“อนาคตใหม่” เปิดปาร์ตี้ลิสต์รุ่นใหญ่ ฮือฮา “สุพิศาล” อดีตผู้การกองปราบ-ชูปลดแอกตำรวจจากกองทัพ “สุรชัย – ชำนาญ” ร่วมดัน “อี กอฟเวอร์เม้นท์” และ “กระจายอำนาจ”

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพรรคอนาคตใหม่ เปิดตัว 10 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งวางตัวเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ตามที่แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญไปแล้วนั้น ล่าสุดในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เตรียมแถลงข่าวแถลงเปิดตัวและชี้แจงภาพรวมของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 350 เขต รวมถึง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดของพรรค โดยรายชื่อที่ได้รับการจับตาคือ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ( ผบก.ป.) อายุ 65 ปี ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ติดตามพรรคอนาคตใหม่ตั้งแต่วันจดจองชื่อเมื่อ 15 มีนาคม ปีที่แล้ว ตอนนั้นตนอยู่ต่างประเทศ ได้ฟังการแถลงข่าวแล้วรู้สึกประทับใจ เห็นว่าสิ่งที่่พรรคจะทำคือสิ่งที่ถูกต้อง จึงค้นชื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และติดตามข้อมูลอื่นๆ ก็รู้สึกว่าเป็นคนหนุ่มที่น่าทึ่ง มีอุดมการณ์ มีความพยายาม คิดไม่เหมือนเศรษฐีคนไหน คือ ยอมทิ้งธุรกิจที่สร้างรายได้มหาศาลของตัวเอง แล้วมาก่อตั้งพรรคด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อประชาชน ไปพูดคุย รับฟังปัญหาจากประชาชนอย่างแท้จริง และเมื่อยิ่งติดตามต่อมาเรื่อยๆ และได้ไปมีส่วนร่วมในวันประชุมกรรมการบริหารพรรคที่ ม.ธรรมศาสตร์ การดีเบตร่วมกับพรรคการเมืองต่างๆ การแถลงนโยบายพรรค ยิ่งทำให้มั่นใจว่า นี่คือสิ่งที่ตนเองอยากเห็น และคิดว่าควรที่จะนำความรู้ความสามารถที่มีไปร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศนี้ร่วมกับพรรคอนาคตใหม่ จึงได้ไปสมัครเป็นสมาชิกตลอดชีพ และต่อมาก็เสนอตัวเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ตามขั้นตอนตามระเบียบของพรรค ซึ่งก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อยว่า ถ้ารู้จักคุณธนาธรตั้งแต่ต้น จะไปร่วมเป็นผู้จดจัดตั้งพรรคตั้งแต่แรกด้วย

“สำหรับสิ่งที่อยากจะผลักดันร่วมกับอนาคตใหม่ ผมไม่ใช้คำว่าปฏิรูปตำรวจ แต่ขอเรียกว่า ‘พาตำรวจกลับบ้าน’ นั่นคือ ตำรวจต้องแยกออกจากกองทัพ เพราะวันนี้ถูกพ่วงอยู่กับ 4 เหล่าทัพ เรียนก็เรียนด้วยกัน แล้วก็ลอกรูปทรง รูปแบบทหารที่เป็นการใช้คำสั่งมาใช้ ซึ่งไม่ใช่ เพราะตำรวจต้องรับใช้ประชาชน การพาตำรวจกลับบ้านก็เพื่อให้ตำรวจมาขึ้นตรงกับประชาชน นั่นก็คือ นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชาชน โดยมีข้อเสนอว่า ในช่วงท้ายๆ ของการเรียนของนักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ต้องให้ไปเรียนร่วมกับกับมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาของประชาชนด้วย ดึงองค์ความรู้ของประชาชนมาอยู่กับตำรวจ เพื่อที่จะออกไปทำงานรับใช้ประชาชนได้อย่างแท้จริง นี่คือสิ่งที่เรียกว่า พาตำรวจกลับบ้าน มาสู่อ้อมกอดของประชาชน” พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าว

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวอีกว่า การพาตำรวจกลับบ้านนี้ เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายการกระจายอำนาจของพรรคอนาคตใหม่ เป็นการปลดแอกตำรวจออกจากกองทัพ ให้มาอยู่ภายใต้การดูแลของประชาชน ต้องมีการบริหารจัดการสำนักงานตำรวจแห่งชาติใหม่ ให้ตำรวจยึดโยงกับท้องถิ่น นอกจากนี้ เวลามีการชุมนุม ตำรวจในท้องถิ่นต้องไม่ถูกเกณฑ์เข้ามาดูแลควบคุมฝูงชน อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ การควบคุมฝูงชนต้องเป็นหน้าที่ส่วนกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากรายชื่อของ พล.ต.ต.สุพิศาล แล้วยังมีรายชื่อของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ ที่ถือว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์อย่างยาวนานในด้านที่ตัวเองถนัด ที่จะมาผลักดันนโยบายพรรคตามที่เสนอไปให้เกิดขึ้นจริง อาทิ นายสุรชัย ศรีสารคาม อายุ 64 ปี กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภูมิภาค ภาคกลาง อดีตปลัดกระทรวงไอซีที ที่จะมาดูแลในเรื่องของ e-government รัฐที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ นายชำนาญ จันทร์เรือง อายุ 62 ปี รองหัวหน้าพรรค และผู้มีส่วนสำคัญในการผลักดัน พ.ร.บ.เชียงใหม่มหานคร ที่จะมาดูแลในเรื่องการกระจายอำนาจ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่เรียกชื่อว่านโยบายยุติระบบรัฐราชการรวมศูนย์ เป็นต้น