fbpx

ณัฐชา : พฤติกรรมมาเฟีย มีส่วนเกี่ยวข้องคดีอุกฉกรรจ์ ตั้งนอมินีคู่สัญญารัฐ

 

ณัฐชา บุญชัยอินสวัสดิ์

 

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  กล่าวอย่างสงสัยว่า ประวัติธรรมนัสในมือตนกับประวัติในมือนายกรัฐมนตรีตรงกันหรือไม่ เพราะมีสะท้อนจากประชาชนลือกันหนาหูว่าเป็น รัฐมนตรีสีเทา เคยตกเป็นจำเลยมาแล้วหลายคดีไม่ว่าจะเป็นฆ่าข่มขืน วางเพลิง ยาเสพติด ปี 2534 ถูกปลดออกจากราชการด้วยข้อหาขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ปี 2535 เข้ารับราชการใหม่ในกองทัพเรือ ก่อนย้ายเข้าสู่กองทัพบก ปี 2536 มนัส โบกพรหม ในขณะนั้น หรือ ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยติดคุกในคดีพัวพันการขนเฮโรอีนข้ามชาติ และถูกปลดจากราชการเป็นครั้งที่สอง ถูกถอดยศเนื่องจากหนีราชการในเวลาประจำการ จนกระทั่ง ปี 2539 มีการออก พ.ร.บ.ล้างมลทิน จึงได้กลับสู่ตำแหน่งอีกครั้ง

 

 

จากข้อมูลประวัติกองอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังระบุไว้ชัดอีกว่า ธรรมนัส มีส่วนเกี่ยวข้องกับอีก 4 คดีเป็นอย่างน้อย ปี 2541 มีชื่อพัวพันคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2541 ถูกจับกุม วันที่ 31 ส.ค. ปี 2541 เป็นคดีฆาตกรรม พูนสวัสดิ์ จิราภรณ์ หรือที่สื่อมวลชนรู้จักกันดีในชื่อคดีผู้กองตุ๋ย ในปีเดียวกันมีการประกาศพระบรมราชโองการครั้งที่ 2 เนื่องจากประพฤติไม่เหมาะสม ปี 2550 ได้รับผลจาก พ.ร.บ.ล้างมลทิน ครั้งที่ 2 จุดนี้น่าสนใจเจตนารมณ์ของการล้างมลทิน เพราะ พ.ร.บ.นี้ต้องการให้คนที่เคยกระทำความผิดได้รับโอกาสทางสังคม 14 ต.ค. 2551 มีชื่อพัวพันการทำร้ายร่างกายในบันทึกของ สน.ลุมพินี วันที่ 23 มี.ค. 2552 ยังคงพัวพันกับคดีทำร้ายร่างกาย

 

 

ครั้งนี้เป็นคดีดังที่ชาวบ้านรู้กันดี หน้าข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ระบุว่า เป็นคดีเกี่ยวกับการทำร้ายผู้ชุมนุมในเขตตลาดคลองเตย ซึ่งในเต็นท์ของของผู้ชุมนุมมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่ถูกยิงในคืนก่อนหน้า เหตุการณ์นั้นสืบเนื่องจากการเปลี่ยนคู่สัญญาบริษัทอื่นมาเป็น บริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชันนอล รายละเอียดในคดีนี้ ได้กล่าวว่า มนัส พรหมเผ่า หรือ ธรรมนัส ประธานบริษัทรีเกิ้ลและพวก 20 คน ได้เข้าทำร้ายร่างกาย ถนอม โถทอง หรือตู่ ผู้ชุมนุมในตลาดคลองเตย

 

“ข้อเท็จจริงเหล่านี้ประชาชนอยากได้รับคำชี้แจง เพราะจากประวัติทั้งหมดยังไม่มีส่วนไหนสีขาวเลย ต่อมาในวันที่ 2 ก.ค. 2554 ธรรมนัสได้พัวพันกับคดีลอบวางเพลิงเผาทรัพย์ ในเขตพื้นที่ สภ.อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จากที่กล่าวมาขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความแฟร์ต่อรัฐมนตรีว่า หลายคดีมีการยกฟ้อง หลายคดีมีโทษปรับ 3,000 บาท นี่เป็นข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ก็สงสัยว่าทำไมประวัติจึงโชกโชนขนาดนี้ พฤติกรรมผู้มีอิทธิพลหรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า มาเฟีย จึงไม่สามารถไว้วางใจรัฐมนตรีมาเฟียได้ เพราะรัฐมนตรีในรัฐบาลของไทยไม่ควรมีความหม่นหมองในสายตาชาวโลกเช่นนี้”

ณัฐชาชี้

 

 

ประวัติการศึกษา ธรรมนัส พรหมเผ่า ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ได้ยื่นแบบ ส.ส.4/6 ข้อที่ 13 ระบุ วุฒิการศึกษาสูงสุดว่าปริญญาเอกปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ แคลิฟอเนียยูนิเวอร์ซิตี้ จึงได้ไปดูว่าสถาบันนี้อยู่ที่ใด สถาบันแห่งนี้ เขียนชื่อว่า California University FCE ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐ เมื่อไปดูใบอนุญาตสถาบันแห่งนี้ ได้รับการอนุญาตให้ทำการเรียนการสอนมัธยมศึกษา 3-6 ทั้งยังเคยได้รับหนังสือเตือนจากสำนักงานอุดมศึกษามลรัฐแคลิฟอเนีย 4 เรื่อง ได้แก่ โรงเรียน California University ไม่เคยได้รับอนุญาตให้จัดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา ใช้คำว่ามหาวิทยาลัยในสถาบันโดยไม่ได้รับการอนุมัติอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เว็บไซต์โรงเรียนไม่แสดงข้อมูลที่จำเป็นทางการกฎหมาย และสุดท้ายโรงเรียนได้แอบอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนักงานอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาฯ มลรัฐแคลิฟอเนีย

 

 

 

ณัฐชาชี้ว่า โรงเรียนแห่งนี้ทำธุรกิจอีกหลายอย่างและหนึ่งในนั้นคือธุรกิจการเทียบวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศประหนึ่งว่าจบการศึกษาจากสหรัฐ ตนได้ตามต่อไปว่า รัฐมนตรีเทียบวุฒิมาจากสถานที่แห่งใด เมื่อมาดูในใบเกรดพบว่า เทียบมาจากมหาวิทยาลัยคาลามัสอินเตอร์เนชั่นแนลยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศวานูอาตู ประเทศนี้เป็นหมู่เกาะเล็กๆ แต่ไม่พบที่ตั้งมหาวิทยาลัยนี้ในประเทศนี้ กลับไปพบสำนักงานเช่าอยู่ในตึกสี่ชั้น เลขที่ 27 กลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีลักษณะเป็นสำนักงานห้องเดียวไม่สามารถทำการเรียนการสอนได้ สรุปที่พูดมายังไม่พบความน่าเชื่อถือใดในมหาวิทยาลัยแห่งนี้

 

 

ส่วนวิทยานิพนธ์ ได้ทำเรื่องรูปแบบการพัฒนาศักยภาพท้องถิ่นและการส่งเสริมภาพลักษณ์รวมถึงอัตลักษณ์เพื่อเพิ่มมูลค่ากรณีศึกษาจังหวัดพะเยา เมื่อนำเนื้อหาภายในไปเปรียบเทียบกับผู้จบการศึกษาในระดับเดียวกันในประเทศไทยพบว่า ปกติจะเป็นข้อมูลที่เล็กแต่ลึก แต่ปรากฏข้อมูลในวิทยานิพนธ์เล่มนี้กว้างแต่ตื้น จึงไม่แน่ใจว่าผ่านมาได้อย่างไร กรรมการสอบวิทยานิพนธ์ 3 คน ปรากฏชื่อ คือ สุขุมพงษ์ ชนวงษ์, อรปภา ชุติกรทวีศิลป์ และธชพล ยอดทอง

 

 

ประวัติของกรรมการสอบก็คือจบด็อกเตอร์จากสถาบัน California University นอกจากนี้ สุขุมพงษ์ ชนวงษ์ ยังเคยถูกมหาวิทยาลัยมหิดล มีคำสั่งให้ออกเนื่องจากผิดวินัยร้ายแรงนั่นคือ การคัดลอกงานวิชาการ ซึ่งบทความในวิทยานิพนธ์ของรัฐมนตรี 12 หน้า ที่ลงในนิตยสารวิชาการ เมื่อนำข้อความไปเช็คในโปรแกรมตรวจสอบของจุฬา ปรากฏว่าไปซ้ำกับข้อความของ Janica Nyman นักวิชาการฟินแลนด์ถึงร้อยละ 37 คัดลอกแบบคำต่อคำ ย่อหน้าต่อย่อหน้าถึง 14 จุด และตีพิมพ์ในวารสารการวิจัยทางวิทยาศาสตร์แห่งยุโรป EJSR ซึ่งเป็นวารสารที่มีการระบุว่า เรียกรับเงินเพื่อผลประโยชน์

 

 

 

นอกจากอาจารย์สอบวิทยานิพนธ์ไม่น่าเชื่อถือ มหาวิทยาลัยไม่น่าเชื่อถือ วิทยานิพนธ์ไม่น่าเชื่อถือแล้ว ไปดูวุฒิที่ได้มาก็คือ Luis Amorsolo เจ้าของ สถาบัน California University ก็คือผู้เซ็นใบประกาศปริญญาเอกในรัฐมนตรี ในชั้นกรรมาธิการมีการเรียกสอบรัฐมนตรีในประเด็นนี้ รัฐมนตรีให้ถ้อยคำไว้ว่า “ผมไม่มีเวลามานั่งเรียน ผมไม่มีเวลาที่จะมาตอบคำถามอาจารย์ทุกอาทิตย์ แต่อาจารย์ก็พยายามเล้าโลมให้เราไปเรียนหลักสูตรนี้โดยความเชื่อมั่นในตัวเพื่อนมากกว่าไม่ใช่ว่าผมมีความเชื่อมั่นในสถาบันที่ผมไม่รู้จัก ถึงได้ตัดสินใจเรียนในระบบออนไลน์ดังกล่าว”

 

 

“จากถ้อยคำในกรรมาธิการสรุปคือ รู้อยู่แล้วว่าไม่มีการทำการเรียนการสอน แต่วุฒิการศึกษา เล่มวิทยานิพนธ์คือแพ็คเกจการซื้อวุฒิปริญญาเอกใช่หรือไม่ ความเป็นไปได้ในเรื่องนี้มีสองทาง ทางแรก ถูกเพื่อนและอาจารย์ 3 คนหลอกหรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกโง่เอง เท่ากับไม่มีความรอบคอบ ตนจึงไม่มีความไว้วางใจให้บริหารงบประมาณแผ่นดินและราชการแผ่นดินในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ได้อีกต่อไป หรือทางที่สอง ตัดสินใจซื้อวุฒิเองหรือภาษาชาวบ้านเรียกแกล้งโง่ เท่ากับไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตก็ไม่สามารถไว้ใจให้คนที่มีลักษณะอย่างนี้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้อีกต่อไป”

ณัฐชากล่าว

 

 

ประเด็นต่อมา คือเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาล มีการสำแดงรายได้ต่อ ป.ป.ช. ชี้แจงรายได้จากการขายหวยซึ่งชี้แจงไปแล้วว่า ขายถึงเดือน ส.ค. 2558 หลังจากนั้นไปเช่าแผงล็อตเตอรีขายเพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าเก่า แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการสำแดงรายได้ปีละ 36 ล้านในเดือน พ.ค. 2562 หลังจากยื่นแบบ ภงด.90 ต่อกรมสรรพากรเพียง 6 เดือน ไปดู ภงด.90 ของรัฐมนตรี 3 ปีย้อนหลัง ปี 2559 สำแดงรายได้ จากค่านายหน้า 1,237,133.36 บาท ปี 2560 สำแดงรายได้จากค่านายหน้า 1,237,133.36 บาท ปี 2561 มีรายได้จากดอกเบี้ย 3,531,887.00 บาท ผ่านไป 6 เดือน มีรายได้เพิ่มอีก 36 ล้าน เฉลี่ยเดือนละ 3 ล้าน มี 2 อย่างคือไม่แจ้งสรรพากรผิดก็ต้องแจ้ง ป.ป.ช. ผิด จึงเป็นที่เคลือบแคลงใจสงสัยว่าตกหล่นบกพร่องประการใดหรือไม่

 

 

อีกเรื่องหนึ่งคือไม่มีคุณสมบัติการเป็น ส.ส. เพราะภรรยาถือหุ้นอยู่ในบริษัทที่มีคู่สัญญากับรัฐหรือสัมปทานของรัฐ ส่วนประเด็นที่สองคือไม่มีคุณสมบัติรัฐมนตรีเพราะภายหลังที่เพิ่งรู้ว่าภรรยาถือหุ้น ได้ทำการยักย้ายถ่ายโอนหุ้นทั้งหมดให้นอมินี หรือผู้ดำเนินการผลประโยชน์แทนบริษัทแห่งนี้จนถึงปัจจุบัน

 

 

บริษัทที่พูดถึงนี้คือ บริษัท ตลาดคลองเตย 2551 จำกัด หรือชื่อเดิมคือ บริษัท ลีเกิ้ลโปรเฟสชันนอล บริษัทนี้ ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้ามาถือหุ้นต่อจากคู่สมรสในปี 2548 และปี 2551 เข้าทำสัญญากับเช่าพื้นที่ตลาดคลองเตยกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ระยะสัญญาสัมปทาน 10 ปี คือตั้งแต่ 2551 – 2561
บริษัทนี้คือบริษัทที่มีข้อพิพาทที่กล่าวข้างต้นเกี่ยวกับความวุ่นวายในตลาดคลองเตย ต่อมาในปี 2561 ได้เปลี่ยนชื่อจาก บริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชันนอล เป็น บริษัท ตลาดคลองเตย 2551 จำกัด และทำสัญญากับการท่าเรือแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม

 

 

งบการเงินของบริษัทคลองเตย 2551 จำกัด ปี 2561 ยังมีสัญญาเช่าต่อคือ 2561-2571 อีก 10 ปี ซึ่งบอกไว้ว่า บริษัทได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่ในบริเวณตลาดคลองเตยเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2561 เพื่อเป็นการลงทุนบริหารจัดการพื้นที่เป็นตลาดและส่วนประกอบของตลาดโดยมีระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ 29 ต.ค. 2561 จนถึงวันที่ 28 ต.ค. 2571 ซึ่งหลักประกันความเสียหายเบื้องต้นในการทำสัญญาแก่การท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นเงินสดจำนวน 40,897,368 บาท ในปี 2561 และ 2560 บริษัทจ่ายค่าเช่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นจำนวน 69.91 ล้านบาทและ 69.15 ล้านบาท ตามลำดับ

 

 

ขอย้ำว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานของรัฐ ถ้ารัฐมนตรี ส.ส. หรือคู่สมรสเข้าไปถือหุ้นในบริษัทซึ่งเป็นคู่สัญญากับการท่าเรือ เข้าข่ายขัดคุณสมบัติตามมาตรา 184 เอกสาร บอจ.5 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ วันที่ 12 พ.ย. 2561 มีปรากฏชื่อผู้ถือหุ้น 4 คน คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถือ 330,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 55 และ อริสรา พรหมเผ่า 180,000 หุ้น ถือเป็นร้อยละ 30 อีกสองชื่อเป็นตระกูลพงษ์เพียรชอบร้อยละ 15

 

วันที่ 18 ม.ค.2562 ก่อนสมัคร ส.ส. ได้โอนหุ้นให้แก่ภรรยาถือเป็นร้อยละ 85 แต่ บอจ.5 ยังมีอีก 2 ฉบับ ลงวันที่ 29 มี.ค. 2562 คือหลังจากชนะการเลือกตั้งเป็น ส.ส.แล้วยังปรากฏว่า ภรรยายังคงถือหุ้น ร้อยละ 85 ในบริษัทแห่งนี้อยู่จึงถือว่าขัดกับมาตรา 184 อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีปัญหาคุณสมบัติในอีกประเด็นแม้ว่าปัจจุบันภรรยาจะถอนชื่อจากบริษัทไปแล้วก็ตาม เพราะบุคคลที่คู่สมรสรัฐมนตรีโอนหุ้นให้ คือ วิภาดา เมืองโครต ซึ่งสงสัยว่าเป็นลูกน้อง คนสนิท หรือคนใกล้ชิดที่ถือหุ้นหรือผลประโยชน์แทน เพราะผู้รับหุ้นมูลค่าเริ่มต้นกว่า 51 ล้านบาท ในสัดส่วนร้อยละ 85 แทนสามีภรรยาตระกูลพรหมเผ่า ซึ่ง วิภาดา เมืองโครต ได้ชี้แจงในช่องทางสื่อสารของตัวเองว่าเป็นผู้ช่วยฝ่ายการเงินบริษัทลีเกิ้ลโปรเฟสชันนอล และได้แต่งงานกับประภวิษณุ์ แก้วเกษม ก็ทำงานในบริษัทตลาดคลองเตย 2551 จำกัด อยู่ในแผนกการเงิน น่าแปลกหรือไม่ว่าทำไมอยู่ดีๆพนักงานที่รักจึงได้มาถือหุ้นใหญ่มูลค่าหลายล้านบาท

 

 

ในแบบ บอจ.5 ที่ วิภาดา แจ้งที่อยู่ไว้หรือที่อยู่อาศัยคือ ตำบลในเมือง จังหวัดนครราชสีมา บ้านของผู้ถือหุ้นรายใหญ่บริษัทกว่า 51 ล้านบาท (เปิดภาพให้เห็นสภาพที่อาศัยที่พบว่าไม่น่าจะร่ำรวยพอซื้อหุ้นในราคาขนาดนี้ได้) จากการตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมของวิภาดา ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถึงร้อยละ 85 ก็คงตั้งตนเองเป็น CEO ไม่มาเป็นผู้ช่วยพนักงานฝ่ายการเงินแน่ และคงแต่งตั้งแฟนเป็นรองประธานไปแล้ว คงช่วยเหลือแฟนไม่ปล่อยให้เป็นพนัก’koในบริษัททั่วไป

 

 

 

ขอตั้งประเด็นว่า ธุรกรรมที่ทำเกิดขึ้นหลัง 24 มี.ค. 2562 อริสรา คือคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายของธรรมนัส ดังนั้น คุณสมบัติการเป็น ส.ส. ถือว่าหมดไปแล้ว เพราะยังคงถือหุ้นในบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับรัฐ และเมื่อรู้ตัวหลังวันที่ 30 เม.ย. จึงได้โอนให้ลูกน้องผู้ใกล้ชิด ซึ่งประการที่สอง จากหลักฐานแวดล้อมที่ยกมาทำให้มีเหตุอันควรที่เชื่อได้ว่า วิภาดา เมืองโครต คือนอมินี และธุรกรรมนี้ไม่เกิดขึ้นจริงส่วนเหตุที่ต้องเป็นนอมินีเพราะ ร.อ. ธรรมนัส ยังคงต้องการได้ผลประโยชน์จากบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับรัฐซึ่งมีมูลค่ามหาศาลถึงปี 2571 จึงทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีตามไปด้วย

 

 

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องข้อกฎหมายแต่เป็นเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมที่มีพฤติการพฤติกรรมมาเฟีย ซื้อวุฒิปลอมวุฒิ สำแดงรายได้ต่อ ป.ป.ช.ผิด และโอนหุ้นปลอม ทำให้สรุปได้ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จงใจหลบเลี่ยงความจริงแก่ประชาชน

ขอย้ำอีกครั้งในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติฟากฝ่ายค้านว่า ไม่สามารถไว้วางใจรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้อีกต่อไป และยังสงสัยว่า ประวัติรัฐมนตรีในมือประยุทธ์ จันทร์โอชา กับประวัติในมือตนที่กล่าวมาทั้ง 4 เรื่องนี้ ตรงกันหรือไม่ ถ้าตรงกันถามว่าใช้ดุลพินิจไหนในการแต่งตั้งรัฐมนตรี ความสง่างาม ความโปรงใส แต่งตั้งกันโดยใช้คุณสมบัติอะไร

 

 


 

รับชมวิดิโอการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ที่นี่

 

ดาวน์โหลดไฟล์ประกอบการนำเสนอได้ที่นี่

(ณัฐชา) อภิปรายไม่ไว้วางใจ

Thesis ชาวฟินแลนด์

งบการเงินและรายชื่อผู้ถือหุ้น บริษัทตลาดคลองเตย

ชื่ออาจารย์ตรวจ thesis

ทรัพย์สินธรรมนัสที่ยืนต่อ ปปช

บทความธรรมนัส

ใบเตือนจากสำงานงานอุดม สหรัฐ

ใบสมัคร สส ธรรมนัส

ภ.ง.ด. รายได้

ภ.ง.ด. รายได้ 2