แถลงการณ์พรรคอนาคตใหม่ เรื่อง บทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กับการคุ้มครองเสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง

ตามที่เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แจ้งคำสั่งทางปกครองถึงพรรคอนาคตใหม่ด้วยวาจาเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ห้ามพรรคอนาคตใหม่รับบริจาคเงินจากสมาชิกพรรคหรือบุคคลภายนอก โดยอ้างถึงประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๗/๒๕๕๗ ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ พรรคอนาคตใหม่ได้ยื่นหนังสือขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยืนยันคำสั่งทางปกครองดังกล่าวเป็นหนังสือ ประกอบกับภายหลังจากนั้น พ.ต.อ. จรุงวิทย์ ภุมมา (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง) ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนความว่า การรับบริจาคหรือระดมทุนของพรรคการเมืองจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้น
​พรรคอนาคตใหม่ ขอแถลงดังนี้

​1. ตามหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ระบุถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้การบริหารพรรคการเมืองเป็นไปโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้ เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการกำหนดนโยบายและการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และกำหนดมาตรการให้ดำเนินการโดยอิสระไม่ถูกครอบงำหรือชี้นำโดยบุคคลซึ่งมิได้เป็นสมาชิกของพรรคการเมือง ด้วยเหตุนี้ มาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน จึงกำหนดให้พรรคการเมืองมีรายได้จากหลากหลายช่องทาง ซึ่งรวมถึงรายได้จาก เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการรับบริจาค การจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมือง ตลอดจนการจำหน่ายสินค้าหรือบริการของพรรค ทั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่ได้ยึดถือหลักการดังกล่าวเป็นแนวทางในการหารายได้มาใช้เป็นทุนในการดำเนินกิจกรรมของพรรคมาโดยตลอด

​2. ตามหลักการพื้นฐานของรัฐเสรีประชาธิปไตยที่รับรองสิทธิเสรีภาพของบุคคล บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพเป็นหลัก ส่วนการจำกัดสิทธิถือเป็นข้อยกเว้นและจะกระทำเช่นนั้นได้ต้องมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้ง กำหนดวัตถุประสงค์ของการจำกัดสิทธิเสรีภาพและต้องจำกัดสิทธิเสรีภาพไว้อย่างพอสมควรแก่เหตุตามหลักความได้สัดส่วนอันเป็นหลักรัฐธรรมนูญทั่วไป ภายใต้หลักการดังกล่าวนี้พรรคการเมืองซึ่งเป็นนิติบุคคลจึงย่อมมีสิทธิเสรีภาพที่จะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่าง ๆ ได้ เท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย

​3. ข้อ 2 แห่งประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 เรื่องให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับมีผลบังคับใช้ต่อไป ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2557 กำหนดห้ามมิให้ “พรรคการเมืองที่มีอยู่แล้ว” ดําเนินการประชุม หรือดําเนินกิจการใด ๆ ในทางการเมือง เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อย จากถ้อยบัญญัติของประกาศ คสช. พรรคการเมืองที่ตกอยู่ภายใต้บังคับของประกาศฉบับนี้จึงย่อมหมายเฉพาะพรรคการเมืองที่ดำรงสถานะเป็นพรรคอยู่ก่อนวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับคือวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เท่านั้น แต่ไม่รวมถึงพรรคอนาคตใหม่ซึ่งเพิ่งมีสถานะเป็นพรรคการเมืองตามกฎหมายเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 อันเป็นเวลาภายหลังจากประกาศมีผลใช้บังคับด้วย ดังนั้น เมื่อพิจารณาตามหลักการของรัฐเสรีประชาธิปไตยที่อ้างถึงในข้อ 2. พรรคอนาคตใหม่จึงมีเสรีภาพที่จะดำเนินกิจกรรมทางการเมือง กล่าวโดยเฉพาะคือการรับบริจาค การจัดกิจกรรมระดมทุน รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าหรือบริการของพรรคตามข้อ 1. ได้ ไม่ต้องห้ามตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 แต่อย่างใด สมควรกล่าวด้วยว่า นอกจากประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 แล้ว ตามข้อ 4 แห่งคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2560 อันเป็นกฎเกณฑ์ที่ออกมาในภายหลัง ซึ่งกำหนดห้ามมิให้ “พรรคการเมืองตามมาตรา 140” แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 จัดให้มีการประชุมใหญ่ จัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ประชุมสมาชิกพรรคการเมือง หรือดำเนินการอื่นใดในทางการเมืองนอกเหนือจากที่กำหนดอนุญาตไว้ในคำสั่งนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก คสช. นั้น เมื่อพิจารณาประกอบกับมาตรา 140 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวแล้ว พรรคการเมืองที่ตกอยู่ภายใต้บังคับของข้อห้าม หมายถึงเฉพาะพรรคการเมืองที่จัดตั้งหรือเป็นพรรคการเมืองตามกฎหมายพรรคการเมืองฉบับเดิม (คือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550) และยังดำรงอยู่ในวันก่อนวันที่ 8 ตุลาคม 2560 อันเป็นวันที่กฎหมายพรรคการเมืองฉบับปัจจุบันคือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ใช้บังคับ ข้อห้ามตามข้อ 4 แห่งคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ข้างต้น จึงไม่ใช้บังคับกับพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเพิ่งมีสถานะเป็นพรรคการเมืองตามกฎหมายเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 แต่อย่างใด

อนึ่ง ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2561 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ 14 กันยายน 2561 ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่ คสช. กำหนดเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมใด ๆ ของพรรคการเมืองฉบับล่าสุด โดยข้อ 2 แห่งคำสั่งได้แก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 โดยเพิ่มความเป็นมาตรา 141/1 ซึ่งเนื้อหาเป็นการกำหนดถึงกิจกรรมทางการเมืองที่พรรคการเมืองจะดำเนินการได้ จะต้องแจ้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าห้าวัน ทั้งนี้เมื่อได้แจ้งเรื่องดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าได้รับอนุญาตจาก คสช. ด้วย นั้น พิจารณาแล้วเห็นได้ว่ากิจกรรมที่กำหนดไว้ตามมาตรา 141/1 ข้างต้น มิได้รวมถึงกิจกรรมหารายได้ในลักษณะของการรับบริจาค การจัดกิจกรรมระดมทุน และการจำหน่ายสินค้าและบริการแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ ภายใต้หลักการของรัฐเสรีประชาธิปไตยที่ว่า การมีสิทธิเสรีภาพถือเป็นเรื่องหลัก ส่วนการจำกัดสิทธิถือเป็นข้อยกเว้นและจะจำกัดได้ต้องมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งตามที่อ้างถึงในข้อ 2. พรรคการเมืองต่าง ๆ รวมทั้งพรรคอนาคตใหม่ จึงย่อมดำเนินกิจกรรมเช่นว่านั้นได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 141/1 แต่อย่างใด

​4. พรรคอนาคตใหม่เห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นองค์กรของรัฐซึ่งรัฐธรรมนูญมอบหมายให้มีอำนาจหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง อันถือเป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในการปฏิบัติภารกิจอันสำคัญนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งย่อมมีบทบาทสองประการหลัก ประการที่หนึ่งคือ บทบาทในการกำกับการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีอำนาจในการกำกับเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อมีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจไว้โดยชัดแจ้ง นอกจากบทบาทประการแรกแล้ว บทบาทประการที่สองซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือการส่งเสริมให้การเลือกตั้งดำเนินไปอย่างเสรีตามวิถีประชาธิปไตย ด้วยบทบาทเช่นนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งสมควรเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองต่าง ๆ สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ได้อย่างเต็มที่ จริงอยู่ ณ ปัจจุบัน ยังมีประกาศและคำสั่งของ คสช. ฉบับต่าง ๆ วางข้อจำกัดในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองหลายประการ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งองค์กรผู้มีหน้าที่บังคับการให้เป็นไปตาม “กฎหมาย” เหล่านั้น ย่อมสามารถตีความกฎเกณฑ์ดังกล่าวไปในแนวทางที่สนับสนุนส่งเสริมการใช้เสรีภาพในการรวมตัวกันเป็นพรรคการเมืองซึ่งรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญได้ มิพักต้องกล่าวถึงการเรียกร้องไปยัง คสช. ให้ยกเลิกประกาศและคำสั่งเหล่านั้นเพื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองสามารถใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญได้อย่างแท้จริง
​พรรคอนาคตใหม่เห็นว่า การดำเนินการเช่นที่กล่าวข้างต้นนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการพิสูจน์ตนเองต่อสาธารณชนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นองค์กรที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลขององค์กรอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คสช. ทั้งเป็นการแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญขององค์กร ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านจากระบอบเผด็จการไปสู่ระบอบประชาธิปไตยด้วย​