แถลงการณ์คณะผู้ขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่

เรื่อง เรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติอนุญาตให้มีการจัดประชุมเพื่อยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้ง พรรคการเมือง และยกเลิกประกาศหรือคําสั่งใดๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินกิจกรรมทางการเมือง

ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ออกคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 53/2560 เรื่อง การ ดําเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยในข้อ 5 กําหนดว่า “เพื่อให้การจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่สามารถดําเนินการทางธุรการ และมีโอกาสเตรียมการเพื่อเข้าสู่ช่วงเวลาการทํากิจกรรมทางการเมืองไปพร้อมกับพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นก่อนแล้ว ให้ผู้ที่ประสงค์จะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ดําเนินการตามหมวด 1 ของพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561 แต่การประชุมเพื่อยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองตามมาตรา 10 ต้องได้รับอนุญาตจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และให้ดําเนินกิจกรรมได้เท่าที่ได้รับอนุญาต หรือตามเงื่อนไขที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติกําหนด” และต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กําหนดให้ นายทะเบียนพรรคการเมืองเปิดรับคําขอแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561 นั้น

คณะผู้ขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ได้ยื่นคําขอการเตรียมการจัดตั้งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2561 พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง และนายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับคําขอไว้ในวันเดียวกัน

เมื่อระยะเวลาผ่านไปตามสมควร วันน้ี (9 เมษายน พ.ศ. 2561) คณะผู้ขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่จึงได้มายื่นหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขออนุญาตจัดการประชุมจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 โดยเรามีความเห็นต่อการใช้อํานาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดังนี้

ข้อ 1. การประชุมดังกล่าวเป็นเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 อันเป็นเงื่อนไขซึ่งต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะยื่นคําขอจดทะเบียนพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ ทั้งนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันนี้ กําหนดระยะเวลาบังคับให้ผู้ประสงค์จะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ ต้องยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองภายใน 180 วันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับแจ้งคําขอแจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อให้การดําเนินการตามมาตรา 10 ดังกล่าวสามารถลุล่วงโดยดีภายใต้กรอบระยะเวลาที่กฎหมายกําหนดไว้ ดังนั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติพึงมีคําสั่งอนุญาตตามคําขอของข้าพเจ้าให้จัดประชุมจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ตามคําขอโดยรวดเร็ว ไม่อิดเอื้อนหรือล่าช้า ดังที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้อนุญาตให้คณะผู้เตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองพรรคอื่นไปแล้ว

ข้อ 2. คณะผู้ขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่เรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติยกเลิกประกาศหรือคําสั่งที่เป็นอุปสรรคต่อการดําเนินการประชุมหรือการดําเนินการใดๆ ทางการเมืองของพรรคการเมืองเดิมที่มีอยู่แล้ว และการดําเนินการประชุมหรือการดําเนินการใดๆ ทางการเมืองของคณะบุคคลที่ขอเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ดังต่อไปนี้

  • ข้อ 4 และข้อ 8 แห่งคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2560 เรื่อง การดําเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ลงวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560
  • ข้อ 2 แห่งประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 57/2557 เรื่อง ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับมีผลบังคับใช้ต่อไป ลงวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2557
  • คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ลงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558 ทั้งฉบับ อนึ่ง ถึงแม้ว่าตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2560 เรื่อง การดําเนินการตามกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ลงวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ข้อ 8 กําหนดให้การประกาศพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. …. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงในราชกิจจานุเบกษา เป็นเงื่อนไขในการยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติอันเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินการของพรรคการเมืองไว้แล้วก็ตาม แต่เงื่อนไขดังกล่าวไม่พึงเป็นเหตุผลในการห้ามพรรคการเมืองดําเนินการประชุมพรรคการเมือง หรือดําเนินการใดๆ ทางการเมืองของพรรคการเมืองนั้น สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560 กําหนดหลักเกณฑ์ในการจัดตั้ง การบริหารงาน การดําเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง และการกําหนดมาตรการควบคุมการดําเนินการของพรรคการเมืองไว้เป็นการเฉพาะแล้ว จึงไม่จําเป็นต้องรอให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. …. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงในราชกิจจานุเบกษาแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 268 บัญญัติว่า “ให้ดําเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา 267 (1) (2) (3) และ (4) มีผลใช้บังคับแล้ว” การทอดระยะเวลาในการยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติอันเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินการของพรรคการเมืองดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อพรรคการเมืองในการเตรียมจัดการเลือกตั้ง และการกําหนดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง และดําเนินการอื่นให้ครบถ้วนบริบูรณ์ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกําหนดไว้ ไม่ทันภายในระยะเวลา 150 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา 267 วรรคหนึ่ง (1) (2) (3) และ (4) มีผลใช้บังคับ

ข้อ 3. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่จะถึงนี้ เป็นการเลือกต้ังครั้งสําคัญของประเทศไทย ในฐานะเป็นดัชนีชี้วัดว่าประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนผ่านจากระบบรัฐบาลทหารไปสู่ประชาธิปไตยได้หรือไม่ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งสําคัญนี้สะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงได้ รัฐบาลทหารต้องเปิดให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเสรีภาพและการ แสดงออกทางการเมืองอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งยุติการดําเนินคดีต่อประชาชนที่ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเพื่อรณรงค์ให้ มีการเลือกตั้ง เพื่อสร้างบรรยากาศการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยที่ดี และทําให้การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้เป็นไปอย่างยุติธรรม สะท้อนความต้องการของประชาชน และได้มาตรฐานสากลตามแบบของรัฐเสรีประชาธิปไตย มิเช่นนั้นแล้ว การ เลือกตั้งจะกลายเป็นเพียง “พิธีกรรม” เพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่การสืบทอดอํานาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คณะผู้ขอเตรียมการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่
วันที่ 9 เมษายน 2561