fbpx

สภารับข้อเสนอภาคประชาชน “แก้รัฐธรรมนูญ” – ด้านนักศึกษาจี้ กมธ. เดินออกจากสภาไปฟังเสียงของประชาชน

 

คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) และเครือข่าย People Go Network นำโดยอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ ได้ตั้งขบวนเดินรณรงค์เพื่อเรียกร้องรัฐสภาให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โดยเดินจากสถานีรถไฟใต้ดินกำเเพงเพชร และมาถึงอาคารรัฐสภา ในช่วงเวลา 11.00 น. โดยมีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และเเนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 พร้อมด้วย กมธ. อีกหลายคนรับหนังสือ โดยตลอดระยะเวลามีเสียงตะโกนจากผู้ร่วมเดินขบวนตลอดเวลาว่า “รัฐธรรมนูญต้องแก้”

 

 

ก่อนจะยื่นเอกสารตัวแทนผู้ชุมนุมได้อ่านแถลงการณ์ โดยมีใจความสำคัญว่า รัฐธรรมนูญคือกติกาสูงสุดที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับรัฐ รับรองสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของบุคคล รัฐธรรมนูญจึงจำเป็นจะต้องมาจากความเห็นพ้องต้องการของประชาชน

 

 

แต่รัฐธรรมนูญ 2560 มีที่มาจากคณะบุคคลที่ก่อรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้า แล้วก็ตั้งพรรคพวกของตนเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นเองโดยประชาชนไม่มีส่วนร่วม อีกทั้งกระบวนการทำประชามติก็ไม่ได้สะท้อนมติของประชาชน เพราะไม่ได้เปิดให้เกิดการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีตลอดกระบวนการ

 

 

เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน ยังไม่ได้สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน แต่ตอบสนองกระชับและขยายอำนาจรัฐ ควบคู่ไปกับการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งยังสร้างเงื่อนไขให้สถาบันการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชนอ่อนแอ พร้อมกับให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ รวมถึงสมาชิกวุฒิสภาอย่างกว้างขวาง

 

 

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังเป็นเงื่อนไขให้วิกฤติการเมืองทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะเป็นที่มาของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไม่ได้อิงกับเสียงประชาชนส่วนใหญ่ ส่งผลให้สังคมไทยเผชิญวิกฤติครั้งใหญ่ จะมีก็แต่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมเท่านั้นที่จะพาสังคมไทยให้หลุดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ได้

โดย ครช.เสนอหลักเกณฑ์และแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนี้

1. ให้ตราพระราชบัญญัติการรับฟังความเห็นของประชาชนว่าสมควรจะให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่และให้ความเห็นของประชาชน มีผลผูกพันในทางกฎหมายและทางการเมืองต่อองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

2. ในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้จัดทําร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยมีสาระสําคัญ ดังนี้

2.1 ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้ง โดยใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งและใช้จํานวนราษฎรเป็นเกณฑ์กําหนดจํานวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในแต่ละจังหวัด และให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยการรับฟังความเห็นตลอดกระบวนการ

2.2 ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เรื่องหลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอาศัยเพียงเสียงเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาจํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง

2.3 ให้เขียนในบทเฉพาะกาลของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ว่าให้นำรัฐธรรมนญูแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาใช้และจัดการเลือกตั้งและให้รัฐบาลใหม่ดําเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญ

3. หลังจากสภาร่างรัฐธรรมนูญยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ให้มีการจัดทําประชามติว่าประชาชนเห็นชอบหรือไม่ หากประชาชนเห็นชอบก็ให้ประกาศใช้ต่อไป

 

 

สําหรับเนื้อหาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครช.มีข้อเสนอเกี่ยวกับเนื้อหา ของรัฐธรรมนูญที่เห็นควรต้องให้ความสําคัญดังนี้

ประเด็นที่หนึ่ง สร้างสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้เข้มแข็ง ได้แก่

1. ข้อเสนอต่อการพัฒนาหลักการทั่วไป ต้องให้สิทธิประชาชนเป็นใหญ่กว่ารัฐ ไม่มีเงื่อนไขการจํากัดสิทธิเสรีภาพด้วยเหตุ “ความมั่นคงของรัฐ” ไม่ถูกจํากัดด้วยกฎหมายที่ออกภายหลัง

2. ข้อเสนอต่อการพัฒนาประเด็นรัฐสวัสดิการ ต้องสร้างหลักประกันรายได้ หลักประกันด้านสุขภาพ หลักประกันด้านการศึกษา คํานึงถึงการคุ้มครอง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และการเข้าถึงการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐอย่างเสมอกัน โดยไม่แบ่งแยกตามฐานะ

3. ข้อเสนอต่อการพัฒนาประเด็นสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ต้องคุ้มครองผู้ถูกจับกุมไม่ให้ถูกควบคุมตัวเกิน 48 ชั่วโมง ต้องได้สิทธิประกันตัว สิทธิเข้าถึงทนายความ และมีหลักประกันความเป็นอิสระของศาล โดยไม่แบ่งแยกตามฐานะ

4. ข้อเสนอต่อการพัฒนาประเด็นสิทธิชุมชน ต้องคุ้มครองสิทธิการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิชุมชน และการมีที่อยู่อาศัย สิทธิในที่ดินทํากิน สิทธิในการเข้าถึงแหล่งอาหารที่ปลอดภัย สิทธิในการผลิตและการตลาดที่เท่าเทียม

5. ข้อเสนอต่อการพัฒนาสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ต้องให้มีสิทธิของประชาชนที่จะเข้าชื่อถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สิทธิสมัครรับเลือกตั้งโดยไม่จํากัดอายุ สิทธิการต่อต้านการยึดอํานาจโดยไม่ชอบ รวมทั้งการปฏิรูปกองทัพให้อยู่ใต้อํานาจพลเรือนด้วย

 

 

ประเด็นที่สอง สร้างกลไกเข้าสู่อํานาจที่ยึดโยงกับประชาชน ได้แก่

1. ต้องไม่มีช่องทางสําหรับนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและกําหนดให้ชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส. โดยพิจารณาหลักการใหม่ๆ ที่จะสามารถสะท้อนเสียงของประชาชนได้ชัดเจนขึ้น เช่น การให้ประชาชนเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง

2. ต้องไม่มีระบบวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง หรือการคัดเลือกโดยกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม แต่ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด โดยสามารถพจิารณาสร้างระบบเลือกตั้งแบบใหม่ที่ไม่ทับซ้อนกับการเลือกตั้ง ส.ส. เช่น การใช้ทั้งประเทศเป็นเขตเลือกตั้งเดียว

3. ต้องไม่มีกระบวนการวางแผนปฏิรูปประเทศ หรือแผนยุทธศาสตร์ของประเทศ ที่ทําขึ้นโดยคนกลุ่มเดียว หรือมีที่มาจากคนกลุ่มเดียว

4. ต้องไม่มีผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิกําหนดอนาคตตัวเอง สนับสนุนการกระจายอํานาจ โดยไมต้อง รอ “ความพร้อม” ของท้องถิ่น

5. ต้องไม่มีการนิรโทษกรรมให้คณะรัฐประหาร และไม่รับรองอํานาจคณะรัฐประหารให้มีผลชอบด้วยกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญตามนี้เท่านั้นจึงจะสามารถคลี่คลายวิกฤติการเมืองรวมถึงวิกฤต ด้านอื่นๆ ที่ประเทศไทยกําลังประสบอยู่ตอนนี้ได้

 

 

มีประชาชนร่วมเดินเท้ามายื่นหนังสือดังกล่าวกว่า 300 คน ด้าน กมธ. จะมีการหารือถึงการพิจารณาเเก้ไข เเนวทางและหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ 2560 ให้เสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคม ก่อนจะสรุปผลรายงานของคณะกรรมาธิการไม่เกินวันที่ 10 เมษายน 2563 เเล้วจึงส่งรายงานต่อสภาผู้แทนราษฏรต่อไป

 

 

ทั้งนี้ ในการประชุม กมธ. ชุดดังกล่าวในช่วงบ่าย มีตัวแทนจากนักศึกษาหลายสถาบัน เดินทางมาร่วมเสนอความคิดเห็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญตามคำเชิญของ กมธ. โดย นักศึกษายืนยันว่า กมธ. ควรต้องเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาสถาบันต่างๆ ตามแฟลชม็อบที่มีการจัดขึ้น เพราะกลุ่มที่มาวันนี้ ไม่อาจเป็นตัวแทนของนักศึกษาทั้งหมดกว่าแสนคนทั่วประเทศได้