คำแถลง “กว่าจะมาเป็นนโยบายอนาคตใหม่” – ศิริกัญญา ตันสกุล

วันที่ 1 ตุลาคม 2561

สวัสดีค่ะ ดิฉัน ศิริกัญญา ตันสกุล รับหน้าที่ดูแลงานนโยบายของพรรคอนาคตใหม่

แนวทางการทำงานนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ เรายึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย แบบมีส่วนร่วม ดังนั้น นโยบายของพรรคเรา จึงไม่ได้มาจากการนั่งคิดของหัวหน้าพรรค ของดิฉันเอง หรือกรรมการบริหารพรรคไม่กี่คน

นโยบายของพรรคอนาคตใหม่ จะต้องมาจากความต้องการ ข้อเรียกร้อง และการเสนอนโยบายโดยประชาชนและสมาชิกพรรค

งานของดิฉันและทีมนโยบาย  ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความต้องการและข้อเสนอแนะจากประชาชน ให้ไปสู่นโยบาย ที่พร้อมนำไปปฏิบัติจริงค่ะ

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา  เราได้ยินเสียงเรียกร้องจากสังคมถึงนโยบายพรรคอนาคตใหม่ ถึงนโยบายอะไรบ้างที่จะนำเสนอต่อสังคมไทย

ดิฉันอยากเรียนให้ทุกท่านทราบว่า ข้อจำกัดจากประกาศและคำสั่ง คสช. ที่ห้ามพรรคการเมืองและประชาชนดำเนินกิจกรรมทางการเมืองก็เป็นเหตุผลหนึ่ง

แต่อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้เรายังไม่นำเสนอนโยบายจนถึงวันนี้ ก็เพราะว่าด้วยเจตนารมณ์ของเราตั้งแต่ก่อตั้งพรรคคือการจะได้มาซึ่งนโยบายต้องผ่านกระบวนการรับฟังปัญหา ผ่านการรับฟังความคิดเห็น กลั่นกรอง และวิเคราะห์ ออกแบบอย่างรอบคอบ

ตลอดเกือบ 7 เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่เริ่มต้นทำงานทางการเมือง

เรามีการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเกือบ 70 จังหวัดทั่วประเทศ

เรามีวงนโยบาย 13 วง ที่นำโดยคนที่มีความสนใจ และใส่ใจในประเด็นนั้นๆ เพื่อขับเคลื่อนประเด็นนโยบายของตัวเอง

ข้อเสนอต่างๆ  ต้องมีการวิเคราะห์วิจัยมารองรับ ถอดบทเรียนจากตัวอย่างในต่างประเทศ เช็คความถูกต้อง ความเป็นไปได้กับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ มีการจัด Hackathon ในการระดมสมองเพื่อให้ได้ไอเดียในการแก้ปัญหาใหม่ๆ มีการปรึกษาผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบาย

ทั้งหมดนี้เพื่อให้เราเชื่อมั่นว่านโยบายที่เรานำเสนอนั้นจะสามารถนำมาปฏิบัติได้จริง ได้ผลจริง และตรงตามความต้องการของประชาชน ซึ่งแน่นอนว่ากระบวนการต่างๆ เพื่อให้ได้นโยบาย ที่ว่ามานี้นั้นไม่ง่าย  และใช้เวลาไม่น้อยเลย

ทุกนโยบายจะวางอยู่บนหลักการ 3 ป. ที่เราได้ประกาศมาตั้งแต่ต้น นั่นคือ ปลดล็อก, ปรับโครงสร้าง และ เปิดโอกาส

ป. แรก ปลดล็อก กฎหมาย ข้อบังคับที่เอื้อต่อการผูกขาดต้องถูกยกเลิก ข้อจำกัดต่างๆ ที่กดทับ ขัดขวางประชาชน ให้ไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ต้องถูกทำลายทิ้งไป

ป. ที่สอง ปรับโครงสร้าง โครงสร้างอำนาจที่ตกอยู่ในมือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งต้องถูกแก้ไขให้กลับมาอยู่ในมือคนส่วนใหญ่ โครงสร้างงบประมาณที่บิดเบี้ยว ไร้การตรวจสอบ ก็ต้องถูกเปลี่ยนเสียใหม่

ป. สุดท้าย เปิดโอกาส  ต้องเปิดกว้างรับสิ่งที่จะเป็นโอกาสที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคต

จากหลักการข้างต้น  เราได้ออกแบบกระบวนการจัดทำนโยบายขึ้นมา

ดิฉันขอยกตัวอย่างเพื่อให้ทุกท่านได้เห็นกระบวนการทำนโยบายของเรา  คือ นโยบายเกษตรอย่างเช่น นโยบายข้าว เริ่มจากผู้นำวงนโยบายเกษตรของเราซึ่งเป็นชาวนาตัวจริง คือ คุณอนุกูล ทรายเพชร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นชาวนารุ่นใหม่ยุคดิจิตอล  

เราได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหา และเก็บข้อมูลจากชาวนา ชาวนาในแต่ละภูมิภาคก็มีปัญหาและความต้องการที่ต่างกัน แต่สิ่งที่เราได้รับฟังคือเสียงสะท้อนแบบเดียวกันจากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรทั่วประเทศ ตั้งแต่ชาวนาในภาคเหนือ-อีสาน ไปจนถึงชาวสวนยาง สวนปาล์มในภาคใต้ว่ารายได้ของพวกเขาลดลง หรือแทบไม่เพิ่มขึ้นเลยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา  

เมื่อได้ประเด็นปัญหา เราได้จัดวงพูดคุยกับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ และศึกษาค้นคว้างานวิจัยที่มีอยู่ ประกอบการกับวิเคราะห์ข้อมูล ข้อเท็จจริง เพื่อวิเคราะห์ถึงรากที่เป็นสาเหตุที่แท้ที่จริงที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น ผลผลิตที่ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะยังขาดการใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัย   

ราคาข้าวที่เกษตรกรได้รับยังต่ำเกินไปเพราะยังไม่ได้ผ่านการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าและการทำการตลาดน้อยไป  หรือเรื่องของปัจจัยการผลิตอย่างปุ๋ย หรือยาฆ่าแมลง ที่มีราคาสูงเกินไป เพราะยังเป็นตลาดที่การแข่งขันไม่มากพอ

จากนั้นเราก็มีการเข้าไปพูดคุยปรึกษากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเกษตรกร โรงสี และผู้ผลิตเครื่องจักรการเกษตรในประเทศ

เพื่อให้ข้อเสนอนโยบายเราสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เราได้ศึกษาบทเรียนตัวอย่างจากต่างประเทศ ที่ได้ทำการลองผิดลองถูกมาก่อน เพื่อเรียนรู้ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จ ล้มเหลว และความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย  อย่างในกรณีของข้าว เราได้ศึกษาประเทศญี่ปุ่น เพราะอาชีพเกษตรกรในประเทศญี่ปุ่นมีรายได้สูง คุณภาพชีวิตดี มีการรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์ที่เข้มแข็งเพื่อทำการแปรรูปสินค้าให้มีมูลค่าสูงขึ้น และการทำการตลาดโดยการสร้างวัฒนธรรมการกินข้าวของชาวญี่ปุ่น ที่มีความละเมียดละไมไม่ต่างจากการดื่มกาแฟ หรือการดื่มไวน์ ทำให้คนยอมจ่ายเงินซื้อข้าวในราคาสูงก็เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อย และรสชาติที่หลากหลาย

อุดมการณ์และเป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการทำนโยบายทั้งหมดนี้ นั้นตั้งอยู่บน 3 อุดมการณ์หลักของพรรค นั่นก็คือ อุดมการณ์ประชาธิปไตย และหลักสิทธิมนุษยชน สังคมที่เสมอภาคและเชิดชูศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ เพื่ออนาคตของเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าและสร้างสรรค์

นโยบายต้องสอดคล้องกับพันธกิจของเรา นั่นก็คือ สิ่งที่เราจะทำต้องยึดโยงกับอำนาจสูงสุดที่เป็นของประชาชน  และกระจายอำนาจให้ประชาชนกำหนดอนาคตของตัวเอง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่แข่งขันเสรีและเป็นธรรม กระจายความมั่งคั่งด้วยระบบภาษี คำนึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากร สร้างสวัสดิการเพื่อส่งเสริมศักยภาพ สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก และเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

กว่าจะเป็นนโยบายพรรคอนาคตใหม่ต้องมีกระบวนการประชาธิปไตยที่เปิดให้ประชาชน ผู้เป็นทั้งเจ้าของประเทศและเจ้าของปัญหา ได้ร่วมกันเสนอปัญหาและทางแก้ด้วยเสียงของพวกเขาเอง กว่าจะมาเป็นนโยบายของพรรคเรา ต้องผ่านกระบวนการที่รัดกุม และรอบคอบตามหลักวิชาการ

นโยบายพรรคเราจะมีอะไรบ้างนั้น หลังจากที่เป็นพรรคแล้วในเดือนนี้เป็นต้นไป พรรคอนาคตใหม่ของเราจะเริ่มนำเสนอนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาแบบอนาคตใหม่

พรรคอนาคตใหม่ เชื่อว่านโยบายที่ดี ไม่ใช่นโยบายที่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ใช่นโยบายเพื่อสร้างกระแสความนิยมชั่วครั้งคราว

แต่นโยบายของเรา ต้องเป็นนโยบายที่เปลี่ยนแปลงประเทศในระยะยาว

และเป็นนโยบายเพื่อปลดปล่อยศักยภาพของคนไทยให้ไปไกลเท่าทันโลก บนพื้นฐานของความเท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ สังคม และความมีศักดิ์ศรีของคนทุกคน

ขอบคุณค่ะ