัญที่สุดที่จะรณรงค์ต่อไปคือ เราจะจัดเวทีสภาร่างรัฐธรรมนูญจำลอง เดินสายไปรับฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่าอยากแก้รัฐธรรมนูญมั้ย เรื่องอะไร ว่ากันมา เพื่อที่จะไปผลักให้ในสภาไปขับเคลื่อนต่อ

แล้วสร้างฉันทามติให้เกิดขึ้นในประเทศนี้ให้ได้ว่าคนไทยทั่วประเทศอยากเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งหมดคืองานการเมืองที่เราจะทำต่อ

ทุกท่านครับ

ที่ผ่านมาเราเกิดความสิ้นหวัง ถามว่าความสิ้นหวังนี้เป็นความผิดที่เราหรือไม่ ผมคิดว่าไม่ใช่ แต่ความสิ้นหวังนี้มันเกิดขึ้นมาเพราะระบอบรัฐประหารสร้างกระบวนการสืบทอดอำนาจเอาไว้ กระบวนการสืบทอดอำนาจที่เขาออกแบบมาตั้งแต่ยึดอำนาจเสร็จ รัฐธรรมนูญ 57 เกิดขึ้น กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ร่างแล้วล้ม ร่างแล้วล้ม ร่างใหม่ เสร็จแล้วก็ไปทำประชามติ แล้วก็มีคำถามพ่วงแถมมาให้เรา แล้วก็มี ส.ว. มาจากการแต่งตั้งของ คสช. แล้วให้ ส.ว. มาเลือกนายกรัฐมนตรี เสร็จแล้วพอเลือกตั้งเสร็จ เกิดสารพัดพรรคเล็กเต็มไปหมด แล้วก็มีสูตรคำนวณพิสดารเกิดขึ้นอีก เต็มไปหมดเลย สุดท้ายมันมาจบวันที่ 5 มิถุนายน  นั่นคือกระบวนการสืบทอดอำนาจที่เขาฟูมฟักกันมาตั้งแต่ 22 พฤษภา 57 วิ่งเข้าเส้นชัยไปเรียบร้อยแล้ว

ช่วงเวลาที่ผ่านมาทุกท่านอาจจะสิ้นหวังอีกว่า พรรคอนาคตใหม่จะมีอายุได้อีกกี่วัน อีกกี่เดือน อีกกี่ปี ดูท่าแล้วจะไปไม่รอดเพราะโดนคดีความ โดนเรื่องร้องเรียนเยอะเหลือเกิน เรียกได้ว่าพรรคอนาคตใหม่ตั้งมา 1 ปีเศษๆ โดนคดีไปแล้ว 20 กว่าคดี ร้องเรียนเต็มไปหมด เรียกได้ว่าแบบฟอร์มของนักร้อง เขียนชื่อพรรคอนาคตใหม่รอไว้ได้เลยครับ คุณก็เติมข้อเท็จจริงใหม่ๆ ใส่เข้าไป แล้วก็ขับรถ นั่งรถแท็กซี่ไปยื่นที่ กกต. ก็ทำกันแบบนี้จนเรามีคดีอะไรเต็มไปหมด แต่อย่างที่ผมพูดไว้โดยตลอดว่า

ยิ่งมีคดีเท่าไหร่ ยิ่งมีคำร้องเท่าไหร่ นั่นแสดงว่าพรรคอนาคตใหม่มาถูกทางแล้วครับ มาถูกทางเพราะอะไร มาถูกทางก็เพราะว่าคนที่กุมอำนาจอยู่ปัจจุบัน เห็นแล้วว่าเป็นอันตรายของเขา เราจะทำให้อำนาจของคนที่ครองอำนาจอยู่ปัจจุบันนี้ลดน้อยถอยลงไป เราจะเอาประชาธิปไตยกลับมา

ดังนั้น     เขาจึงต้องพยายามสกัดขัดขวางทุกอย่าง ถ้าพรรคเราทำไม่เข้าเป้าเขาก็ไม่สนใจเราหรอกครับ เพราะนี่ละครับเราทำเข้าเป้า เขาจึงให้ความเอ็นดูกับเราเป็นพิเศษ   

ทุกท่านก็ทราบกันดีว่า ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ไอ้ที่เรียกกันว่ายุบพรรคๆๆ มันไม่ใช่กระบวนการในทางกฎหมาย 100% เต็มหรอกครับ ไอ้ที่เรียกกันว่ายุบพรรค เฮ้ย ทุกอย่างทำถูกหมดเลยทำไมยังโดนยุบ เอ๊ะ ทำไมพรรคนี้โดน พรรคนั้นไม่โดน เกิดมีมาตรฐานหลายแบบเกิดขึ้นในประเทศไทย

ทุกท่านก็คงทราบดีว่าการยุบพรรคในประเทศนี้ไม่ใช่เรื่องกฎหมายล้วนๆ แต่มันมีองค์ประกอบในทางการเมืองผสมผสานเข้าไปอยู่ด้วย

เมื่อมันเป็นแบบนี้ มันก็จะเหลือทางเลือกอยู่ 2 ทาง หนึ่ง สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ แกนนำพรรคอนาคตใหม่จงมายืนเรียงแถวแล้วเอามือกุมเป้ากางเกง แล้วไม่ต้องทำอะไรเลย เผื่อจะรอดจากการยุบพรรค หรือสอง คุณก็ทำของคุณต่อไปอย่างระมัดระวัง แล้วพร้อมจะขยับประเด็นที่ก้าวหน้าขึ้น พร้อมที่จะทำงานกับพี่น้องประชาชน แล้วให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในพรรคอนาคตใหม่มากขึ้นๆ จนทำให้เขาตัดสินใจว่า ไม่ยุบมันดีกว่า ผมถามพี่น้องในห้องนี้ เราจะเอาแบบไหน เราจะเอาแบบแรก หรือเราจะเอาแบบที่สอง แบบแรกพิสูจน์มาแล้วและสุดท้ายก็โดนยุบอยู่ดี

สำหรับเรา พรรคอนาคตใหม่ วิธีการที่จะปกป้องไม่ให้พรรคอนาคตใหม่โดนยุบพรรคก็คือ คุณทำการเมืองให้ดี คุณสร้าง ส.ส. ของคุณ คุณมี ส.ส. ของคุณที่เข้าสภา คุณทำงานการเมือง รณรงค์ทั่วประเทศอย่างสร้างสรรค์ ทำให้คนเห็นว่าพรรคนี้มันดีจริงๆ พรรคนี้ควรให้มันไปต่อจริงๆ พรรคนี้มันเป็นผลประโยชน์ มันเป็นความคิดร่วมกันของคนในชาติจริงๆ อย่าไปทำลายพรรคนี้เลย ปล่อยให้พรรคนี้เจริญเติบโตต่อไป ปล่อยให้พรรคนี้เป็นที่รวบรวมกันของคนจำนวนมากที่อยากเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้น ถ้าเราทำได้อย่างนี้ นี่แหละครับคือเกราะคุ้มกันการยุบพรรคที่ดีที่สุด ทุกท่านต้องช่วยกันทำพรรคอนาคตใหม่ให้สร้างสรรค์ ทำพรรคอนาคตใหม่ให้ดี ทุกคนจึงมีส่วนร่วมในการคุ้มกัน คุ้มครองพรรคอนาคตใหม่ด้วยกันทั้งสิ้น

ทุกท่านครับ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบเมื่อตอนเริ่มต้น ผมเริ่มต้นด้วยวรรณกรรม ตอนจบผมก็จะจบด้วยวรรณกรรมเหมือนกัน เพื่อจะปลุกสร้างความหวังให้กับผู้คน มีนวนิยายอีกเรื่องหนึ่ง นวนิยายที่มีชื่อว่า ‘100 ปีแห่งตวามโดดเดี่ยว’  (แปลจาก One Hundred Yesrs of Solitude) เป็นนวนิยายแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ โดยนักเขียนที่ชื่อว่า กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ (Gabriel García Márquez) เขาเปิดเรื่องมา เขาพูดอยู่ประโยคหนึ่งว่า “โลกที่มันเพิ่งสร้างขึ้น เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน มันมีสิ่งจำนวนมาก เต็มไปหมด ที่ไม่มีชื่อเรียก และเมื่อมนุษย์อยากจะเรียกมัน เมื่อมันไม่มีชื่อ ก็ต้องใช้วิธีเอานิ้วชี้เอา” เช่นเดียวกันครับ ประเทศไทย การเมืองไทย มีสิ่งจำนวนมากมีชื่อไปแล้ว แต่ก็ยังมีสิ่งจำนวนมากที่ยังไม่มีชื่อ มีสิ่งจำนวนมากที่มีชื่อไปแล้วแต่พวกเราสามารถเข้าไปเปลี่ยนความหมายมันใหม่ เราต้องเข้าไปสถาปนา ทำงานทางความคิด ช่วงชิงทางความคิดแล้วตั้งชื่อให้กับมัน นี่คือพื้นที่การเมืองที่ยังเปิดกว้างอยู่ ให้พวกเราได้ขยับขับเคลื่อนเข้าไปทำงานในทางความคิด การทำงานทางความคิดมิใช่ทำเฉพาะในสภาผู้แทนราษฎร ท่านทำได้ทุกวัน ทุกวิกฤตคือโอกาสที่เราจะขยับความคิดได้

การเมืองคืออะไรครับ การเมืองคือการแสวงหาอำนาจ แต่การเมืองไม่ใช่การแสวงอำนาจแต่เพียงอย่างเดียว แต่มันคือการแสวงอำนาจ การครองอำนาจ และการใช้อำนาจนั้นอย่างยุติธรรม เพื่อสร้างความผาสุกให้แก่ชีวิตของประชาชน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น การเมืองคือความเป็นไปได้ เมื่อไรก็ตามที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เราจะแพ้ทันที!

การเมืองคือความเป็นไปได้ ความเป็นไปได้ที่เราจะปลุกเอาประชาชนจำนวนมหาศาลได้เปล่งศักยภาพออกมา จากประชาชนที่เป็นตัวเลขจำนวนนับ ให้ประชาชนได้เป็นองค์ประธานของการเมือง เป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดและได้มีส่วนในการตัดสินใจในทุกๆ เรื่องของประเทศนี้ นี่คือการเมืองแห่งอนาคตใหม่

หลายท่านมักพูดเสมอว่า “เวลาอยู่ข้างเรา” แต่เวลาอยู่ข้างเราแล้วเรานั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย คำว่าเวลาอยู่ข้างเราก็จะกลายเป็นเพียงคำปลอบประโลมจิตใจไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง ตรงกันข้ามครับ ถ้าเราเชื่อว่าเวลาอยู่ข้างเรา เราจำเป็นต้องลงมือทำตั้งแต่วันนี้ เดี๋ยวนี้ เพราะถ้ารออย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงไม่มาถึงเราแน่นอน

แน่นอนที่สุดครับ การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ การเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้น มันอาจจะไม่เกิดขึ้นในชั่วชีวิตเราก็ได้ แต่อย่างน้อยที่สุดเมื่อคุณลงมือทำ ความเป็นไปได้เกิดขึ้นแล้ว เหมือนดังที่พรรคอนาคตใหม่พิสูจน์มาตลอด 1 ปีว่าสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในการเมืองไทย วันนี้เป็นไปได้แล้ว ขอพวกเราชาวอนาคตใหม่ ช่วยกันเปลี่ยน IMPOSSIBLE ให้เป็น I’MPOSSIBLE ไปช่วยกันหยิบเครื่องหมาย ‘ (apostrophe) ไปใส่ระหว่างตัว I กับตัว M จาก IMPOSSIBLE ให้เป็น I’MPOSSIBLE พวกเราเป็นไปได้!

อย่าสิ้นหวัง อย่าท้อแท้ เมื่อไหร่ที่ท่านสิ้นหวังท่านจะกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของระบอบรัฐประหารที่กำลังสืบทอดอำนาจอยู่ทุกวันนี้ มาร่วมกันครับ พี่น้องชาวอนาคตใหม่ทุกท่าน มาร่วมมือกันเดินไปอยู่บนเส้นทางของการเมืองแห่งความหวัง การเมืองแห่งอนาคตใหม่ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ผมต้องขออนุญาตขอบคุณพี่น้องประชาชนกว่าหกล้านสามแสนเสียง พี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดในประเทศไทย หกล้านสามแสนกว่าคะแนนที่ให้ความไว้วางใจเลือกพรรคอนาคตใหม่ ผมต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนไทยผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศไทยอีกจำนวนมากที่เอาใจช่วยเรา แม้ครั้งนี้จะยังไม่ได้เลือกเราก็ตาม แต่หวังว่าครั้งหน้าจะเลือกเรานะครับ

ผมต้องขอขอบคุณสมาชิกพรรคกว่า 50,000 คน ทีมงานของพรรค เจ้าหน้าที่ของพรรคที่ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง อาสาสมัครของพรรคที่ช่วยกันรณรงค์อย่างต่อเนื่อง อย่างไม่มีเหน็ดมีเหนื่อย ไม่หยุดหย่อน ผลงานดีๆ ที่ท่านได้เห็น ไม่ว่าจะในโซเชียลมีเดีย ในเวที หรือในการหาเสียงต่างๆ ไม่ใช่ฝีไม้ลายมือ ความเก่งกาจของหัวหน้าพรรคหรือผม แต่คือทีมงานของอนาคตใหม่ทั้งหมดที่ช่วยกันผลักดันออกมา

ผมต้องขอขอบคุณพี่น้องเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน พี่น้องชาวประมง ข้าราชการจำนวนมากที่เอาใจช่วยเราเต็มที่แต่แสดงออกมากไม่ได้ ต้องขอขอบคุณพี่น้อง นิสิต นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ปลุกกระแส “ฟ้ารักพ่อ” ให้เกิดขึ้นมาได้ พวกเขาเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เยาวชนคนหนุ่งสาว เยาวชนคนรุ่นใหม่ มีความสนใจมีความตื่นตัวในเรื่องการเมืองอย่างยิ่ง และเขามีความสามารถเข้ามามีส่วนกำหนดอนาคตใหม่ของเขาเอง ผมต้องขอขอบคุณคนอีกจำนวนมากที่สนับสนุนเรา

ทั้งหมดนี้ ทุกท่านร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของเราตลอด 1 ปีที่ผ่านมา และในอนาคต ในวันข้างหน้า เราต้องการคนที่จะมาร่วมมือ ร่วมทางกับเราอีกต่อไป อย่าท้อแท้ อย่าสิ้นหวัง ขอชวนเชิญทุกท่านเข้ามาร่วมเดินทางไปกับเรา พรรคอนาคตใหม่ เดินทางไปบนเส้นทางของการเมืองแห่งความหวัง การเมืองแห่งอนาคตใหม่

ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงได้ในยุคสมัยของพวกเราครับ

ขอบคุณครับ