fbpx

“ธนาคารโลก” รายงานสถานการณ์ความยากจนไทย พบหลังรัฐประหาร ’57 ตัวเลขพุ่งสวนทางเพื่อนบ้าน

 

“ธนาคารโลก” หรือ “World Bank” ออกรายงาน “Taking the Pulse of Poverty and Inequality in Thailand” จำนวนเกือบร้อยหน้า โดยมีประเด็นสำคัญที่เราได้รวบรวมและสรุปมาคือ :

ตั้งแต่มีการจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลอัตราความยากจนอย่างเป็นทางการในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นมา ประเทศไทยมีพัฒนาการสำคัญทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ตัวเลขอัตราความยากจนของประชาชนคนไทย ลดลงจาก 65.2% ในปี 2531 เหลือเพียง 9.85% ในปี 2561 ซึ่งถือว่าอยู่ในสถานะที่ดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค แต่ก็เป็นประเทศเดียวที่มีอัตราความยากจนเพิ่มขึ้นหลังปี 2543 เป็นต้นมา

  • ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ค่าเฉลี่ยรายได้ครัวเรือนทั่วประเทศหยุดชะงักลง ไม่เติบโตขึ้น แต่ที่แย่กว่านั้นคือรายได้ครัวเรือนในประชาชนที่มีรายได้น้อยลดลงเข้าไปอีก
  • หลังรัฐประหาร ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปี 2561 จำนวนอัตราคนจนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 7.21% เป็น 9.85% ทำให้มีจำนวนประชากรที่อยู่ในความยากจนถึง 6.7 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 1.8 ล้านคน)
  • ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาแล้วในวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 และวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551
  • มี 61 จังหวัด จากทั้งหมด 77 จังหวัดที่มีตัวเลขผู้ที่อาศัยอยู่ในความยากจนเพิ่มขึ้น โดยเป็นครั้งแรกที่ภาคใต้มีตัวเลขอัตราความยากจนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับภาคอื่นในประเทศ
  • และผู้ที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัดและในชนบท มีอัตราความยากจนสูงกว่าคนกรุงเทพฯ และกราฟมีแนวโน้มถ่างขึ้นเรื่อยๆ
  • ปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของประชากรไทยที่อาศัยอยู่ในความยากจนคือ 1.อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ช้าลง และช้าที่สุดในภูมิภาคเมื่อเทียบกับประเทศระดับเดียวกัน 2.การส่งออกที่ลดลงจากสถานการณ์การค้าโลก 3.ภัยแล้งและน้ำท่วม 4.ภาคท่องเที่ยวที่เริ่มเหือดหายไป
  • ในรายงานยังกล่าวถึงกลุ่มคนในมิติทางสังคม เศรษฐกิจ และถิ่นที่อยู่ ของผู้ที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบและอาศัยอยู่ในความยากจน อีกทั้งยังกล่าวถึงรายละเอียดข้อเสนอแนะเพื่อให้ทางการไทยนำไปดำเนินการ และมีมาตรการเป็นชิ้นเป็นอันในการแก้ไขปัญหาความยากจน
  • ยังมีข้อมูลสถิติและข้อสังเกตอีกจำนวนมากที่ไม่ได้กล่าวไว้ ณ ทีนี้ เราแนะนำให้คุณเข้าไปอ่านด้วยตัวเอง!
  • หมายเหตุ: รายงานนี้ทำการเก็บสถิติตัวเลขก่อนเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ซึ่งคาดการณ์กันว่าได้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อสังคมและเศรษฐกิจทั่วโลก จึงอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวเลขอัตราความยากจนของไทยด้วย