คำแถลง “อนาคตใหม่ ไทย 2 เท่า” – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

วันที่ 1 ตุลาคม 2561

ทุกท่านครับ ผมมีคำถามมาถามทุกท่าน 2 ข้อ

ข้อแรก คุณอยู่ที่ไหนในประเทศไทย ผมไม่ได้หมายถึงสถานที่ที่คุณอยู่ หรือแม้แต่ความร่ำรวย ความยากจนที่คุณมี แต่ผมหมายถึงสิทธิ ผมหมายถึงโอกาสในชีวิต ตั้งแต่ตอนที่คุณคลอดออกมาจากท้องแม สมัครเข้าโรงเรียน หางานทำ ผ่อนบ้านสักหลัง เปิดธุรกิจใหม่ รวมถึงการรักษาตัวเมื่อยามเจ็บป่วย

ถ้าผมจับคนไทยเกือบ 70 ล้านคน มาต่อแถวเรียงกันตามลำดับ ตามสิทธิ โอกาสที่คุณได้จากรัฐไทยที่คุณได้จากประเทศนี้ คุณคิดว่าคุณจะยืนอยู่ตรงไหน

ในแถวของคนกว่า 70 ล้านคนนี้ ตรงหัวแถว ตรงกลางแถว หรือปลายแถว คุณมีสิทธิและโอกาสเท่ากับคนอื่นแค่ไหนในสังคม

คำถามข้อที่สองคุณคิดว่าประเทศไทยอยู่ตรงไหนในโลกใบนี้  

ใช่ครับ ผมไม่ได้หมายถึงที่ตั้งในเชิงภูมิศาสตร์ ผมไม่ได้หมายถึงประเทศไทยอยู่ทวีปไหนในโลกใบนี้ ผมไม่ได้หมายถึงรายได้ของประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

แต่ผมหมายถึงคุณภาพการบริการของรัฐ ผมหมายถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนที่อยู่ในประเทศนี้ได้เติบโต เรียนรู้ ได้ใช้ชีวิตที่มีคุณค่าและเปี่ยมความหมาย

ถ้าผมจับประเทศที่ในโลกเกือบ 200 ประเทศมาเรียงต่อแถวกันตามลำดับคุณภาพของการให้บริการของรัฐ ตามลำดับคุณภาพของการใช้ชีวิต คุณคิดว่าประเทศไทยอยู่ตรงไหน อยู่หัวแถว อยู่กลางแถว หรืออยู่ปลายแถว แน่นอนครับ เราทุกคนเลือกเกิดไม่ได้ว่าจะเกิดมาในครอบครัวที่ยากดีหรือมีจน

และเช่นเดียวกันประเทศไทยก็เลือกไม่ได้ ที่จะไปตั้งอยู่ในทวีปไหนบนโลก นั่นเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุมของเรา แต่สิทธิและโอกาสในชีวิตของแต่ละคนเป็นสิ่งที่เราเลือกได้ เป็นสิ่งที่เราสร้างได้ เป็นสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงได้

เหมือนกับการบริการของภาครัฐ การแข่งขันทางธุรกิจ และมาตรฐานความเป็นอยู่ เป็นสิ่งที่แต่ละประเทศสร้างได้ เปลี่ยนแปลงได้ ทั้งในทางดีและในทางร้าย แต่ทำไมสิทธิและโอกาสของคนไทยที่อยู่กลางแถว และคนไทยที่อยู่ท้ายแถว ช่างแตกต่างกับคนไทยหัวแถวราวฟ้ากับเหว

ทำไมบริการของภาครัฐและมาตรฐานการใช้ชีวิตในประเทศไทยถึงห่างกับประเทศอื่นๆ ออกไปเรื่อยๆ

เงินทุกบาทที่ใช้หว่านโฆษณางานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลคสช. เงินทุกบาทที่ไม่ได้ใช้ไปเพื่อทำให้โรงเรียนของเราดีขึ้น

เงินทุกบาทที่ถูกใช้ซื้ออาวุธเข้ากองทัพ คือเงินทุกบาทที่หายไปจากงบบัตรทอง ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยแพร่กระจายไปทุกมิติ

ในขณะที่ประเทศไทยเองก็ไม่เคยได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ไม่สามารถยืนบนเวทีโลกได้อย่างสง่าทรนง ทั้งที่เรามีความพร้อมกว่าประเทศอื่นๆ จำนวนมาก ประเทศของเราก้าวเดินอย่างสะเปะสะปะ เติบโตอย่างไร้ทิศทางกันมานานเหลือเกิน

ทุกท่านครับ พรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นและรวมตัวกันเพื่อเสนอเส้นทางใหม่ให้กับสังคมไทย

เราอยากเห็นประเทศไทยก้าวเดินไปอย่างมีทิศทาง เราอยากเห็นคนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเท่าทันโลก

คนไทยต้องได้รับสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าคุณจะเกิดมาในสังคมแบบไหน ไม่ว่าคุณจะเติบโตในจังหวัดอะไร ไม่ว่าคุณจะมีเพศสภาพอย่างไร เราต้องยืนยันสิทธิและโอกาสของคนไทยที่เท่าเทียมกัน

เราถูกทำให้เชื่อว่าความรวยความจนเป็นเรื่องของความพยายามส่วนบุคคล ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเกี่ยวโยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กับสิทธิ เสรีภาพ และบริการของภาครัฐ อย่าให้ลูกหลานของเราถูกกักขังโดยชาติกำเนิดเพราะความไม่เท่าเทียมกันในสังคม

หลายคนบอกผมว่าจะทำให้ประเทศไทยเท่าเทียมกันเป็นไปไม่ได้หรอก เป็นเรื่องเพ้อฝัน ไม่มีทางเกิดขึ้นจริงในประเทศนี้ได้

ผมมีเรื่องที่อยากจะเล่าให้ทุกท่านฟัง เป็นเรื่องของความฝันของคนธรรมดา เพื่อจะบอกว่าสังคมใหม่ที่ดีกว่านี้เป็นไปได้ ประกันสังคมเคยเป็นสิ่งที่เกินฝันสำหรับคนไทยรุ่นก่อน แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นสวัสดิการพื้นฐานของประเทศ

ประกันสังคมถูกทำให้เป็นกฏหมายในปี 2497 แต่กว่าจะถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง การทำรัฐประหารก็ได้ทำลายกฏหมายประกันสังคมก่อนถูกนำมาใช้

พี่น้องผู้ใช้แรงงาน และคนที่อยากเห็นคนยากคนจนมีสวัสดิการใช้เวลาอีกกว่า 4 ทศวรรษกว่าที่จะทำให้ประกันสังคมเป็นไปได้จริง

ประกันสังคมคือผลของความกล้าที่จะฝันถึงอนาคตที่ดีกว่า ผลของการรวมพลังผ่านการเมืองที่เปิดกว้าง และผลของการยืนหยัดต่อสู้ถึงอนาคตที่เราฝันถึง

ปัจจุบันนี้มีคนกว่าล้านคนที่ดำรงชีวิตด้วยการพึ่งพาประกันสังคม ซึ่งเป็นรากแก้วของรัฐสวัสดิการ  

นี่คือความฝัน นี่คือเรื่องราวการต่อสู้เรียกร้องของคนธรรมดา และมันพิสูจน์ว่าคนไทยทำได้ และถ้าเราร่วมมือกัน เราจะทำได้อีกครั้ง

นอกจากอนาคตที่เท่าเทียมกัน เรายังต้องสร้างมาตรฐานบริการของรัฐให้เท่าทันกับโลก ต้องขีดเส้นไว้ให้ชัด ต้องยกระดับความเป็นไทย ให้เป็นไทยสากล เป็นประเทศไทยที่ทะยานไปอย่างเต็มศักยภาพ ไม่น้อยหน้าใครในเวทีโลก

ไม่กี่วันก่อน ผมได้จุดประเด็นการถกเถียงเรื่องการยกระดับระบบคมนาคมไทย จากการนำเสนอตัวเลือกเรื่องไฮเปอร์ลูป ระบบรถไฟที่เดินทางโดยอุโมงค์ด้วยความเร็วเกิน 1,000 กม./ชม. คนไทยจำนวนมากบอกว่านี่เป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่อย่าลืมว่าครั้งหนึ่งยานอวกาศ เครื่องบิน และรถไฟความเร็วสูง เทคโนโลยีคมนาคมที่ทันสมัยที่สุดในโลกตอนนี้

หลายคนตั้งถามว่ามันเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน แต่ทุกท่านครับ ครั้งหนึ่งไม่มีใครเชื่อว่าคนในโลกจะติดต่อกันด้วยอินเตอร์เน็ต และสมาร์ทโฟน ครั้งหนึ่งเครื่องบินก็เป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันมาก่อน และจนถึงทุกวันนี้รถไฟความเร็วสูงก็ยังเป็นความเพ้อฝันในสังคมไทย

ผมถือว่าเราในฐานะพรรคการเมือง ต้องทำหน้าที่เสนอความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่จะผลักดันประเทศไปข้างหน้า ไม่ใช่แค่การตามประเทศอื่นให้ทัน แต่ต้องกล้าที่จะเป็นผู้นำในเวทีโลกด้วย

มีแต่การกล้าฝันที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวหลุดจากกับดักรายได้ระดับกลาง และทำให้คนไทยเป็นชาติที่รายได้สูง มีแต่การกล้าฝัน กล้าที่จะขีดคลื่นของโลกาภิวัฒน์เท่านั้น

แต่เราจะเท่าทันโลกไม่ได้ครับ หากเราไม่เท่าเทียมกันในประเทศเสียก่อน

ในขณะเดียวกันเราจะหลับหูหลับตาทำอะไร โดยไม่เรียนรู้บทเรียนจากโลกภายนอกก็ไม่ได้

มาฝันร่วมกับพวกเรา ฝันถึงอนาคตสองเท่า

อนาคตที่การคมนาคมได้มาตรฐานสากล เชื่อมโยงทุกตำบล ให้เข้าถึงงานที่ดี และบริการสาธารณะ อนาคตที่โรงเรียนมีคุณภาพ อยู่ใกล้บ้าน ฐานะความยากดีมีจน ไม่ใช่กำแพงขวางกั้นการเรียนรู้ของเยาวชนอีกต่อไป

อนาคตที่ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็ได้รับบริการที่เท่าเทียมกันจากโรงพยาบาล ไม่ต้องรอคิวนาน หรือใช้เส้นสาย อนาคตที่เกษตรกรสามารถเป็นเจ้าของโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย ต่อรองราคาขายได้มากขึ้น

อนาคตที่ทุกจังหวัดมีอำนาจจัดการทรัพยากร และการคลังด้วยตนเอง เพื่อตอบสนองเสียงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

นี่คืออนาคตใหม่ นี่คืออนาคตที่คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเท่าทันโลก

ผมขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกับเรา นี่คือทิศทางที่เราอยากผลักดัน คือหลักการที่เรายืนยัน คือธงที่เราอยากปักไว้ให้สังคม

สามเดือนถัดจากนี้ ทุกคนจะได้เห็นนโยบายแต่ละด้านของพรรคที่ร้อยรัดเชื่อมโยงด้วยหลักการทั้งสอง ทั้งในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตรก้าวหน้า ยกระดับการศึกษา การพัฒนาอุตสาหกรรม การเพิ่มอำนาจท้องถิ่น และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

นี่คืออนาคตใหม่ ไทย 2 เท่า ที่คนเท่าเทียมกัน และประเทศไทยเท่าทันโลก

ณ จุดตัดแห่งประวัติศาสตร์นี้ ผมขอเชิญทุกคนร่วมเดินไปกับเรา

ขอบคุณครับ